ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 5 บทที่ 144 พิธีก่อตั้งกองกำลัง (7)

            “ตามกำหนดการแล้ว ผมจะอยู่ในงานประมูลที่จะจัดขึ้นตอนสิ้นเดือนด้วย”สวีหยางอี้ส่ายหน้าพูดต่อ “แต่ปรมาจารย์โอสถจะไม่มาร่วมงาน”

            เมื่อพูดประโยคนี้ออกไป แววตาของหลายคนก็แน่นิ่งลุ่มลึกลง

            สิ่งที่เชียนเริ่นคิดได้ บางคนก็ต้องคิดได้เหมือนเขา

            ปรมาจารย์โอสถไม่มา...ในฐานะผู้ติดต่อปรมาจารย์โอสถเพียงคนเดียวอย่างหัวหน้าสวี ในวันนั้น...เขาจะต้องพบปะผู้คนมากมายที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ!

            และอาจได้พบกับจินตันเจินเหรินโดยตรง!

            ตอนนี้ ศาสตร์หลอมโอสถโบราณที่หายสาบสูญไปเกือบสองร้อยปีปรากฏขึ้นสั่นสะเทือนทั้งโลกผู้ฝึกตนคำถามคำขอมากมายจากผู้เฒ่าหลายตระกูลยังไม่ได้คำตอบในฐานะผู้ติดต่อกับปรมาจารย์โอสถเพียงคนเดียวอย่างสวีหยางอี้​จะปลีกตัวออกจากห้องนี้ได้อย่างไร?

            วิชาเวทสายเสริมอย่างเวทหลอมโอสถกลับมามีชีวิตอีกครั้ง!นี่จะกลายเป็นก้าวแรกของการปฏิรูปโลกผู้ฝึกตน! หัวหน้ากองกำลังระดับ A เพียงคนเดียวจะรับความกดดันและคำถามมากมายไหวเหรอ?

            หากปรมาจารย์โอสถไม่มา...ทุกคำถามจะต้องตกไปที่ตัวเองเพียงคนเดียวอย่างสวีหยางอี้ แม้จะเป็นคำถามเหมือนกันแต่ปัญหาอยู่ที่ใครเป็นคนถาม 

            แล้วยิ่งถ้าเป็นคำถามจากจินตันเจินเหริน จะตอบอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ตอบไม่ดี มีดก็จ่อหลังอยู่ตลอดเวลา!

            “สหาย หรือว่าฉันเสนอราคาไม่มากพอ? !” ทูจิ้วลุกขึ้นพรวดอย่างไม่ลังเล“วางใจได้ ขอแค่นายบอกราคาที่พอใจมา พวกเราก็จ่ายไหว!”

            “เหอะๆ ...” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งยิ้มแห้ง “สหายพูดจามั่นใจไม่ทราบเป็นตัวแทนจากฝ่ายใด?”

            ทูจิ้วคลี่ยิ้มเล็กน้อย “ตู้มหาสมบัติ”

            ให้ตายเถอะ!

            ความเคลือบแคลงในใจของทุกคนพลันสลาย บรรยากาศเงียบลงทันที

            “ใช่แล้ว ขอแค่นายบอกมา พวกเราก็พร้อมจ่าย!” ติงเซียงยืนขึ้นเช่นกันเธอมองสวีหยางอี้ด้วยแววตาเป็นประกาย “คนกันเอง คงไม่หักหน้ากันหรอกกระมัง?”

            “เธอ...” หญิงวัยกลางคนตกตะลึง “เธอคือใคร”

            “CSIB” ติงเซียงแสยะยิ้ม

            ให้ตายเถอะ!ให้ตายเถอะ!

            ไม่นึกว่าสองมหาเศรษฐีของโลกผู้ฝึกตนจะอยู่ที่นี่!

            ณ ประตูทางเข้า ลวี่ก่านตางที่กำลังเดินเข้ามาหยุดฝีเท้าลงสีหน้าซีดเผือดทันที

            เขามาถึงสักพักแล้ว แต่ไม่กล้าเข้ามา

            เพราะเขาไม่กล้าสู้หน้าจริงๆ !

            พิธีด้านล่าง เสียเงินก้อนโตแต่เปล่าเปลี่ยว พิธีด้านบน เดิมทีบรรยากาศเปล่าเปลี่ยวบัดนี้กลับมีแขกนั่งอยู่เต็มไปหมด!

            ตอนนี้ เขาก็รู้สึกตัวขึ้นมา... แขกในงานของเขาเทียบกับตู้มหาสมบัติกับ CSIB ไม่ได้เลยสักนิด!

            ปริมาณไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพ!

            แต่วันนี้... แม้ปริมาณ... ก็ไม่มีแล้ว

            เขายืนมองบรรยากาศในงานด้วยใบหน้าซีดจืด ไม่เอื้อนเอ่ยแม้คำเดียว

            ทำไม...

            ทำไมถึงมีโอสถจากศาสตร์หลอมโอสถโบราณโผล่ขึ้นมา!

            ไหนๆ ก็หายสาบสูญไปแล้วเกือบสองร้อยปี ก็ช่วยสาบสูญต่อไปอย่างเงียบๆไม่ได้รึไง?

            ทำไม! ทำไมต้องโผล่มา! ทำไม่ต้องโผล่มาวันนี้!

            สวีหยางอี้... แกมันก็แค่พึ่งโชคอาศัยดวง...

            ฉันคนนี้นี่สิ ที่ลำบากตรากตรำด้วยสองลำแข็งของตัวเองคนอ่อนแอที่เอาแต่ฝึกอยู่ในห้องอย่างแกมันก็แค่อาศัยดวงมาจนถึงทุกวันนี้!

            “ขอจบพิธีก่อตั้งรับสมาชิกเข้ากองกำลังทัณฑ์สวรรค์แต่เพียงเท่านี้”สวีหยางอี้มองดูนาฬิกา จากนั้นก็ประสานมือทำความเคารพ “ขอบพระคุณแขกทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานโอสถวิเศษล็อตแรกมีทั้งหมดสิบเม็ด และเจอกันตอนสิ้นเดือนครับ”

            สวีหยางอี้มองไปทางโรงประมูลจินโต้ว “สหายจากโรงประมูลจินโต้ว หากไม่รังเกียจขอเชิญพูดคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ?”

            “ไม่รังเกียจ... ไม่เลย! ผมไม่รังเกียจสักนิด! ด้วยความยินดีครับ!ขอบพระคุณครับ! ขอบพระคุณที่ให้โอกาสพูดคุยกับผม!”ผู้จัดการจากโรงประมูลจินโต้วยิ้มหน้าระรื่นคล้ายตัวเองถูกรางวัลที่หนึ่งครั้นสวีหยางอี้เอ่ยปากเรียก เขาก็รีบดีดตัวขึ้นมาทันที

            อีกด้านหนึ่ง ในที่สุด หลัวซานเฟิงกับเกาเย่ก็ถอนหายใจเฮือกยาวอย่างโล่งอก

            ให้ตายเถอะ...

            ที่แท้เจ้าหมอนี่มีไพ่ตายนี่หว่า!

            ศาสตร์หลอมโอสถปรากฏขึ้นมา... เดือนนี้ช่างระห่ำบ้าบอจริงๆ !

            ข่าวนี้จะต้องระเบิดทั่วทั้งโลกผู้ฝึกตนอย่างแน่นอน! และเดือนนี้บรรดาผู้บริหารระดับสูงของโรงประมูลจินโต้วก็ต้องออกงานกันอย่างเต็มยศแน่นอน!งานประมูลจะต้องออกมายิ่งใหญ่อลังการอย่างแน่นอน!

            แต่ว่าขณะที่แววตาหลัวซานเฟิงกับเกาเย่เป็นประกายอยู่ฉู่เจาหนานกลับขมวดคิ้วครุ่นคิด

            “ลูกพี่ฉู่!” หลัวซานเฟิงกับเกาเย่ตะโกนขึ้นพร้อมกับ “พวกเราไม่เอาด้วยเหรอ?”

            ฉู่เจาหนานส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล “พวกเราไม่มีทางได้ของแบบนี้มาหรอก”

            “ทำไมล่ะ” หลัวซานเฟิงถามอย่างตื่นเต้น “นี่มันโอสถวิเศษเชียวนะลูกพี่!ลูกพี่กับลูกพี่สวีออกจะสนิทกัน...”

            “มาไม่ถึงพวกเราหรอก” ฉู่เจาหนานมองตาพวกเขา และพูดขึ้นเสียงขรึม“พวกนายไม่คิดเหรอว่า... ภายในเดือนนี้จะเกิดอะไรขึ้น?”

            “เกิดอะไรขึ้นครับ?” เกาเย่ถามอย่างสงสัย

            ฉู่เจาหนานถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก่อนปัดมือเดินออกจากงานขณะเดินอยู่ก็พูดกับพวกเขาไปด้วย “โอสถวิเศษสิบเม็ด จินตันเจินเหรินสิบคนนายคิดว่า...​ ยาเหลวในโลกผู้ฝึกตน ใครเป็นเจ้าของรายใหญ่?”

            “จินตันเจินเหรินทั้งสิบคนงั้นเหรอ?!” หลัวซานเฟิงกับเกาเย่รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาพร้อมกัน“ลูกพี่หมายความว่า...”

            “ใช่แล้ว” ดวงตาฉู่เจาหนานไหวกระเพื่อม “ในงานประมูลอันยิ่งใหญ่อลังการที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่งานสำหรับผู้ฝึกตนทั่วไปและจินตันเจินเหรินทั้งสิบจะต้องเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน!”

            “สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่โอสถวิเศษพวกนี้ แต่เป็นต้องการร่วมงานกับปรมาจารย์โอสถและเพื่อเรียนรู้วิชาหลอมยา ถ้าพวกเขาคนใดทำสำเร็จ วันนี้จะเป็นวันที่โลกทั้งใบเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวง”

            เหมือนเกาเย่จะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ฝีเท้าพลันหยุดชะงัก“และถ้าปรมาจารย์โอสถไม่ร่วมมือ พวกเขาก็ต้อง...”

            ไม่มีใครกล้าจินตนาการต่อ ถ้าไม่มีความร่วมมือใดๆ เกิดขึ้นชีวิตของปรมาจารย์โอสถคนนั้น... ต่อให้จะล้ำค่าหายากแค่ไหนก็แขวนอยู่บนเส้นดายไปโดยปริยาย!

            “ไม่สิ! ลูกพี่สวีคือคนเดียวที่รู้จักปรมาจารย์โอสถ...”หลัวซานเฟิงพูดขึ้นเสียงทุ้มต่ำ

            ฉู่เจาหนานมองสวีหยางอี้หลายวินาที ก่อนถอนหายใจอย่างละเหี่ยใจ

            นายจะทำอย่างไร?

            จินตันเจินเหรินทั้งสิบ... ต่อให้เป็นร่างแยก ร่างมายาหรือร่างอะไรก็ตามก็ไม่ใช่บุคคลที่ผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ธรรมดาจะต้อนรับไหว!

            ถ้าปรมาจารย์โอสถไม่ตอบรับเจตจำนงของจินตันเจินเหริน?

            ถ้าจินตันเจินเหรินหาปรมาจารย์โอสถไม่เจอ?

            อย่าว่าแต่นายเลย... ต่อให้เป็นตระกูลฉู่ของฉันเองก็ยังไม่กล้ารับหน้าจินตันเจินเหรินตอนโมโหหงุดหงิดเลย!

            “ฉันนึกไม่ถึงจริงๆ ว่านายจะมีไพ่ตายแบบนี้อยู่... เดือนนี้ตลอดทั้งเดือนทั่วทั้งโลกผู้ฝึกตนจะจับตาดูกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ของนายอย่างไม่เลิกราแล้วหลังจากนั้น นายจะรับมืออย่างไร?”

            ฉู่เจาหนานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือก เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เกินไปเขาไม่มีโอกาสแม้แต่เข้าร่วม ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องไป อยู่ๆเสียงเรียกของหลี่จงหยวนก็ดังมาจากด้านหลัง “คุณฉู่ครับ หัวหน้าต้องการพบคุณครับ”

            พิธีก่อตั้งรับสมาชิกเข้ากองกำลังอย่างเป็นทางการสิ้นสุดลงแล้ว

            สวีหยางอี้ไม่มีความคิดจะรอผู้ฝึกตนขั้นจู้จีคนอื่นๆ ที่กำลังเหาะมางานแม้แต่น้อยแน่นอน คนอื่นรอบข้างเขาก็ไม่กล้าเตือนเรื่องนี้เหมือนกัน

            ก่อนจินตันเจินเหรินจะออกมาแสดงท่าทีต่อสวีหยางอี้ไม่มีใครกล้ากระตุกหนวดเสือตัวนี้อย่างแน่นอน!

            “หัวหน้าคะ!” เสียงมู่ตันตื่นเต้นดีใจจนพร่าแหบ “เดือนหน้าเดือนหน้าก็จะเป็นวันประกาศชื่อเสียงของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ของพวกเราแล้วค่ะ!”

            เธอเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงสิ!พวกเรายังไม่ได้ประกาศเรื่องรับสมัครสมาชิกหน้าใหม่เลยนะคะ”

           “ไม่ต้องรีบร้อน”สวีหยางอี้หรี่ตา “เอาไว้หลังจากงานประมูลจบลง... ค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกที”

            “เห็นด้วยค่ะ!” ดวงตามู่ตันแวววาว “เอาไว้เสร็จงานประมูลรอให้ผู้ฝึกตนขั้นจู้จีแย่งชิงกันที่งานประมูลเสร็จสิ้นพวกเราค่อยถกกันเรื่องสำรวจตำหนักภูผาสายรุ้ง! ถึงตอนนั้น พวกเราจะต้องได้สมาชิกที่เหมาะสมอย่างแน่นอน!”

            “ผู้ฝึกตนขั้นจู้จีงั้นเหรอ?” สวีหยางอี้มองมู่ตันด้วยใบหน้ากึ่งยิ้มกึ่งหุบ“เธอคิดว่าเรื่องนี้... จะส่งผลถึงผู้ฝึกตนขั้นจู้จีงั้นเหรอ?”

            มู่ตันนิ่งค้างไปสักพัก วินาทีต่อมาหน้าเธอก็แดงก่ำจขึ้นมา คล้ายหัวใจเต้นสูบเลือดเลือดแรงไป“จิน จิน จินตันเจินเหริน...”

            ไม่แปลกที่เธอจะตื่นตระหนกตกใจขนาดนี้

            “พวกเขา พวกเขาจะมาจริงๆ เหรอคะ? คนไหนคะ? หัวหน้าคิดว่าคนไหนจะมาคะ?”

            “อืม... คนไหนนะ?” สวีหยางอี้คลี่ยิ้ม“น่าจะเป็นหัวแทนของพวกเขาทั้งหมด หรือไม่ก็ร่างแยก”

            ทั้งหมด!!!

            แข้งขามู่ตันอ่อนยวบยาบแทบยืนไม่อยู่กับที่ สีหน้าแดงก่ำมือคว้าจับแขนกำยำของสวีหยางอี้อย่างลืมตัว “ทั้ง ทั้งทั้งทั้งหมดเหรอคะ?”

            เฮยซานเจินเหริน อายุห้าร้อยยี่สิบปี ตบะขั้นจินตันระดับสมบูรณ์!

            ซานจวินเจินเหริน อายุหกร้อยกว่าปี ตบะขั้นจินตันระดับปลาย!

            ป๋าเจินเหริน อายุสามร้อยเก้าสิบเก้าปี ตบะจินตันระดับต้นช่วงทะลวงทัณฑ์อุปสรรค!

            ราชาแห่งแดนตะวันตกเฉียงเหนือ ฉายาเงาเหนือแสง กู่ซงเจินเหรินอายุสามร้อยห้าสิบสามปี ประมุขแห่งอวี้หลินเว่ย! ตบะขั้นจินตันระดับกลาง!

            ราชาแห่งแดนเจียงหนาน ฉายาปัญจธาตุห้าทิศ หยุนเฮ่อเจินเหรินอายุสองร้อยแปดสิบสองปี ประธานแห่ง CSIB!ตบะขั้นจินตันระดับต้น ช่วงทะลวงทัณฑ์อุปสรรค!

            ราชาแห่งแดนตะวันออกเฉียงเหนือ ฉายาหยกงามเงียบสงัด อั้นเซียงเจินเหรินอายุสามร้อยเก้าสิบแปดปี ตบะขั้นจินตันระดับกลาง!

            ราชาแห่งแดนตะวันออก ฉายาพระอจลนาถ[1] ฝู่หยุนเจินเหริน อายุสามร้อยหกสิบหกปี ตบะขั้นจินตันระดับกลาง!

            ราชาแห่งแดนตะวันตกเฉียงใต้ ฉายาศิลาทองคลั่ง จวี้หลิงเจินเหรินอายุสามร้อยห้าสิบแปดปี ตบะขั้นจินตันระดับสมบูรณ์!

            สุดท้าย... สองมังกรยักษ์แห่งศาลผู้ฝึกตน!

            คณบดีฝ่ายล่าง ฉายาสะท้านปฐพี ตี้ฉายเจินเหริน ตบะขั้นจินตันระดับสมบูรณ์!

            คณบดีฝ่ายบน ฉายากวาดล้างเอกภพ เทียนฉายเจินเหริน... ตบะกึ่งขั้นหยวนอิง!

            แค่คิดถึงรายชื่อพวกนี้... แค่คิดถึงวีรกรรมตำหนักของพวกเขา...ลำคอของมู่ตันก็แห้งผากขึ้นทันที!

            “พวก พวก พวกเขาส่วนใหญ่เคยประชันพลังเวทกันมาก่อนพวกเขาจะไม่ทะเลาะกันในงานใช่ไหมคะ?” มู่ตันพูดตะกุกตะกักเป็นหุ่นยนต์“เฮยซานเจินเหรินเคยประชันเวทกับราชาแดนเจียงหนานราชาแดนตะวันตะวันออกเฉียงเหนือและราชาแดนตะวันตกเฉียงใต้! หัวหน้าคะคือตอนนั้นพวกเขาประชันกันจนภูเขาถล่มพสุธาแยก!และตอนที่คณบดีฝ่ายบนอยู่ในขั้นจินตันระดับกลางก็เคยไปท้าประลองพลังเวทกับซานจวินเจินเหรินจนเกิดเป็นคลื่นสึนามิระดับสิบริกเตอร์...แล้วยังมี...”

            “ไม่หรอก” สวีหยางอี้คลี่ยิ้มพูดขัด “มิตรภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง”

            สวีหยางอี้หรี่ตาครุ่นคิด... ในวันประมูลฝู่หยุนเจินเหรินที่ออกคำสั่งสังหารเขาจะมาหรือไม่

            ดูจากท่าทางของฝู่หยุนเจินเหรินตอนที่อยู่บึงบงกชจตุทิศดูเหมือนยังอยากให้บทเรียนเขาอีก

            แต่ว่าในวันงาน ถ้ามีจินตันเจินเหรินคนอื่นๆ มาร่วมงานจริงๆสายตาของเจินเหรินมากมายรวมมาอยู่ที่เขา ถึงตอนนั้นฝู่หยุนเจินเหรินจะทำอย่างไร?

            ฉันจะทำให้นายรู้เอง วันนั้นนายไม่สามารถลงมือฆ่าฉันได้หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสนี้เช่นกัน!

            วันนี้ ตี้ฉายเจินเหรินก็ได้เห็นเขาแล้ว อย่างน้อยก็ต้องจำเขาได้แน่นอนไหนจะอาวุธจุติราชันย์ที่ตัวเองมีติดตัวอีก... นายไม่กล้าลงมือแน่นอน

            แต่ถ้านายกล้าลงมือกับผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ขึ้นมาจริงๆหลังจากนั้นนายจะอธิบายต่อหน้าคณบดีฝ่ายบนขั้นกึ่งหยวนอิงว่าอย่างไร

            นึกถึงตรงนี้ สวีหยางอี้ก็คลี่ยิ้มขึ้น

            “เขาไม่กล้าหรอก”

            สวีหยางอี้พอมองฝู่หยุนเจินเหรินคนนี้ออก

            เขาเป็นพวกโลภมากและยังรักษาภาพลักษณ์ตัวเองอีกด้วยสวีหยางอี้กล้าเดิมพันเลยว่าวันงานประมูลอีกฝ่ายไม่กล้าลงมือทำอะไรเขาอย่างแน่นอน!

            พลังไม่ได้มีแค่กำลังเพียงอย่างเดียว เพราะปัญญาความฉลาด ความกล้าบ้าบิ่นปฏิภาณไหวพริบ รู้จังหวะเวลา และการปรับตัวก็ล้วนแต่เป็นพลังได้ทั้งนั้น 

            มีตบะที่สูงส่งเพียงอย่างเดียว นั่นเรียกว่าดีแต่ใช้กำลังไม่มีมันสมอง...มีแต่ความฉลาดและไหวพริบเท่านี้ที่สามารถเอาชนะได้

            “ไปเตรียมตัวได้แล้ว...” สวีหยางอี้กับมู่ตันกลับมาอยู่ที่อาคารสำนักงานของอวี้หลินเว่ยตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้อาจเป็นเพราะระหว่างทางสวีหยางอี้เอาแต่คิดนั่นนี่มาตลอดจนไม่สนใจสิ่งรอบข้างกระทั่งตอนนี้ ทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้องทำงานตัวเองแล้ว “เดือนหน้าเป็นเวลาเปิดรับสมาชิกของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์”

            เมื่อเปิดประตูออกไป สวีหยางอี้ก็พบกับฉู่เจาหนานกำลังนั่งเล่นปากกาอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเองอย่างหงุดหงิด

            “ช่วยฉันติดต่อคนๆ หนึ่งที” สวีหยางอี้เดินเข้าไปเปิดประเด็นทันที

            ฉู่เจาหนานวางปากกาลง “ใคร”

            “คนๆ หนึ่งที่สถานะอย่างฉันไม่มีทางติดต่อได้” สวีหยางอี้ค้ำแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะจ้องมองอีกฝ่ายและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริง “ฝากคำพูดของฉันไปบอกเขาหนึ่งประโยค...”

    --------------------------------------------------------------------------------

    [1] อจลนาถ แปลว่าผู้ควบคุมมิให้หวั่นไหวจากอารมณ์ที่ตกกระทบ เป็นเทพองค์หนึ่งในศาสนาพุทธฝ่ายวัชรยาน

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน