"พานลี่เจ้าจงอย่าได้ยกระดับฐานพลังของตัวเองในการจัดการกับพวกมัน ในตอนนี้มีผู้กำลังจับตาดูเจ้าอยู่ น่าจะเป็นคนจากสำนักบรรจบฟ้า แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอันตราย เพราะศิษย์พี่คนนี้ของเจ้าเฝ้ามองเจ้าอยู่ ข้าไม่มีวันที่จะปล่อยให้เจ้าเป็นอะไรแน่นอน จงเชื่อใจศิษย์พี่คนนี้… พานลี่"
พานลี่ยิ้ม
นี่คือเสียงของศิษย์พี่ใหญ่นั่นเอง... ตอนนี้พานลี่นางมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว นางเชื่อมั่นในตัวศิษย์พี่ของนาง
ดังนั้นตอนนี้นางจึงนึกคิด นางจะใช้คนเหล่านี้เล่นสนุก และใช้พวกมันเป็นที่ลับฝีมือเชิงยุทธ์ของนางก็แล้วกัน
พานลี่ไร้กังวล นางเคลื่อนกายอย่างอิสระและสมบูรณ์ยิ่งราวกับภูตหญิง
และท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่อิสระนี้ เหล่าชายชุดดำก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดและลำบากใจยิ่ง พวกมันรู้ตัวแล้วว่าเด็กหญิงผู้นี้ นางช่างไม่ธรรมดาเหลือเกิน
.
.
.
!!!ชิง!! ชิง!
เสียงอาวุธปะทะกันเป็นระยะระยะอยู่ตลอด แม้การต่อสู้นี้จะอยู่ในรูปของสี่รุมหนึ่ง
แต่ไม่น่าเชื่อเด็กหญิงนางหาจะดูได้เสียเปรียบไม่ นอกจากนั้นแต่กลับเป็นนางเสียอีกที่ค่อยๆ เกาะกุมความได้เปรียบและโอกาสรุกคืบสร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายได้มากขึ้นเรื่อยๆ
มุมแขนละลำตัวบางส่วนของสองชายชุดดำที่เข้าสู้ระยะประชิด ไม่น่าเชื่อตอนนี้มีคราบโลหิตและเสื้อผ้าฉีกขาดให้เห็นแล้ว
หากไม่ใช่เพราะว่าพวกมันสี่คนช่วยเหลือกันได้เป็นอย่างดี เกรงว่าตอนนี้หนึ่งในสี่คนคงต้องสังเวยเลือดภายใต้กระบี่ของเด็กหญิงแน่ และยิ่งแบบนี้โจรชั่วทั้งสี่ก็เริ่มสั่นกลัว
จนพวกมันต้องกรีดร้องเรียกกำลังสำคัญให้กลับมาช่วยเหลือ
"!!!พี่ใหญ่นิท่านจะพักนานไปรึเปล่า อีนางเด็กนี้มันไม่ใช่ธรรมดาเลย หากพวกเราไม่เร่งจักการกับนางและหากนางรอดจากมือพวกเราไปได้ในวันนี้ เกรงว่าวันหน้าภัยใหญ่ถึงฆาตคงได้มาถึงตัวพวกเราในไม่ช้าเป็นแน่" ชายชุดดำหน้าบากพูดอย่างไม่อาย ตอนนี้มันมีบาดแผลจากกระบี่ของเด็กหญิงเต็มตัว โชคดีที่บาดแผลทั้งหมดเป็นเพียงรอยถากที่ไกลหัวใจนัก แต่แม้มันจะไม่สร้างปัญหาถึงชีวิต แต่ขวัญกำลังใจของมันก็ตกลงไปมาก เพราะยิ่งสู้ก็ยิ่งรู้สึกเสียเปรียบ
เจ้าหมูอัปลักษณ์ก็ไม่ต่างกัน มันเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า ตัวมันเองและคนทั้งสี่ไม่อาจจะเอาชนะเด็กหญิงได้ หากใครคนหนึ่งหนีไป ที่เหลืออาจคงต้องมีสังเวยชีวิตภายใต้กระบี่ของนางเด็กปีศาจคนนี้เป็นแน่นอน และยิ่งมันคิดมันก็ยิ่งหวาดกลัว
"ไอ้พวกหน้าไม่อายยิ่งนัก กับเด็กหญิงน่ารักและบอบบางเช่นข้า นอกจากพวกเจ้าชายชั่วช้าทั้งสี่คนจะกลุ้มรุมรังแกข้าแล้วยังไม่พอใจอีกรึ นี่ยังหน้าด้านคิดเรียกคนมารุมข่มเหงข้าที่เป็นเพียงเด็กหญิงแสนน่ารักที่อ่อนแอเพิ่มอีก ช่างน่าไม่อาย น่าไม่อายจริงๆ" พานลี่นางยิ้มเยาะพร้อมกล่าวคำพูดดูถูกออกไป
แม้สำนวนคล้ายจะเสียเปรียบหากแต่น้ำเสียงช่างยียวน หากแต่นางก็รู้ดี การต่อสู้นี้นางไม่มีทางแพ้
เช่นนั้นนางจึงถือดีกล่าววาจายั่วยุพวกมันอย่างไม่อาย
สำหรับนางแล้วชายชุดดำทั้งสี่คนนี้เพียงแค่รอเวลาที่จะแพ้นางก็เท่านั้น
แต่หากตอนนี้เพิ่มขึ้นมาอีกคน โดยตัวนางยังกดฐานพลังไว้ ลึกๆ พานลี่นางเองก็แอบรู้สึกตึงมือเช่นกัน
เพราะด้วยปราณพลังของนางไม่ได้สูงล้ำและมักมีน้อยกว่าผู้ฝึกปราณในระดับเดียวกันอยู่เล็กน้อย หากเพิ่มขึ้นมาอีกคนถ้าไม่ปลดปล่อยพลังที่กดข่มไว้ เกรงว่าคงไม่มีโอกาสชนะอย่างแน่นอน ได้แต่รักษาสถานการณ์ไม่ให้แย่ก็เท่านั้น
หัวหน้าชายชุดดำไม่ตอบ แต่กลับเลือกซัดหินสองก้อนไปที่พานลี่ ซึ่งทั้งสองจุดเป็นช่องโหว่ของกระบวนท่าของนาง
โดยในการรับมือกับชายชุดดำทั้งสี่ความรวดเร็วและความคล่องตัวของนางนั้นยังไม่พอที่จะปกปิดจุดอ่อนทั้งหมดของตัวเองได้ หัวหน้าชายชุดดำนั้นมันมากประสบการณ์พอ มันสังเกตุดูการต่อสู้อยู่ตลอด มันจึงเห็นช่องโหว่เล็กๆ ของเด็กหญิงได้เป็นอย่างดี
แต่ในขณะนั้นเองก็มีเด็กหนุ่มที่ตัวเต็มไปด้วยผ้าพันแผลปรากฏ เด็กหนุ่มมันกระโดดเอาตัวรับหินที่ซัดมาด้วยตัวเอง และช่วยเด็กหญิงฝ่าวิกฤตไปได้อย่างชิวเฉียด
เด็กหนุ่มคนนั้นย่อมคือเฉียวเฟิง
เมื่อมันถูกซัดหินเข้า มันก็แกล้งสลบก่อนจะใช้เคล็ดวิชาเชื่อมวิญญาณ ส่งเสียงจิตไปยังจิตใต้สำนึกของพานลี่ว่าไม่ต้องกังวล ทั้งหมดเป็นเพียงการแสดง มียอดฝีมือสองคนกำลังจะลงมือ
เฉียวเฟิงร้องเตือนพานลี่ไม่ให้นางเป็นกังวล
พานลี่ได้ยินดังนี้ก็คลายกังวลอย่างรวดเร็วใช้โอกาสที่คนร้ายต่างเสียตำแหน่งด้วยความประหลาดใจ
นางใช้กระบวนท่าสังหาร ‘กระบี่วาดจันทร์’ นางวาดวงกระบี่สะท้อนแสงจันทร์เข้าไปยังนัยน์ตาของหนึ่งในชายชุดดำ ก่อนที่มันผู้นั้นจะกรีดร้อง จากการโดนพานลี่เด็กหญิงกรีดกระบี่ลึกไปที่กลางอก
ชายชุดดำหน้าบากกรีดร้องเสียงดัง
และในไม่ช้าในเวลาใกล้ๆ กัน เด็กหญิงก็ราวกับเป็นภูต ร่างนางพริ้วไหวพร้อมกระบี่ตัดขาเจ้าหมูอ้วนหน้าตาอัปลักษณ์ เกิดเป็นเสียงร้องดังลั่นอีกครั้ง
"อ๊าาาาาาาาาาก อีนางตัวดี ข้าจะฆ่าเจ้า ฆ่าเจ้าพร้อมขืนใจให้มีสภาพอนาถเลยคอยดู แม้เจ้าจะเป็นศพข้าก็จะขืนใจเจ้า นางบัดซบบบบ"
สิ้นเสียงพูดชายหน้าบากและเจ้าหมูหน้าตาอัปลักษณ์ต่างเอามือล้วงไปในเสื้อของตน เมื่อมันเอามือออกมาก็เห็นเป็นอาวุธลับสังหารเลื่องชื่อ ‘ศิลาเพลิงอสูร’ มันเป็นอาวุธลับที่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักฆ่า แต่ละก้อนสร้างแรงทำลายได้สูงนักหากอัดพลังภายในเข้าไปยิ่งสูง แรงทำลายล้างก็ยิ่งรุนแรง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคนพวกนี้ไม่ได้คิดไว้ชีวิตพานลี่อีกต่อไป
ความปรารถนาที่จะล้วงเกินเด็กหญิงตัวน้อยในตอนนี้กลับคล้ายจะหลงเหลือแต่แรงปรารถนาที่จะล่าสังหารแทนแล้ว โดยการใช้อาวุธที่แสนจะโหดร้ายและอำมหิต
แต่ในชั่วพริบตานั้น มือของทั้งสองก็ถูกตัดขาดทันที หัวหน้าชายชุดดำยังไม่ทันได้พูดคำใดๆ ออกมาด้วยความตกตะลึงแขนอีกข้างของมันก็ถูกตัดขาดทันที
มันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวมันเอง ปราณกระบี่นี้ช่างรวดเร็วนัก แขนที่ถูกตัดยังไม่ทันตกถึงพื้น เงาร่างสองเงาที่ปรากฏด้วยความรวดเร็วก็วาดกระบวนท่า ก่อนที่จะซัดปราณกระบี่ที่สอง มาตัดขาของมันอีกข้างหนึ่ง
ร่างของหัวหน้าชายชุดดำค่อยๆ เอียงล้มลง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นช่างรวดเร็ว มันรวดเร็วจนเกินไป
และเมื่อมันเริ่มสังเกตุดูดีๆ มันก็พบว่าไม่ใช่เพียงแค่ตัวมันที่ถูกตัดแขนขาแต่ผู้ติดตามของมันทั้งหมดนั้น ณ ตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างกับมัน เพราะตอนนี้ทุกคนนั้นได้กลายเป็นคนพิการเหมือนกันหมดแล้ว...
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาก"
"อ๊าาาาาก" "อ๊าาาาาก" "อ๊าาาาาก"
เสียงร้องโหยหวนของชายชุดดำชั่วช้าทั้งห้าร้องดัง แต่เมื่อมองไปที่ผู้ลงมือ ภายใต้แสงจันทร์และดาราประกาย ความงามของผู้ลงมือช่างวิจิต มันเกินบรรยาย นั่นเพราะผู้ลงมือก็คือ…
"ยอดหญิงงาม" และศิษย์พี่สวีอันฉีของนาง
และ ณ ที่แห่งนี้มีเสียงหัวใจของเด็กน้อยคนหนึ่งเต้นดัง "ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ"
ส่วนสตรีที่งามตระการ นางไม่รู้ทำไมรู้ตัวอีกที นางก็จ้องมองเด็กหนุ่มที่นอนซมอยู่อย่างไม่รู้ตัว พร้อมในใจลึกๆ ที่สั่นไหว เสมือนกับว่า... มีสายโซ่ที่ดึงรั้งนางไปหาเด็กหนุ่มผู้นี้อย่างโหยหา
'เหตุใดข้าจึงเป็นเดือดเป็นร้อนถึงขนาดนี้นะ...'