" 50% ผมต้องการพื้นที่ 50% ให้อยู่ในชื่อของเอ็ดเน่ ในส่วนของป่าที่ผมสามารถบุกเบิกได้ " ผมพูดออกไปโดยชู้นิ้วมือข้างขวาขึ้นทั้ง 5 นิ้ว ดวงตาทั้งสองที่กำลังมองไปทางกริมเธอร์แบบจริงจัง แล้ว " ขอเหตุผลได้ไหม ? " กริมเธอร์ก็ถามมา พูดตามตรงตอนนี้ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยเหมือนกัน ที่กริมเธอร์แสดงท่าทางแบบนี้ออกมา ในตอนแรกผมคิดว่าหมอนี่จะทำท่าตกใจ หรือไม่ก็หัวเราะแบบชอบใจออกมาสะอีก ดูเหมือนว่าเวลาหมอนี่จริงจังมันก็รับมืิอ ยากใช่เล่นเหมืิอนกัน " เรื่องแบบนี้มันต้องขอเหตุผะ- "" อย่ามาเล่นลิ้น!!! "กริมเธอร์เริ่มขึ้นเสียงออกมา แบบนี้คงจะะพูดเล่นด้วยไม่ได้สะแล้วสิ ถ้าอย่างงั้น " หลักประกัน "ผมก็พูดไปด้วยสีหน้าจริงจังอีกคน " หลักประกัน? หลักประกันอะไร "" งั้นผมขอถามหน่อยก็แล้วกัน ถ้าเกิดผมไม่ได้รับตพแหน่งราชา แต่กลับเป็น 1 ใน 4 ที่ได้รับแทน ท่านจะทำยังไงกับท่านแม่ และเอ็ดน่า? "" ถ้าเป็นแบบนั้นเอรีน่าก็จะโดนปลดมาเป็นขุนนางธรรมดา แต่เธอก็ยังมียศติดเป็นขุนนางยศดยุค เธอก็คงต้องแต่งงานใหม่เพื่อไม่ให้สังคมดูถูก- "ถึงจะฟังแล้วเป็นเรื่องที่ไม่น่าทำ หรือมันเป็นเรื่องเห็นแก่ตัวของผู้นำตระกูลก็เถอะ แต่มันก็คงต้องเป็นแบบนั้น เพราะถึงแม้จะเคยมีลูกมาแล้วถึง 2 คน เอรีน่าก็ยังเป็นผู้หญิงที่เป็นลูกของดยุค ต้องเป็นที่หมายปองของคนจำนวนมากแน่- " ส่วนเอ็ดน่าเมื่อโตอายุ 18 ปี ก็ต้องแต่งงานเพื่อออกจากบ้านไปเหมือนกัน "นี้ก็สมเหตุสมผม ถึงจะจะด่าว่าจะส่งเอ็ดน่าออกจากบ้านทำไมตาแก่ แต่ก็ต้องคุมสติเอาไว้ ใจเย็นเอาไว้ตัวเรา ใจเย็นเอาไว้ดรารอน์" เพราะแบบนี้ไงผมเลยให้พื้นที่ส่วนนั้นเป็นของเอ็ดน่า เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเธอก็มีอณาเขตปกครอง แล้วยังสามารถเอาเอรีน่าไปอยู่ได้ด้วย " " โห่ว " ' เจ้านี่คิดเอาไว้ถึงขนาดนั้นเลยสินะ แต่มันก็เป็นตัวเลืิอกที่ดี เพราะเราก็ไม่อยากให้ลูกกับหลานของเราต้องแต่งไปแบบนั้นเหมือนกัน ' กริมเธอร์คิดในใจ " แต่ว่าเจ้าพูดเหมืิอนว่าตัวเองจะไม่ได้ตำแหน่งเลยนะ " ซวยละ! ออกตัวแรงไป จนตอนนี้หมอนี้เริ่มรู้สึกตัวแล้วสิ " ก็แต่หลักประกันครับ แหะๆ " ผมพูดกลบเกลื่ิอนพรางปั้นยิ้มไปด้วย " เหรอ... ถ้าแบบนีี้ก็ช่วยไม่ได้ เอาเป็นว่าข้ายอมตกลงกับข้อเสนอของเจ้าก็แล้วกัน ที่จะให้พื้นที่ 50% กับตระกูล และเอาเป็นชื่อเอ็ดน่า 50% " ' ตามจริงก็อยากให้เอ็ดน่า 100% แต่ว่ามันต้องระวังคำกล่าวหาจากคนอื่นด้วย 50% เป็นตัวเลือกไม่เท่าไหร่นัก ' " งั้นก็ตกลงตามนี้นะครับ "" อื้ม " กริมเธอร์พยักหน้ารับขอเสนอ จากนั้นผมก็เดินออกจากห้องทันที
############ณ ป่าซอร์ระหว่างที่ผมกำลังเดินอยู่ในเขตป่าหลายวันต่อมาหลังจากที่ผมทำข้อตกลงกับกริมเธอร์ไป ตอนนี้พื้นที่ป่าซอร์กว่า 10% ที่เป็นอณาเขตที่ผมนำทหารออกมาจัดการกับพวกสัตว์อสูร ก็เริ่มมีบ้านของผู้คนย้ายเข้ามาก่อสร้างกันแล้ว แต่โดยส่วนมากแทนที่จะเรียกว่าบ้านเรียกมันว่าค่ายดีกว่าเพราะส่วนมากก็เป็นนักผจญภัย หรือไม่ก็พวกขุนนางที่พาคนเข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์เท่านั้น แต่ว่าด้วยสิทธิ์! ไม่สิ! เรียกมันว่าอำนาจในฐานะองค์ชายมากกว่า ทำให้เขตที่ถูกบุกเบิกกลายเป็นของผมทั้งหมด หึหึ! อำนาจมันก็มีประโยชน์แบบนี้แหละ แต่ว่าผมก็เบื่อมันแล้ว อันที่จริงก็ไม่ได้สนใจพื้นที่อะไรหรอก แต่มันทำให้สามารถหาคริสตันได้ผมก็เลยมาล่าเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นขยายอณาเขตพื้นที่ในเมืองหลวงไปสะได้ระหว่างที่กำลังเดินไปคิดไปอยู่นั้น " ท่านดรารอน์มีคนต้องการเจอท่านครับ " เทเลอร์ก็วิ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับร่างกายที่กำลังหอบเพราะความเหนื่อย อีกแล้วเหรอ! ตั้งแต่ที่เราเป็นผู้นำในการบุกเบิกก็มีทั้งพ่อค้าที่ติดต่อธุรกิจ พวกขุนนางที่เอาลูกสาวมาแนะนำ แล้วยังมีพวกที่ต้องการเข้ามาเป็นคนรับใช้ด้วย เฮ้อ~ นี่ถ้าไม่ได้ทำเพื่อเอ็ดเน่เลิกไปนานแล้ว ไอการบุดเบิกพื้นที่บ้าบ่อแบบนี้ ปวดหัวชิป! " ปฏิเสธไปบอกว่าข้าไม่ว่าง " ผมสบัดมือไปทางเทเลอร์ และเริ่มเดินต่อ แต่ระหว่างนั้น " เรื่องนั้นไม่ได้ครับ "เทเลอร์ก็ยืนกร้านออกมมาว่าไม่ให้ผมปฏิเสธ ทันทีที่ผมได้ยินน้ำเสียงของเทเลอ์ผมก็เข้าใจได้ทันที ว่าเรื่องที่เขามาบอกผมอยู่ตอนนี้ ต้องเป็นอะไรที่สำคัญมากแน่ " ใครต้องการเจอข้า " " ดยุคเชสเตอร์ ครับ " " โห่ว! " ผมอุทานออกไปทันที ไม่คิดเลยว่ามันจะกล้าโผ่ลห่างออกมาได้เร็วขนาดนนี้ แบบนี้คงจะปฏิเสธไม่ได้แล้วสิ! " งั้นก็ไม่มีอะไรต้องปฏิเสธพาข้าไปหาเจ้านั่นได้เลย " " ละ... แล้วให้แจ้งเรื่องนี้ให้ท่านกริมเธอร์ทราบไหมครับ เพราะว่า- " " ไม่จำเป็น เรื่องแค่นี้ข้าสามารถจัดการเองได้ " ใบหน้าของผมหลังจากที่พูดออกไป ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ที่ยิ้มแบบกำลังสนุกอยู่ทันที เพราะสิ่งที่ดยุคเชสเตอร์มันต้องการนั้นก็คือ ส่วนแบ่งอณาเขตป่าซอร์!แต่มันคิดผิดแล้วที่มาเล่นกับดรารอน์คนนี้ หึหึ!
เกล็ดความรู้ : ดยุคเชสเตอร์!!! ดยุคเชสเตอร์เป็น 1 ในตระกูลดยุคที่มีอณาเขตปกครองทางตอนใต้ของเมืองหลวง และยังเป็นคนที่มีอำนาจน้อยกว่ากริมเธอร์นิดหน่อยเพียงเท่านั้น และด้วยการที่ตัวของดยุคเชสเตอร์สนับสนุนองค์ชายเนดีสัน ทำให้กล้ามาต่อต้านอำนาจของดรารอน์ รวมถึงตระกูลมีนักสู้ที่มีพลังเวทย์อยู่ชั้นสูงหลายสิบคน ทำให้ดยุคเชสเตอร์มีอำนาจเรื่องการจัดการกองทัพภายในเมืองหลวงอย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงกล้าที่ะมาอ้างสิทธิ์กับพื้นที่ของดรารอน์ที่บุกเบิกได้นั่นเอง!!!