[สัตว์อสูร: พญามังกรเหมันต์]
[ชื่อเล่น: ปิงชิง]
[เพศ: เมีย]
[อายุ: หนึ่งเดือน (วัยหนุ่มสาว)]
[เลเวล: 40]
[ขั้น: สัตว์อสูรเทพบรรพกาล]
[พรสวรรค์: เติบโตไม่สิ้นสุด (SSS)]
[คุณสมบัติหลัก: พลัง 2200; สติปัญญา 2200; พละกำลัง 2200; ความว่องไว 2200 (ไม่ได้รับการเสริมพลังจากบัฟ, อุปกรณ์หรือไอเท็มใดๆ)]
[ทักษะ: กายาเหมันต์ (SSS), ลมหายใจเยือกแข็ง (SSS),เขตแดนนรกเหมันต์นิรันดร์ (SSS), แรงกดดันแห่งมังกร(SSS) เหมันต์พิโรธ (SSS)]
[ความจงรักภักดี: 100]
[อุปกรณ์: ไม่มี]
[ข้อมูลเบื้องต้น: ละไว้]
...
คุณสมบัติทั้งสี่ด้านของปิงชิงยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หวังเฉินรู้สึกผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันสายตาของเขากลับจับจ้องอยู่ที่ช่องทักษะของปิงชิง และดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย
ทักษะระดับSSSใหม่ เหมันต์พิโรธ!!
หวังเฉินไม่ลังเลที่จะคลิกดูรายละเอียดของทักษะเหมันต์พิโรธโดยตรง
[เหมันต์พิโรธ (SSS): ทักษะโจมตีเชิงรุกอัญเชิญพายุหิมะโจมตีศัตรู สร้างความเสียหายธาตุน้ำแข็งอันทรงพลังและเพิ่มเติมสถานะแช่แข็ง (หมายเหตุ:ขอบเขตของเหมันต์พิโรธจะขึ้นอยู่กับเลเวลของพญามังกรเหมันต์โดยแต่ละเลเวลจะเพิ่มขอบเขตการโจมตีขึ้น 10 เมตร)]
เฮือก!
เมื่อเห็นรายละเอียดของทักษะนี้หวังเฉินก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ
ทักษะโจมตีเป็นวงกว้างซึ่งตอนนี้มีขอบเขตถึงสี่ร้อยเมตร นี่มันทักษะกวาดล้างสัตว์อสูรชั้นยอดเลยนี่นา!
“พรุ่งนี้หลังจากไปพบอาจารย์แล้วต้องลองใช้ทักษะนี้ในดันเจี้ยนลับดูหน่อยแล้ว”
เขานึกคิดอย่างคาดหวังจากนั้นก็ตรวจสอบผลประโยชน์ที่ได้รับของตัวเอง
ปิงชิงตอนนี้ได้เข้าสู่ช่วงวัยหนุ่มสาวและผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือเขาเองที่เป็นเจ้าของ
เพราะสัตว์อสูรในแต่ละครั้งที่เลื่อนระดับการเติบโตสัดส่วนคุณสมบัติที่ส่งกลับมาให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในช่วงวัยหนุ่มสาวสัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 20% โดยตรง
ในตอนนี้
เมื่อหวังเฉินคิดในใจข้อมูลคุณสมบัติของเขาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[ชื่อ: หวังเฉิน]
[อาชีพ: ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์]
[เลเวล: 45]
[พรสวรรค์: ดวงใจแห่งสรรพสัตว์ (SSS), หลอมรวมสัตว์อสูร(เทพ)]
[ทักษะ: ศาสตร์ควบคุมอสูร (S), ศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์อสูร(B), ศาสตร์วิเคราะห์สายเลือด (เทพ), พันธสัญญาอัญเชิญ(B), คมดาบพริบตา (D), วิชาลมวายุคลั่ง(C), คลุ้มคลั่งกระหายเลือด (B), ศาสตร์เสริมพลังสัตว์อสูร(B)]
[พลัง: 740 + 530 แต้ม]
[สติปัญญา: 810 + 100 แต้ม]
[พละกำลัง: 740 + 350 แต้ม]
[ความว่องไว: 750 + 5 + 250 แต้ม]
[แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 350 แต้ม]
...
ในตอนนี้ด้วยคุณสมบัติที่ปิงชิงส่งกลับมา 20% หากไม่รวมการเพิ่มพลังจากอุปกรณ์คุณสมบัติทั้งสี่ด้านของหวังเฉินก็ทะลุ 700 แต้มไปแล้วและสติปัญญาที่สูงสุดก็เกิน 800 แต้ม
คุณสมบัติที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ทำให้เขามีความสามารถในการต่อสู้กับผู้เปลี่ยนอาชีพระดับสามได้อย่างแท้จริง
“ตอนนี้แม้ไม่ต้องให้ปิงชิงออกโรง ผู้เปลี่ยนอาชีพระดับสามเลเวล 70 ผมก็สามารถจัดการได้แล้ว”
“และหากเจ้าตัวเล็กนี้ลงมือ คาดว่าจะมีเพียงผู้เปลี่ยนอาชีพระดับสามเลเวล 90หรือแม้แต่เลเวล 100 เท่านั้นที่จะสามารถต้านทานได้!”
หวังเฉินกำหมัดแน่นสัมผัสถึงพลังในร่างกาย ดวงตาเป็นประกาย
การพัฒนาในครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่ไม่น้อยทีเดียว!
ต้องรู้ไว้ว่าหลังจากผู้เปลี่ยนอาชีพเข้าสู่การเปลี่ยนอาชีพขั้นสามแล้วถือได้ว่าพวกเขาได้เข้าสู่ขอบเขตใหม่แล้ว
บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินยุคปัจจุบันผู้เปลี่ยนอาชีพขั้นหนึ่งและขั้นสองถูกเรียกรวมกันว่าผู้เปลี่ยนอาชีพระดับต่ำโดยมีตราสัญลักษณ์คือ สีเหล็กดำและทองแดง
แต่เมื่อถึงขั้นสามและขั้นสี่ผู้เปลี่ยนอาชีพจะถือว่าได้ก้าวข้ามสู่ระดับสูงขึ้น โดยมีตราสัญลักษณ์สีเงิน
เช่นเดียวกับที่อุปกรณ์เมื่อเข้าสู่ระดับเงินจะมีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งขึ้นมาก ผู้เปลี่ยนอาชีพเมื่อเข้าสู่ขั้นสามความแข็งแกร่งของพวกเขาก็จะมีการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เพราะในขั้นสามผู้เปลี่ยนอาชีพจะรวบรวมกายาเงินหลังจากเปลี่ยนอาชีพแล้ว
และทุกครั้งที่เลื่อนระดับคุณสมบัติและแต้มทักษะที่ได้รับจะเป็นสองเท่าจากเดิมซึ่งจะเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้เมื่อหวังเฉินโจมตีโจวจื่อป๋ออย่างไม่ทันตั้งตัวในโรงเรียนมัธยมปลายจึงทำให้ผู้คนตกตะลึงสุดขีด
กล่าวได้ว่าหลังจากเปลี่ยนอาชีพขั้นสามผู้เปลี่ยนอาชีพจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติอย่างเป็นทางการ
จากกายาเงินในขั้นสามและขั้นสี่ไปสู่จิตใจทองคำในขั้นห้าและขั้นหก และต่อด้วยเจตจำนงเพชรในขั้นเจ็ด...
ในแต่ละขั้นความแข็งแกร่งจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
“กี๊ซ... เจ้านายเจ้าคะ?”
ในขณะที่หวังเฉินกำลังตื่นเต้นกับคุณสมบัติที่ได้รับการพัฒนาของตัวเองเสียงเล็กๆ ของสาวน้อยก็ดังเข้าสู่โสตประสาทของเขาของเขา
เมื่อได้ยินเช่นนั้นร่างกายของเขาก็แข็งทื่อ และเงยหน้าขึ้นไปมองมังกรตัวมหึมาตนหนึ่ง
“ปิงชิง? แกพูดได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
เขาพูดด้วยความไม่เชื่อเล็กน้อย
“แน่… แน่นอน เจ้านาย ข้าเหมือนจะเก่งขึ้นมากเลยเจ้าค่ะ!”
เมื่อกลับสู่สภาพปกติเจ้าปิงชิงตัวน้อยก็บินมาเกาะไหล่ของหวังเฉินใบหน้าน่ารักของมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ในตอนแรกมันยังพูดติดขัดแต่สุดท้ายก็พูดได้คล่องขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าคือพญามังกรเหมันต์ มังกรผู้ยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่ง มีปิงชิงก่อนแล้วจึงมีฟ้าดิน!”
เจ้าตัวเล็กกระโดดไปมาบนไหล่อย่างฮึกเหิมราวกับว่าไม่มีใครเทียบได้
เมื่อเห็นภาพนี้หวังเฉินที่กำลังดีใจก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง!
ให้ตายสิ!
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
ดูท่าเจ้านี่จะเป็นสาวน้อยจอมป่วนในร่างมังกร!
รู้อย่างนี้ไม่น่าให้เจ้าตัวเล็กนี่ดูโทรทัศน์เลยเอาแต่เรียนรู้เรื่องอะไรไร้สาระมา
“โฮ่งๆ!”
เมื่อเห็นพี่สาวกำลังยกหางโอ้อวดตัวเองเช่นนั้นจิ้งจอกเก้าหางเทวะซูซูที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของหวังเฉินก็ร้องออกมาด้วยความอิจฉา
“ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานก็ถึงตาซูซูเลื่อนระดับแล้ว”
เมื่อหวังเฉินสัมผัสได้ถึงความรู้สึกน้อยใจที่ส่งผ่านพันธสัญญาเขาก็รีบปลอบโยน
“ฮิฮิ เจ้า... เจ้านาย ข้าจะไปตรวจร่างกายให้น้องสาวแล้วนะเจ้าคะ”
เจ้าปิงชิงตัวน้อยหลังจากสำรวจตัวเองด้วยความหลงใหลเสร็จสิ้นก็กระพือปีกพากระซูซูหายไปในพริบตา
ในไม่ช้าเจ้าตัวเล็กทั้งสองก็หยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของสนามฝึกซ้อม
ปิงชิงกางปีกออกอย่างลับๆบังตัวซูซูไว้
“เร็วเข้า เร็วเข้า รีบแปลงร่างเป็นคน แล้วให้พี่สาวดูหน่อย”
เจ้าตัวเล็กมีใบหน้าตื่นเต้นดวงตาสีน้ำเงินเข้มสวยงามเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ไม่ไกลนัก
หวังเฉินได้ยินเสียงที่มุมห้องก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นกุมหน้าผากแล้วถอนหายใจยาว
รู้สึกเหมือนเจ้าปิงชิงตัวเล็กนี่จะเติบโตไปในทางแปลกๆซะแล้ว!
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
หวังเฉินตื่นขึ้นมาหลังจากที่ซือถูอวี้ปลุกไปทานอาหารเช้าทั้งสองก็มุ่งหน้ามายังมหาวิทยาลัยเหยียนหลงตรงหน้าอาคารเรียนที่ดูราวกับจะสูงเสียดฟ้า
เมื่อมองอาคารเรียนแห่งนี้ในระยะใกล้ทั้งคู่ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเก่าแก่และหนักแน่นรอยดาบและขวานที่ปรากฏอยู่บนพื้นผิว ยิ่งทำให้พวกเขาเหมือนได้กลิ่นเลือดและไฟ
“ยิ่งใหญ่จริงๆ!”
ยืนอยู่ใต้อาคารเรียนหวังเฉินต้องพยายามอย่างสุดความสามารถจึงจะมองเห็นยอดแหลมของอาคารเรียนได้และในขณะนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตัวเองเล็กนิดเดียว
“หวังเฉิน...”
“ฉันได้ยินมาว่าอาคารแห่งนี้ไม่ใช่แค่อาคารเรียนของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงเท่านั้นแต่ยังเป็นหนึ่งในศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ค้ำบัลลังก์เก้าชิ้นของหลงกั๋วนั่นคือป้อมปราการมังกรเพลิง!”
ซือถูอวี้ที่อยู่ข้างๆกล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกท่วมท้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความปรารถนาและใฝ่ฝัน