ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 84 ในรถม้า

    บทที่ 84 ในรถม้า


       “เอาล่ะ พวกนายขึ้นไปนั่งในรถม้าได้แล้ว รถม้านี้จะพาพวกนายไปยังสถานที่ที่เกิดรอยแยกมิติ ฉันขอเตือนพวกนายเป็นครั้งสุดท้ายว่าไปถึงแล้วพยายามอย่าทำตัวโง่ๆเด็ดขาด” ชายระดับหนึ่งซึ่งถูกส่งมาโดยพวกระดับสูงกล่าวเตือน พวกโจรเร่งรีบพยักหน้ารับ ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นบอก เมื่อถึงสถานที่ที่เกิดรอยแยกมิติพวกมันย่อมไม่กล้าทำตัวโง่ๆอยู่แล้ว หากมันทำตัวโง่ๆโอกาสตายของพวกมันจะสูงขึ้น พวกมันไม่ต้องการตาย


       “ต่อแถวขึ้นรถม้า” หลังจากรออยู่นานสายฝนก็ได้ขึ้นรถม้าคันที่สามสิบหก รถม้าคนนี้สามารถบรรจุคนได้ห้าคน ในรถม้านอกจากสายฝนกับรินแล้วที่เหลือเป็นโจรทั้งนั้น พวกโจรทั้งสามคนจ้องมาทางรินอย่างไม่วางตา ไม่แปลก ความสวยของรินน่ะระดับเดียวกับฮันน่า ถ้าพูดถึงเรื่องเสน่ห์ด้วยรินจะชนะฮันน่าอย่างแน่นอน เสน่ห์ของรินมากกว่าฮันน่าหลายเท่า


       ‘เพราะแบบนี้ไงฉันถึงได้บอกว่ารินน่ะคือตัวปัญหา’ สายฝนคิดพลางทำตัวให้เหมือนอากาศว่างเปล่า เขากลัวว่าต่อจากนี้ตนเองอาจเข้าไปยุ่งในเรื่องยุ่งยากน่าปวดหัว สายฝนเคยเห็นในนิยายมาบ่อยแล้ว การอยู่กับสาวสวยมันไม่ใช่เรื่องดีเลย เขาคิดเช่นนั้น ในสายตาผู้ชายคนอื่นการได้อยู่กับผู้หญิงสวยๆถือว่าเป็นเรื่องดีแม้ว่าจะต้องเจอกับปัญหาก็ตาม ทว่าในสายตาสายฝนน่ะไม่ เขาคิดว่าการอยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพังเป็นอะไรที่มีความสุขมากที่สุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร ไม่จำเป็นต้องระมัดระวังตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเข้าไปพัวพันปัญหาเรื่องความสัมพันธ์


       “...” กับสายตาของโจรทั้งสามรินไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย มันไม่ใช่ว่าเธอจะไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน ด้วยความสวยของเธอมันเป็นเรื่องปกติที่จะเจอแบบนี้ รินเจอเหตุการณ์คล้ายๆกันนี้แทบทุกวัน เพราะแบบนั้นเธอจึงชินชากับมันแล้ว


       เห็นรินไม่สนใจการกระทำของตน โจรคนหนึ่งในรถม้าซึ่งนั่งใกล้ๆรินก็รู้สึกกล้าหาญมากกว่าเดิม มันเอื้อมมือมือไปทางต้นขาริน ต้องการลวนลามเธอ แต่มีหรือที่รินจะให้มันลวนลาม? รินรีบขยับตัวเข้าใกล้สายฝนและกล่าวว่า “นายต้องช่วยฉันนะ?” พร้อมทำสายตาน่าสงสารใส่เขา


       ‘บ้าเอ้ย! ผู้หญิงคนนี้จงใจแกล้งฉัน ทั้งๆที่เห็นอยู่ชัดๆว่าเธอสามารถจัดการโจรทั้งหมดบนรถม้าคันนี้ได้แต่เธอกลับไม่ทำแบบนั้น เธอขยับเข้าใกล้ฉันเพราะต้องการให้ฉันจัดการกับปัญหาที่น่าปวดหัว’ สายฝนถึงกับหัวเสีย ใครจะคิดล่ะว่าเพื่อนร่วมงานคนใหม่จะโยนปัญหาน่ารำคาญแบบนี้มาให้กับเขา ช่างเป็นผู้หญิงที่อันตรายจริงๆ


       ‘ผู้หญิงแต่ละคนที่ฉันเจอต่างก็ไม่ธรรมดากันทั้งนั้น ทำไมฉันไม่เคยเจอผู้หญิงธรรมดาบ้างเนี่ย? คนแรกที่เจอก็อัจฉริยะเกิน คนที่สองก็น่ารำคาญเกิน คนที่สามก็อันตรายเกิน’ สายฝนถอนหายใจ เหมือนกับว่าพระเจ้าจะไม่พอใจเขานัก


       “ก็ได้ ฉันจะช่วยเธอเอง” อีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมงานของเขา ถึงสายฝนจะรู้สึกหัวเสียแต่เขาก็ต้องทน หากไม่ใช่เพราะว่ารินมีความรู้มากมายที่เขาไม่รู้สายฝนคงไม่สนใจเธอไปแล้ว อย่าว่าแต่ร่วมมือเลย ให้เข้าใกล้สายฝนยังไม่อยากเข้าใกล้ด้วยซํ้า


       “นายจะทำอะไรเธอน่ะ?” แม้ว่ารินจะขยับเข้ามาใกล้สายฝนแล้ว โจรคนนั้นก็ยังไม่ยอมหยุด มันขยับเข้าใกล้รินและพยายามทำแบบเดิม เห็นการกระทำของฝ่ายตรงข้ามสายฝนจึงจำเป็นต้องพูดขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก


       “นายมายุ่งอะไรกับเรื่องที่ฉันทำวะ? อยากโดนต่อยรึไง?” โจรคนนั้นกล่าว นํ้าเสียงที่มันใช้เต็มไปด้วยความอวดดี ขณะกล่าวมันก็มองไปที่สายฝนด้วยสายตาไม่สบอารมณ์นัก เห็นท่าทางดูถูกของสายฝนมันก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ยิ่งกว่าเดิม มันเกือบจะได้จับต้นขาขาวๆแล้วแท้ๆทว่าดันถูกไอ้บัดซบที่ไหนไม่รู้มาขัด แถมฝ่ายนั้นยังดูถูกมันอีก นี่จะไม่ทำให้มันไม่พอใจได้อย่างไร?


       “นายกล้าเหรอ? ระดับหนึ่งคนนั้นก็เตือนนายแล้วนะว่าอย่าทำตัวโง่ๆ การที่นายต่อยฉันมันก็เท่ากับทำร้ายพวกตัวเอง นายอยากเป็นไอ้โง่คนแรกที่ทำเรื่องโง่ๆหรือ” คิดตามที่สายฝนพูดโจรคนนั้นมันก็พบว่าอีกฝ่ายน่ะพูดถูกจริงๆ มันรีบเก็บมือตนเองกลับไป มองสายฝนอย่างไม่เป็นมิตรนักก่อนขยับออกห่างจากร่างริน


       “ครั้งหน้าฉันจะไม่ช่วยเธออีกแล้วแม้ว่าพวกเราจะเป็นเพื่อนร่วมงานกันก็ตาม การที่เธอโยนปัญหาของตัวเธอมาให้ฉันแบบนี้ฉันรู้สึกไม่ชอบ ฉันมีขีดจำกัดอย่าท้าทายความสามารถการอดทนของฉัน จำเอาใว้ ครั้งนี้ฉันอารมณ์ค่อนข้างดีเพราะงั้นจะปล่อยเธอไปก่อนแล้วกัน” สายฝนเตือน เขาหวังว่าเธอจะไม่ทำแบบนี้กับเขาอีกในอนาคตเพราะเขาน่ะมีขีดจำกัด หากเขาถึงขีดจำกัดเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็น คนแก่ เด็กเล็กหรือผู้หญิง สายฝนก็สามารถสังหารได้หมด สายฝนไม่คิดว่าตนเองเป็นคนดี มีคนดีที่ไหนกันที่สามารถสังหารคนได้โดยไม่กระพริบตา?


       “ปล่อยฉันไปก่อน? ถ้างั้นหากครั้งหน้าฉันทำแบบนี้อีกนายจะทำอะไรกับฉันล่ะ? หรือว่า…” ก่อนที่รินจะพูดจบ สายฝนก็กล่าวตัดบท “ฉันบอกเธอไปแล้วไงว่าอย่าท้าทายความอดทนของฉัน ฉันไม่ได้มีความอดทนมากมายอะไร นี่คือคำเตือนสุดท้าย ถ้าฉันลงมือทำร้ายเธออย่าหาว่าฉันไม่เตือน”


       สุดท้ายรินก็ยอม เธอพูดว่า “ก็ได้ ฉันจะไม่แกล้งนายอีกแล้ว แกล้งแค่นิดหน่อยก็ไม่ได้” ท้ายประโยครินพูดเบามาก เวลานั้นสายฝนไม่ได้ยินมัน ไม่สิ พูดให้ชัดๆคือเขาไม่สนใจมันมากกว่า สิ่งที่เขาสนใจตอนนี้คือด้านนอกรถม้า


       ตรงที่สายฝนนั่งอยู่มันติดกับหน้าต่างรถม้าพอดีจึงเป็นผลให้เขาสามารถมองด้านนอกผ่านช่องหน้าต่างได้ ไม่ว่าจะดูสักกี่ครั้งสายฝนก็อดรู้สึกอัศจรรย์ใจไม่ได้ สมแล้วที่ดาวดวงนี้มีพลังเหนือธรรมชาติ ถึงดาวดวงนี้มันจะมืดและให้ความรู้สึกน่ากลัวไปหน่อยแต่ทิวทัศน์มันก็สวยจริงๆ


       ฟิ้ว~


       สายลมเย็นๆพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างโดนตัวสายฝน ขณะนั้นเขากำลังคิดบางอย่างในใจอยู่โดยไม่สนใจริน ‘เมืองผีเสื้อราตรี? ถ้าชีวิตฉันสามารถอยู่ได้เกินสามปี ฉันจะไปที่นั่น เห็นฮันน่าบอกว่าเมืองนั้นสวยงาม ฉันล่ะรู้สึกอยากเห็นจริงๆ’ สายฝนคิดว่าช่วงนี้น่ะเขาจริงจังเกินไป ไม่ค่อยได้พักผ่อนมากเท่าที่ควร ในหัวของเขามีแต่คำว่าฆ่า ฆ่า และก็ฆ่า หากเขายังจริงจังแบบนี้ต่อไปจิตใจเขาคงไม่อาจทนต่อได้


       “เฮ้ออ~ ฉันยังเหลือเวลาอีกสามปีกว่าจะตาย การจริงจังเกินไปในบางครั้งมันอาจไม่ส่งผลดีต่อตัวฉัน การผ่อนคลายก็เป็นสิ่งสำคัญในการทำบางอย่างให้สำเร็จเช่นกัน” สายฝนถอนหายใจและพึมพำกับตนเองด้วยเสียงเบาที่สุด พูดน่ะมันง่ายแต่ทำน่ะมันยาก จะไม่ให้จริงจังได้ไงในเมื่อเขารู้สึกอยู่ทุกวินาทีว่าเวลาชีวิตเขากำลังลดลงเรื่อยๆ แถมร่องรอยการรักษาวิญญาณก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วด้วย


    ---


    จบบทที่ 84 ในรถม้า


    คล้ายกับเรื่องประตูเส้นทางโบราณ ที่คุณอ่าน