“พี่หลี่เฉียง ท่านก็ไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าก็จะนอนพักต่อแล้วเหมือนกัน” โจวหยวนเฉิงพูดกับฝูหลี่เฉียงอย่างสุภาพ เพราะโจวหยวนเฉิงในชาติที่แล้วเป็คนสุภาพและพูดเพราะ นิสัยดีๆ อย่างนี้จึงติดตัวเขามาด้วย
แต่ผู้ฟังอย่างฝูหลี่เฉียงได้แต่ขมวดคิ้ว เพราะทุกครั้งที่นายน้อยเรียกเขาพี่ ก็มักจะมีเื่ยุ่งๆ ตามมาเสมอ
“นายน้อย ท่านไม่ต้องมาเรียกข้าอย่างนี้เลย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ท่านจะมาสร้างปัญหาอีกแล้ว ข้าถามจริงๆ เถอะ ท่านไม่สงสารนายท่านบ้างเลยหรือ หากครั้งนี้นายท่านซื้อหยกให้จริงๆ เห็นทีบ้านเราคงไม่มีอะไรจะกินกันแล้วล่ะ”
“บ้านเราจนมากเลยหรือ”
ฝูหลี่เฉียงกลอกตาไปมา “ยังมีตรงไหนที่ดูไม่ออกอีกหรือ ข้าว่าวัดร้างนอกเมืองยังดูดีกว่าบ้านเราตอนนี้เสียอีก”
“ท่านอยากเป็พี่ชายของข้าไหม” โจวหยวนเฉิงเปลี่ยนคำถาม
“ข้าเกิดก่อน ข้าย่อมเป็พี่ชายอยู่แล้ว”
“ถ้าเช่นนั้น ต่อไปท่านก็เรียกชื่อข้าตรงๆ ได้เลยหรือจะเรียกข้าว่าน้องรองก็ได้ ไม่ต้องเรียกข้าว่านายน้อยอีกแล้ว ส่วนข้าก็จะเรียกท่านว่าพี่ใหญ่ ตกลงตามนี้นะ”
โจวหยวนเฉิงพูดจบก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะตัวเองไว้ เขามีเหตุผลในการทำเช่นนี้ หนึ่งคือเมื่อชาติที่แล้วเขาไม่มีพี่น้อง ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและเหงามาก ยิ่งเมื่อเวลามีปัญหา เขาก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปปรึกษาใคร ยกฝูหลี่เฉียงให้ขึ้นมาเป็พี่ชายจะดีที่สุด และสองเพราะฝูหลี่เฉียงกับลุงฝูไม่ได้มีสัญญาทาสกับครอบครัวของเขา ดังนั้นโจวหยวนเฉิงจึง้าเปลี่ยนสถานะให้พวกเขาจากคนรับใช้มาเป็ญาติแทน ด้วยสถานะนี้ในอนาคตฝูหลี่เฉียงก็จะไม่โดนใครดูถูกได้
ผ่านไปสองวันโจวหยวนเฉิงจึงมีแรงลุกลงจากเตียง สิ่งแรกที่เขาทำคือต้องไปพบบิดาและขอให้ท่านรับพี่หลี่เฉียงเป็บุตรบุญธรรมให้ได้
“ท่านพ่อ” โจวหยวนเฉิงเรียกชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานที่นั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหาร
“เ้าหายดีแล้วใช่หรือไม่ ประเดี๋ยวกินข้าวเสร็จ พ่อจะพาเ้าไปเลือกซื้อจี้ห้อยเอวอันใหม่”
โจวหยวนเฉิงรู้สึกผิดแทนเ้าของร่างเดิมอยู่ในใจ ‘เด็กน้อยเอ๋ย ดูสิ่งที่เ้าทำเถิด แค่จี้ห้อยเอวอันเดียว พ่อเ้าถึงกับจะเอาเงินเก็บของครอบครัวออกมาใช้แล้ว’
“ข้าไม่อยากได้จี้ห้อยเอวนั่นแล้วล่ะท่านพ่อ แต่ข้ามีเื่สำคัญเื่หนึ่งที่อยากจะขอร้องท่าน”
“เื่สำคัญ ไม่ใช่เื่ร้ายแรงอะไรใช่หรือไม่ หยวนเฉิงเ้ารีบบอกพ่อมา เ้าไปก่อเื่อะไรไว้” โจวสือชวินรีบร้อนถามลูกชาย
โจวหยวนเฉิงได้แต่แอบถอนหายใจ สงสัยว่าเ้าเด็กน้อยนี่จะเป็ตัวปัญหาในบ้านที่แท้จริง “ข้าอยากมีพี่ชาย ดังนั้นท่านพ่อ ท่านรับพี่หลี่เฉียงมาเป็บุตรบุญธรรมของท่านเถอะ ทำอย่างนี้ข้าก็จะมีพี่ชายแล้ว”
โจวสือชวิน ลุงฝู และฝูหลี่เฉียงได้แต่อึ้งไป โดยเฉพาะฝูหลี่เฉียง เขาไม่คิดว่าที่นายน้อยโจวหยวนเฉิงพูดในวันนั้น นายน้อย้าที่จะทำมันจริงๆ ฝูหลี่เฉียงรีบหันไปมองหน้าบิดาของตัวเองว่าเขาไม่รู้เื่นี้ด้วยเลย
“ทำอย่างนี้ไม่ได้นะขอรับนายน้อย พวกเราพ่อลูกเป็แค่บ่าวในเรือน เราจะกล้าเอาตัวเองขึ้นไปเทียบกับเ้านายอย่างพวกท่านได้อย่างไร” ลุงฝูเป็คนแรกที่ไม่เห็นด้วย
“ลุงฝูไม่ได้มีสัญญาทาสกับที่บ้านของข้าเสียหน่อย หรือว่าลุงฝูรังเกียจข้า ไม่อยากนับญาติกับข้า แล้วก็ไม่อยากให้พี่หลี่เฉียงเป็พี่ชายของข้าใช่หรือไม่” โจวหยวนเฉิงแสร้งทำเสียงเศร้า ทั้งที่ในใจของเขานั้นกำลังคิด ‘ซีรีส์ก็ได้ดู นิยายก็ได้อ่าน แค่แกล้งทำเสียงเศร้าแค่นี้ไม่เห็นจะยาก’
“ไม่ใช่นะขอรับนายน้อย ข้าไม่เคยรังเกียจนายน้อย เพียงแต่จะให้หลี่เฉียงขึ้นไปเป็บุตรบุญธรรมของนายท่านนั้น ข้าเห็นว่ามันไม่เหมาะสม” ลุงเฉียงรีบอธิบายเพราะกลัวนายน้อยสุดที่รักจะไม่พอใจ
“ท่านพ่อ ท่านเห็นด้วยกับที่ข้าเสนอหรือไม่ขอรับ” โจวหยวนเฉิงไม่สนใจลุงฝูแต่หันไปถามบิดาแทน
“เ้าของบอกเหตุผลมาให้พ่อฟังก่อน ว่าทำไมเ้าถึงอยากให้หลี่เฉียงมาเป็พี่ชายของเ้า”
“ท่านพ่อ เป็เพราะท่านแม่จากพวกเราไปั้แ่ข้ายังเล็ก ทำให้ข้าไม่มีพี่น้องเหมือนครอบครัวอื่นเขา บางครั้งข้าก็เหงามาก จริงอยู่ที่ท่านพ่อกับลุงฝูคอยให้พี่หลี่เฉียงมาอยู่ข้างกายข้า แต่เขาก็ปฏิบัติกับข้าเหมือนกับนายน้อยไม่ใช่น้องชาย ข้าจึงเห็นว่าถ้าท่านพ่อรับพี่หลี่เฉียงมาเป็บุตรบุญธรรม พี่หลี่เฉียงก็จะมาเป็พี่ชายที่แท้จริงของข้า ข้าอยากให้เขาปฏิบัติกับข้าเหมือนน้องชายที่แท้จริงเช่นกัน อีกอย่างลุงฝูก็ดูแลข้ามาั้แ่ยังเล็ก ข้าก็อยากให้ลุงฝูมาเป็คนในครอบครัวเหมือนกัน ท่านพ่อั้แ่ข้าเกิดมาข้าก็มีแค่ท่าน ลุงฝู แล้วก็พี่หลี่เฉียง ที่คอยปกป้องคุ้มครองข้ามาตลอด ข้าแค่อยากให้พวกเราอยู่ด้วยกันเหมือนครอบครัวไม่เหมือนนายกับบ่าว ข้าขอแค่นี้ไม่ได้หรือขอรับ” โจวหยวนเฉิงพูดเหตุผลยาวเหยียด แต่เหตุผลนี้ก็ทำเอาคนฟังทั้งปลื้มใจและซาบซึ้ง
“อาฝู เหตุผลที่หยวนเฉิงพูดมานั้นก็ไม่ผิด แต่เดิมข้าก็เลี้ยงดูหลี่เฉียงมาเหมือนลูกของข้าคนหนึ่งอยู่แล้ว อีกทั้งข้ากับเ้าก็เติบโตมาด้วยกันเหมือนพี่กับน้อง เื่ที่หยวนเฉิงเสนอมานั้น ข้าเห็นด้วยและยินดีมากที่หลี่เฉียงจะมาเป็ลูกชายของข้าอีกคนหนึ่ง แต่เื่นี้ถือเป็เื่ใหญ่ที่เ้าจะต้องตัดสินใจแทนหลี่เฉียง ข้าจะไม่บังคับเ้า แต่ข้าขอถามเ้าว่าเ้าจะยอมยกลูกชายของเ้าให้มาเป็ลูกชายของข้าหรือไม่”
“นายท่าน ไม่มีสิ่งใดที่ข้าจะยินดีไปมากกว่านี้อีกแล้วขอรับ นี่ก็ถือเป็วาสนาที่ดีของหลี่เฉียงเองด้วย หากนายท่านไม่รังเกียจความต่ำต้อยของพวกข้า ข้ายินดียกหลี่เฉียงให้เป็บุตรชายของท่าน แม้แต่ให้เขาเปลี่ยนไปใช้แซ่ของท่าน ข้าก็ยินดีขอรับ”
“ลุงฝู หากพี่หลี่เฉียงเปลี่ยนมาใช้แซ่ของบิดาข้า แล้วท่านเล่า ท่านจะไม่เหลือผู้สืบทอดสกุลของท่านอีกแล้วนะขอรับ” โจวหยวนเฉิงถาม
“แต่เดิมข้าก็เป็คนไม่มีชื่อแซ่ของตัวเองอยู่แล้วขอรับ ตอนนั้นนายท่านใหญ่เก็บข้ามาเลี้ยงถึงได้ตั้งชื่อให้ข้า เพราะฉะนั้นหลี่เฉียงก็ไม่จำเป็ต้องมาสืบทอดสกุลนี้ต่อจากข้าหรอกขอรับ”
“หลี่เฉียง เ้ารีบไปยกน้ำชามาให้พ่อ” โจวสือชวินสั่งเสียงดังเหมือนกับกลัวว่าฝูเจาจะเปลี่ยนใจ เพราะฝูเจาคอยอยู่ข้างกายเขามานาน สายสัมพันธ์เหมือนพี่กับน้องก็ไม่ปาน ตัวเขาก็ไม่เคยคิดว่าคนข้างกายผู้นี้เป็แค่คนรับใช้ ั้แ่ชีวิตที่รุ่งเรืองจนถึงลำบากลำบนอย่างทุกวันนี้ฝูเจาก็ไม่เคยทิ้งพวกเขาสองพ่อลูกไปไหนเลย การที่จะยกฝูเจาและฝูหลี่เฉียงขึ้นมาเป็คนในครอบครัวด้วยนั้น เขาย่อมยินดีเป็อย่างยิ่ง
หลี่เฉียงได้ยินคำสั่งก็รีบไปยกน้ำชามาคารวะบิดาบุญธรรมให้ถูกต้องตามธรรมเนียมทันที
่สายของวันนั้นโจวสือชวินก็ได้ไปหาหัวหน้าสกุลเพื่อบรรจุชื่อของหลี่เฉียงเข้าไปในทำเนียบของตระกูลโจว อีกทั้งยังไปติดต่อทางการเพื่อเพิ่มชื่อของหลี่เฉียงเข้าไปในทะเบียนราษฎร์อย่างถูกต้องอีกด้วย นับจากวันนั้นหลี่เฉียงก็เปลี่ยนมาใช้แซ่โจว กลายเป็โจวหลี่เฉียงคุณชายใหญ่ของบ้านโจว และลุงฝูก็ถูกยกให้เป็ลุงใหญ่ของบ้านไปด้วยอีกคนหนึ่ง