ฉินจุนมองเห็นการกระทำทุกอย่างของปี้อัน แต่ถึงจะเห็นเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดีเพราะยังมีค่ายกลป้องกันขวางกันเขาอยู่นั้นเอง
หลังจากการทำลายจี้หยกของปี้อันนั้นก็ได้ปรากฏร่างของชายชราออกมา ฉินจุนได้รอบมองชายชราคนนั้นเขารู้ได้ทันทีว่านี้มันไม่ใช่ร่างจริงของคนผู้นี้ แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวดวงวิญญาณเล็กน้อยของเจ้าของร่างเพียงเท่านั้น เศษเสี้ยวดวงวิญญาณเพียงเท่านี้มันไม่ได้ส่งผลอะไรต่อร่างหลักเลยแม้แต่น้อยและส่วนมากมันจะถูกบรรจุไว้ในสิ่งของบ้างอย่าง เพื่อให้อาจารย์หรือบิดามารดามอบให้กับคนที่ตนเองจะปกป้องนั้นเอง
ชายชราผู้นั้นมองมาทางฉินจุนจากการชี้ของปี้อัน ฉินจุนสัมผัสขอบเขตของอีกฝ่ายได้ว่าร่างนี้อยู่ขอบเขตเดียวกับเขาเท่านั้น แต่มันก็ยังบอกอีกว่าตัวจริงของร่างนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับราชาศักดิ์สิทธิ์แน่นอน
ฉินจุนได้ยินในสิ่งที่ปี้อันพูดคุยกับชายชราเขาก็รู้ได้ทันทีว่าฐานะของชายชราผู้นี้เป็นถึงผู้อาวุโสหลักของนิกายมารโลหิตกันเลยทีเดียว
หลังจากการพูดคุยกับชายชราผู้นี้กับปี้อันสิ้นสุดลง ชายชราผู้นั้นก็ได้ค่อยๆไม่ปรากฏตัวต่อหน้าฉินจุน ทั้งสองไม่ได้พูดสิ่งใดกันแต่กำลังพินิจพิเคราะห์อีกฝ่ายโดยละเอียดมากกว่า
หลังจากจ้องมองกันอยู่สักประมาณห้าลมหายใจ ชายชราจึงค่อยๆยกยิ้มแล้วพูดขึ้น
"สหายเต๋าเหตุใดผู้แข็งแกร่งเช่นเจ้าถึงได้มารังแกเหล่าเด็กน้อยพวกนี้เล่า" ชายชราเอ่ยขึ้น
"รังแกรึ? ข้าว่าเจ้าคงจะเข้าใจอะไรผิดไปไกลแล้วล่ะ" ฉินจุนตอบกลับ
"หมายความว่าสิ่งใดรึ ข้าเห็นเจ้ากำลังใช่พลังสะกดข่มเหล่าเด็กน้อยเหล่านั้นอยู่ไม่ใช่รึ" ชายชราพูดกลับ
"พวกมันข้างล่างนั้นสังหารคนในตระกูลข้าและปล้นสิ่งของที่ตระกูลข้าใช้จ่ายไปมหาศาลเพื่อได้มันมา เจ้ายังคิดว่าข้ารังแกพวกมันอีกหรือไม่" ฉินจุนสวนกลับ
"สหาย เรื่องนี้แน่นอนว่าคนข้างล่างนั้นผิด แต่เจ้าก็ไม่เห็นจะต้องโกรธถึงเพียงนั้นเลยก็ได้ เอาอย่างงี้เป็นไงข้าจะบอกให้คนข้างล่างชดใช้ให้เจ้าอย่างเหมาะสมที่สุดเพื่อให้เจ้าพอใจ" ชายชราตอบอย่างใจเย็น
ถามว่าเขากลัวฉินจุนงั้นรึ เปล่าเลยเขาไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่เขาแค่พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะที่ไม่จำเป็นเท่านั้นเอง ตัวเขาเป็นถึงผู้อาวุโสหลักของนิกายมารโลหิตมีงานรัดตัวมากมาย ส่วนเวลาที่ว่างเว้นเขาก็จะบ่มเพาะเพื่อเพิ่มพูมขอบเขตให้สูงขึ้น อะไรที่เขาคิดว่ามันไร้สาระและไร้ประโยชน์เขาก็จะเลือกที่จะเจรจามากกว่าเพื่อที่มันจะไม่เป็นที่เสียเวลาจนเกินไปนั้นเอง
เขาไม่คิดว่าฉินจุนจะสู้เขาได้ถ้าเขาปรากฏตัวด้วยร่างจริง แต่น่าเสียดายที่นี้เป็นเพียงร่างจำแลงเท่านั้นร่างจำแลงมีระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ครึ่งก้าวราชาศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกับฉินจุนก็จริง แต่ด้วยนี้เป็นเพียงร่างจำแลงเพราะฉะนั้นมันถึงมีข้อจำกัดมากมาย เขากลัวว่าเมื่อเขาต่อสู้ด้วยสถานะเช่นนี้เขาจะไม่สามารถชนะอีกฝ่ายได้และอาจจะทำให้ลูกศิษย์ที่เขาฝึกสอนมาอย่างดีต้องตายลง ปี้อันนั้นเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ดีมากๆคนหนึ่ง เขาจะไม่ยอมให้ความเสี่ยงใดมาทำให้ลูกศิษย์ของเขาอยู่ในอัตรายเด็ดขาด
"ชดใช้รึ? เจ้ารู่รึว่าอะไรทำให้ตัวข้าพอใจ" ฉินจุนกล่าวออกมา
"ข้าก็คงไม่รู้ เจ้าบอกได้รึไม่เล่าว่าตัวเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการชดใช้ในครั้งนี้" ชายชราพูดอย่างใจเย็น
"นั้นสินะ ข้าต้องการอะไรถึงจะพอใจนะ อ้อใช่สิคนในตระกูลข้าตายอย่างนั้นก็ให้ใครซักคนข้างล่างตายดีรึไม่" ฉินจุนพูดอย่างยิ้ม
"สหาย เจ้าอย่างทำเช่นนี้เลยทำไมเราต้องมาฆ่าแกงกันด้วยเล่า สมบัติข้างล่างมีมากมายเจ้าก็จงนำมันกลับไปเถอะถือว่าเป็นการชดใช้" ชายชราเริ่มรู้สึกรำคาญเล็กน้อย
"แต่ตัวข้าอยากได้ชีวิตใครซักคนหรือไม่ทั้งหมดด้านล่างเลยยิ่งดี" ฉินจุนกล่าวออกมาทำให้คนด้านล่างเกิดขนลุกซู่
"สหาย ความอดทนนั้นมีจำกัดข้าเองก็เช่นกัน ข้าว่าพวกเรามาคุยกันด้วยเหตุผลเถอะอย่างได้ให้มันมีเรื่องบานปลายเลยจะดีกว่า" ชายชรากล่าวด้วยเสียงเย็น
"ก็เจ้าเป็นคนพูดเองไม่ใช่รึว่าจะชดใช้ให้ข้า ข้าก็เรียกร้องไปแล้วไงเหตุใดเจ้าถึงคิดว่าข้ากำลังท้าทายความอดทนของเจ้าอยู่กัน" ฉินจุนกล่าวอย่างไม่สนใจแล้วยิ้มออกมา
"พอแล้ว!! ข้าไม่ได้มีเวลามาเล่นกับเจ้าหรอกนะ ถ้าเจ้าจากไปแต่โดยดีข้าจะทำเป็นว่าเรื่องราวในครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้น" ชายชราเริ่มมีน้ำโหกล่าวตวาดเสียงดัง
"ทำไมต้องตะโกนออกมาด้วยเล่า เจ้าพึ่งจะพูดไปเมื่อตะกี้นี้เองนะว่าพวกเราคุยกันด้วยเหตุผล" ฉินจุนทำท่าแคะหูแล้วพูดออกมา
"เจ้าอย่างได้ให้มันมากนัก! ข้าอุตส่าห์ถอยให้เจ้าหลายส่วนแล้วแต่เจ้าก็ยังคงกวนประสาทข้าไม่เลิก ตัวข้าเป็นถึงผู้อาวุโสของนิกายมารโลหิตแต่ต้องลดตัวลงมาพูดคุยเห็บหมัดเช่นเจ้าแบบนี้เจ้าคิดว่าข้าจะรู้สึกเช่นไร!" ชายชรากล่าวด้วยความโมโห
"ก็คง...มีความสุขล่ะมั้ง มีตาเฒ่าคนนึงบอกว่าเวลาคุยกับข้าแล้วมีความสุขเพราะมันไม่เครียดดี" ฉินจุนพูดออกมาด้วยความไร้(ร้าย)เดียงสา
คิ้วของชายชราถึงกับกระตุก เส้นเลือดปูดโปน เขารู้สึงอยากจะฉีกไอ้คนที่อยู่ตรงหน้าออกเป็นชิ้นๆสะเหลือเกินบิดามารดามันสอนให้มันกวนประสาทคนอื่นแบบนี้รึไง
"เจ้าอยากจะมีเรื่องกับข้ามากใช่ไหมไอ้หนู" ชายชรากล่าวขึ้น
"อันที่จริง ข้าก็ไม่ชอบรังแกคนแก่หรอก แต่ลืมไปว่าคนเช่นเจ้ายิ่งแก่ยิ่งเก่งเพราะฉะนั้นความรู้สึกที่ว่ารังแกคนแก่นั้นไม่ดีจึงหายไปจากหัวข้าหมดแล้วล่ะ" ฉินจุนพูดออกมา
"เจ้าชื่อแซ่อะไรบอกมา" ชายชราถาม
"ข้า ฉินจุน ไม่เคยเปลี่ยนชื่อแซ่" ฉินจุนกล่าวอย่างภูมิใจ
"ฉินจุน...ราชาสยบฟ้าฉินจุนน่ะรึ ฮ่าๆๆ แบบนี้เองๆไม่น่าเจ้าถึงปากดีนัก เจ้าคงคิดว่าตนเองแข็งแกร่งมากเลยสินะเอาเถอะเดี๋ยวข้าจะสอนเจ้าให้รู้จักโลกมากขึ้นเอง แล้วเจ้ารู้รึไม่ว่าข้าเป็นใครไอ้หนู" ชายชราพูดขึ้น
"อะไรกัน! นี้เจ้าแก่เลอะเลือนจงจำชื่อตัวเองไม่ได้แล้วรึหรือว่าบิดามารดาไม่ได้ตั้งชื่อให้เจ้า ช่างน่าสงสารยิ่งนักแก่ป่านนี้แล้วยังไม่รู้ชื่อตัวเองอีก" ฉินจุนทำหน้าตกใจแล้วพูดออกมา
"ไอ้บัดซบ!! ข้าจะฆ่าเจ้าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าพูดแบบนี้กับข้าเลยซักคน ฉินจุนวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!!"
ชายชรากัดฟันเสียงดังด้วยความโกรธและกล่าวด้วยความโกรธยิ่งกว่า