บทที่ 24 การเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของราชวงศ์ิ
แม้ว่านี่จะเป็เื่ดี แต่มันก็ทำให้จูซู่ถึงกับตั้งตัวไม่ทัน
แต่เดิมนั้น หากเป็ความเร็วในการฝึกฝนของจูซู่ในตอนนี้ เกรงว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าเดือนจึงจะสามารถฝึกฝนพลังัช้างได้อีกหนึ่งระดับ แม้ว่าจะใช้สมุนไพรช่วยเสริม ก็ยังต้องใช้เวลาสองถึงสามเดือน
วิชาัคชสารปัญญาญาณนี้ แตกต่างจากวิชาอื่น ๆ อย่างมาก จำเป็ต้องฝึกฝนอย่างจริงจังทีละขั้นเท่านั้น การคิดจะใช้ทางลัดอื่น ๆ แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย มิเช่นนั้น จูซู่ก็คงไม่ต้องฝึกฝนมาจนถึงปัจจุบันเพียงแค่ขั้นที่เจ็ดเท่านั้น
“เื่นี้มันเป็อย่างไรกันแน่?”
“หรือว่า เป็เพราะสมุดบันทึก การเขียนบันทึกเพียงเล็กน้อยก็สามารถเพิ่มพูนวรยุทธ์ได้” จูซู่อดสงสัยไม่ได้ นอกจากเหตุผลนี้แล้ว เขาก็นึกไม่ออกว่าจะมีความเป็ไปได้อื่นใดอีก
“หรืออีกเหตุผลหนึ่ง อาจเป็เพราะข้าได้ถ่ายทอดวิชาวิชาัคชสารปัญญาญาณให้แก่จูสยงอิงหลานชายคนโต ทำให้เขารอดพ้นจากแผนการของสกุลลวี่ เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเขา จึงส่งผลให้โชคชะตาของราชวงศ์ิเปลี่ยนไปด้วย”
“ใช่แล้ว!”
“ก่อนหน้านี้ข้าได้ถ่ายทอดไท้เก๊กฉบับพื้นฐานให้แก่พี่เปี้ยว หากเขาฝึกฝนไท้เก๊กนี้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ก็น่าจะช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ไม่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร”
“หากพี่ใหญ่และหลานชายคนโตยังมีชีวิตอยู่ ชะตาของราชวงศ์ิย่อมได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง”
“ในด้านการขยายอาณาเขต พี่ใหญ่อาจสู้พี่สี่ไม่ได้ แต่เขาเป็กษัตริย์ที่เหมาะสมในการรักษาบ้านเมือง ภายใต้การนำของพี่ใหญ่และหลานชายคนโต การพัฒนาของราชวงศ์ิย่อมไม่แย่เกินไป”
“สิ่งสำคัญที่สุดคือ! จูฉีเจิ้น*[1] เทพารุ่นที่สองแห่งราชวงศ์ิ แทบจะไม่มีโอกาสได้ครองราชย์ หากไม่มีเขามาทำลายโชคชะตาของราชวงศ์ิย่อมยืนยาวขึ้นแน่นอน”
จูฉีเจิ้น เทพารุ่นที่สองแห่งราชวงศ์ิ การมีอยู่ของเขาเป็จุดเปลี่ยนของราชวงศ์ิ ก่อนหน้าเขา ราชวงศ์ิถือว่าพัฒนาถึงจุดสูงสุด
สถานการณ์ที่ดีอยู่ตรงหน้า หากเขาไม่ทำอะไรโง่ ๆ การรักษาความรุ่งเรืองของราชวงศ์ิในตอนนั้นไว้ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ใครจะรู้ว่าจูฉีเจิ้น เทพาแห่งราชวงศ์ิจะทำเื่โง่ ๆ เสียได้?
ศึกอัปยศแห่งถู่มู่เป่า*[2]ครั้งนั้น เกือบจะทำให้ราชวงศ์ิล่มสลายไปแล้ว
กองทัพใหญ่ห้าแสนนายของราชวงศ์ิ ถูกเขาทำลายจนหมดสิ้น
อีกทั้งแม่ทัพนายกองส่วนใหญ่ของราชวงศ์ิ ก็ล้มตายในาครั้งนี้
นับแต่นั้นมา ขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ของราชวงศ์ิก็สูญเสียความสมดุลไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เทพาแห่งราชวงศ์ิ จูฉีเจิ้นกลับมาจากการศึกษาที่หว่าล่า การกระทำอันบ้าบิ่นของเขาทำให้ผู้คนทั่วหล้าต้องตะลึงงัน
เขาสังหารอวี๋เชียน ผู้ช่วยกู้ราชวงศ์ิและต่ออายุให้ราชวงศ์อยู่ต่อไปได้อีกสองร้อยปี
การสังหารครั้งนี้!
ทำให้ความจงรักภักดีต่อราชวงศ์ิของเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ถูกตัดขาดลงทันที แม้แต่อวี๋เชียนผู้จงรักภักดีต่อราชวงศ์ิอย่างสุดหัวใจ และทุ่มเทสุดกำลังเพื่อปกป้องราชวงศ์ ยังถูกสังหาร แล้วพวกเขาจำเป็ต้องจงรักภักดีและทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถอีกหรือ!
นับแต่นั้นมา สกุลจูแห่งราชวงศ์ิ ก็สูญเสียจิตใจภัคดีของเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ไป
แต่ตราบใดที่จูเปียวและจูสยงอิงยังมีชีวิตอยู่ เื่เช่นนี้ก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย
“เป็เพราะเหตุผลนี้หรือไม่?”
ยามนี้ จูซู่เริ่มครุ่นคิดในใจ บางทีอาจเป็เพราะชะตาของราชวงศ์ิเฟื่องฟูขึ้น ส่งผลให้ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของข้าเพิ่มขึ้น คิดไปคิดมาก็มีเหตุผลเพียงข้อเดียวเท่านั้น
“หากเป็เช่นนั้น ข้าย่อมมีโอกาสบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบขั้นที่สิบสามอีกครั้ง”
“เช่นนั้นก็ลองดูได้”
“เพียงแต่ไม่รู้ว่า ในระหว่างที่ข้าพยายาม จะถูกกฎ์ของโลกนี้จับตามองเพราะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์มากเกินไป แล้วลงโทษข้าหรือไม่”
จูซู่อดกลัวไม่ได้ ในเมื่อมีชีวิตอยู่ได้ ทำไมจะไม่มีชีวิตอยู่อย่างดีเล่า
“เฮ้อ!” คิดมาถึงตรงนี้ จูซู่อดถอนหายใจไม่ได้ กล่าวว่า “หากระบบยังอยู่ก็คงดี น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าระบบนั่นหายไปไหน”
“แต่จากประสบการณ์ในชาติก่อน ตราบใดที่ไม่ได้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ก็คงไม่ถูกจับตามอง”
“เช่นนั้นก็ค่อยๆ ลองทีละน้อยแล้วกัน”
“ฮ่า ๆ ๆ ทำเช่นนี้แหละ”
“อย่างไรก็ตาม ข้าไม่สามารถเปิดเผยตัวได้ ต้องหาตัวแทนมาพูดแทนเสียก่อน พอดีให้หลานชายจูสยงอิงมาเป็ตัวแทนของข้าก็ได้ คิดว่าฮ่องเต้จูคงจะยินดีมากที่ได้เห็นหลานชายที่รักมีบุคลิกของจักรพรรดิผู้ศักดิ์สิทธิ์!”
“เอาละ ไปนอนกันเถอะ!”
ในเวลาเดียวกัน ณ ตำหนักบูรพา
ในความฝัน จูสยงอิงรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังมาถึง ในชั่วขณะต่อมา เขาลืมตาขึ้นทันที เห็นจูเปียวจ้องเขาด้วยสีหน้าเ็า มือถือไม้เรียวอยู่ และฟาดลงบนก้นน้อย ๆ ของเขา
“โอ๊ย! ท่านพ่อ ท่านจะทำอะไร?” จูสยงอิงสะดุ้งโหยง ะโลงจากเตียง หากเขาไม่ได้ตอบสนองเร็วเช่นนี้ คงถูกจูเปียวฟาดไปแล้ว
“ข้าจะทำอะไรน่ะรึ? จูสยงอิง เ้าบุตรอกตัญญู ข้าอยากถามเ้าว่าเ้าคิดจะทำอะไร? ข้าไม่คิดว่าเ้าจะกล้าถึงเพียงนี้ กล้าหนีเรียน แถมยังหนีไปทั้งวัน แค่นี้ก็แย่พออยู่แล้ว ยังกล้าพูดจาไม่เคารพกับอี๋เหนียงของเ้าอีก ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงมีบุตรอกตัญญูเช่นเ้า”
“มานี่เดี๋ยวนี้” จูเปียวตวาดเสียงดัง รู้สึกผิดหวังในตัวจูสยงอิงเหลือเกิน มีคนมากมายที่อยากเรียนแต่ไม่มีโอกาส แต่จูสยงอิง เ้าเด็กคนนี้มีทรัพยากรที่ดีที่สุดของต้าิอยู่ตรงหน้า กลับไม่รู้จักทะนุถนอม ยังกล้าหนีเรียนอีก
เมื่อได้รับรู้ข่าวนี้จากปากของนางลวี่ จูเปียวก็รู้สึกโกรธเป็อย่างยิ่ง
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาคว้าไม้หวายขึ้นมา เตรียมจะเดินไปเฆี่ยนจูสยงอิง
“ข้าไม่!” จูสยงอิงส่ายหน้า รีบถอยห่างจากจูเปียวทันที แล้วกล่าวว่า “ท่านพ่อ ท่านคิดว่าข้าโง่หรือ! ถ้าข้าเข้าไปใกล้ ท่านก็จะเฆี่ยนข้าจนตายน่ะสิ!”
“เ้าว่ากระไรนะ? จูสยงอิง เ้าบุตรอกตัญญู เ้า้าให้ข้าโกรธตายใช่ไหม?” จูเปียวกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
“ฮึ!” จูสยงอิงแค่นเสียงเบา ๆ แล้วพูดว่า “ท่านพ่อ ถ้าข้าทำผิดจริง ท่านจะเฆี่ยนข้า ข้าก็ยอมรับ แต่เื่วันนี้ ข้าไม่ได้ทำผิด ท่านไม่สามารถเฆี่ยนข้าได้”
“อะไรนะ? เ้ายังไม่ยอมรับผิดอีก วันนี้ข้าจะเฆี่ยนเ้าให้ตาย” จูเปียวตวาดเสียงดัง พลางพุ่งเข้าไปหมายจะจับตัวจูสยงอิงไว้
หากเป็จูสยงอิงคนเดิม บางทีอาจถูกจูเปียวจับตัวไว้ได้จริง ๆ แต่จูสยงอิงในตอนนี้ไม่ใช่จูสยงอิงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แม้เพิ่งเริ่มฝึกฝนไปไม่นาน แต่พละกำลังของเขาก็มากกว่าเดิมไม่น้อย ทั้งยังมีความฮึกเหิมเต็มเปี่ยม
ครั้งนี้ เขาจึงสามารถถอยห่างออกจากจูเปียวได้
“เ้าบุตรทรยศ!”
“เ้าบุตรทรยศ!”
จูเปียวตวาดเสียงเย็น “หยุดอยู่กับที่เดี๋ยวนี้ เ้าได้ยินข้าหรือไม่”
“ฮึ!” จูสยงอิงกล่าวอย่างดูแคลนทันที “ท่านพ่อ ท่านคิดว่าข้าโง่งั้นหรือ! ให้ข้าหยุดก็ได้ แต่ท่านต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ทุบตีข้า ว่าอย่างไร”
“เ้าบุตรชาติชั่ว!”
“ใครอยู่แถวนี้บ้าง! จับตัวไอ้บุตรทรยศนี่มา” จูเปียวะโเสียงเย็น ในทันใดนั้น ทหารรักษาการณ์ของวังบูรพาก็กำลังจะเข้ามาจับตัวจูสยงอิง
“พวกเ้าใครกล้า!” จูสยงอิงตวาดด้วยความโกรธ “ข้าคือหวงไท่ซุน*[4]นะ พวกเ้ากล้าแตะต้องข้าหรือ เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้ท่านปู่สั่งปะาพวกเ้าทั้งหมด”
เสียงตวาดนี้ทำให้เหล่าองครักษ์ใกลัวทันที
พวกเขาล้วนรู้ดีว่าฮ่องเต้จูรักและตามใจจูสยงอิงมากเพียงใด หากพลั้งเผลอทำร้ายจูสยงอิงเข้า ฮ่องเต้เฒ่าอาจสั่งปะาพวกเขาจริง ๆ ก็ได้
“เ้าบุตรอกตัญญู!” ครั้งนี้ทำเอาจูเปียวตกตะลึง โกรธจนแทบคลั่ง พยายามไล่ตามจูสยงอิงสุดชีวิต แต่ก็ไล่ไม่ทัน จนแทบหมดลมหายใจ
ในตอนนั้นเอง นางลวี่ก็พาจูอวิ่นเหวินออกมาอย่างกะทันหัน ยืนขวางทางจูสยงอิงทั้งซ้ายและขวา การชะงักครั้งนี้ทำให้จูเปียวมีเวลา ก้าวเข้าไปคว้าคอเสื้อของจูสยงอิงไว้ได้ทันที
ทันใดนั้น จูเปียวกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึงว่า “บุตรอกตัญญู คราวนี้ดูเ้าจะหนีไปทางไหน วันนี้หากข้าไม่สั่งสอนเ้าสักหน่อย วันหน้าเ้าคงจะบินขึ้นฟ้าเสียแล้ว”
“อี๋เหนียง อวิ่นเหวิน พวกเ้าสองคนจับตัวบุตรอกตัญญูคนนี้ไว้ให้ข้า วันนี้ข้าจะต้องตีให้ก้นมันบานเป็ดอกไม้ให้ได้ ดูซิว่าต่อไปมันจะกล้าหนีเรียนอีกหรือไม่!”
“ท่านพ่อ ข้าบอกท่านนะ ถ้าท่านกล้าตีข้า พรุ่งนี้ข้าจะไปฟ้องท่านปู่ ตอนนั้น ท่านตีข้าอย่างไร ข้าก็จะให้ท่านปู่ตีท่านกลับไปอย่างนั้น” จูสยงอิงกล่าวเสียงดัง
“โอ้ย!”
“เ้าบุตรอกตัญญู ยังรู้จักขู่ข้าอีก ข้าบอกเ้า ต่อให้ฮ่องเต้มาเอง วันนี้ข้าก็ต้องตีเ้าให้ได้” จูเปียวกัดฟันกรอด แม้จะแกล้งทำเป็ตีก็ต้องฟาดเขาสักที
ไม่เช่นนั้น จูเปียวจะระบายความแค้นในใจไม่ออก!
“ราชโองการมาถึงแล้ว จูสยงอิงรับราชโองการ!” ใน่เวลาคับขันนี้ จู่ ๆ ก็มีเสียงของทหารองครักษ์ดังขึ้น
[1] จูฉีเจิ้น (朱祁镇; Zhū Qízhèn) หรือจักรพรรดิิอิงจง (明英宗; Míng yīngzōng) ทรงเป็จักรพรรดิจีนแห่งราชวงศ์ิ ทรงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติถึง 2 ครั้ง ในครั้งแรกระหว่าง ค.ศ. 1435 - 1449 ใช้พระนามรัชศกว่า เจิ้งถ่ง (正統) นับเป็รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์ิ และครั้งที่ 2 ระหว่าง ค.ศ. 1457 - 1464 ใช้พระนามรัชศกว่า เทียนชุ่น (天順) นับเป็รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์ิ นอกจากนี้ ยังนิยมเรียกขานตามพระอารามนามว่า อิงจง (英宗)
[2] ศึกอัปยศถู่มู่เป่า เกิดเมื่อจูฉีเจิ้นซึ่งเป็จักรพรรดิิอิงจง อายุ 23 ชันษาในเวลานั้น นำทัพราชวงศ์ิไปปราฐฏชาวมองโกลเผ่าหว่าล่าที่เมืองถู่มู่เป่าในปี ค.ศ. 1449 ซึ่งกองทัพของราชวงศ์ิมีจำนวนมากกว่ากองทัพหว่าล่า แต่กลับถูกตีพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ทำให้กองทัพราชวงศ์ิสูญเสียกำลังพลไปเป็จำนวนมาก อีกทั้งจักรพรรดิิอิงซงยังถูกจับไปเป็เฉลยด้วย ส่งผลต่อความมั่นคงของราชวงศ์ิ โดยเหตุการณ์นี้เป็จุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ิ
[3] อวี๋เชียน (于谦; Yúqiān) เป็ขุนนางผู้ซื่อสัตย์และชาญฉลาดในสมัยราชวงศ์ิ เป็ที่รู้จักจากการป้องกันเมืองปักกิ่งจากกองทัพหว่าล่าในปี ค.ศ. 1449 หลังจากจักรพรรดิอิงซง (英宗) ถูกจับเป็เชลยที่ถู่มู่เป่า อวี๋เชียนก็ได้รับการแต่งตั้งเป็เ้ากรมกลาโหม (兵部尚书)
[4] หวงไท่ซุน (皇太孙) คือ ตำแหน่งพระนัดดารัชทายาท ในสมัยราชวงศ์ิเมื่อพระโอรสองค์โตในองค์รัชทายาทมีอายุที่เหมาะสม สามารถแต่งตั้งเป็พระโอรสผู้สืบทอดในองค์รัชทายาทได้ในตำแหน่งหวงไท่ซุน หากองค์รัชทายาทผู้เป็พระบิดาสิ้นพระชนม์ก่อนที่จะได้ขึ้นครองบัลลังก์ พระโอรสผู้มีตำแหน่งเป็หวงไท่ซุนจะเป็ผู้มีสิทธิ์ในการสืบทอดราชบัลลังก์แทน