“นั่นมัน...ฉันขอเช็ดเองดีกว่า ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจนะ” ยูบินยังมีปฏิกิริยาเหมือนเดิม ทำเอาเนี่ยฝานไม่ค่อยพอใจนัก แต่เขาไม่ได้พูดมันออกมา แค่แสดงออกทางจิตใจ
“สงสัยคงต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ พิจารณาจากอาหารที่เหลืออยู่ในเป้ที่นำติดตัวมาก็ใกล้จะหมดแล้ว ตอนนี้ทีมค้นหาที่ทางรัฐบาลส่งมาคงรีบวิ่งวุ่นทั่วกรุงโซล”
เนี่ยฝานเลือกตัวเลือกที่อันตราย เพื่อที่ใครบางคนจะได้เข้าใจว่าโลกที่เธอเผชิญหน้าอยู่นั้นมันไม่มีความหวัง นอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถให้ความหวังหล่อนได้
“จริงสิยูบินแล้วเราจะไปชั้น 8 อพาร์ทเม้นท์ฝั่งตรงข้ามไหม”
หลังจากไตร่ตรองเล็กน้อยเนี่ยฝานจึงเลือกวางกลยุทธ์ใหม่ เมื่อยูบินได้ยินก็มีสีหน้าประหลาดใจ
“เอ๋...จะไปจริงเหรอ แต่ที่นั่นมันอันตรายนะ นายไม่กลัวเหรอ”
“กลัว...? ฮี่ฮี่ ผมไม่เคยกลัวอะไร อีกอย่างหนึ่งผมมีอาวุธปืน” กล่าวพลางเปิดกระเป๋าในซิปด้านที่ยังไม่เคยเปิด
ตั้งแต่เริ่มอยู่ด้วยกันยูบินไม่เคยจับกระเป๋าของเขาเลย ไม่ได้ถามด้วยว่ามีอะไรในนั้น แต่เมื่อได้ยินว่ามีอาวุธปืนหล่อนก็ยิ่งสงสัย
“เนี่ยฝาน นาย...ไปเอาปืนมาจากไหน” ยูบินมองปืนพกสองกระบอกด้วยความกลัว ทั้งยังมากด้วยความกังวล
“ชั้นบนระหว่างเดินทางมาที่นี่ มาเถอะเดี๋ยวผมจะสอนใช้ปืนเอง” เนี่ยฝานเลือกข้อแก้ตัวที่ฉลาด ไม่มีใครรู้ว่าห้องคนอื่นซ่อนอะไรไว้บ้าง แม้มองภายนอกคนนั้นดูไม่อันตราย แต่ก็อาจจะซ่อนอาวุธอันตรายได้
“นายยิงปืนเป็นด้วย...?”
“ใช่ ผมฝึกยิงปืนตั้งแต่เด็กน่ะ”
“แล้วตอนนี้นายไม่เด็กหรือไง” ยูบินเสริมในใจแต่ไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของเขาในการสอนปืน
เนี่ยฝานต้องกินยาสมองฉลาดเพื่อพูดภาษาเกาหลี ดังนั้นทักษะการยิงปืนของเขาจึงแม่นยำ และสอนได้เข้าใจยิ่งกว่าครูฝึกในสนาม ผ่านเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ยูบินที่ไม่เคยได้จับปืนมาก่อนในชีวิตเริ่มฝึกฝนอย่างหนักในห้อง
แน่นอนว่าไม่ใช่การยิง เพราะมันจะทำให้เกิดเสียงดังแล้วเป็นตัวเรียกซอมบี้เข้ามา ในขณะเดียวกันกระสุนยังมีใช้อย่างจำกัด สิ่งที่เขาสอนตอนนี้คือการปลดเซฟตี้ ยิงแบบไหนจะลดแรงกระแทกและวิธีการยิงหัวซอมบี้ โดยบอกกับเธอว่ามีเพียงการโจมตีที่หัวเท่านั้นที่สามารถฆ่าซอมบี้ได้
“เก่งจัง เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้นึกว่าจะไม่เก่งซะอีก”
เนี่ยฝานกรอกตา นี่คงเป็นเหตุผลหรือเปล่าที่หล่อนไม่ยอมให้เช็ดตัว มองว่าเขาเป็นเด็กที่ต้องดูแล ผิดกับชายหนุ่มร่างสูงแข็งแกร่งโชว์ซิกแพ็ค
“แล้วนายไม่ใช้ปืนเหรอ” เห็นว่าเขามอบปืนสองกระบอกให้ ยูบินก็ยิ่งไม่เข้าใจกระบวนการคิดของเขา
เนี่ยฝานหยิบไพ่ออกมาจากกล่อง โดยไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม ไพ่เริ่มบินไปรอบๆ เขา ทำเอาหญิงสาวมองจนตาลาย
“สวยจัง นายทำได้ยังไง ไปเรียนมายากลมาจากไหน”
เนี่ยฝานเขกหัวเธอไปทีหนึ่ง ทำไมถึงคิดเหมือนกับอัลบา พบเขาเล่นไพ่ครั้งแรกก็คิดว่าเป็นนักมายากล หรือว่าหลังจากนี้จะต้องพิจารณาแสดงกลหาเงินทางออนไลน์ดี...?
เนี่ยฝานเก็บความคิดไร้สาระลงแล้วสรุปสั้นกระชับ “นี่คืออาวุธของผม ผมจะใช้มันฆ่าซอมบี้เพื่อกรุยทางเอง”
“เอ๋...มันจะเป็นไปได้เหรอ ไพ่เนี่ยนะ” ยูบินยังไม่เชื่อ
“จริงๆ นะ นอกจากนั้นอย่าได้เห็นว่าอุปกรณ์ประกอบฉากแบบนี้อ่อนแอเชียว รู้ไหมว่าแม้แต่ดินสอไม้ธรรมดาๆ ยังสามารถใช้ฆ่าคนได้ ผมไม่ได้พูดให้เธอกลัวแต่แค่ยกตัวอย่างให้ฟัง เอาล่ะเรามากินอาหารกันดีกว่า”
คนเราต้องรู้จักผ่อนคลายและยืดหยุ่น ดังนั้นแม้จะประหลาดใจบ้างแต่ยูบินไม่ได้ถามเพิ่ม ในขณะเดียวกันความลึกลับของเนี่ยฝานยิ่งทำให้เธอสนใจ ผิดกับครั้งแรกที่รู้จักกัน ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มดูน่าค้นหาขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันยังสามารถพึ่งพาได้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิด ความสามารถด้านอาวุธปืนล้วนเป็นสิ่งจำเป็นตอนนี้
สำหรับผู้หญิงไม่มีใครชอบผู้ชายเรียบๆ ไม่มีอะไรดึงดูดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเห็นได้ทั่วไปว่าคนดีมักจะโสด แต่ก็ไม่เสมอไปซะหมด
......
หลายวัน รอจนกระทั่งอาหารใกล้หมดยูบินจึงออกเดินทางไปอพาร์ทเมนท์ฝั่งตรงข้าม หล่อนเตรียมกระเป๋าไว้เรียบร้อย สำหรับเนี่ยฝานไม่มีอะไรมาก นอกจากเป้ที่เหลือขนมเพียงไม่กี่ชิ้น และปืนกลเบาหนึ่งกระบอกที่ซ่อนอยู่แต่ไม่ได้เอาออกมาโชว์
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเปิดประตูแล้วโผล่หัวออกไปสำรวจทางเดิน ดูว่ายังมีซอมบี้เหลืออยู่ไหม
โชคเหมือนว่าจะไม่ค่อยดีเพราะซอมบี้อยู่ใกล้มาก พอยูบินเปิดประตูมันจึงได้ยินเสียงแล้ววิ่งเข้ามาหาพร้อมกับอ้าปากกว้างขย้ำทันที
หญิงสาวยกปืนขึ้นมาเล็งแต่แขนกลับสั่น จนเนี่ยฝานต้องวางมือบนไหล่เธอแล้วขว้างไพ่สองใบไปข้างหน้า ศีรษะของซอมบี้ถูกตัดขาดในเวลาเพียง 0.001 วินาที เลือดสีดำพุ่งจากรอยตัด จากนั้นร่างของมันได้ล้มลงพื้น
ฉากการฆ่าทำเอายูบินต้องปิดปากแน่น แต่ไม่กล้าส่งเสียงร้อง เพราะกลัวว่าจะดึงดูดซอมบี้
“ไปกันเถอะ ค่อยๆ เดินเดี๋ยวผมจะนำหน้าเอง อีกอย่างหนึ่งเก็บกระสุนไว้ยิงข้างนอกจะดีกว่า ปืนตอนนี้ไม่เหมาะใช้ในตัวอาคาร ด้วยเสียงปืนรังแต่จะเพิ่มจำนวนซอมบี้มากกว่า” เนี่ยฝานแนะนำ
“เข้าใจแล้ว ระวังตัวด้วย"
เขาพยักหน้าแล้วเดินนำ คราวนี้เจอซอมบี้เนี่ยฝานไม่กล้าจับไพ่ขว้างแล้ว เพราะเลือดสีดำยังติดอยู่บนไพ่ดังนั้นมันจึงหมุนรอบๆ เขาแทนแล้วเข้าไปตัดศีรษะซอมบี้ที่กำลังวิ่งเข้ามา
แม้จะสงสัยสิ่งต่างๆ ว่าไพ่บินได้ยังไงบ้างแต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะถาม ดังนั้นยูบินจึงเงียบปาก
ตลอดทางเนี่ยฝานเหมือนกับคนแร่เนื้อ อาศัยไพ่สองใบที่อยู่ในมือไม่มีซอมบี้ตัวไหนเข้าใกล้เขาได้ พวกมันตายในระยะไม่เกิน 5 เมตร
“แข็งแกร่งมาก มิน่าละเขาถึงสามารถลงมาจากชั้น 8 ได้คนเดียวโดยไม่ถูกซอมบี้กัด แต่ว่าทำไมเขาถึงได้มาอยู่กับฉันล่ะ...” ยูบินกำลังลังคิดอะไรเพลินๆ จนลืมสังเกตว่าระหว่างเดินลงไปชั้นล่างประตูห้องด้านหลังถูกซอมบี้เปิด ก่อนจะรู้ตัวก็ถูกเขาดึงไปข้างหลังแล้วใช้ไพ่ตัดศีรษะคอขาด
“ใจลอยเหรอ...”
“ขอโทษ...” เธอสำนึกผิด เนี่ยฝานจึงบีบจมูกไปทีหนึ่ง
“ไม่เป็นไร แต่ระวังตัวหน่อยแล้วกัน ถึงผมจะเดินอยู่ด้านหน้าแต่ก็ไม่สามารถสำรวจทุกห้องก่อนถึงชั้นล่างได้ เธอต้องเตรียมพร้อมเสมอนะยูบิน”
“เข้าใจแล้ว!”
เนี่ยฝานพยักหน้าเล็กน้อย ฉากเมื่อครู่นี้เขาเห็นมันมาก่อน ไม่งั้นด้วยพลังจิตที่แผ่ขยายออกไป เป็นไปได้ยังไงจะไม่รู้เกี่ยวกับจำนวนซอมบี้ในห้องเลย
..............
เมื่อเดินมาถึงชั้น 1 เนี่ยฝานจึงพาเธอวิ่งออกไปที่ลานกว้าง ที่แห่งนั้นมีซอมบี้จำนวนมากกำลังเดินเตร่ รวมถึงรถยนต์ที่ถูกจอดทิ้งร้างไว้
โดยไม่ต้องมีคำบอกกล่าวยูบินเริ่มเหนี่ยวไกสังหารซอมบี้ ทันทีที่มีเสียงปืนพวกมันเริ่มถูกดึงดูดให้เข้ามาจากทุกทิศทาง การวิ่งไปยังอพาร์ทเม้นท์ฝั่งตรงข้ามจึงต้องเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันเนี่ยฝานยังใช้พลังจิตตรึงซอมบี้บางส่วนไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นสถานการณ์คงแย่กว่านี้
จริงอยู่ที่เขาอยากจะให้ยูบินเข้าใจสถานการณ์ แต่จำเป็นต้องเซฟส่วนหนึ่งไว้ เพราะหากพลาดขึ้นมาโดนซอมบี้กัด การเดินทางครั้งนี้ของเขาคงไร้ความหมาย
ในขณะที่หล่อนเปลี่ยนแม็กกาซีนเนี่ยฝานจะเป็นฝ่ายสะกัดฝูงซอมบี้ด้วยการตัดศีรษะ ทำให้เกิดการยิงปืนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นหากพิจารณาจากเสียงปืนแล้วยังไม่มีใครโผล่หน้าออกจากอพาร์ทเม้นท์ ก็แสดงว่าพวกเขาตายหมดแล้ว รวมถึงพระเอกด้วย
เนื่องจากเนี่ยฝานเข้ามาแทรกแซง ยูบินจึงไม่ได้ติดต่อกับคนภายนอก ที่ตอนนั้นเห็นว่าติดต่อกับพระเอกด้วยเหตุสุดวิสัยต่างหาก มิฉะนั้นคนอย่างเธอคงไม่เข้าหาเขาด้วยแสงเลเซอร์ตอนกลางคืน
วิ่งมาถึงอพาทเมนท์ฝั่งตรงข้ามแล้ว อาศัยไพ่สิบสองใบกรุยทางมันเป็นเรื่องง่ายในการฝ่าดงซอมบี้ ต่อให้ซอมบี้จะมีจำนวนมากแต่มันไม่ได้วิ่งเร็วนัก และบางตัวแขนขายังขาด ทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง ฆ่าได้ง่ายขึ้นมาก
ยูบินเหนื่อยจนขาลากเมื่อมาถึงอพาร์ทเม้นท์ชั้น 8 ตามต้นฉบับที่นี่ไม่มีซอมบี้จริงๆ แต่หลังจากนั้นเพราะเธอที่วิ่งฝ่าซอมบี้ขึ้นมาสุดท้ายชั้นนี้จึงกลายเป็นนรก แต่ด้วยเนี่ยฝานที่ฆ่ามาตลอดทาง ทำให้ตอนนี้ไม่มีซอมบี้ตามมาข้างหลัง
“เรารอดแล้ว ขอบใจนะเนี่ยฝาน” ยูบินเป็นฝ่ายริเริ่มเข้ามากอด เขาไม่ได้ปฏิเสธแต่ยังยินดีรับกอดนี้ หลังจากนั้นจึงเป็นการสำรวจห้องนอนชั้น 8 เพื่อหาอาหาร
“ตอนเปิดประตูก็ระวังด้วย ถึงแม้ตรงทางเดินส่วนรวมอาจไม่มีซอมบี้สักตัว แต่ข้างในอาจจะมีซอมบี้ก็ได้”
“เข้าใจแล้ว”
ภายใต้การเตือนของเนี่ยฝานห้องเริ่มถูกค้นอย่างช้าๆ ไม่นานก็เกือบจะถึงบันไดไปชั้นดาดฟ้า แต่ตอนนั้นเองประตูห้องหนึ่งดันถูกเปิดจากภายใน ด้วยความกลัวยูบินเล็งปืนไปที่นั่น กำลังจะเหนี่ยวไกฆ่าแท้ๆ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นตาลุงวัยกลางคนจึงถอนหายใจโล่งอก
“พวกเธอสินะที่สร้างเสียงวุ่นวายเมื่อครู่ เข้ามานี่สิ เข้ามาพักก่อน ห้องของฉันปลอดภัย”
เนี่ยฝานจำชายคนนี้ได้ เขาเลี้ยงซอมบี้ไว้ในห้อง ซึ่งก็คือภรรยาที่ถูกกัด ดูจากสถานการณ์คงอยากให้เขาเข้าไปที่นั่นเพื่อเป็นอาหารหล่อน
“เอ่อ...” ยูบินไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี หลังจากเห็นความสามารถของเนี่ยฝานวันนี้จึงทำให้เธอต้องหันไปปรึกษาเขาก่อน
“งั้นก็เข้าไปดูกัน อีกอย่างหนึ่งพักสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน”
เมื่อเนี่ยฝานตัดสินใจแล้วยูบินจึงไม่คัดค้าน ภายใต้การนำทางของลุงวัยกลางคน พวกเขาจึงเข้าไปในห้องของอีกฝ่าย