เวลาคล้อยผ่านราตรีเริ่มเข้ามาเยี่มเยือน
สามอัศวินชั้นสูงตรึงเหล่าปีศาจระดับสูงไว้อยู่หมัด
ดาบ หอก และ ขวาน ร่ายรำอยู่ท่ามกลางสนามรบจากคราแรกถูกกดดันไม่ให้ขยับตัวโดยปีศาจระดับสูงเพื่อไม่ให้เข้าไปช่วยเหล่าทหารที่กำลังถูกโอบล้อมจากรอบด้าน แต่ตอนนี้ ‘เกมพลิกแล้ว’ พวกเขากลับกลายเป็นผู้ตรึงเหล่าปีศาจขั้นสูงไม่ให้ไปร่วมวงกับเหล่ามอนส์เตอร์ตัวอื่น
เหล่านักผจญภัยกับทหารบัดนี้รวมกลุ่มกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วและตอนนี้ถอยไปรวมตัวกันที่บริเวรกำแพงเมืองเพื่อคอยปกป้องประตู ใครบาดเจ็บหนักก็ถูกส่งเข้าไปเมืองเพื่อรักษาเรียบร้อยแล้ว และเมื่อยืนปักหลักกันที่กำแพงเมืองเหล่าทหารบนกำแพงก็ช่วยกันยิงคุ้มกันผลัดันเหล่าปีศาจได้ง่ายขึ้น เหล่าปีศาจไม่อาจเดินหน้าบุกประตูเมืองต่อได้แม้จำนวนจะมีมากกว่าฝ่ายมนุษย์มหาศาลก็ตาม แต่ด้วยชัยภูมิที่เหนือกว่าและขบวนทัพที่ถูกจัดตั้งอย่างเรียบง่ายและได้ประสิทธิภาพ
ด้านหน้าไม่อาจบุกด้านหลังกลับหนักหนายิ่งกว่าด้านหลังทัพปีศาจกำลังถูกพญามัจจุราชสองตนกำลังจับจ่ายดวงวิญญาณอย่างอารมณ์ดี สองพ่อลูกปลดปล่อยบทเวทระดับสูงออกมาไม่ขาดสายราวกับมานาของพวกเขาไม่มีวันหมดอย่างไรอย่างนั้น
เคนอสเริ่มบ้าคลั่งมากขึ้นไปอีกบทเวทย์สายลม สายฟ้า และ สายน้ำ ถูกรวบรวมและใช้ออก บทเวทย์ ‘ตัดสวรรค์’ ออริจินัลของเขาถูกหยิบยกออกมาใช้แล้วแต่เป็นในรูปแบบที่แตกต่างจากตอนปะทะกับมอนส์เตอร์ระดับราชันตนนั้น เขาหน่วงพลังเวทย์ไว้ที่ปลายง้าว ใบมีแผ่กว้างยาวหลายสิบเมตรถูกตัวรอบทิศทางเพื่อฟาดฟันเหล่าปีศาจ เมื่อฟาดจบใบมีดอากาศก็สลายกลายเป็นฝุ่นละอองก่อนจะกลับมารวมใหม่ในชั่วพริบตาแล้วฟาดฟันออกไป นี้คือวิธีประยุกต์ใช้ ‘ตัดสวรรค์’ ออกไปอย่างต่อเนื่องดีเลย์ตรงนี้มีขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบพลังงานให้คงอยู่ได้นานขึ้นแรกกับระยะการโจมตีและอนุภาพของแต่ละครั้งแน่นอนว่ายังเป็นจุดบอดอยู่แต่เวลาหน่วงก็หาได้นานไม่เรียกว่าเพียงชั่วพริบตาเดียวก็ใช้ได้ต่อแล้วแต่ละการฟาดฟันก็ดับทำลายชีวิตไปหลายสิบ ผ่านมาเพียง 15 นาทีเขากวาดล้างไปคนเดียวก็นับพันแล้ว ปีศาจรอบกายเขาถูกฆ่าจนเหี้ยนไปเลยทีเดียว
อาเทอร์ในสภาวะบ้าคลั่งร่างกายที่เข้าสู่กายาแห่งธาตุและปลดปล่อยเวทสายลมนับร้อยพันเข้าประสาน สายลมกรีดเฉือนราวกับเป็นบทบรรเลงออเครสต้าก็ไม่ปานเสียงลมหวีดเสนาะหูกรีดเฉือนลไปในดวงวิญญาณของเหล่าปีศาจราวกับฝันร้าย แต่นั้นเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น อาเทอร์ยืนยกมือสองข้างราวกับวันทยากรอยู่กลางสนามรบ สองมือโบกสะบัดไปมาราวกับกำลังบรรเลงเพลง และใช่เขากำลังบรรเลงเพลง เพลงที่ชื่อว่า ‘เสียงคร่ำครวนแห่งเนโร’ บทเพลงแห่งหายนะเวทย์ที่รุนแรงที่สุดของเขาในตอนนี้เวทย์ที่อยู่ในระดับ ‘มหาเวทย์’
ใช่เขาใช้มหาเวทย์เวทย์ระดับนี้ในอาณาจักรโคมาเรียอันยิ่งใหญ่มีคนใช้ได้ในจำนวนนับได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวเท่านั้น
พลังเวทย์อันยิ่งใหญ่ถูกใช้ออก บทเพลงเริ่มบรรเลงก้องกังวาลไปทั่วสนามรบบทเพลงที่ราวกกับหยาดน้ำตา บทเพลงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก บทเพลงที่ราวกับคุ้มคลั่ง
วีดดดดดดดดดดดดดดดด
วีดดดดดดดดดดดดดดดด
เสียงหวีดหวิวของสายลมเสียดสีบาดแก้วหูให้ความรู้สึกทรมานไม่น้อยสำหรับผู้ที่ได้ยิน ความหมายในบทเพลงที่แว่วมาตามลมแตกต่างจากบทบรรเลงมรณะราวกับคนละขั้ว ไม่มีความไพเราะ ไม่มี ความโศกเศร้า ไม่มีวามเปลี่ยวเหงา
มีเพียงความหนักแน่น ทรมาน และบ้าคลั่งเท่านั้น
วี~~~ ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!
วี~~~ ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!
วี~~~ ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!
เสียงบรรเลงก้องดังอย่างยิ่งใหญ่ อาเทอร์ราวกับจักรพรรดิที่ยืนกลางสนามรบ ราวกับใต้หล้านี้อยู่ภายในฝ่ามือของเขา รอบข้างกลายเป็นสิ่งเล็กจ้อยไปในพริบตา ความรู้สึกราวกับพระเจ้าก็ไม่ปาน อาเทอร์เลือดลมพุ่งพล่านอดีนาลีนสูบฉีดขึ้นมาจนทำให้ร่างกายของเขาราวกับบ้าคลั่งขึ้นไปอีกเท่าดุจดั่งจักรพรรดิคลั่งผู้ปกครองใต้หล้า
ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!!!!!!!!
ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!!!!!!!!
สรรพสิ่งรอบด้าน ‘แหลกเละ’ ในพริบตา เศษซากน่าสะอิดสะเอียนฟุ้งกระจายไปทั่วสนามรบ
(0-0) ผู้คนที่อยู่บนกำแพงเมืองตาค้าไปแล้วทะเลปิศจาหายไปครึ่งหนึ่งในพริบตาเดียวจากการบรรเลงหนึ่งบทเพลงของอาเทอร์ 6312 ตน นั้นคือจำนวนที่เขาจัดการได้ใน 15 นาที ร่างสูงหน้าซีดเผือดอย่างไม่ต้องสงสัยแต่แล้วจะอย่างไรต่อให้เขาล้มลงยังไม่มีปัญหาก็รัศมีรอบเขาไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใดเหลืออยู่แล้ว มีปีศาจเหลือรอดไม่ถึงหนึ่งพันตนด้วยซ้ำ
แต่แล้ว!! พริบตานั้นร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูง
…