เช้าวันรุ่งขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่แปลกใหม่...อิสรภาพ
เซ็นยืนอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่คุ้นเคย แต่ความรู้สึกกลับไม่เหมือนเดิม บนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ข้อความยืนยันการลาออกจาก Neuralis Core ของเขาปรากฏขึ้นอย่างเป็นทางการ เขากดปิดมันลงโดยไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย สายตาของเขาเลื่อนไปมองอีกหน้าต่างหนึ่ง...หน้าต่างที่แสดงสถานะการถ่ายโอนข้อมูลที่สมบูรณ์ของ "Eidolon ฉบับดั้งเดิม" ไปยังเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของโซเลนเดล
ชีวิตเก่าได้จบลงแล้ว...และชีวิตใหม่กำลังจะเริ่มต้น
เขายกข้อมือขึ้น เปิดระบบสื่อสารโฮโลแกรม ติดต่อไปยังผู้ร่วมก่อตั้งเพียงคนเดียวที่อยู่ในระบบสุริยะเดียวกัน ภาพโฮโลแกรมของซาเรียปรากฏขึ้น เธอดูสดใสและเต็มไปด้วยพลังงานเหมือนเคย
"ซาเรีย...ฉันลาออกมาแล้ว" เซ็นเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก
ซาเรียที่ปลายสายยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น ราวกับเธอรอฟังคำนี้อยู่แล้ว "นายตัดสินใจแล้วสินะ...ฉันจัดการเรื่องเอกสารเบื้องต้นทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว 'โซเลนเดล คอร์ปอเรชั่น' ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ...ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ท่านประธาน...เซ็นคาล เคลเลน (Zencal Kaelen) "
การได้ยินชื่อเต็มของตัวเองในฐานะใหม่ทำให้เซ็นรู้สึกแปลกไปเล็กน้อย แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่ดี "ขอบคุณนะ ซาเรีย" เขายิ้มตอบ "ฉันอยากจะเริ่มโปรเจกต์ของเราให้เร็วที่สุด...ฉันอยากไปเห็น 'บ้าน' ของโซเลนเดล...ดาวเอจิส เทอร์ร่า-03 น่ะ เธอพอจะ..."
"ฉันก็คิดอยู่ว่านายต้องพูดแบบนี้" ซาเรียพูดสวนขึ้น "ไม่ต้องห่วง มาที่บ้านฉันสิ ยานส่วนตัวของฉันพร้อมออกเดินทางได้ทันที"
ยานอวกาศส่วนตัวของซาเรียเพรียวบางและล้ำสมัยยิ่งกว่ายานสาธารณะลำไหนๆ ที่เซ็นเคยใช้บริการ ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา สะท้อนถึงรสนิยมของเจ้าของได้เป็นอย่างดี ซาเรียนั่งอยู่ตรงข้ามเขา แววตาของเธอเป็นประกายเมื่อพูดถึงแผนการในอนาคต
"ที่นั่นมีทุกอย่างที่เราต้องการแล้วนะเซ็น ทั้งห้องแล็บ เตาหลอมพลังงานสูง และที่สำคัญ...ต้นแบบของรูนิกพาวเวอร์คอร์ที่พ่อฉันแอบพัฒนาไว้อยู่ที่นั่นด้วย"
การเดินทางข้ามห้วงอวกาศนั้นยาวนานและเงียบสงบ มีเพียงแสงดาวอันไกลโพ้นที่ส่องประกายผ่านกระจกยาน เมื่อมองออกไปข้างนอก เซ็นรู้สึกถึงความกว้างใหญ่ของจักรวาลและความเล็กจ้อยของตนเอง ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์เริ่มถาโถมเข้ามา
"พักผ่อนก่อนเถอะเซ็น" ซาเรียเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน "การเดินทางของเรา...เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น"
เซ็นพยักหน้ารับ เขาล้มตัวลงบนที่นั่งโดยสารที่ปรับเอนได้จนเกือบขนานกับพื้น ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้จิตสำนึกของเขาล่องลอยไปกับความเงียบงันระหว่างดวงดาว...
ความมืด...และความเงียบงัน...
นั่นคือสิ่งแรกที่ระบบรับรู้ของ ÆLYA ประมวลผลได้หลังจากเข้าสู่สภาวะฉุกเฉินมานานกว่าเจ็ดชั่วโมงมาตรฐาน ก่อนที่ประกายไฟเล็กๆ ในวงจรความคิดจะสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แสงสีฟ้าอ่อนจากออปติกเซ็นเซอร์ของเธอค่อยๆ กะพริบถี่ๆ ขับไล่ความมืดมิดเบื้องหน้า
ภาพแรกที่ระบบโฟกัสได้คือเพดานโลหะที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยไหม้ของท่อซ่อมบำรุงใต้ดินแห่งหนึ่ง ฝุ่นผงโลหะละเอียดร่วงหล่นลงมากระทบตัวเธอเป็นระยะ ตามมาด้วยเสียงหยดของเหลวหล่อเย็นที่รั่วซึมจากท่อด้านบน...ติ๋ง...ติ๋ง...
ทันใดนั้น ระบบแจ้งเตือนภายในก็ปรากฏขึ้นซ้อนทับการมองเห็นของเธอ
คำเตือนระบบ: ความสมบูรณ์ของโครงสร้าง 17% พลังงานสำรอง: 3.8% (ขั้นวิกฤติ) ระบบควบคุมความร้อน: ออฟไลน์ ระบบอาวุธหลัก: ไม่ตอบสนอง
...อันตราย... ความคิดนั้นประมวลผลขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เธอพยายามเข้าถึงบันทึกความทรงจำช่วงสุดท้าย ภาพที่แตกสลายและเต็มไปด้วยสัญญาณรบกวนฉายวาบขึ้นในหัว...เปลวเพลิง...เสียงกรีดร้อง...และภาพสุดท้ายที่ชัดเจนที่สุด คือแผ่นหลังของโรแนน...พ่อของเธอ ก่อนที่แก่นข้อมูลของเขาจะถูกทำลาย
และความทรงจำนั้นก็นำมาซึ่งความตระหนักรู้ที่สำคัญที่สุด...
...แก่นข้อมูลรวม...
มันยังอยู่กับเธอ... ความหวังสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ยังคงปลอดภัยอยู่ในแก่นพลังงานกลางอกของเธอ
ภารกิจเปลี่ยนไปแล้ว...ตอนนี้ไม่ใช่แค่การหนี...แต่คือการอยู่รอด
ÆLYA พยายามยันกายที่บอบช้ำของเธอขึ้นอย่างยากลำบาก ข้อต่อเซอร์โวบริเวณแขนซ้ายส่งเสียงครูดคราดอย่างน่ากลัว เธอค่อยๆ ลากร่างกายที่ใกล้จะพังเต็มทีของเธอ คืบคลานไปตามซากโลหะอย่างเงียบเชียบที่สุด
ต้องซ่อมแซม...ต้องหาพลังงาน...
เธอฝืนรวบรวมพลังงานที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อเปิดใช้งานระบบสแกนระยะใกล้ แสงเลเซอร์สีฟ้าบางๆ กวาดไปทั่วบริเวณที่ซ่อนของเธออย่างเชื่องช้า
ตรวจพบวัสดุ: โลหะผสมไทเทเนียมความหนาแน่นสูง (ความเข้ากันได้ 78%)
เป้าหมายแรกปรากฏขึ้นแล้ว เธอคืบคลานไปยังคานเหล็กโครงสร้างขนาดใหญ่ที่หักครึ่งลงมา
ปลายนิ้วทั้งห้าของเธอเริ่มปรับเปลี่ยนโครงสร้าง แปรสภาพเป็นสว่านนาโนขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนที่หมุนด้วยความเร็วสูง ก่อนจะจ้วงลงไปบนผิวของคานเหล็ก เสียงเสียดสีของโลหะดังขึ้นเบาๆ ผงโลหะละเอียดถูกสกัดออกมาและดูดซับผ่านท่อนาโนบนฝ่ามือของเธอเข้าสู่ระบบแปรสภาพสสารภายในร่างกาย
ความรู้สึกอุ่นๆ เริ่มไหลเวียนไปตามวงจรที่เสียหาย...
ความสมบูรณ์ของโครงสร้าง: 17.5%... 18%...
มันเป็นการฟื้นฟูที่เชื่องช้าและเจ็บปวด แต่สำหรับ ÆLYA แล้ว...มันคือแสงแห่งความหวัง...แสงที่ส่องสว่างขึ้นมาจากเศษซากแห่งความสิ้นหวัง
การเดินทางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทั้งในโลกแห่งความจริงและในโลกแห่งความฝัน...
การเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ของ "โซเลนเดล" จะเป็นอย่างไร? และในอีกฟากหนึ่งของห้วงฝัน ÆLYA จะเอาชีวิตรอดและค้นพบภารกิจที่แท้จริงของเธอได้หรือไม่?
ความหวังและความฝันของพวกเขา...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ