หลังจากเทียนให้ชาวบ้านดื่มน้ำจากน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่มีคนเจ็บอีกเลย
เทียนคิดว่าจะเข้าไปเอา กระดูกนกฟินิกซ์ ล้านปีนี้ออกมา จึงหายวับเข้าไปที่ปล่องภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับ โดยที่เทียนไม่มีปัญหากับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน ขึ้นมาแม้แต้น้อย เทียนใช้เนตรสวรรค์ตรวจสอบ โครงกระดูกนกฟินิกซ์ ก็พบว่า กระดูกที่มีพลังวิญญาณฟีนิกซ์เหลืออยู่มากที่สุดอยู่ที่กระดูกสันหลังของมันที่มีอยู่เก้าข้อเท่านั้น เทียนกวาดเอาออกมาจนหมดทั้งเก้าข้อ จากนั้นเทียนก็กลับออกไปโดยไม่มีใครรู้
เทียนเข้าไปฝึกตนที่ในเจดีย์ต่อทันที เทียนหยิบข้อกระดูกสันหลังฟีนิกซ์ออกมา
แล้วเริ่มดึงพลังกระดูกฟีนิกซ์ล้านปีตัวนี้ พอเทียนทำการซึมซับพลังมันออกมาทำให้ พลังที่มีอยู่ใน ข้อกระดูกสันหลังที่เปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาล ไหลทะลักเข้าร่างของเทียน เป็นจำนวนมาก มันเข้าไปรวมกับร่างวิญญาณของ พญานกยักษ์คุนเผิง
กลายเป็น พญานกฟินิกซ์คุนเผิง ขยายร่างเล็กใหญ่ตามใจชอบ ปีกทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็นโลหะสีทอง มีพลังเพลิงที่รุนแรงมากกว่าอัคคีสุริยัน กระแสพลังที่เข้าไปในร่างกายของ พลังที่มหาศาจของกระดูกฟีนิกซ์ยังส่งเข้าไปในจุดตันเถียนศูนย์รวมพลังของร่างกายจนแน่น ทำให้พลังยุทธ์ของเทียนขยับขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มจากจักรพรรดิยุทธ์ที่ 81 เป็น 82 83 84 85 86 87 88 89 90 จนมาหยุดที่ระดับ ที่91
ส่วนจักรพรรดิวิญญาณขึ้นมาจากระดับ ที่ 86 ขึ้นมาอีก 5 ระดับเป็นระดับที่ 91เท่ากันทั้งสองพลัง เทียนลืมตาขึ้นมาแล้วออกไปด้านนอก เพื่อไปหาหนิงซวนทันที
“ นี่คือกระดูกวัญญาณฟีนิกซ์ ล้านปี เจ้าเก็บเอาไว้ดูดซับ มันจะทำให้เจ้ามีพลังยุทธ์มากขึ้น และยังทำให้เจ้ามีพลังสัตว์วิญญาณฟีนิกซ์ปกป้องด้วย”
เทียนหยิบข้อกระดูกวิญญาณออกมาให้ หนิงซวน 1 ข้อ แค่นี้ก็สามารถช่วยให้หนิงซวนมีพลังฟีนิกซ์คุ้มครองได้แล้ว
“ อาจารย์ ท่านเข้าไปเอามาได้แล้ว” หนิงซวนรู้สึกตื่นเต้น ดีใจยิ่งนัก
“ เจ้าดูดซับมันต่อหน้าอาจารย์นี่แหละ” หนิงซวนทำตามที่เทียนบอกทันที
ไม่นานนักหนิงซวนก็ทำสำเร็จ เงาร่างสีแดงของนกฟินิกซ์ ปรากฏอยู่ด้านหลังของหนิงซวนเป็นนกที่สวยงามมาก เทียนยังสงสัย ทำไมนกของตนยังไม่สวยงามเท่าของหนิงซวน พลังยุทธของหนิงซวนก็เพิ่มจาก พลังราชันยุทธ์ ระดับที่ 71
ขึ้นก้าวกระโดดไปเป็นจักรพรรดิยุทธ์ระดับที่ 81 หนิงซวนดีใจมาก กระโดดเข้าสวมกอดเทียน จนเทียนต้องค่อยๆ แกะมือหนิงซวนออกมา
“ อาจารย์ต้องไปแล้ว พลังจากข้อกระดูกนี้ยังเหลืออีกมาก เจ้าเอาไปดูดซับได้อีกหลังจาก สามเดือนไปแล้ว”
“ อาจารย์ข้าอยากติดตามอาจารย์ไปด้วย”
“ อาจารย์กำลังอยู่ในขั้นตอนการเข้าสู่วิถีเซียน ช่วงนี้อาจารย์ต้องผ่านไปให้ได้ก่อน เจ้าหมั่นฝึกวิชาที่อาจารย์สอนไป อาจารย์บรรลุขั้นเซียนแล้วอาจารย์จะกลับมาหาเจ้าเอง”
“ จริง ๆ นะอาจารย์” เทียนได้แต่พยักหน้า
เทียนก่อนไปก็แวะไปหาอวี้หลันที่กระโจมของสำนักเทพวิสุทธิ์
“ พี่เทียน” อวี้หลันเห็นเทียนมาก็รีบเข้ามาทักทายด้วยความดีใจ
“ นี่คือกระดูกวิญญาณ ฟินิกซ์ ล้านปี ” เทียนยื่นข้อกระดูก 1 ชิ้นให้อวี้หลัน
“ พี่เที่ยนไปเอามาได้อย่างไร ไฟยังลุกโชนขนาดนั้น” อวี้หลันรับข้อกระดูกมา 1 ชิ้น ด้วยความตื่นเต้น
“ เรื่องนี้ไม่ต้องบอกใคร บอกแค่อาจารย์เจ้าเพียงคนเดียวก็พอ ข้าต้องไปแล้วไว้ค่อยเจอกันโอกาสหน้า”
“ พี่เทียนจะไปไหน” อวี้หลันมองไปทางหลังเทียนว่ามีหนิงซวนตามมาด้วยหรือไม่
“ ข้ากำลังฝึกวิถีเซียน ช่วงนี้เลยต้องหมั่นฝึกตน ข้าฝึกผ่านแล้วข้าจะมาเยี่ยม”
" จริงๆ นะ" เทียนพยักหน้า อวี้หลันมองตามไปด้วยใจอาวรณ์
เทียนกำลังเดินทางออกไป แต่ไม่ทันจะออกไปจากที่นี่ ก็มีคนของจักรวรรดิชิงสือ กับหลวงจีนสือคง มารออยู่ด้านหน้า
“ พวกเจ้ายังข้องใจ อีกหรือ” เทียนถามทันที
“ หามิได้ ท่านฆ่าศิษย์พี่อาตมา กับ องค์ชายหยุนชิง และคนของจักรวรรดิชิงสือ
จนหมดไม่มีเหลือ โยมเป็นหมอเทวะแท้ๆ เหตุใดถึงได้เข่นฆ่าผุ้คนแบบ ไม่ปราณีเช่นนี้”
“ หลวงจีนน้อย อย่าทำเป็นไร้เดียงสาต่อโลกเลย หากข้ามีฝีมืออ่อนด้อยกว่าพวกมัน ท่านคิดว่ามันจะไว้ชีวิตของข้าหรือ และอีกอย่าง องค์ชายหยุนชิงถือว่าตัวเองมีเหนือกว่า จึงใช้อำนาจกดขี่คนของ 5 จักรวรรดิลวนลามศิษย์ของข้า สมควรตายแล้ว ส่วนศิษย์พี่ของท่านยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีหัวคิด ทำตามคำสั่งโดยไม่สนว่าจะดีหรือชั่ว ถือตนมีพลังถึงขั้นเซียนไม่เกรงกลัวหน้าไหนทั้งสิ้น ก็สมควรตายตามไปอยู่แล้ว ส่วนคนติดตามอยู่กับเจ้านายจนเคยชิน เที่ยวข่มเหงผู้อื่นมาไม่น้อย ปล่อยไว้ก็รังแต่จะหนักแผ่นดินก็สมควรตายเช่นกัน ข้าเป็นหมอรักษาคน ไม่สนว่าใครดีใครชั่ว ข้ารักษาทุกคน แต่ว่าเวลาฆ่าคน ข้าไม่เคยฆ่าคนที่บริสุทธิ์อย่างแน่นอน” เทียนตอบสิ่งที่หลวงจีนอยากรู้
“ พระพุทธองค์ ท่านสอนให้มีเมตตา ต่อผู่อ่อนแอ ถึงแม้จะเป็นโจรทำชั่วมากมาย ยังมีโอกาสกลับตัว ท่านเป็นหมอกลับไม่ให้โอกาสคนกลับตัว แก้ไข กลับสังหารสิ้น ใจท่านทำด้วยอะไร”
“ หลวงจีนน้อย ท่านศึกษาธรรมะ ทำตามคำสั่งพระพุทธองค์อย่างเคร่งครัด แต่ท่านไม่รู้จักคิด ถึงอีกมุมหนึ่งของชีวิต แม้แต่พระพุทธองค์ ก่อนจะตรัสรู้ ท่านก็ปราบมารทั้งในจิตใจ ทั้งสังหารมารภายนอกที่มาขัดขวาง สั่งให้พระแม่ธรณีออกมาบีบมวยผม ทำให้เกิดน้ำท่วมเหล่ามารทั้งหลายตายกันนับล้านชีวิต
ถึงได้มีโอกาสมาสั่งสอนคนเป็นจำนวนมากให้รู้จักทางสายกลาง ทางในการดำเนินชีวิต หากข้าขืนปล่อยคนชั่วเหล่านั้นมีชีวิตต่อไป ท่านแน่ใจแค่ไหนพวกมันจะไม่ทำชั่วขึ้นมาอีก ข้าก็คิดเช่นเดียวกับพระพุทธองค์ ฆ่ามารพวกนี้ทิ้งไปเสียดีกว่าปล่อยพวกมันเอาไว้ทำชั่วกับคนอื่นอีก” เทียนย้อนใส่หลวงจีนสือคง ซึ่งเวลานี้ได้แต่อึกอัก ๆ พูดไม่ออก คิดไม่ถึงว่าเทียนจะยกอ้างพระพุทธองค์ออกมาแบบนี้
“ แล้วท่านรู้ได้อย่างไร พระพุทธองค์เป็นคนบัญชาให้พระแม่ธรณีเป็นสังหารมาร อาจเป็นเพราะพระแม่ธรณีออกมาจัดการช่วยเหลือพระพุทธองค์เองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ พระพุทธองค์ก็เป็นได้” หลวงจีนสือคงไม่ยอมเชื่อเรื่องแบบนี้
“ ท่านเข้าโบสถ์เข้าวิหาร พระพุทธองค์ทรงนั่งปางปราบมารเป็นส่วนใหญ่ ท่านไม่สังเกตหรือยังไง ทำไมพระหัตถ์ขวาของพระองค์ ถึงได้ชี้นิ้วลงไปที่พื้นพสุธา นั้นคือท่านเป็นผู้ชี้นิ้วสั่งให้พระแม่ธรณีปราบมารร้ายให้หมดไปยังไงล่ะ”
เทียนพูดเช่นนี้ หลวงจีนเคยศึกษามาก่อนแล้วนึกภาพตามได้ทันที จึงไม่รู้จะพูดเช่นไรต่อได้แต่ยืนหน้านิ่งอย่างเดียว แม่ทัพที่ขนกองกำลังมาเกือบห้าร้อยคนทนไม่ไหวรีบกล่าวกับหลวงจีนสือคง
“ ท่านสือคง เรื่องนี้ท่านจ้าวจักรวรรดิกำชับมาต้องพาตัวคนร้ายกลับไปให้ได้ ผิดถูกต้องจับคนผู้นี้ไปกลับไปก่อน”
“ เฮ้อ เรื่องนี้อาตมาจะพยายามก็แล้วกัน” หลวงจีนสือคงคุยกับแม่ทัพเสร็จก็หันมามองหน้าเทียนอีกครั้ง
“ หากท่านสามารถรับฝ่ามือของอาตมาได้สามฝ่ามือ ท่านค่อยไปได้”
หลวงจีนสือคง เอ่ยออกไปเพราะไม่อยากให้สร้างความลำบากใจให้ทั้งสองฝ่าย
“ ไร้สาระ สามฝ่ามือบ้าบออะไรกัน” เทียนรำคาญเลยปล่อยฝ่ามือยูไลเข้าใส่กองทหารทั้งห้าร้อยคน พร้อมทั้งหลวงจีนที่พูดมากแบบนี้ ทั้งหมดโดนฝ่ามือนับพันของเทียนใส่เข้าไปต่างกระเด็นลอยไปไกลลิบ คงอีกนานกว่าจะหาทางกลับมาได้อีก จากนั้นเทียนก็หายวับออกจากที่นี่ไปในทันที
เทียนกลับมาที่สำนักอักษรสวรรค์เพื่อศึกษาภาพวิถีเซียนต่อ
ภาพที่สาม เป็นภาพที่เจียงจื่อหยาเข้าเมืองเฉาเกอ เพราะได้ตรวจดูดวงชะตาขุนนางผู้ภักดีจะต้องตาย จึงได้รีบมาช่วยโดยนำวิชาปาฏิหารย์พยากรณ์มาใช้ พอมาถึงเมืองเฉาเกอ ท่านเจียงจื่อหยา ก็เดินประกาศขายหัวใจตัวเองใกล้ๆ จวนที่พักของขุนนางตงฉินผู้หนึ่ง นามว่า ปี่กาน หลังจากปีก่านได้ยินตาแก่คนนี้ขายหัวใจก็มีความสงสัย เลยลงจากรถม้าแล้วมาคุยด้วย
“ ผู้เฒ่าเหตุใดท่านถึงต้องร้องขายหัวใจแบบนี้ ไม่กลัวตายหรือ”
“ หัวใจของข้า มันรู้จักผิดชอบชั่วดี หากหัวใจไม่เป็นธรรม มือและเท้ามันก็ทำแต่สิ่งไม่ดี หากขายออกไปไม่มีหัวใจ ข้าก็จะทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีลำเอียงข้างใคร มีแต่ความยุติธรรม ท่านว่าดีไหมล่ะ”
“ แต่ว่าท่านก็จะตายนะ”
“ ข้าไม่ตายหรอกข้ามียาวิเศษ แม้ไม่มีหัวใจ ข้าก็ยังมีชีวิตอยู่ได้” จากนั้นก็ล้วงยาวิเศษออกมา 1 เม็ดกลิ่นหอมตลบอบอวลไปหมด แล้วมอบให้ปี่ก่านหนึ่งเม็ด แล้วก็ค่อยหายตัวกลายเป็นควันจากไป ปี่ก่านสงสัยตาแก่คนนี้คงเป็นเทพกระมัง พอ ปี่ก่านได้ยาวิเศษก็สงสัยยิ่งนัก ว่าทำไมเทพชรา่คนนี้ดึงดูดให้เขามาหาแล้วกลับให้ยาวิเศษเช่นนี้เพื่ออะไรกัน
รุ่งเช้า ปี่ก่านเข้าเฝ้าจักรพรรดิซางโจ้ว ก็ถูกทหารจับกุม จักรพรรดิบอกว่า องค์ราชินีต๋าจีป่วยต้องกินตับมังกร ถึงจะหาย แต่ว่า ตับมังกรหาไม่ได้ จึงต้องกินหัวใจมังกรของปี่ก่านแทน ปี่ก่านได้ฟังเช่นนั้น ก็เสียใจเป็นอันมากที่ตัวเองตั้งใจรับราชการด้วยความภักดี แต่สุดท้ายต้องถูกกระทำเช่นนี้ จึงกินยาเม็ดวิเศษเข้าไป แล้วใช้มีดกรีดหน้าอกตัวเอง หน้าแปลกใจ ที่เลือดไม่มีเลยสักหยด ปี่ก่านเลยควักหัวใจตัวเอง แล้วโยนหัวใจลงไปที่พื้น แล้วเดินออกมา จากนั้นก็นำทรัพย์สินทั้งหมดที่ออกแจกจ่าย ชาวบ้าน โดยไม่สนใจว่าเป็นคนดี คนชั่ว คนรวย หรือคนจน เพราะว่าเป็นคนไม่มีหัวใจนี่เอง สุดท้ายตายไปกลายเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ เทียนลืมตาขึ้นมา
“ นี่ท่านเจียงจื่อหยา จะสอนอะไรข้ากันนี่” ทันทีที่เทียนเอ่ยคำนี้ก็มีตัวหนังสือเข้ามาในหัวของเทียน เป็นสูตรยาวิเศษที่ เจียงจื่อหยา ปรุงให้ปี่ก่านกิน
“ สูตรยาคืนชีพ ไม่มีหัวใจก็มีชีวิตอยู่ได้ด้วยหรือนี่” เทียนจำสูตรยาไว้ขึ้นใจ
เทียนกำลังไปศึกษาภาพต่อไป ก็มีกระดาษเป็นรูปตุ๊กตา หัวโล้น ลอยมาต่อหน้าเทียน แล้วก็มีเสียงของ หลวงจีนสือคงเอ่ยกับเทียนผ่าน ตุ๊กตากระดาษ
“ ท่านหมอเทวะ ได้โปรดช่วยอาจารย์ข้าด้วย”
“ นี่เจ้าใช้วิชาเวทย์ติดตามเป็นด้วยหรือนี่” เทียนถามด้วยความสงสัย
“ ใช่แล้ว ท่านมีวิชาพระยูไล ท่านจะช่วยชะตากรรมของสำนักธรรมยุทธ์ของพวกเราได้” หลวงจีนสือคงกล่าวผ่านตุ๊กตากระดาษ
“ เล่ามา ถ้าข้าช่วยได้ก็จะช่วย”
“ เมื่อหลายพันปีก่อน พระถังซัมจั๋ง ได้ไปอัญเชิญพระไตรปิฏก ระหว่างทางท่านกับศิษย์ทั้งสามได้เจอกับปีศาจมารร้ายมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ปีศาจกระทิงและองค์หญิงพัดเหล็กทั้งสองถูกสยบโดยท่านซุนหงอคง หลังจากที่พระถังซัมจั๋งอัญเชิญพระไตรปิฏกกลับมาแล้วท่านก็เอา ต้นฉบับมาไว้ที่เจดีย์ห่านป่า เมื่อท่านละสังขารอัฐิ ของท่านก็ถูกเก็บไว้ที่เจดีย์แห่งนี้ พวกเหล่ามารปีศาจทั้งหลายต่างก็ ต้องการเข้ามาแย่งชิงอัฐิ ของพระถังซัมจั๋งมากมาย
แต่ท่านเจ้าอาวาสทุกรุ่นก็ช่วยป้องกันไว้ได้ แต่ครั้งนี้ศัตรูจอมมารกระทิงไฟ เป็นทายาทปีศาจกระทิง กับ องค์หญิงพัดเหล็กออกมาแก้แค้น พวกเราคงไม่สามารถต้านทานได้แน่ จึงส่งคนตามหา ผู้ที่เป็นทายาทของพระยูไล ซึ่งเป็นเพียงผู้เดียวที่จะช่วยหยุดหายนะครั้งนี้ได้ หลังจากที่ท่านซัดข้าลอยไป ข้าก็ดีใจสุดชีวิต ที่ได้พบเจอ ทายาทพระยูไลแล้ว ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิด” ตุ๊กตากระดาษก้มหัวให้กับเทียน
“ อัฐิ ของพระถังซัมจั๋ง อยู่ที่สำนักของท่านหรือนี่”
“ ใช่แล้วพวกเราใช้ชื่อสำนักว่า ธรรมยุทธ์” สือคงรีบกล่าว
“ แล้วท่านเจ้าสำนักท่านรู้ได้อย่างไรว่า จอมมารกระทิงไฟจะมา”
“ ท่านเจ้าสำนักของเรามีวิชาพยากรณ์ ทำนายเรื่องสำคัญบางอย่างได้ ท่านบอกพวกเรามา”
“ ได้ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไป ให้เจ้าตุ๊กตากระดาษ นี่นำทางไปสำนักของท่านก็แล้วกัน” เทียนเอ่ยจบก็พาเจ้าตุ๊กตากระดาษขึ้นเรือไปสำนักธรรมยุทธ์อย่างรวดเร็ว...