พอได้ยินเรื่องค่าจ้างหลินเจียเจียก็รีบโบกมือปฏิเสธ พลางยิ้มอย่างเขินอาย
"ไม่ๆ ไม่ต้องจ่ายเงินหรอกค่ะฉัน...ฉันกับน้องชายยังเป็นหนี้บุญคุณเธออยู่เลย ทั้งชีวิตฉันก็คงใช้คืนไม่หมดแล้วจะให้รับเงินจากเธอได้ยังไงกัน?"
ถ้าไม่ใช่เพราะต่งเสี่ยวเสี่ยวอาการป่วยของเธอคงไม่ดีขึ้น บางทีเธออาจจะคิดสั้นฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้
ผู้หญิงตรงหน้าคือคนที่มอบความหวังให้เธอแถมยังใจดียอมรับเธอและน้องชายให้มาอาศัยด้วยกันไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่กล้ารับเงินจากต่งเสี่ยวเสี่ยวหรอก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มตาหยีและไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่อีกฝ่ายเสนอให้
"งั้นก่อนที่พวกเธอจะหายดีก็อยู่ที่บ้านฉิน ช่วยดูแลเด็กๆ ทั้งสามคนไปก่อนถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่พวกเธอติดหนี้บุญคุณฉันแล้วกัน"
หลินเจียเจียหน้าแดงก่ำ เธอพยักหน้าช้าๆและพูดตะกุกตะกัก
"อืม!"
น้องสะใภ้คนนี้สวยจริงๆแถมยังมีฝีมือทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม แล้วยังอ่อนโยนอีกด้วยถ้าน้องชายของเธอได้แต่งงานกับผู้หญิงดีๆ แบบนี้ เธอคงฝันดีจนยิ้มไม่หุบเลยละ
พอคิดถึงว่าน้องชายต้องหมดเนื้อหมดตัวเพราะเธอหลินเจียเจียก็รู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ และรู้สึกหดหู่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่รู้จักชื่อของผู้หญิงตรงหน้าเลย
"ฉันยังไม่รู้เลยว่าเธอชื่ออะไร?"
"ฉันชื่อหลินเจียเจียอายุมากกว่าน้องชายสองปี" หลินเจียเจียอธิบาย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหลินเจียเจีย
"งั้นเธอก็อายุมากกว่าสามีฉันหนึ่งปีมากกว่าฉันสามปีเลยสินะ ต่อไปไม่ต้องเรียกฉันว่าน้องสะใภ้แล้วเรียกฉันว่าเสี่ยวเสี่ยวก็ได้"
"พี่ฉินซู่อายุมากกว่าพวกเราแถมยังมีความสามารถมากกว่าด้วย พวกเราเรียกแบบนี้จนติดปากไปแล้วให้พวกเราเรียกคุณว่าสะใภ้เถอะนะ!" หลินเจียเจียพูดด้วยรอยยิ้ม
สามีภรรยาคู่นี้ต่างก็เป็นคนเก่งมีความสามารถทั้งคู่
"งั้นก็ตามใจเธอแล้วกัน!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักยังไงซะมันก็แค่คำเรียกทั่วไปเท่านั้น
สามเดือนผ่านไปบ้านของครอบครัวฉินก็สร้างเสร็จเรียบร้อย รวมทั้งหมดสามชั้นบนชั้นดาดฟ้ายังมีระเบียง และศาลานั่งเล่นเล็กๆ ดูแล้วหรูหราโอ่อ่ามาก
บ้านของสกุลฉินเป็นบ้านแบบตะวันตกหลังแรกในหมู่บ้านชิงซานบ้านหลังเล็กหลังอื่นๆ ดูเล็กกระจ้อยร่อยไปหมดมีเพียงบ้านหลังนี้เท่านั้นที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
นอกจากนี้ยังมีลานบ้านที่ก่อด้วยอิฐแดงและปูนซีเมนต์ที่ด้านบนกำแพงยังติดเศษแก้วไว้มากมาย เพื่อป้องกันขโมย
ในลานบ้านเขาถูกออกแบบให้เดินได้สะดวกเป็นวงรอบยังมีกระถางปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้เต็มไปหมด ในสนามหลังบ้านยังมีเล้าไก่เอาไว้เลี้ยงสัตว์ปีกต่างๆ
พอเห็นบ้านหลังนี้ชาวบ้านต่างก็อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว
"บ้านหลังนี้สวยอะไรขนาดนี้เนี่ยไม่รู้ว่าต้องใช้เงินไปเท่าไหร่!"
"กระเบื้องพวกนี้ก็ปูได้สวยจริงๆ"
"นั่นสิ เมียของฉินซู่คนนี้เก่งจริงๆเพิ่งแต่งงานกับฉินซู่ได้ไม่นานก็สร้างบ้านหลังใหญ่โตได้แล้ว!"
...
จะบอกว่าถ้าพวกเขาไม่อิจฉาฉินซู่ก็คงไม่ใช่เรื่องจริง
ถึงในช่วงแรกต่งเสี่ยวเสี่ยวจะทำตัวน่ารังเกียจแต่เธอก็มีความรู้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลและสถานีอนามัยของหมอหลี่ต่างก็พากันแย่งตัวต่งเสี่ยวเสี่ยวกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามีหมอจำนวนไม่น้อยมาหาเธอถึงบ้าน ทุกคนต่างก็ชวนต่งเสี่ยวเสี่ยวไปช่วยผ่าตัดแถมค่าตอบแทนก็สูงลิ่ว มีคนบอกว่าครั้งหนึ่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังมาหาถึงบ้านด้วยตัวเองเลยทีเดียวพวกเขาชวนต่งเสี่ยวเสี่ยวไปทานอาหารมื้อหนึ่งด้วย
ฉินซู่โชคดีเป็นจริงๆ ที่ได้ภรรยาดีๆ แบบนี้เหมือนมีเครื่องรางนำโชค สามารถเรียกทรัพย์ มีความสามารถ แถมยังดูแลเด็กๆทั้งสามคนได้อีกด้วย
ถ้าได้แต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้คงฝันดีจนยิ้มไม่หุบเลยล่ะ
ด้านนอกของบ้านสกุลฉินปูกระเบื้องสีขาวเฉินเสี่ยวต้านเป็นคนหามาให้เป็นพิเศษ ว่ากันว่าราคาแพงมากในเมืองก็มีคนสร้างบ้านแบบตะวันตกเหมือนกัน แต่กระเบื้องดีๆ แบบนี้หายากมากมองปราดเดียวก็รู้ว่าคุณภาพดีหรือไม่ดี ของแบบนี้มักจะหาได้ทั่วไปในเมืองหลวง
วันนี้เป็นวันขึ้นบ้านใหม่ของบ้านสกุลฉินฉินซู่เลยเชิญเฉพาะญาติที่สนิท กับเพื่อนที่คบกันจริง ๆ มากินเลี้ยงกันอย่างอบอุ่น
เพราะว่าวันขึ้นบ้านใหม่ทั้งบ้านจึงดูคึกคักเป็นพิเศษ
ชาวบ้านใช้ชีวิตอยู่ในชนบทมาทั้งชีวิตยังไม่เคยเห็นบ้านแบบตะวันตกที่มีระดับขนาดนี้มาก่อนแต่ละคนต่างรู้สึกตื่นตาตื่นใจและอิจฉาไม่น้อยพวกเขาอยากจะเดินสำรวจบ้านหลังนี้ให้ทั่วทุกซอกทุกมุม
โชคดีที่ญาติๆ ค่อนข้างมีมารยาทไม่บุกรุกเข้าไปในห้องของฉินซู่และต่งเสี่ยวเสี่ยวพวกเขาแค่เดินชมห้องว่างเท่านั้น
"เสี่ยวเสี่ยวบ้านของพวกเธอนี่สวยจริงๆ เลยไม่คิดเลยว่าเธอจะเก่งขนาดที่สามารถสร้างบ้านหลังนี้ได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง!"
ญาติๆ ทุกคนนั่งล้อมวงกันป้าที่นั่งอยู่ข้างๆ ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มจนหน้าบานเป็นดอกทานตะวันพูดจาประจบประแจงเธอไม่หยุด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มอย่างสุภาพ"ที่ไหนกันคะ! นี่ไม่ใช่เงินที่ฉันหามาได้หรอกค่ะ!เป็นเงินของสามีฉันต่างหาก คนที่หาช่างก็เป็นสามีฉัน ฉันเป็นผู้หญิงจะไปมีความสามารถอะไรขนาดนั้นกัน"
ป้าๆ หัวเราะออกมาเสียงดังเธอมองค้อนต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะหยอกล้อเธอเล็กน้อย
"เสี่ยวเสี่ยวอย่ามาล้อพวกเราเล่นไปหน่อยเลย พวกเรารู้กันหมดแล้วว่าขาของอาซู่เจ็บทำได้แต่งานเบาๆ เงินเดือนแค่เดือนละสิบยี่สิบหยวนจะเป็นไปได้ยังไงที่จะสร้างบ้านได้ในเวลาแค่นี้ แถมยังเป็นบ้านสามชั้นอีกด้วยต้องใช้เงินไปเท่าไหร่กัน!"
ถ้าจะบอกว่าฉินซู่เป็นคนสร้างพวกเขาคงไม่เชื่อเด็ดขาด
ใครๆก็รู้ว่าฉินซู่เกษียณก่อนกำหนดเพราะขาเจ็บ แล้วยังต้องหารายได้พิเศษ ทำงานจิปาถะเดือนๆ หนึ่งถึงจะหาเงินได้ไม่กี่สิบหยวน แค่พอประทังชีพก็เท่านั้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองฉินซู่ที่กำลังต้อนรับแขกอยู่
พอเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังมองมาเขาก็หันมาส่งรอยยิ้มที่อ่อนโยนให้ แล้วจึงหันกลับไปต้อนรับแขกต่อ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจิบชาเล็กน้อยแล้วจึงพูดต่อว่า
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะคะ? ถึงสามีของฉันจะเกษียณก่อนกำหนด แต่ก็มีเงินบำนาญแล้วก็ทำคุณงามความดีไว้มากมาย ได้รับรางวัลมาตั้งเยอะ ถึงขาจะเจ็บแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการหาเงินของเขา นี่ไงคะ แต่ละเดือนก็เก็บออมไปเรื่อยๆบวกกับเงินบำนาญที่ได้จากกองทัพ แล้วก็เงินรางวัลที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้ก็พอที่จะสร้างบ้านแบบตะวันตกหลังหนึ่งได้แล้วล่ะค่ะ
เขาอยากให้พวกเราอยู่สบายขึ้นก็เลยติดต่อเพื่อนเก่าที่ถนัดด้านการตกแต่งภายในมาให้ นี่ก็เพราะสนิทกันนั่นแหละถึงช่วยกันได้ง่าย พอทำไปทำมา บ้านหลังนี้ก็เลยสร้างเสร็จแล้วน่ะค่ะ"
ป้าๆที่นั่งล้อมวงซุบซิบรอบตัวต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงกับอึ้งไปไม่คิดเลยว่าคนที่ออกแรงมากที่สุดในการสร้างบ้านหลังนี้กลับเป็นฉินซู่ไปได้?
ถึงแม้ว่าขาจะพิการแต่ก็ยังหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ แถมยังเก็บเงินได้อีกไม่ใช่น้อยที่สำคัญที่สุดคือ เขายังมีเส้นสายที่เป็นเพื่อนร่วมรบเก่าๆ อีกเพียบ
พอฟังแบบนี้ก็อดอิจฉาไม่ได้แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันน่าอิจฉาจริงๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวทักทายแขกตามมารยาทนิดหน่อยแล้วก็ยกให้พวกป้าช่วยดูแลกันไป เธอไม่ใช่คนชอบงานครึกครื้นอยู่แล้วเธอเองก็เหมือนกับฉินซู่ ชอบความเงียบสงบมากกว่า
มื้อกลางวันของวันนี้ถือว่าค่อนข้างจัดเต็มเลยทีเดียว
เนื่องจากเป็นวันขึ้นบ้านใหม่มีโต๊ะทั้งหมดสิบสองโต๊ะ มีปลาเนื้อขาวนึ่ง ขาหมูพะโล้ เนื้อแพะ เนื้อวัว หมั่นโถวกุ้ง และเฟิ่นทัง [1] …
สรุปแล้วก็คือมื้อนี้จัดเต็มสุดๆ
ญาติๆ ต่างกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อยแต่ละคนต่างก็อยากจะกินให้พุงกางไปเลย
ในบรรดาญาติๆ ทั้งหมดครอบครัวฉินเป็นครอบครัวที่ใจกว้างที่สุด วันขึ้นบ้านใหม่จริงๆแล้วแค่ทำตามธรรมเนียมก็พอ ไม่จำเป็นต้องจัดเต็มขนาดนี้ก็ได้เพราะไม่มีใครอยากเป็นคนโง่ที่ใช้จ่ายเงินมากเกินความจำเป็นหรอก
แต่ใครจะรู้ว่าครอบครัวฉินกลับใจกว้างขนาดนี้!
หลังจากส่งแขกกลับบ้านไปแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เหนื่อยจนล้มตัวลงบนเก้าอี้โยก ฉินไห่เยว่ยกน้ำมาให้แก้วหนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
เชิงอรรถ
[1] เฟิ่นทัง (粉汤)เป็นซุปใสที่มีเส้นวุ้นเส้นหรือเส้นแป้งเป็นส่วนประกอบหลักรสชาติออกจืด เค็มอ่อนๆ ในงานเลี้ยงแบบจีนพื้นบ้านมักเป็นเมนูที่ทานคู่กับกับข้าวรสจัดอื่นๆ