ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 7 บทที่ 206 กลับไปที่ฐานทัพทะเลมาร!

        ด้านล่างของแม่น้ำฉางหลิง

        เย่เทียนนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องล่างน้ำในแม่น้ำไหลผ่านร่างกาย พลังปราณวารีอันเข้มข้นห่อหุ้มเขาไว้

        เย่เทียนใช้พรสวรรค์เบญจธาตุผันแปรระดับพระเจ้าเพื่อดูดซับปราณวารีจำนวนมหาศาลเพื่อขัดเกลาร่างกายในขณะนี้ร่างกายของเขาถูกขัดเกลาอย่างรวดเร็วและเติบโตขึ้นตลอดเวลา

        “ด้วยความเร็วในการขัดเกลาเช่นนี้1 เดือนก็เพียงพอแล้ว!”

        เย่เทียนกล่าวด้วยความยินดี

        วันแล้ววันเล่า มีสัตว์อสูรจำนวนมากที่เข้ามาโจมตีเย่เทียนแต่เย่เทียนก็สังหารพวกมันได้อย่างง่ายดาย ในที่สุดบริเวณก้นแม่น้ำก็กลายเป็นสถานที่ต้องห้าม

        ที่ไม่มีสัตว์อสูรตัวใดที่กล้าย่างกรายเข้าใกล้

        หนึ่งเดือนผ่านไป

        วันนี้

        เกิดการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่ก้นแม่น้ำแม่น้ำฉางหลิงที่ยาวนับไมล์เกิดคลื่นลูกใหญ่ขึ้น

        นี่เป็นการทะลวงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่4 ของเย่เทียนในระดับจักรพรรดิมันจึงทำให้เกิดผลกระทบที่ค่อนข้างรุนแรง

        ตูม!!!!!

        ภายใต้การโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าคอขวดขีดจำกัดของร่างกายถูกปราณวารีทะลวงผ่านอย่างรุนแรง จากนั้นพลังปราณวารีจำนวนมากก็ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเย่เทียนช่วยเพิ่มพลังของเขาให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

        ไม่นาน เย่เทียนก็สงบลง

        ในตอนนี้

        พละกำลังของเขาก็มาถึง 400 มังกรแล้ว ซึ่งมันแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มาก

        เย่เทียนที่กำลังอารมณ์ดีบินออกมาจากแม่น้ำฉางหลิงทันทีและมุ่งหน้าไปยังนิกายเทพจันทราเพื่อบอกเรื่องนี้กับจักรพรรดิจันทรา

        วิหารจันทรา

        “เยว่เอ๋อร์ผมทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 4 สำเร็จแล้ว!”

        เย่เทียนที่กำลังตื่นเต้นตื่นแบ่งปันความสุขของเขากับจักรพรรดิจันทรา

        “เยี่ยมไปเลย!”

        จักรพรรดิจันทรามองไปที่บุรุษตรงหน้าเธอด้วยแววตาชื่นชม

        ในระยะเวลาสั้นๆ เย่เทียนกลับสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่4 แล้ว ใครเล่าจะเทียบกับเย่เทียนได้?

        ไม่ต้องพูดถึงพลังการต่อสู้เพียงแค่การบ่มเพาะของเย่เทียน เขาก็เป็นอันดับหนึ่งของฐานทัพจงไห่แล้ว

        ในฐานะผู้หญิงของเย่เทียนเธอมีความสุขมากราวกับว่าเป็นเธอที่ทำลายขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่ 4 ได้เอง

        “เยว่เอ๋อร์ผมจะไปที่ฐานทะเลมารนะ”

        เย่เทียนเล่าถึงรอยแยกของมิติระดับ3 ดาว และศิลาแห่งการรู้แจ้งที่เขาเคยพบให้แก่จักรพรรดิจันทราฟัง

        “มันจะเป็นอันตรายหรือไม่?”

        จักรพรรดิจันทรารู้สึกกังวลเล็กน้อย

        เธอไม่อยากให้เย่เทียนต้องไปเสี่ยงกับอันตรายแต่สมบัติล้ำค่า ใครเล่าจะยอมปล่อยมือไปง่ายๆ?

        และนั่นยังเป็นศิลาแห่งการรู้แจ้งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าศิลาเทพสงครามหากเป็นเธอ หากเธอมีความสามารถมากพอแล้วล่ะก็ เธอก็จะไม่ยอมแพ้เช่นกัน!

        ด้วยเหตุผลเหล่านี้เธอจึงไม่คิดจะหยุดเย่เทียนแต่ในใจของเธอยังคงกังวลอยู่ดี

        “ไม่ต้องกังวลมันจะไม่เป็นไร ด้วยความแข็งแกร่งของผมในตอนนี้บวกกับพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับ แม้ว่าจะได้รับผลสะท้อนกลับแต่ราคาที่ต้องแลกก็ถือว่าน้อยมาก นอกจากนี้โลกของสัตว์อสูรที่อยู่อีกฝั่งของรอยแยกระดับ3 ดาวไม่มีสัตว์อสูรตนใดที่สามารถต่อกรกับผมได้! แม้ว่ารอยแยกมิติจะน่ากลัวแต่เมื่อมนุษย์เราสามารถบรรลุได้ถึงระดับหนึ่งเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้รอยแยกมิติอีก เราจะสามารถฉีกกระชากมิติได้ด้วยตัวเองแม้ความแข็งแกร่งของผมในตอนนี้จะยังไม่สามารถทำลายมิติได้ แต่การเอาตัวรอดไม่ใช่เรื่องยาก” เย่เทียนกล่าว

        “อื้ม”

        จักรพรรดิจันทรายอมรับในคำพูดของเย่เทียนและเธอก็เห็นด้วยเป็นอย่างมากเธอได้รับมรดกมาจากโบราณสถานนิกายจันทรา เธอย่อมเข้าใจความแข็งแกร่งของคนระดับสูงเป็นอย่างดีการฉีกกระชากมิติไม่ใช่เรื่องโกหก และอีกอย่างความแข็งแกร่งของเย่เทียนในตอนนี้นั้นไม่ได้อ่อนแอและเขายังเข้าใจถึงความลึกลับของพรสวรรค์ด้านมิติแล้วสิ่งที่จะทำให้เขาเป็นอันตรายได้นั้นมีไม่มากนัก

        “งั้นฉันจะไปยังฐานทะเลมารพร้อมกับคุณ!”

        จักรพรรดิจันทราได้ยื่นคำขอนี้ออกมา

        “ตกลง แม้คุณจะไม่พูดออกมาผมก็ตั้งใจจะพาคุณไปอยู่แล้ว!”

        เย่เทียนจับมือของจักรพรรดิจันทราก่อนจะกล่าว

        ฐานทัพทะเลมาร

        ตั้งแต่เกิดรอยแยกในมิติ แม้ว่าฐานทะเลมารจะสูญเสียระดับราชาไปไม่น้อยแต่มันก็ได้นำไปสู่การพัฒนาอย่างรวดเร็ว ภัยคุกคามจากสัตว์อสูรในครั้งนั้นทำให้เกิดราชาหน้าใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก

        ในวันนี้

        หยุนเมิ่งหลีผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของฐานทะเลมารกำลังประชุมกับผู้นำกองกำลังต่างๆเพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนากองกำลังหลักของฐานทัพและคำสั่งต่างๆ ที่บังคับใช้ภายในฐาน

        ตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อน หยุนเมิ่งหลีได้ล้มเหลวในการทะลวงผ่านไปยังระดับศักดิ์สิทธิ์มันจึงทำให้เขากลับมาเริ่มพัฒนาฐานทะเลมารอย่างจริงจังโดยที่เขาไม่ได้เดินทางไปยังฐานจงไห่อีกเลย

        เขาไม่มีครอบครัวในฐานจงไห่และหลังจากล้มเหลวในการทะลวงผ่านไปยังระดับศักดิ์สิทธิ์ ความหวังของเขาก็หมดลง การจะอยู่ในฐานจงไห่นั้นไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาอีกแล้ว

        ดังนั้น

        ความหวังทั้งหมดของเขาจึงถูกฝังไว้กับการพัฒนาฐานทะเลมารและฝึกฝนคนรุ่นหลัง

        ในระหว่างการประชุม จู่ๆ ก็มีข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นบนเครื่องมือติดต่อของหยุนเมิ่งหลี

        “ท่านเย่เทียนกลับมาแล้ว!”

        หยุนเมิ่งหลีอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

        ที่พักของเย่เทียนยังคงอยู่และหยุนเมิ่งหลีก็ยังส่งคนไปทำความสะอาดอย่างลับๆ อยู่เสมอ เขาหวังว่าสักวันหนึ่งเย่เทียนจะกลับมาพักอยู่ที่นั่นอีกครั้ง

        และเมื่อครู่ ผู้ติดตามของเขาพบว่าเย่เทียนกลับมาแล้วอีกฝ่ายจึงมาแจ้งให้เขาทราบในทันที

        “ราชาเมิ่งหลีคุณหมายถึงท่านเย่เทียนอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่ว่าเขาตายไปแล้วหรอกหรือ?”

        ราชาคนหนึ่งกล่าวด้วยความประหลาดใจ

        เมื่อหลายปีก่อน เขาได้เห็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิสังหารเย่เทียนกับตาของตัวเอง

        และศพของเย่เทียนเขาก็เห็นมันด้วยเช่นกันในความคิดของเขา เขาคิดว่าเย่เทียนตายแล้วอย่างแน่นอน แต่ทำไมเมื่อครู่หยุนเมิ่งหลีถึงบอกว่าเย่เทียนกลับมาแล้ว?

        หยุนเมิ่งหลีสงบสติอารมณ์ลงและมองไปรอบๆพร้อมกล่าวว่า “ช่างมันเถอะ ในเมื่อท่านเย่เทียนกลับมาที่ฐานทะเลมารแล้ว เช่นนั้นฉันก็คงไม่ต้องปิดบังอีกต่อไปที่จริงแล้วท่านเย่เทียนยังไม่ตาย ที่พวกคุณเห็นในวันนั้นเป็นเพียงแค่ศพปลอมเท่านั้นท่านเย่เทียนหลบหอกนั้นได้ แต่เขาต้องการที่จะหลอกสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องให้มันคิดว่าเขาตายไปแล้วจริงๆ”

        “อะไรนะ?มันเป็นแบบนี้เองเหรอ? ฉันนึกว่าท่านเย่เทียนตายไปแล้ว!”

        ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาหลายคนตกใจแต่ในหมู่ราชาเหล่านั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งที่แสดงใบหน้าที่มีความสุขออกมา

        เธอก็คือเยว่หลิงแห่งตระกูลเยว่!

        เมื่อหลายปีก่อน เธอทราบข่าวว่าเย่เทียนเสียชีวิตและได้เสียใจอยู่พักหนึ่งหลังจากนั้นเธอก็ทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักและได้รับโอกาสพิเศษหลายครั้ง จนท้ายที่สุดเธอก็ก้าวมาสู่จุดสูงสุดของระดับปรมาจารย์และได้กลายเป็นผู้นำของตระกูลเยว่คนใหม่

        เธอยืมแผ่นศิลาแห่งเต๋าจากตระกูลเยว่แม้ว่ามันจะเป็นชิ้นส่วนที่ไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยความช่วยเหลือของสมบัติชิ้นนี้ก็ทำให้เธอสามารถเปิดจุดชีพจรได้และท้ายที่สุดเธอก็ก้าวเข้าสู่ระดับราชาซึ่งมีสถานะเพียงพอที่จะนั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้

        “ทุกคน พวกเราไปต้อนรับท่านเย่เทียนกันเถอะหากไม่มีท่านเย่เทียน ฐานทะเลมารของพวกเราคงจะจบสิ้นไปนานแล้ว!”

        หยุนเมิ่งหลีกล่าวออกมา

        “จริงอย่างที่ท่านว่าพวกเราไปกันเถอะ”

        ทุกคนประสานมือและตอบรับ

        กลุ่มราชาเดินออกจากห้องประชุมและบินไปยังบ้านของเย่เทียน

        ในขณะเดียวกัน วิลลาของเย่เทียน

        เขากำลังแนะนำจักรพรรดิจันทรา“เยว่เอ๋อร์ ที่นี่คือที่พักของผม”

        “ภายในบ้านสะอาดมากไม่มีฝุ่นบนพื้นเลย ดูเหมือนว่าจะมีคนมาทำความสะอาดอยู่บ่อยครั้ง!”

        จักรพรรดิจันทรากล่าว

        “น่าจะมีคนมาทำความสะอาดจริงๆ!”เย่เทียนพยักหน้า คนที่จะทำเช่นนี้คงจะมีแต่หยุนเมิ่งหลีที่รู้ว่าเขายังไม่ตาย

        ไม่เช่นนั้นจะมีใครส่งคนมาทำความสะอาดวิลลาของคนที่ตายไปแล้วกัน?

        ทันใดนั้น

        จักรพรรดิจันทรามองออกไปในที่ไกลๆ“มีระดับราชากลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามายังที่นี่ พวกเขาคงรู้แล้วว่าคุณกลับมาจึงรีบมาพบคุณ”

        “อื้ม ผู้นำของฐานทะเลมารคือหยุนเมิ่งหลีเขาใช้เวลาหลายปีในฐานจงไห่ ตอนนี้เขาน่าจะมาต้อนรับพวกเรา!” เย่เทียนกล่าว

        พรึบ!!!

        ระดับราชาบินลงมาหยุดอยู่ด้านนอกของวิลลาอย่างรวดเร็ว

        จากนั้นหยุนเมิ่งหลีก็ก้าวออกมาก้มศีรษะลงและประสานมือคำนับ

        “หยุนเมิ่งหลีนําทุกคนมาต้อนรับการกลับมาของท่านเย่เทียน!”

        เมื่อค่ายกลของวิลลาเปิดออกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “พวกคุณเข้ามาเถอะ!”

        เมื่อเหล่าราชาเดินเข้าไปในคฤหาสน์หยุนเมิ่งหลีก็อุทานออกมาเมื่อเห็นจักรพรรดิจันทรา

        “คารวะจักรพรรดิจันทรา!”

คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน