กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่เจ็ดสิบห้า Puppy Love

    ตอนที่เจ็ดสิบห้า Puppy Love

    บางครั้งคนเราก็จำเรื่องราวที่ผ่านไปมานานแล้วไม่ค่อยได้ความทรงจำของเลโอนาร์ดที่ได้ผ่านมาในใจของผมก็เช่นกัน

    ที่หลังจากผ่านด่านทดสอบเทพเทงกรีผมก็พยายามรวบรวมความทรงจำของเลโอนาร์ดผสมกับเทคนิคการฝึกพลังจิตทำให้สมองของผมนั้นพัฒนาขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

    สามารถบังคับดินสอปากกางอเหล็กต่างๆได้โดยไม่ต้องแม้แต่ร่ายคาถาแล้ว

    การเพิ่มพลังสมองและความทรงจำก็เป็นอีกอย่างที่ผมสามารถเลียนแบบพลังของแหวนที่สามารถเร่งความสามารถของผมในด้านสติปัญญาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

    แม้ประสิทธิภาพไม่เท่ากับการใช้แหวนแต่ก็กินพลังน้อยกว่าอย่างมาก

    ผมยึดถือคติของนารุโตะอย่างเคร่งครัด

    “อัจฉริยะในด้านการฝึกฝน”

    พยายามหาวิชาที่สามารถช่วยในการฝึกวิชาอย่างวิชาอย่างแยกเงาพันร่าให้ตนเองฝึกได้เร็วกว่าเดิมของนารุโตะคือสิ่งที่ผมพยายามปฎิบัติตาม

    มองการฝึกในในภาพรวมและใช้เวทย์ในการช่วยให้ผมสามารถฝึกฝนวิชาต่างๆได้เร็วมากขึ้น

    ปฏิกิริยาตอบสนองของผมก็ไวมากขึ้นการใช้พลังจิตแบบเอลเซลเลอเรเตอร์ก็พัฒนามากขึ้นอีกขั้นด้วย

    นั่นคือสิ่งที่ผมจะบอกว่าผมคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆมากมายได้ภายในชั่วพริบตาเดียวและก็ได้ผลลัพธ์ที่ไม่พึงปรารถนามากที่สุดอย่างหนึ่งในบรรยากาศอันชวนอึดอัดนี้

    บางครั้งนี่อาจจะเป็นความแตกต่างของแนวโชวเน็นกับแนวโชวโจว

    โชวเน็นคิดว่าเราผ่านอุปสรรคมากมายได้คู่กับผู้หญิงที่รักเรื่องจะจบ

    โชวโจวสามารถจับมือถือแขนและตัดฉากไปที่โรงแรมได้ภายในห้าตอนแรกหรือในกรณีแอนนาภายในหนึ่งตอนแต่ปัญหาดราม่าพึ่งจะเริ่มเท่านั้น

    นี่ล่ะปัญหา

    มีเรื่องหลายอย่างที่ผมอาจจะลืมไปเมื่อรวมร่างเข้ากับเลโอนาร์ดและต้องใช้เวลาสักพักในการทบทวนความทรงจำของตนเอง

    ความรักต่อบอนนี่ในวัยเด็กไม่ใช่หนึ่งในความทรงจำเช่นว่านั้น

    เ­ขาจำมันได้เสมอ

    ผมถอนหายใจ

    “ไม่ว่าชั้น แอนดรูว์ แฮงก์หรือเจ้าบิฟก็หลงรักเธอทั้งนั้นล่ะบอนนี่”

    ถึงผมจะงงว่าทำไมเจ้าบิฟถึงกลายเป็นเกย์ได้ในตอนโตก็ตาม

    ผมไม่คิดจะปฎิเสธหรืออะไรแบบแนวโชวเน็นที่เขินอายจนไม่กล้าพูดเรื่องน่าอายวัยเด็กออกไป

    แม้ผมจะมองออร่ายังไม่เก่งแต่ก็มองออกว่า บอนนี่เธอก็ลำบากใจมากพอสมควรทีเดียวกับคำพูดที่ไม่ตั้งใจของผม

    บางครั้งคนเราก็ต้องจัดการเรื่องอะไรหลายๆอย่างให้ชัดแจ้ง

    เราเลือกทางของเราแล้วก็ต้องเดินไปให้สุด มันอาจจะดูเหมือนเด็กๆแต่คนเราตั้งใจอะไรไว้มันก็ต้องทำให้เป็นอย่างนั้น

    ถ้าหากนี่คือไลท์โนเวล

    บอนนี่สามารถนับเป็น”เพื่อนสมัยเด็ก”ของเลโอนาร์ดได้ซึ่งเจ้าบิฟเองก็นับเป็น”เพื่อนสมัยเด็ก”ได้เหมือนกันนั่นล่ะนะ

    แต่แน่นอน ผมไม่ตำหนิเรื่องราวความรักของเลโอนาร์ดเสียทีเดียว

    เพราะไลท์โนเวลเอง”เพื่อนสมัยเด็ก”ก็ใช่ว่าจะสมหวังกันง่ายๆ

    และยกตัวอย่างความรักของแอนนาเป็นตัวอย่าง

    คนเขียนบทมักชอบบอกว่า

    “คู่รักที่ไม่มีปัญหานั้นน่าเบื่อ”

    ก็อาจจะถูกต้องหากดราม่ากันนั่นล่ะ

    Puppy Love

    รักครั้งแรก

    แม้มันจะตกหลุมรักได้ง่ายดายด้วยเหตุผลไร้สาระ แต่เราไม่สามารถลืมมันไปได้ง่ายๆหรอกนะ

    มีชายอายุหกสิบคนหนึ่งเล่าว่าตื่นขึ้นมากลางดึกมองไปบนเพดาน เขาก็ยังนึกเสมอว่าจะสามารถทำอะไรได้ต่างไปบ้างนะ

    What could have been?

    จะเกิดอะไรขึ้นหากเราสามารถเลือกทำสิ่งที่ต่างไป?

    หากเราไม่โง่เขลาและอารมณ์รุนแรงกันทั้งคู่เราจะรักษารักแรกของเราไว้ได้ไหม?

    มันคือช่วงเวลาก่อนที่แนวคิดชาวสวนแม่ลูกสามจะเข้ามาหาเราว่าเขาคนนั้นจะมีบ้านที่ปักกิ่งหรือไม่ รายได้เกินกว่าหนึ่งล้านดอลล่าร์ต่อปี มีเรือยอร์ชหรูหราไหม?

    แค่เขาคือเด็กน้ำมูกย้อยที่แบ่งไอศกรีมให้กันเราก็ตกหลุมรักแล้ว

    มันง่ายแค่นั้นล่ะ

    แต่ตอนนี้ผมเริ่มมีแนวความคิดแบบชาวสวนแม่ลูกสามแล้วนั่นเอง

    “แล้วทำไมล่ะ นั่นมันเรื่องตอนเด็กๆแล้วนี่น่า”

    บอนนี่กล่าวอย่างโมโหแต่กลับหน้าแดงเล็กน้อย

    การอ่านออร่าของผมบอกว่าเธออารมณ์หวั่นไหว

    นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เลโอนาร์ดทำได้เก่งกว่าผม

    หลายอย่างที่เขาทำเพื่อให้เรื่องเก่าๆที่เหมือนกับผีสางที่หลอกหลอนในอดีตนั้น หายไปตามกาลเวลา

    การมารวมร่างกับเลโอนาร์ดมันทำให้ผมคงต่างไปจริงๆนั่นล่ะ

    จิตวิญญาณของเลโอนาร์ดนั้นความรักต่อบอนนี่ไม่หายไป

    แต่มุมมองแบบชาวสวนแม่ลูกสาม

    บอกว่าแบบเดียวกับแอนนา

    ผู้หญิงอย่างบอนนี่นั้นไปกับเราไม่รอดหรอก

    ชาวสวนแม่ลูกสามนั้นฉลาดมากแต่คำตอบอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการได้ยิน

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน