เมื่อเวลาอาหารเช้าได้ผ่านไป หญิงสาวเพียงคนเดียวของบ้านก็ตัดสินใจที่จะไปคุยกับสามีของตน ให้รู้เื่ การที่นางเคยอายุเกือบ 30 ทำให้รู้ว่า ผู้ชาย ถ้าไม่บอกคือไม่รู้ งอนไปก็ไม่รับรู้อยู่ดี ต้องบอกตรงๆเท่านั้น
“เราต้องมาคุยกันค่ะ” ฉันทนไม่ไหวแล้ว ส่วนหนึ่งคงเพราะฉันไม่เคยคบหาดูใจกับผู้ชายเลยแม้แต่คนเดียวแบบจริงจังและคนที่บ้านส่วนใหญ่แสดงออกทั้งคำพูด และท่าทาง ทำให้เธอทนไม่ไหวกับการที่เขาปล่อยผ่านเื่ราวต่างๆ และเงียบ ทั้งๆที่รู้ว่ามีเื่ต้องคุยกัน
ตอนนี้นางเลยกึ่งลากกึ่งจูงชายร่างโต เข้ามาที่ห้องนอน
“เราต้องคุยกัน”
“ครับ บอกมาได้เลย” ชายหนุ่มตัวโตมองหน้านางพร้อมทำท่าทางตั้งใจฟัง เขาก็อยากรู้เช่นกัน
“เื่แรกเมื่อคืนคุณไม่มีเตียงจริงเหรอคะ หรือ ให้น้องฉันมานอนด้วยเพราะคุณไม่ชอบฉัน” ร่างเล็กกว่ายิงเข้าไปให้ตรงประเด็น ไม่ต้องอ้อมค้อมใดๆ “เื่ที่ 2 ครอบครัวเราจะทำอย่างไรต่อไปคะ ฉันได้ยินว่าคุณออกจากทหารแล้วและอีกเื่สุดท้ายคือครอบครัวคุณล่ะคะ ทำไมไม่มีญาติฝั่งคุณมางานเลย มีแค่เพื่อนที่มาร่วมงานนี่คะ”
ชายหนุ่มมองภรรยาที่พยายามทำท่าทางขู่เป็ลูกแมวตรงหน้า แล้วเปลี่ยนท่าทางเป็ความสงสัยแทน เขาโชคดีมากเลยนะเนี่ยที่ได้แต่งกับคนแบบนาง นาวตรงกับภรรยากับที่เขาอยากได้ทุกอย่าง ทั้งกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ตรงไปตรงมาไม่เสแสร้ง เปิดเผย จริงใจ แม้บางครั้งจะมากไปบ้างก็ตาม แต่คนเราก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน อีกทั้งรูปร่างหน้าตาก็ยังดูดี มองไม่เบื่ออีก
“นี่!!!! คุณไม่ฟังกันเลยใช่ไหม เหม่ออะไรของคุณเนี่ย” เมื่อร่างสูงดึงสติกลับมาก็พบว่าภรรยาตัวน้อยของเขา ตอนนี้โกรธจนหน้าแดงกล่ำ อีกทั้งยังมีน้ำคลอในตาแล้ว
“ผมขอโทษ เอ่อ... เป็ความจริงผมที่ไม่มีเตียง วันนี้ผมจะพาคุณไปตลาดไปซื้อของใช้ที่ขาดอื่นๆ และไปดูตู้และเตียงที่สั่งไว้ให้เขาส่งวันนี้ น่าจะใกล้เวลาแล้ว” ร่างสูงพยายามกลั่นคำพูดออกมาให้มากที่สุด เพื่อให้ภรรยาตัวน้อยเข้าใจตน อย่างน้อยตอนนี้ภรรยาก็หน้าตาดูดีขึ้นแล้ว เขาเอามือลูบแก้มพองตรงหน้าอย่างอดใจไม่ไหว
“เื่ที่ 2 ล่ะคะ” ภรรยาตัวน้อยเสียงอ่อนลงแล้วเอนหน้าซบมือของเขา หลังจากที่เขาเจอเธอไม่กี่ครั้ง เขาก็รับรู้ว่าภรรยา แม้ตอนโกรธจะเหมือนแมวขู่ แต่ภรรยาของเขาทำตัวน่ารักเก่งจริงๆนั่นแหละ
“เอ่อ…. เื่นั้นผมยังไม่มีแผนละเอียดนัก แต่ก็น่าจะปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ความจริงผมมีความรู้เื่รักษาคนอยู่บ้างตอน่าที่ผมกำลังรักษาตัว ผมได้ช่วยหมอเยอะอยู่ แต่ก็ต้องเรียนเพิ่มขึ้นอีกมากและต้องสอบใบประกอบเพื่อให้รักษาได้อย่างถูกต้อง ส่วนเื่ที่ 3 นั้นมันยาวมากๆ ผมบอกคุณได้แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เอาเป็คืนนี้เราค่อยเล่าดีหรือไม่ รอเตียงตู้มาส่ง และเราไปตลาดกันก่อน” หลังจากก่อนหน้านี้ เขาก็ได้รับรู้ว่าภรรยาของเขา อ่านสีหน้าท่าทางคนไม่ค่อยเป็ ดังนั้น การพูดให้มาก เปิดใจให้กว้างกับนาง จะทำให้นางสบายใจ และเข้าใจเขา
“ได้ค่ะ แต่ขอถามอีกข้อก่อน ฉันอยากรู้ว่าฐานะบ้านของเราเป็แบบไหน ทั้งบ้านเรามีเงินเท่าไหร่คะ จะได้แบ่งเก็บและใช้จ่ายได้พอ” ร่างสูงแค่ได้ยินคำว่าบ้านของเรา ก็หน้าร้อนผ่าว คิดแค่เพียงภรรยาของเขาดีจริง คิดเพื่อครอบครัวตลอด ก่อนจะหยิบกล่องเงินในตู้เสื้อผ้า ยกมาตรงหน้านาง
หลังจากหญิงสาวดูเงิน ก็พบว่าเงินที่เหลืออยู่เมื่อหักค่าใช้จ่ายงานแต่งที่ค้าง และค่าเตียงตู้ ก็ยังเหลือพอสำหรับการใช้ชีวิตผ่านหน้าหนาวอันใกล้นี้ได้ และยังเหลือนิดหน่อย แต่หากหน้าหนาวนี้ไม่มีรายได้ แม้จะเริ่มเพาะปลูกได้ แต่ก็ยังต้องรอให้ออกดอกผล นางต้องหาวิธีให้ได้
หลังจากที่คำนวณเงินคร่าวๆ นางก็ตัดสินใจที่ต้องหาเงินเข้าบ้าน ไม่มากก็น้อย เพื่อให้หลังจากหน้าหนาวมีค่าใช้จ่ายเพียงพอ อีกทั้งต้องสำรองใช้ยามป่วยไข้อีก หลังจากเก็บเงินใส่กล่องคืน นางก็เดินรอบบ้านๆเพื่อสำรวจ บ้านหลังนี้เป็ขนาดกลาง มี3 ห้องที่ใช้นอนได้ 1 ห้องครัว และอีก 1 ห้องรับแขก แน่นอนว่าเธอจะนอนกับสามี น้องชายจะนอนอีกห้อง ห้องที่เหลือเก็บไว้ให้แขก ไม่ก็ลูกๆพวกเขาในอนาคตก็ไม่แย่ พื้นที่ลานบ้านหากปลูกผักสวนครัวไว้กินก็เพียงพออีกทั้งยังเหลือพื้นที่อีก รอบๆบ้านเป็ชายป่าจึงไม่มีเพื่อนบ้านใกล้นัก ดีอีกอย่างคือรั้วที่สูง 2เมตรครึ่งที่ล้อมบ้าน แต่ก็ยังได้ยินเสียงน้ำไหลไม่ไกลนัก จึงเป็ส่วนตัวมาก บ้านในฝันของคนในยุคปัจุบันสุดๆ เพียงขาดแค่ความสะดวกเื่ไฟฟ้า แต่ที่นี้เขาชินกับการนอนไว จึงไม่มีปัญหาเื่นี้เลย ดูแล้วอย่างไรก็เหมือนบ้านเก่าที่ปรับปรุงใหม่
“พี่จาง!!!! อยู่หรือเปล่า” เสียงเคาะดังจากประตูรั้วหน้าบ้านที่ปิดอยู่
“สามี!! ลี่จิ่น มีคนมาเรียกหาคุณ” ฉันเรียกเขาอีกแรง ก่อนจะเดินตามเสียงคนเรียกสามีของตนไปทางหน้าบ้าน
“อาเจียว รอข้าเดี๋ยว ข้าทำปลาอยู่ เ้าจัดการเลย!!” เสียงตอบกลับเธอดังจากทางครัวหลังบ้าน เธอจึงชะงักขา เสียงวิ่งจากเท้าเล็กวิ่งมาหาเธอ
“พี่เจียว พี่เขยให้พี่เลือกห้องที่ให้น้องเลย พี่เขยยังทำปลาไม่เรียบร้อย ไม่อยากให้มือเลอะหลายที น่าจะอีกครู่”
“ได้” นางจึงจูงมือน้องชายไปหน้าบ้านด้วยกัน ก็พบกับชายไว้เครา และ เด็กหนุ่มอีกคน เสียงนั่นคงเป็ของเด็กคนนี้สินะ พวกเขาขนตู้ที่สำเร็จ และชิ้นส่วนต่างๆของเตียงอยู่บนเกวียน
“แม่นาง อ่อ สะใภ้จาง คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอเร็วเช่นนี้ ผมเจียงจือ เป็รุ่นน้องตอนเป็ทหารของเขา” เขายังดูเด็กอยู่เลยน่าจะรุ่นเดียวกันกับนาง
“ค่ะ ยินดีที่ได้พบทั้งสองคนเลยนะคะ เพิ่งเดินทางมาถึงดื่มน้ำก่อนเถอะค่ะ น่านะมากันไกล เดี๋ยวค่อยแนะทางไปห้องที่ต้องต่อเตียง” หญิงสาวพาไปทั้งสองไปที่ห้องรับแขก ก่อนจะให้น้องชายอยู่เป็เพื่อนก่อนจะเดินเข้าไปในครัว
สามีที่นั่งจุ่มอยู่ที่ประตูทางออกไปทางด้านหลังบ้านกำลังตักน้ำในโอ่งราดที่ปลาที่แล่เมื่อครู่ ท่าทางนั่นมองไกลๆเหมือนจะมั่นใจ แต่นางที่ทำอาหารบ่อย มองครู่เดียวก็รู้ว่า เขาไม่ค่อยถนัดเื่นี้ ดูท่าก่อนหน้านี้ในค่ายน่าจะมีโรงครัว หรืออาจจะทำเป็แต่อาหารง่ายๆ หยาบๆ ถึงอย่างนั้นรสมือเขาก็พอทานได้เลย
“เหลือเยอะไหมคะ ฉันว่าคุณไปอยู่กับพวกชั่งดีกว่าไหมคะ” นางพูดพร้อมกับตักน้ำที่ตั้งอุ่นไว้ เติมน้ำตาลละลายลงในแก้ว โดยเตรียม5 แก้ว ให้ครบจำนวนคน ระหว่างคนก็หันมองสามีตัวเอง
“เหลือแค่ตัวเดียว เมื่อเช้าผมจับมาได้ 5 ตัว ผมกลัวว่าถ้าเราไปตลาด ปลาจะเน่าก่อนน่ะ”
“ฉันเข้าใจค่ะ แต่ครู่เดียว คุณเป็คนตกลงไว้เอง อีกอย่างพวกเขาก็เป็เพื่อนกับคุณนะคะ ส่วนปลานี่ก็ไว้ค่อยทำ พวกเราไปตลาดช้าหน่อยหรือพรุ่งนี้ก็ได้นะคะ ของในบ้านก็ยังไม่ขาดขนาดนั้น” นางพูดร่ายยาว เพราะร่างสูงเหมือนจะไม่ค่อยสนใจเื่นี้ ก่อนที่นางจะหยิบของไป นางก็เดินไวๆไปที่หัวทุยๆของสามีก่อนจะยีอย่างมั่นเขี้ยว และตบท้ายด้ายการหอมไปหนึ่งที ก่อนจะยกถาดที่วางแก้วน้ำออกไปจากครัว โดยไม่ทันหันมาสังเกตเห็นเลยว่าคนที่โดนยีหัว หัวหูแดงไปหมด