บทที่ 6
หลังจากได้พูดคุยและสอบถามเอาความจริงจากดาริกาธีรยุทธก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเื่ความสัมพันธ์ของผู้เป็เพื่อนรักกับแฟนสาวของเขาชายหนุ่มจ้างนักสืบคอยติดตามวิภาดาโดยที่เ้าหล่อนไม่รู้ตัวจนได้หลักฐานที่เป็รูปภาพและวิดีโอมาหลายชิ้น และวันนี้เขาก็จะพารัฐนนท์ไปเห็นภาพนั้นกับตาตัวเอง
“แกจะพาฉันไปไหนวะเนี่ย”รัฐนนท์ถามผู้เป็เพื่อนรักออกไปด้วยความสงสัย
“จะพาแกไปดูอะไรบางอย่าง” ตอบออกไปแค่นั้นก่อนจะขับรถพาเขาไปพัทยาตามที่ได้ข้อมูลมาจากนักสืบ
“จะพามาเล่นน้ำทะเลกลางดึกหรือไงวะ”ว่าออกไปด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“เออน่ารอแป๊บ”บอกผู้เป็เพื่อนรัก ก่อนจกดโทรศัพท์หานักสืบที่ตนเองจ้างเอาไว้และสอบถามข้อมูลกับอีกฝ่ายเพื่อความมั่นใจอีกครั้งหนึ่ง
“นี่มันเื่อะไรวะไอ้ธีร์”รัฐนนท์ถามผู้เป็เพื่อนรักออกไปด้วยความสงสัยเมื่อได้เห็นท่าทีมีลับลมคมในของอีกฝ่าย
“รอสักครู่เพราะความจริงบางอย่างกำลังจะปรากฏต่อสายตาแก”บอกออกไปแค่นั้น พร้อมกับจ้องมองป้ายทะเบียนรถที่ขับเข้ามาจอดยังร้านอาหารกระทั่งเจอคันที่เป็เป้าหมาย
“นั่นไงมาละแกดูคนที่ลงจากรถคันนั้นให้ดี ๆ นะ” บอกพร้อมกับชี้ไปยังรถยนต์ที่จอดเยื้อง ๆกับตนเองให้ผู้เป็เพื่อนรักได้ดู
ภาพของผู้เป็แฟนสาวที่ก้าวลงจากรถคันดังกล่าวแล้วเดินไปคล้องแขนของบรุษอื่นเหมือนคนเป็แฟนกันทำให้รัฐนนท์รับรู้ได้ถึงความเ็ปที่กำลังบีบอัดเข้ามาในหัวใจแกร่ง
“นี่มันอะไรกันวะไอ้ธีร์”
“อย่าเพิ่งถามตามฉันมาก่อน”ตอบอีกฝ่าย ก่อนจะพาเขาเดินเข้าไปข้างในร้านและหามุมที่นั่งพอให้ผู้เป็เพื่อนรักได้เห็นทุกการกระทำของภาวิดาที่มีต่อผู้ชายที่เธอควงมาด้วย
รัฐนนท์มองภาพทุกอย่างของวิภาดาด้วยอาการนิ่งงันโดยไม่พูดและเอ่ยถามอะไรจากธีรยุทธ กระทั่งเ้าหล่อนและผู้ชายคนดังกล่าวเดินออกไปจากร้านเขากับธีรยุทธจึงรีบตามออกไป และขับรถตามเธอกระทั่งไปถึงรีสอร์ทที่เธอจะเข้าพัก
“พักห้องเดียวกันจริงๆ ด้วย” ธีรยุทธอุทานออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันมามองผู้เป็เพื่อนรัก
“แกจะเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังใช่ไหม”
“อืม”ตอบรับคำของอีกฝ่าย ก่อนจะขับรถออกมาจากที่ตรงนั้นและไปหาที่นั่งบริเวณชายหาดคุยกันเพียงลำพังสองคน จากนั้นเขาจึงเอารูปภาพรวมทั้งคลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่ได้มาจากนักสืบให้กับรัฐนนท์ได้ดูทั้งหมด
“วินอกใจแกโดยการกลับไปหาแฟนเก่า”
“อะไรนะผู้ชายคนนี้เป็แฟนเก่าวิอย่างนั้นเหรอ” ถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“อืมแกจำวันที่ฉันไปหาแกที่ห้อง แล้วถามถึงความสัมพันธ์ของแกกับวิได้ไหม”
“อืมจำได้ทำไมเหรอ”รัฐนนท์ทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำถามของผู้เป็เพื่อนรักก่อนจะตอบเขาเมื่อพอจะจำภาพเหตุการณ์วันนั้นได้
“ฉันเริ่มสงสัยวิวันนั้นแหละฉันจึงเดินไปถามแกและวันนั้นฉันก็นัดน้องดาให้ไปเจอกันหลังเวลาเลิกงานเพื่อที่จะถามเธอว่าไอ้ผู้ชายคนนี้เป็ใคร”
“แล้วยังไงต่อ”
“พอฉันได้รู้ความจริงจากปากของน้องดาฉันก็จ้างนักสืบคอยติดตามวิและเก็บรวบรวมหลักฐานทุกอย่างที่ได้มาให้แกดูในวันนี้ยังไงล่ะ”บอกพร้อมกับตบบ่าแกร่งเพื่อนรักเบา ๆ แล้วพูดต่อ
“แกอย่าหาว่าฉันยุนะแบงค์ฉันว่าผู้หญิงคนนี้แกไม่สมควรที่จะคบอีกต่อไป”
“ขอบใจนะเพื่อนหากไม่มีแกฉันก็เป็ไอ้ควายโง่ให้วิสวมเขา”บอกออกไปอย่างปวดใจ แม้จะรักเ้าหล่อนมากแค่ไหนเขาก็คงต้อนตัดใจและทำตามที่ธีรยุทธบอก
วิภาดาเดินเข้าไปหารัฐนนท์ที่ร้านกาแฟสุดหรูแห่งหนึ่งด้วยใบหน้าระบายยิ้มก่อนที่เธอจะไปนั่งลงเคียงข้างเขาและซบหน้าลงบ่าแกร่งอย่างออดอ้อนเพราะสองครั้งแล้วที่เธอผิดนัดเขา วันนี้เธอจึงต้องทำเป็เอาใจเขาเพราะดูจากสีหน้าเขาแล้ว มันเหมือนเป็รางไม่ดีอะไรสักอย่าง
“เครียดเื่งานเหรอคะพี่แบงค์ทำหน้าเครียดจัง วิภาไปเที่ยวคลายเครียดดีไหมคะ” ถามเขาออกไปอย่างเอาใจ
“ว่างพาพี่ไปเหรอครับ”
“พี่แบงค์จะที่ไหนและเมื่อไหร่ละคะวิจะได้เคลียร์งาน”
“ไม่ต้องลำบากน้องวิหรอกครับพี่คงไม่รบกวนวิถึงขั้นนั้นหรอก”
“ทำไมพี่แบงค์ถึงพูดแบบนี้ละคะ”ถามเขาออกไปด้วยความหวาดหวั่น หลังจากได้ยินคำพูดของเขาเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
“ดูนี่นะแล้ววิก็จะเข้าใจว่าทำไมพี่ถึงพูดแบบนี้”บอกพร้อมกับยื่นซองสีน้ำตาลให้กับเ้าหล่อนขณะที่วิภาดาก็รับซองนั้นมาถือเอาไว้ด้วยความไม่มั่นใจ ก่อนจะที่เธอจะเปิดดูสิ่งที่อยู่ข้างใน
วิภาดาเบิกตากว้างด้วยความใเมื่อได้เห็นภาพถ่ายของเธอกับปรานนท์รวมถึงภาพครั้งล่าสุดตอนที่เธอไปพัทยากับอีกฝ่าย
“พี่แบงค์คะคือ...”ยังไม่ทันที่เ้าหล่อนจะได้พูดอะไรต่อจนจบ รัฐนนท์ก็พูดแทรกขึ้น
“พี่เข้าใจครับและก็ขอให้วิโชคดีในทางที่วิเลือก ส่วนพี่ก็จะไปตามทางของพี่”บอกออกไปด้วยความปวดใจ ก่อนจะลุกออกมาจากที่ตรงนั้นเพราะไม่อาจนั่งทนอยู่เห็นหน้าเ้าหล่อนต่อไปได้
“เป็ไงวะไอ้แบงค์”ธีรยุทธถามเพื่อนรักออกไปด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินออกมาจากร้านกาแฟหลังจากที่วิภาดาเดินเข้าไปเมื่อครู่
“เรียบร้อยแล้วล่ะระหว่างฉันกับวิคงจบกันเพียงเท่านี้” ตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งก่อนจะฝืนยิ้มให้กับตัวเอง ทั้งที่เขาก็ไม่ได้มีอะไรด้อยไปกว่าผู้ชายคนนั้นแต่ทำไมวิภาดาถึงเลือกจะหักหลังเขา
“ไม่เป็ไรนะเพื่อนสักวันแกจะต้องได้เจอผู้หญิงคนใหม่ที่รักและจริงใจกับแก”พูดปลอบเพื่อนรักพร้อมกับตบเข้าที่บ่าแกร่งของเขา ก่อนจะขับรถไปกลับบริษัท
และตลอดทั้งบ่ายรัฐนนท์ไม่อาจฝืนตัวเองให้นั่งทำงานต่อไปได้เขาจึงเดินออกไปสั่งงานกับเลขาหน้าห้องไว้ จากนั้นจึงเดินทางกลับบ้าน เพื่อพักจิตใจของตัวเองเพราะตอนนี้มันเ็ปเหลือเกิน เจ็บจนแทบอยากจะร้องไห้
“อ้าวตาแบงค์ทำไมกลับเร็วนักล่ะลูกวันนี้”คุณพิมพ์ศิริเอ่ยถามบุตรชายออกไปด้วยความสงสัยเพราะโดยปกติรัฐนนท์เป็คนที่มุ่งมั่นในการทำงานและจะไม่มีวันทิ้งงานกลับมาก่อนเวลาแบบนี้
“พอดีผมรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยครับแม่เลยกลับมาพัก” ตอบผู้เป็มารดา ก่อนจะตั้งท่าเดินขึ้นไปบนห้องนอนของตน
“อ๋อแบงค์พรุ่งนี้ตอนเย็นชวนหนูวิมาทานข้าวที่บ้านนะลูก”
“ต้องขอโทษด้วยนะครับแม่เพราะนับจากนี้ต่อไปวิเขาจะไม่มาบ้านเราอีกแล้วละครับ”
“อ้าวทำไมละลูก มีปัญหาอะไรกันอย่างนั้นเหรอ”
“ผมกับวิเราเลิกกันแล้วครับ”ตอบนางออกไปตามความเป็จริงขณะที่สีหน้าของเขาก็แสดงให้เห็นได้ชัดว่าเ็ปเพียงไหนกับความสัมพันธ์ที่สิ้นสุดลงระหว่างเขาและวิภาดา
“จ๊ะงั้นแบงค์ก็ขึ้นไปพักเถอะลูก ใกล้ได้เวลาอาหารเย็นแล้วแม่จะให้เด็กไปตาม”บอกผู้เป็บุตรชาย และไม่ได้เอ่ยถามอะไรต่อจากนั้น แม้อยากรู้ความจริงใจจะขาดแต่นางก็ต้องเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ในใจเพราะไม่อยากตั้งคำถามที่มันะเืจิตใจของเขา