“ถึงเมืองหูเจียงแล้วขอรับคุณชายน้อยท่านจะเดินทางไปหมู่บ้านตีนเขาเลยหรือไม่ขอรับ หรือว่าท่านอยู่จะพักที่เมืองหูเจียงก่อน” ลุงเหอเอ่ยกับซุนหวางแต่สายตากลับหันไปขอความเห็นจากท่านแม่ทัพ
“ซุนหวางว่าอย่างไรเ้าเหนื่อยหรือไม่”
“ไม่ขอรับข้ายังเดินทางต่อได้ข้าอยากไปให้ถึงหมู่บ้านตีนเขาไว ๆ”
“ทำไมจะต้องรีบขนาดนั้นถึงอย่างไรข้าก็ไปกับเ้าอยู่ดี”
‘อ่า..ยังคิดจะไปอยู่อีกหรือนี่ ข้าคิดว่าท่านแม่ทัพแค่ล้อเล่นเสียอีก’ ซุนหวางคิดและพยายามหาทางเลี่ยงท่านแม่ทัพอีกครั้ง
“แต่มันอยู่คนละเส้นทางกับค่ายทหารไม่ใช่หรือขอรับมันอาจจะทำให้ท่านแม่ทัพเสียเวลา ข้าไม่อยากรบกวน”
“ไม่ต้องเกรงใจจะทางไหนใกล้ไกลนั่นมันเป็ปัญหาของข้า เดินทางกันได้แล้วก่อนที่มันจะค่ำ!” ชิวหานตอบคนตัวเล็กไปด้วยท่าทางที่ยียวน แล้วก็หันมาสั่งลูกน้องด้วยเสียงอันดังฟังชัดเหมือนกับคำสั่งการให้ออกศึกกระนั้น
“ขอรับท่านแม่ทัพ!!” ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือจะทำให้ท่านแม่ทัพของพวกเขาผิดหวัง เสียงร้องขานรับอย่างพร้อมเพรียง และดังกึกก้องของเหล่าทหารกล้าได้สร้างความฉงนให้กับผู้คนที่สัญจรผ่านไปผ่านมาเป็อย่างยิ่งต่างก็พากันสงสัยว่าทหารของกองทัพหลวงจะไปเปิดศึกที่ใดกันถึงได้พากันฮึกเหิมยิ่งนัก
“ท่านแม่ทัพ พวกท่านจะไปกันทั้งหมดนี่เลยหรือขอรับ” ลุงเหอผู้ใหญ่บ้านแห่งหมู่บ้านตีนเขาก็ใเช่นกันที่เห็นทหารนับร้อยเตรียมพร้อมจะเดินทางอีกครั้งก็มันไม่ใช่แค่ทหารนับร้อยแต่ม้าศึกก็มีนับร้อยเช่นกัน แล้วหมู่บ้านตีนเขาเล็กๆแห่งนั้นจะไม่พัง ราบเป็หน้ากลองเลยหรือ
“ทำไมล่ะ หมู่บ้านของท่านไม่ยินดีต้อนรับข้าหรืออย่างไร”แม่ทัพชิวหานถามออกไปเนิบ ๆ แต่แฝงด้วยความดุดันทำให้คนฟังหัวใจแทบตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ตะ..ต้อนรับขอรับแต่เื่อาหารและที่พักนั้น...”
“ท่านลุงเหอไม่ต้องเป็กังวลไปพวกข้าไม่ทำให้ท่านต้องลำบากหรอก ข้าแค่อยากมั่นใจว่าซุนหวางอยู่ที่นั่นจะต้องปลอดภัยภายใต้การดูแลของท่าน ใช่ไหมท่านลุงเหอ เอาล่ะ..เดินทางกันได้แล้ว”
“ขอรับท่านแม่ทัพ!” เหอชวนจำต้องรับคำอย่างหนักแน่นไม่แพ้เหล่าทหารเช่นกัน เห็นทีเขาจะต้องกำชับลูกบ้านอย่างหนักเื่ของคุณชายน้อยซุนหวางเสียแล้วหากเกิดสิ่งใดขึ้นกับคุณชายน้อยคนนี้ เฮ้อ..เขาไม่อยากจะคิดต่อเลยเพราะหมดหนทางที่จะหลีกเลี่ยงแล้ว
การเดินทางจึงได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง ด้วยการนำของทหารกลุ่มใหญ่ชิวหานบังคับม้าให้วิ่งช้า ๆ และเข้าไปขนาบข้างกับรถม้าของคนตัวเล็ก ที่ผ้าม่านของรถม้ายังคงเปิดอยู่
“ทำไมท่านแม่ทัพจะต้องข่มขู่ท่านลุงเหอด้วยขอรับ” เมื่อ เห็นชิวหานเข้ามาใกล้ ซุนหวางก็รีบต่อว่าคนอวดเบ่งทันทีลุงเหอก็ดีกับเขาขนาดนั้นยังมิวายโดนคนผู้นี้ข่มเหงด้วยวาจาอีก แบบนี้เขาเรียกว่าใช้อำนาจในทางที่ผิดหรือไม่
“ไม่ชอบหรือ ข้าทำเพื่อเ้าทั้งนั้นนะยังมีอีกเื่หนึ่งที่ข้าก็ทำเพื่อเ้าได้ ยื่นมือมาสิ”
‘อะไรอีกล่ะทำไมถึงชอบวุ่นวายกับข้านัก’ ถึงจะคิดแบบนั้นหัวใจเ้ากรรมกลับยิ่งเต้นกระหน่ำดั่งกลองศึกทั้งยังยอมยื่นมือออกไปตามคำสั่งแล้วถุงผ้าที่มีน้ำหนักอยู่มากโขก็ถูกวางลงบนมือของเขา‘ถุงเงินนี่’ ซุนหวางคิด แต่ทำไมมันถึงได้เยอะขนาดนี้
“ท่านแม่ทัพนี่มัน...”
“ก็เงินค่ายาของเ้ายังสงสัยอะไรอีกหรือ”
“ทำไมมันถึงได้มากมายขนาดนี้ขอรับ”
“แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอกตวนหยางย่อมยินดีที่จะจ่ายต่อให้เยอะกว่านี้เขาก็ต้องจ่าย เ้าคิดว่าข้าทำได้ดีหรือไม่ที่ช่วยเ้าขายของได้กำไรงามเช่นนี้แล้วข้าสมควรได้รับรางวัลไหมซุนหวาง”
“ขะ..ข้าไม่มีรางวัลให้ขอรับเช่นนั้นท่านแม่ทัพก็แบ่งเงินไปก็ได้”
“หึ ๆ ๆใครเขาอยากจะได้เงินของเ้ากัน ข้าหมายถึงรางวัลอย่างอื่นต่างหากที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายสักตำลึง” ชิวหานบอกความ้าของตัวเองไปทั้งยังใช้สายตาจดจ้องไปที่ริมฝีปากบางอย่างหลงใหลความรู้สึกและรสจูบของวันนั้นมันก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่เคยจางหายจนอยากจะยื่นมือไปััอีกครั้ง
ซุนหวางพอรู้ตัวว่าถูกมองตรงส่วนใดก็รีบดึงผ้าม่านปิดลงทันที คิดถึงตอนนั้นทีไรใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นเมื่อนั้น ‘โอย..ทำไมข้าถึงเป็เช่นนี้’ ซุนหวางได้แต่สงสัยอาการร้อนรุ่มของตัวเองที่มีต่อบุรุษผู้นี้
ส่วนแม่ทัพชิวหานก็ยังคงควบม้าขนาบข้างรถม้าของซุนหวางด้วยสีหน้าชื่นมื่นและเป็สุขอย่างยิ่งท่าทีขวยเขินที่น่ามองเช่นนี้เขาอยากจะเห็นมันบ่อย ๆ เหลือเกิน
ย้อนกลับไปหนึ่งวัน ก่อนการเดินทางสู่เมืองหูเจียง...
“ท่านแม่ทัพคุณชายซุนหวางมียาเหลือหรือไม่” ตวนหยางเอ่ยถามผู้เป็สหายความหวังที่จะได้ยากลับไปให้ท่านหมอปิงนั้น มันก็มีแค่ริบหรี่เพราะคิดว่าใครเขาจะบ้าซื้อยามาตุนไว้เยอะแยะปานนั้นแต่อย่างน้อย ๆ ขอให้ได้อย่างละสิบยี่สิบเม็ดก็คงจะดี
“หากว่าได้มาแล้วเ้าจะให้ราคาเท่าไหร่หรือคงไม่ใช่ราคาปกติหรอกนะ กว่าจะหอบหิ้วมาจากเมืองหลวงมันก็ต้องมีค่าขนส่งบ้าง..ว่าอย่างไร”เพื่อคนงามของเขาแม่ทัพหนุ่มถึงกับผันตัวเองเป็พ่อค้าขายยาชั่วคราวเลยทีเดียวทั้งยังต่อรองได้เก่งยิ่งนัก
“โธ่..ท่านแม่ทัพจะพูดไยให้มากความหากว่ามีจริงข้าก็ยินดีที่จะจ่ายโดยไม่เกี่ยงราคาแม้แต่น้อย”
“มียามาห้าอย่างอย่างละห้าร้อยเม็ดอ่อ..มียาชาด้วยนะ เป็ยาตัวใหม่ ท่านหมอปิงจะต้องชอบแน่ ๆ”
“ห๊ะ! ห้าร้อยเม็ด นี่คุณชายซุนหวางเหมายามาจากร้านฟู่เจียงจริงหรือ แล้วเื่ราคาเล่า..ว่ามาเร็วเข้าสหาย” ตวนหยาง กระตือรือร้นขึ้นมาในทันที
“อย่างละห้าร้อยตำลึงทอง”
“ว่าอย่างไรนะ ห้าร้อยตำลึงทองก็ไม่ถือว่าแพงฮิฮิ”
“หูเ้าเพี้ยนหรืออย่างไรข้าบอกว่าอย่างละห้าร้อยตำลึงทอง รวมแล้วคือสองพันห้าร้อยตำลึงทอง”
“สองพันห้าร้อยตำลึงทอง! ชิวหาน..เ้าจะขูดเืขูดเนื้อข้าเกินไปหรือไม่” กุนซือหนุ่มโอดโอย..เขารู้นะว่าคุณชายซุนหวางไม่มีทางขายยาให้เขาแพงเช่นนี้แน่เฮอะ! คิดจะขายของเอากำไร เพื่อจะได้เอาใจคนงามหรือแม้แต่สหายของท่านเองก็ไม่ละเว้นเลยนะท่านแม่ทัพ
“จะเอาหรือไม่เอา”
“อะ..เอาก็เอา แล้วเ้าช่วยขอเงินคืนจากท่านหมอปิงให้ข้าด้วยนะ”
“ก็แค่นั้น..แล้วข้าจะพยายามก็แล้วกัน”
ฮ่า ๆ ๆ ๆ นี่คือการกระทำที่ท่านแม่ทัพหนุ่มทำเพื่อคนงามสินะช่างน่าสรรเสริญเสียจริงหวังว่าคนงามคงจะพอใจเป็อย่างยิ่งนะท่านแม่ทัพ
ปัจจุบัน...
เดินทางไม่นาน..ไม่ถึงสองชั่วยามด้วยซ้ำพวกเขาก็ได้เข้าสู่อาณาเขตของหมู่บ้านตีนเขา แต่การมาของเหล่าทหารจำนวนนับร้อยมันไม่ปกติสำหรับชาวบ้านตีนเขาที่แทบจะไม่มีใครเข้ามาเยี่ยมเยือนเลยแล้วคราวนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดถึงมีทหารมามากมายเช่นนี้หรือจะมีเหตุร้ายที่ชายแดนชาวบ้านหลายคนต่างก็สงสัยและพากันวิ่งออกมาดูด้วยความอยากรู้ บ้างก็พากันวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว
“ท่านพี่เกิดอะไรขึ้นเ้าคะทำไมทหารถึงได้มากันมากมายขนาดนี้ ท่านไปทำสิ่งใดผิดมาหรือไม่” ฮูหยินเหอที่นับวันเฝ้ารอสามีและบุตรชายกลับมาจากเมืองหลวง ได้ถามไถ่กับสามีที่เข้ามาถึงหมู่บ้านก่อนแล้วนางก็เห็นคนกลุ่มใหญ่ควบม้าตามมาแต่ไกลและเข้ามาเกือบจะถึงหมู่บ้านอยู่แล้วพวกเขาก็พากันหยุดเสียก่อนแต่นางก็พอจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนกลุ่มนั้นเป็ทหารของกองทัพหลวงอย่างแน่นอนด้วยเครื่องแบบที่พวกเขาสวมใส่และม้าศึกเ่าั้นั่นเอง
“ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดฮูหยินพวกเขาแค่มาส่งคนเท่านั้นเอง อย่าได้โวยวายไป ท่านแม่ทัพก็เดินทางมาด้วย”
“แม่ทัพ..ท่านแม่ทัพแห่งค่ายหน้าด่านน่ะหรือแล้วท่านแม่ทัพมาส่งใครล่ะเ้าคะ”
ยังไม่ทันที่เหอชวนจะได้ตอบฮูหยินของตนก็มีเสียงหนึ่งขัดขึ้นเสียก่อน
“ผู้ใหญ่บ้านเหอ”
“ขอรับท่านแม่ทัพ” เหอชวนสะดุ้งโหยงจนสุดตัวที่ท่านแม่ทัพเข้ามาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง
“ท่านเคยบอกเอาไว้ว่ามีบ้านที่้าจะขายมันอยู่ไหนหรือ” ฮึ..บ้านที่จะขายหรือ..ในหมู่บ้านตีนเขาเช่นนี้ใครจะอยากมาซื้อกันป่านนี้ไม่ทรุดโทรมไปหมดแล้วหรืออย่างไร เขาก็ถามท่านลุงเหอไปอย่างนั้นในใจก็ภาวนาให้มันผุพังจนไม่อาจจะอยู่ได้เลยเถอะ
“อยู่ท้ายหมู่บ้านขอรับ”
“อืม..นำทางไป ซุนหวางไม่ต้องลงมาหรอกนะ.. ตวนหยาง มาขับรถม้า” กล่าวกับลุงเหอเสร็จเขาก็บอกคนงามอย่างนุ่มนวลแต่กลับใช้เสียงเด็ดขาดกับสหายรัก จนคนฟังรู้สึกคันยุบยิบในใจขึ้นมาทีเดียว
“ขอรับท่านแม่ทัพ ตอนนี้จากกุนซือที่เก่งกาจอย่างข้า ได้ผันตัวมาเป็คนขับรถม้าเสียแล้ว ชิวหาน!ไอ้พวกนั้นก็ว่างทำไมเ้าไม่ใช้พวกเขาหือ” ตวนหยางที่รู้ตัวว่ากำลังถูกกลั่นแกล้งได้แต่ส่งเสียงลอดไรฟันให้กับสหายรัก
“แล้วข้าจะช่วยขอเงินคืนจากท่านหมอปิงให้ก็แล้วกัน”
“ฮิฮิแล้วแต่ท่านแม่ทัพจะบัญชาเลยขอรับ ข้ายินดี ข้ายินดี..”
“หึ ๆตวนหยางเ้าคนกะล่อน”
เพียงครึ่งเค่อพวกเขาก็มาถึงท้ายหมู่บ้านที่มีบ้านอยู่หนึ่งหลัง ตั้งโดดเด่นห่างไกลจากบ้านหลังอื่นอยู่ไม่น้อยมันไม่ได้เล็กอย่างที่เขาคิดและก็ไม่ได้ทรุดโทรมเช่นกัน ดูบรรยากาศแล้วก็ไม่เลวนักเหมาะที่จะมีไว้เพื่อพักผ่อนทีเดียว
“ใช่บ้านหลังนี้หรือท่านผู้ใหญ่”ชิวหานมองเข้าไปข้างในอย่างพอใจ หากได้รั้วที่สูงกว่านี้ก็คงจะดีท่านแม่ทัพหนุ่มวางแผนอยู่ในใจว่ามีสิ่งใดที่เขาพอจะทำกับบ้านหลังนี้ได้บ้าง
“หลังนี้แหละขอรับท่านแม่ทัพภรรยาของข้ามาทำความสะอาดเป็ประจำ รับรองว่าคุณชายน้อยเข้าอยู่ได้เลยขอรับ เป็บ้านของท่านหมอที่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ราคาอาจจะแพงไปสักหน่อย ทั้งชาวบ้านที่นี่ต่างก็มีที่ทางและมีบ้านเป็ของตัวเองทั้งนั้นเลยไม่มีใครอยากจะได้ขอรับ”
“เท่าไหร่หรือ”
“ห้าสิบตำลึงทองขอรับของใช้ในครัวเรือนก็ยังคงมีอยู่ครบ ท่านแม่ทัพเห็นว่าอย่างไรขอรับ”
“ให้ซุนหวางมาดูก่อน..ซุนหวางลงมาเถอะ เ้าชอบหรือไม่ หากไม่ชอบข้าจะพาเ้ากลับเข้าเมืองหูเจียงเดี๋ยวนี้”
“ท่านแม่ทัพ” เพียงแค่เรียกขานท่านแม่ทัพ ร่างบอบบางที่กำลังก้าวลงจากรถม้า ก็ถูกแม่ทัพหนุ่มยกตัวลงมาเสียก่อนแล้ว
“เอ่อ..ให้ข้าลงเองก็ได้ไม่ใช่เด็กน้อยเสียหน่อย” ซุนหวาง บอกเขาไป ทั้งอายก็อายที่คนผู้นี้ทำอะไรประเจิดประเจ้อต่อหน้าคนมากมาย
“รู้แล้วว่าไม่ใช่เด็ก” ชิวหานโน้มศีรษะลงกระซิบที่ข้างหูของคนตัวเล็ก ให้พอได้ยินเพียงแค่สองคนจนใบหูเล็กขึ้นสีแดงระเรื่อทันทีทันใด
“เข้าไปดูในบ้านกันเถิด”แล้วเขาก็เกาะกุมมือบางให้เดินไปพร้อมกัน
“ฮึ..ข้าถูกหมางเมินแล้ว..ใช่ข้ากำลังถูกหมางเมิน ข้าคงไม่ได้อิจฉาพวกเขาหรอกนะอย่างข้าต้องอกเป็อกสะโพกเป็สะโพก ไม่มีทางที่ข้าจะชื่นชอบแบบแบนราบเรียบเช่นนี้หรอก”
“ท่านกุนซือตวนหยางบ่นอะไรหรือขอรับ” เสี่ยวฟงลงจากรถม้าทีหลังและยังได้ยินเสียงของกุนซือตวนหยางบ่นอุบอิบอยู่คนเดียวพอดี..ตลกดีแท้คนผู้นี้ก่อนจะส่ายหัวแล้วเดินเข้าบ้านไป
“เห็นนั่นไหมแม้แต่บ่าวรับใช้ยังเมินข้าเฮอะ!”
ในบ้านหลังใหม่ที่ไม่ได้ใหม่เท่าใดนักท่านแม่ทัพชิวหานตัดสินใจแล้วว่าซื้อแน่ ๆ เพราะเห็นท่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของคนงาม ก็คาดเดาได้ทันทีว่าคงจะชอบบ้านหลังนี้มากเป็แน่ชิวหานเดินดูรอบ ๆ บ้านอย่างสบายอารมณ์ไม่ได้สนใจว่าใครกำลังขุ่นเคืองอยู่แม้แต่น้อย
“ท่านแม่ทัพปล่อยมือได้แล้วขอรับข้าไม่หลงทางหรอก”
“หึ ๆ ข้าอยากกุมมือของเ้าเอาไว้นานๆ ไม่ได้หรือ พอข้าไม่อยู่แล้วเ้าอาจจะคิดถึงข้าก็ได้”
“ทำไมข้าจะต้องคิดถึงท่านด้วยล่ะ”
“หากตอนนี้ยังไม่คิดถึงข้าก็จะทำให้เ้าคิดถึงและจดจำข้าแต่เพียงผู้เดียว”
เฮ้อ..ซุนหวางถอนหายใจอย่างอับจนหนทางเพราะอย่างไรเขาคนนี้ก็คงไม่ยอมปล่อยมือแน่ๆ
การซื้อขายบ้านได้เสร็จสิ้นลงโดยซุนหวางขอจ่ายเงินเองชิวหานเห็นสีหน้าจริงจังและดื้อดึงของคนงามก็พาให้อ่อนใจ หาก อยากจะซื้อก็ซื้อไปแต่อย่างอื่นเขาจัดการให้ก็ได้
“ชิวหานเ้าว่าอะไรนะ! จะก่อกำแพงขึ้นอีกหรือแค่นี้ยังสูงไม่พอหรือยังไง แล้วห้องอีกล่ะเ้าจะสร้างเพิ่มทำไมพวกเขาอยู่กันแค่สองคนเองนะ มีแค่สองห้องก็เพียงพอแล้วหรือไม่” ตวนหยางไม่เข้าใจสหายเลยจริง ๆ บ้านแม้ไม่ต่อเติมอยู่กันแค่สองคนก็ใหญ่โตเกินไปด้วยซ้ำกำแพงก็สูงท่วมหัวอยู่แล้วจะเอาสูงไปไหนอีก คราวนี้เขามั่นใจแล้วว่าสหายรักยอมทุ่มเทให้กับหนุ่มน้อยผู้นี้จริงแท้แน่นอน
“เผื่อข้ามาพักด้วยอย่างไรเล่า”
“โอ้ว..นี่เ้าหมายมั่นว่าจะมาพักที่นี่เลยหรือบอกท่านอาของเ้าก่อนดีกว่าหรือไม่” อีกครั้งที่แม่ทัพชิวหานทำให้สหายของเขาประหลาดใจ
คืนแรกหลังจากที่เดินทางมายาวนานพวกเขาก็ได้นอนในบ้านจริงๆ และที่ที่นอนจริง ๆ ไม่ใช่รถม้าอีกต่อไป...
“อาฟงไปนอนได้แล้วข้านอนคนเดียวได้ที่นี่ยังดูปลอดภัยกว่าจวนตระกูลซุนเสียอีก ไปนอนเถิดเ้าก็เหนื่อยมาไม่น้อย” ซุนหวางบอกกับเสี่ยวฟงที่ยังคอยวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ไปไหน เขามั่นใจว่าที่นี่ปลอดภัยกว่าที่ไหนๆ จะไม่ปลอดภัยได้อย่างไร ดูรอบบ้านสิมีแต่ทหารกล้าเต็มไปหมด ยังดีที่อนาเขตของบ้านนั้นกว้างขวางมีพื้นที่มากมายให้ใช้สอยแม้พวกเขาจะตั้งกระโจมหลายหลังมันก็ยังคงเหลือพื้นที่อีกตั้งมากโข
“ขอรับคุณชาย”
ถึงจะรู้ว่าที่นี่ปลอดภัยแน่นอนแต่จริงๆ แล้วเขาก็กลัวอยู่เหมือนกัน เพียงแค่ไม่อยากรบกวนอาฟงมากเกินไป ตลอดการเดินทางมีแต่อาฟงที่ทำให้เขาทุกอย่างไม่เคยคิดรังเกียจแม้แต่รอบเดือนของเขาอาฟงก็จัดการให้เป็อย่างดี
“ยังไม่นอนอีกหรือ”
“ท่านแม่ทัพเข้ามาได้อย่างไรขอรับ” ซุนหวางเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยไม่หลงเหลืออาการตื่นใอีกแล้วสำหรับคนผู้นี้เพราะการกระทำของท่านแม่ทัพที่คิดจะทำอะไรก็ไม่เคยจะบอกกล่าวกันก่อนหลายครั้งต่อหลายครั้งเข้า..มันเลยทำให้เขาเกิดความเคยชินไปแล้ว
“หน้าต่างปิดไม่สนิท”
“มันปิดได้แค่นั้นขอรับคงต้องให้ช่างมาทำให้ใหม่”
“อืม..ข้าแค่มาอยู่เป็เพื่อนเ้า”
“ข้าอยู่ได้ขอรับ ท่านแม่ทัพไปพักผ่อนเสียเถิดข้าอยู่ได้จริงๆ”
“จนกว่าเ้าจะหลับแล้วข้าจะไปหากอยากให้ข้าไปเ้าก็ต้องนอนให้หลับโดยเร็ว”
“ขอรับ ข้านอนเดี๋ยวนี้แหละขู่จริง” ด้วยกลัวคำขู่หรือว่า ความเพลียที่สะสมจากการเดินทางก็ไม่ทราบได้หรือว่าเป็เพราะมีท่านแม่ทัพนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ กันแน่ ซุนหวางจึงได้หลับใหลไปอย่างง่ายดาย
จุ๊บ...
“หลับฝันดีซุนหวาง”จุมพิตก็แล้วลูบไล้ใบหน้านวลเนียนเล่นก็แล้ว ก็ไม่มีทีท่าว่าคนงามจะรู้สึกตัวสักนิด
“หลับลึกเสียจริงคนงาม ข้าจะกล้าปล่อยเ้าให้อยู่เช่นนี้ได้จริง ๆ หรือ” ชิวหานล้มตัวนอนเคียงข้างแล้วดึงคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอดอย่างเบามือรอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าแค่ได้มองหน้าหรือแม้แต่คิดถึงมันคือความรักจริงแท้เขามั่นใจแม้จะไม่เคยัักับความรักเช่นนี้มาก่อนก็ตาม