จุติใหม่เป็นหายนะของโลก

    ตอนที่ 43

    ตอนที่ 43

         อาชีพนักดาบเวทย์หายากไหม...คำตอบคือไม่เพราะอัศวินบนทวีปนี้ทุกคนต่างเป็นนักต่อสู้ด้านกายภาพและเวทย์ในตัว ทำให้ทวีปไม่เคยขาดแคลนนักดาบเวทย์อีกทั้งยังจัดเป็นกองกำลังชั้นสูงอีกด้วย แต่...ผู้ที่สามารถขึ้นไปสุ่จุดสูงสุดของเส้นทางนี้มีจำนวนน้อยมากเท่าที่ทราบกันทั่วไปมีเพียง13คนเท่านั้นที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดทำให้นักดาบเวทย์ที่ขึ้นสู่จุดสุงสุดถือได้ว่าเป็นตัวตนระดับตำนานและผู้ที่วายุกำลังปะมือด้วยก็คือนักดาบเวทย์ที่อยู่จุดสูงสุดพร้อมกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชุดคลุมมรกต ศึกตัดสินระหว่างผู้ทำลายล้างกับปราการสุดท้ายของที่ราบภาคกลางกำลังเริ่มขึ้นแล้ว

    “””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””

    “รุ่นพี่ความสามารถของท่านคือพิษใช่ไหม?ถ้างั้นข้าอยากให้ท่านเปลี่ยนแม่น้ำตะวันออกให้เป็นพิษหน่อยจะได้ไหมครับ??”


    “อ้อแล้วก็แพร่พิษไปทางอากาศด้วยเน้นพวกป้อมปราการทหารเป็นหลักเพราะกองกำลังทหารของแต่ล่ะอาณาจักจะมีค่ายกลที่สามารถรวบรวมพลังเพื่อจัดการศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าได้เพราะงั้นการทำให้ทหารเหล่านั้นอ่อนแอลงหรือจำนวนลดลงจะทำให้เราเป็นต่ออย่างมาก”


    ซีโร่ค่อยๆสาธยายแผนการที่เขาต้องการให้อัลฟาทำอย่างละเอียด


    “การให้แพร่พาใส่ป้อมปราการทหารข้าก็พอเข้าใจอยู่....”


    “แต่ให้ใส่พิษลงแม่น้ำตะวันออกจะไม่ทำให้สิ่งมีชีวิตตายหมดหรอกหรอ??”


    “ถึงยังไงนั่นก็เป็นแม่น้ำสำคัญของภาคตะวันออกนะ??”


    อัลฟ่าเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยแม้ว่าภายในใจเขาจะต้องการทำลายสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะเผ่ามนุษย์ให้หมดแต่เขาก็ยังไม่ลืมภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา


    “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”


    ซีโร่แสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย


    “แม้ว่าแม่น้ำตะวันออกจะมีแม่น้ำหลายสายเชื่อมต่ออยู่ก็ตามแต่ว่ามันก็มีแม่น้ำบางสายที่ไม่ได้เชื่อมอยู่ซึ่งก็คือแม่น้ำที่ไหลผ่านดินแดนบ้านนอก”


    “แม่น้ำตะวันออกจะไหลผ่านเฉพาะเมืองสำคัญๆของภาคตะวันออกเท่านั้น”


    “เท่านี้ก็จะเหลือสิ่งมีชีวิตบางส่วนไว้”


    อัลฟ่าที่ได้ยินคำอธิบายของซีโร่ถึงขนาดยกนิ้วโป้งให้


    ไอ้รุ่นน้องนี่มันสุดยอดจริงๆ


    “งั้นข้าจะไปปล่อยพิษร้ายแรงชนิดดื่มปั๊ปตายปุ๊ปให้เดี๋ยวนี้แหละ”


    “ไม่ได้!!”


    “เอ้า ไหนเมื่อกี้เจ้าบอกข้าให้ไปหยอดพิษไง?จะเอาไงกันแน่??”


    อัลฟ่ามองไปยังซีโร่ด้วยความสับสน


    รุ่นน้องเรามันเป็นอัลไซเมอร์ด้วยหรอว่ะ??


    ไม่ใช่ผลึกแห่งความโกลาหลมันช่วยทำให้ไม่ป่วยไม่ไข้หรอกหรอ??


    “ถ้าท่านใส่พิษร้ายแรงก็ถูกจับได้ในทันทีสิ”


    “ท่านลองคิดดูว่าถ้าชาวบ้านกินน้ำเข้าไปแล้วตายทันทีจะเป็นยังไง?”


    “คนแรกคนอาจจะไม่คิดอะไรแต่คนที่สองที่สามที่ตายเพราะดื่มน้ำจะต้องทำให้คนสังเกตเห็นแน่”


    “จริงอย่างที่เจ้าว่า....”


    “เพราะงั้นข้าอยากให้ท่านสร้างพาชนิดที่ทำให้สะสมในร่างกายไปเรื่อยๆนั่นจะทำให้คนไม่สงสัย”


    “โอเคงั้นเอาตามนั้น”


    อัลฟ่ารีบตอบตกลงแล้วหายไปจากจุดนั้นทันที


    เพราะเขากลัวว่ายิ่งอยู่นานยิ่งต้องฟังแผนนาน


    ข้านึกว่าตัวเองมานั่งฟังบรรยายพิเศษสมัยเรียนแล้วเนี่ย!!


    อืมมม


    ซีโร่มองไปยังจุดที่อัลฟ่าหายไปพร้อมกับกระพริบตาปริบๆ


    ผมยังพูดไม่หมดเลยนะพึ่งผ่านไปแค่10%เองนะ


    ช่างเถอะไว้ให้รุ่นพี่มันจัดการขั้นตอนนี้เสร็จก่อนค่อยบอกขั้นตอนต่อไปก็ยังไม่สาย


    “เอาล่ะ.....เราเองก็ไปสุ่มทำลายเมืองสักเมืองแล้วกัน”


    “จะว่าไปแล้วไอ้สองหน่อนั่นเป็นไงบ้างนะ”


    .


    .


    ทางด้านของม้าไม้


    “โอ้ สู้โว้ยยยยยยยย”


    “แม่งเอ้ย ตูนึกว่าตัวเองเป็นนักรบสปาร์ตาแล้วเนี่ย”


    “เห็นกูพลาดท่าหน่อยตามมาซ้ำไม่เลิกเลยนะ”


    ม้าไม้เหวี่ยงขวานยักษ์ในมือใส่ยอดฝีมือที่พุ่งเข้ามาจากทั้งสองด้าน


    ฉัวะ!


    “อ้ากกกกกกกก”


    “ถอยไปไอ้พวกขยะเรือหาย!!”


    เปรี้ยงงงงงงงงง


    “เจ้าปีศาจร้ายเจ้ากล้าดียังไงถึงสังหารผู้บริสุทธิ์”


    ชายหนุ่มผมสีทองประกายแวววาวพุ่งเข้าหาม้าไม้พร้อมกับฟาดดาบเข้าใส่อย่างแรงจรพื้นดินแตกเป็นลายใยแมงมุม


    คล้ายกับเรื่องจุติใหม่เป็นหายนะของโลก ที่คุณอ่าน