"หนึ่งหยวน" ต่งเสี่ยวเสี่ยวชูนิ้วเรียวขึ้นมาหนึ่งนิ้วเพื่อต่อรองราคามุมปากของเธอยกยิ้มเจ้าเล่ห์
ราวกับจิ้งจอกน้อยที่เฉลียวฉลาด
"คุณก็รู้ดีอยู่แล้วนี่คะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางแกล้งถอนหายใจ "การแปรรูปสมุนไพรต้องใช้เวลาค่อนข้างนานแถมยังต้องพิถีพิถันมากๆ อีกต่างหาก"
"เอาเป็นว่าตกลงกันตามราคาที่ฉันบอกถ้าคุณตกลง ฉันจะเตรียมสมุนไพรชุดหนึ่งส่งมาให้คุณถ้าไม่ได้ตามมาตรฐานของคุณฉันจะไม่รับเงินสักหยวน"
"คุณคิดว่ายังไงคะ?"
จากเหตุการณ์เมื่อเช้าคาดว่าครึ่งเดือนน่าจะเตรียมสมุนไพรได้ประมาณสามสิบกิโลกรัม
และงานนี้คงทำได้แค่เดือนสองเดือนเท่านั้น
ทางที่ดีที่สุดคือทำให้ได้ตามข้อกำหนดของหมอคนนั้นเตรียมสมุนไพรให้มากหน่อยในช่วงแรก เพื่อหารายได้เล็กๆ น้อยๆ
หลังจากนั้นค่อยคิดหาวิธีอื่น
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าร้านขายยาจะรับซื้อสมุนไพรเยอะขนาดนี้ได้ไหมแต่ถ้าเธอขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรทุกวัน ต้องมีคนในหมู่บ้านสงสัยแน่ๆ
ถ้าชาวบ้านรู้เข้าพวกเขาก็คงจะแห่กันขึ้นเขาไป
ถึงตอนนั้น เธอจะเอาอะไรมาทำมาหากินกันล่ะ?
ชายชรามองใบหน้ายิ้มแย้มของต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วก็ทำได้แค่ยิ้มอย่างจนปัญญา"เอาตามที่เธอว่าก็แล้วกัน"
"ถ้าเธอเตรียมสมุนไพรได้ดีจริงๆต่อไปงานนี้ฉันจะยกให้เธอทำ"
"ฉันชอบทำงานกับคนคุ้นเคย"ชายชรามีอายุเก้าสิบกว่าปีแล้ว คนแบบไหนเป็นยังไงเขาดูออกตั้งแต่แรก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวดูฉลาดหลักแหลมแต่ก็เป็นคนประเภทที่ไว้ใจได้
"ดีเลยค่ะ!" ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนั้นก็ตื่นเต้นอย่างมาก "คุณวางใจได้เลย เรื่องนี้ฉันจะจัดการให้เรียบร้อยอย่างแน่นอนค่ะ"
ทั้งสองคนพูดคุยกันอีกสักพัก
ตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังจะเดินออกไปเธอเหลือบไปเห็นหวงจิง [1] บนโต๊ะ "สมุนไพรชนิดนี้ต้องเก็บรักษาให้ดี ไม่อย่างนั้นถ้าถูกมดกินสรรพคุณทางยาจะไม่ดีเท่าที่ควรนะคะ"
พูดจบเธอยังแนะนำวิธีการจัดเก็บและดูแลรักษาอีกสองสามวิธี
พอเธอพูดจบชายชราก็รีบเดินเข้ามาอย่างตื่นเต้น "แม่หนูเธอนี่ฉลาดจริงๆแถมยังมีความรู้ด้านการแพทย์อีกด้วย"
"แม่หนูใช่หมอเทวดาที่หมอเสิ่นพูดถึงหรือเปล่า?"
หมอเสิ่น?
หมอเสิ่นที่เขาพูดถึงก็คือ เสิ่นหวย
พออธิบายกันไปมาสองสามคำต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้ว่าเสิ่นหวยสนิทสนมกับชายชราจากร้านขายยานี้ไม่น้อย
เสิ่นหวยเคยมาที่ร้านยาและพูดถึงเรื่องของต่งเสี่ยวเสี่ยวให้ชายชราฟัง
ชายชรายิ้มกว้างแล้วหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋า"เขาบอกว่า มีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้ยังไม่เคยเจอใครที่ทำให้เขาพูดไม่ออกเลย"
"ในเมื่อแม่หนูมาแล้วลองแสดงฝีมือให้ฉันดูหน่อยได้ไหม?"
"ฉันมีอาการป่วยที่กวนใจฉันมาหลายปีฉันขอคำแนะนำจากเธอหน่อยได้ไหม?"
พอชายชราพูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ประหลาดใจและรีบเข้าไปดู
ในสมุดของชายชราบันทึกอาการป่วยที่รักษาได้ยากเยอะแยะมากมายซึ่งหลายๆ อาการได้รับการรักษาจนหายแล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่พอเห็นแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะเสนอวิธีรักษาที่ดีกว่าเดิม
ชายชราคนนี้หัวไวกว่าเสิ่นหวยอยู่บ้างและยังเป็นหมอที่ตั้งใจรักษาคนจริงๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่คิดมากอะไรเลยบอกทุกอย่างที่เธอรู้ให้เขาฟังหมด
"ไอ๊หยา!"
ชายชรายังไม่ทันพูดอะไรลูกศิษย์ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็อุทานออกมาอย่างตื่นเต้น"คุณเก่งมากเลยนะ"
"ใช่แล้ว" ชายชราลูบคาง "เธออยู่กับฉันที่นี่ไม่ดีกว่าเหรอคอยตรวจคนไข้ ถ้าเธอฝังเข็มเป็น ฉันจะแบ่งเงินให้เธอมากขึ้น"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจ
ชายชราคนนี้ก็เป็นคนที่น่าสนใจไม่น้อยเธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดหยอกล้อออกมา "ถ้าจะต้องเลือกร้านขายยาทำงานจริงๆฉันก็ต้องเลือกคลินิกร้อยสมุนไพรอยู่แล้วค่ะ ถ้าจะขูดรีดเงินจากเสิ่นหวยละก็แค่คิดว่าเขาจะยอมจ่ายค่ารักษาเท่าไหร่ก็สุขใจแล้วไม่ใช่หรือคะ?"
"ฮ่าๆ!" ผู้เฒ่าได้ยินคำพูดหยอกล้อนี้ก็ลูบเคราแล้วหัวเราะเสียงดัง"แม่หนูนี่น่าสนใจจริงๆ!"
"เอาอย่างนี้ดีไหม" ผู้เฒ่าลูบคาง "ถ้ามีคนป่วยที่ฉันรักษาไม่ได้ฉันจะให้พวกเขาไปหาเธอ หรือจะบอกให้เธอรู้ก่อน"
"ถ้าเธอรักษาหายค่ารักษาทั้งหมดจะเป็นของเธอทั้งหมด ตกลงไหม?"
ชายชรารู้ว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวมีความลับที่บอกไม่ได้จึงไม่ได้ซักไซ้อะไร แต่กลับเสนอทางออกที่ดีกว่า
"เธอดูยังอายุน้อยอยู่เลยแต่ความสามารถทางการแพทย์สูงขนาดนี้ อนาคตจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"
"แม่หนูยอมตกลงเถอะ" ชายชรายิ้มอย่างมีเลศนัย "คนเราน่ะ ถ้าขี้เกียจมือมันจะแข็งทื่อเอานะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินสิ่งที่ชายชราพูดก็ทำได้แค่ยิ้มแล้วตอบตกลง
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงซื้อข้าวสาร บะหมี่ และเครื่องปรุงรสอีกเล็กน้อยจากในเมืองจากนั้นก็กลับหมู่บ้านพร้อมกับหวังเต๋อจู้
แต่ตอนนี้บ้านกลับไม่สงบแล้ว
เพราะหลี่เจียวเจียวมานั่งอยู่ในบ้านส่วนฉินซู่นอนอยู่บนเตียง
"เฮ้อ" หลี่เจียวเจียวยังไม่รู้เลยว่าคำพูดของตัวเองถูกเปิดโปงไปแล้วเธอแกล้งถอนหายใจ "พี่ฉินก็เป็นแบบนี้แล้วแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับไปคบชู้กับคนอื่น..."
พูดถึงตรงนี้หลี่เจียวเจียวก็จงใจเอามือปิดปาก
แล้วส่ายหน้าเบาๆ"ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะคะ จริงๆ แล้วฉันแค่เห็น..."
"น้าเห็นหนูกับแม่เสี่ยวเสี่ยวไปหาลุงหวังไม่ใช่เหรอคะ?"ฉินไห่เยว่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอทำท่าทางที่ดูโตเกินวัย
เธอเอามือเท้าสะเอวทำหน้าโกรธจนเหมือนปลาปักเป้า "หนูเล่นอยู่ข้างๆหนูเห็นน้าอยู่ตรงนั้นค่ะ"
"น้ายังจะมาใส่ร้ายแม่เสี่ยวเสี่ยวอีกเหรอคะ?"
ถึงฉินไห่เยว่จะยังเด็กแต่พี่ชายก็สอนอะไรบางอย่างให้เธอแล้ว
พอได้ยินแบบนั้นดวงตาของหลี่เจียวเจียวก็เบิกกว้างทันที เธอมองฉินไห่เยว่อย่างไม่เชื่อสายตาเอามือบีบไหล่ของเด็กน้อยไว้แน่น
"หนูเรียกต่งเสี่ยวเสี่ยวว่าแม่?"หลี่เจียวเจียวตกใจจนพูดไม่ออก
เธอเม้มริมฝีปากเอื้อมมือไปเขย่าไหล่ของฉินไห่เยว่ "หนูลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อก่อนต่งเสี่ยวเสี่ยวทำกับหนูยังไง?"
"หนูยังเรียกเธอว่าแม่ได้ลงคอเธอคงไม่ได้..." หลี่เจียวเจียวเหมือนกับคนเสียสติ
แม้ว่าแม่ของเธอจะคิดว่าเธอไม่ควรคบกับฉินซู่แต่เธอก็อดทนต่อเสน่ห์ของฉินซู่ไม่ได้จริงๆ
ถึงขาของเขาจะดูเหมือนใช้การไม่ได้แล้วจริงๆหลี่เจียวเจียวก็ยังไม่ยอมแพ้
ดังนั้นพอได้ยินฉินไห่เยว่เรียกต่งเสี่ยวเสี่ยวแบบนี้เธอก็ควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ
"พอได้แล้ว!"
ฉินซู่ตะโกนออกมาเสียงดังแล้วหันมามองหลี่เจียวเจียวด้วยดวงตาที่คมกริบ "ต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นภรรยาของฉันถ้าลูกสาวของฉันไม่เรียกเธอว่าแม่ แล้วจะให้เรียกว่าอะไร?"
"ส่วนเธอน่ะ" ฉินซู่แค่นเสียงหัวเราะ มุมปากเผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ย "เป็นสาวเป็นนาง ไม่มีการมีงานทำ ทำไมถึงชอบวิ่งมาบ้านฉันอยู่เรื่อย?"
"ไม่อายบ้างหรือไง?"
เมื่อก่อนฉินซู่ไม่ได้พูดอะไรเพราะความสัมพันธ์ของเขากับต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควรแถมเขาก็ไม่คุ้นเคยกับการทำแบบนี้ด้วย
ตอนนี้เขาไม่อยากให้ความหวังหลี่เจียวเจียวแม้แต่นิดเดียวและไม่อนุญาตให้เธอมาดูถูกต่งเสี่ยวเสี่ยว
ถ้าไม่ใช่ต่งเสี่ยวเสี่ยวขาของเขาก็คงจะพิการไปแล้ว ครอบครัวนี้ก็คงจะแตกสลาย
สิ่งที่เธอเคยทำมาทั้งหมดก็สามารถยกโทษให้ได้
"พี่ฉิน?" หลี่เจียวเจียวได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็น้ำตานองหน้า "เมื่อก่อนพี่ไม่เคยพูดจาแรงๆ กับฉันแบบนี้"
เธอพูดพลางชี้มือไปที่ประตู"ต่งเสี่ยวเสี่ยวมีอะไรดี? สิ่งที่เธอเคยทำกับพวกพี่พวกพี่จำไม่ได้แล้วเหรอ?"
ทันทีที่พูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เปิดประตูเดินเข้ามา
ปรบมือให้หลี่เจียวเจียวเสียงดัง
เชิงอรรถ
[1] หวงจิง (黄精)เป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่งที่ใช้ในแพทย์แผนจีน มีรสหวานและมีฤทธิ์กลางช่วยบำรุงลมปราณ บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร และสามารถช่วยชะลอวัย