ตอนที่ 32 เฮ้ย!!!
ซึ่งทุกช่วงเลเวลสามสิบห้าสิบ แปดสิบ และเก้าสิบเก้าขึ้นหนึ่งร้อยจะเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านค่าประสบการณ์ที่จะต้องใช้ในการเพิ่มเลเวลซึ่งจะเพิ่มขึ้นเยอะมากทีเดียว ไม่ก็ต้องสังหารตัวที่เก่งกว่าตัวเองถึงจะได้เลเวลอัพ
โดยเฉพาะเลเวลเก้าสิบเก้าขึ้นหนึ่งร้อยนั้นเป็นช่วงที่ต้องใช้ค่าประสบการณ์เยอะมากเทียบกับเก็บเลเวลตั้งแต่หนึ่งถึงเก้าสิบแปดได้เลยหรือใช้ค่าประสบการณ์เกือบประมาณนั้นเรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดสำหรับคนต้องการความเป็นอมตะเพราะอาจตายในช่วงเวลานี้ได้
ส่วนการสังหารมนุษย์ด้วยกันแม้จะให้ค่าประสบการณ์เยอะแต่มันไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายเพราะมีกฎหมายและอย่างอื่นคอยค้ำอยู่แต่ถ้าเป็นในยามสงครามล่ะก็จะทำได้สบายมากอย่างคาตันเองที่เลเวลพุ่งพรวดขนาดนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากไปรบในสงครามนี่แหละ
หลังผ่านการเดินทางอีกหลายต่อหลายวันในที่สุดเขาก็มาถึงทางลงชั้นที่สอง ทางเดินนี้ค่อนข้างกว้างทีเดียว มันลาดลงต่ำนำไปยังโพรงถ้ำกว้างแห่งหนึ่งรอบโพรงถ้ำมีทางแยกไปเส้นอื่นหลายเส้น ทว่าที่สุดปลายทางที่ลาดลงไป มีแสงสว่างเจิดจ้าที่ไม่ควรจะเจอที่นี่ปรากฏอยู่เขาเห็นแสงนี้ตั้งแต่ไกลแล้ว
พอเดินเข้าใกล้ก็พบว่ามันสว่างมากทีเดียวแถวนี้สัตว์อสูรไม่ค่อยอยากเข้ามาใกล้นักเพราะเขาเองก็สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านมาจากปลายทางนั้นและเมื่อเดินเข้ามาใกล้ก็พบว่ามันเป็นรูขนาดใหญ่และมีเนินดินเป็นทางเดินลาดยาวลงไป
แสงที่เห็นคือแสงจ้าของแม็กม่านั่นเองชั้นสองนี้มีลักษณะเป็นถ้ำและมีทางเดินเหมือนชั้นแรกทว่าความกว้างหรือความสูงนั้นมีมากกว่าชั้นแรกพอสมควรที่ต่างกันคือมีแอ่งแม็กม่าและลำธารแม็กม่าไหลผ่านเต็มไปหมดมันมีอยู่ทั่วโพรงถ้ำใหญ่ที่เขาเห็นเมื่อลงมาถึงชั้นสอง
ราดิชหยุดฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาให้พร้อมก่อนจะลงไปแม้จะใช้สกิลมาตลอด แต่ก็ยังไม่เพิ่มระดับ อาจต้องรอเลเวลเพิ่มเพื่อเอาโบนัสค่าความเชี่ยวชาญก่อน
ราดิชก้าวลงไปตามทางเดินอย่างมั่นใจพอหลุดเข้าไปในแสงสีส้มนี้เขาก็สัมผัสได้ถึงความร้อนวูบวาบจากแม็กม่าแม้จะมีสกิลต้านไฟแต่พลังชีวิตของเขาก็ลดลงก่อนจะฟื้นฟูขึ้นมาแทบจะในทันทีเรียกได้ว่าความโหดร้ายของที่นี่คือสภาพพื้นที่อันร้อนระอุและลดพลังชีวิตอยู่ตลอดเวลานั่นเอง
เขาใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดสัมผัสได้ถึงไอพลังเวทร้อนแรงที่คอยเผาผาญทุกอย่างที่นี่เมื่อกวาดตามองไปก็ได้เห็นภูมิประเทศของชั้นนี้ชัดขึ้น
ที่นี่มีลำธารแม็กม่าไหลพาดผ่านไปทั่วเขาเห็นมันไหลออกมากจากโพรงถ้ำและไหลออกไปอีกด้านหนึ่งเขามองเห็นสัตว์อสูรแหวกว่ายอยู่ในแม็กม่า พวกมันแทบไม่มีศัตรูตามธรรมชาติเลยเนื่องจากสภาพแวดล้อมแบบนี้ ดังนั้นพวกมันจึงมีจำนวนมากโดยสัตว์อสูรที่นี่มีอยู่สองพวกใหญ่คือ สายพันธุ์มังกรไฟ กับอีกพวกคือเจ้ากบ
ฟังไม่ผิดหรอกเจ้ากบในชั้นหนึ่งนี่แหละ บางตัวที่สามารถรอดชีวิตมาได้จนวิวัฒนาการก็จะย้ายมาอาศัยและออกลูกออกหลานที่ชั้นสองแห่งนี้แน่นอนว่าพวกมันแข็งแกร่งพอจะสู้กับพวกมังกรได้เสียด้วยอย่าได้ดูถูกว่ามันเป็นเพียงแค่กบเชียว
เขาอ่านข้อมูลเบื้องต้นของพวกมันมาแล้วที่นี่มีสัตว์อสูรหลายระดับ ตั้งแต่ตัวกระจอกสุดไปจนถึงมังกรที่แท้จริงที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในชั้นนี้นั่นเป็นตัวที่เขาต้องระวังเพราะตอนนี้ยังสู้มันไม่ได้
ยังดีว่าตัวแบบนั้นมีอาศัยอยู่ไม่มากและส่วนใหญ่จะมีอาณาเขตเป็นของตัวเอง ถ้าไม่ไปล้ำอาณาเขตของมันเข้าก็คงไม่โดนมันโจมตีใส่แน่นอน
สองข้างทางเดินเต็มไปด้วยแม็กม่าร้อนแรงในนั้นมีสัตว์อสูรลอยคอแหวกว่าอยู่อย่างสบายใจหลายตัว และด้วยระยะห่างขนาดนี้ พวกกันจึงยังไม่เห็นเขาเขาประเมินพวกมันเพื่อดูข้อมูล
เผ่า ไดดาลอสเกเนเชอ LV 5 ชื่อ ไม่มี
ค่าสเตตัส
HP 190/190 (สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 150/150 (สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 180/180 (สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 156/180 (สีแดง) (รายละเอียด)
ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 121 (รายละเอียด)
ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 108 (รายละเอียด)
ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 136 (รายละเอียด)
ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 148 (รายละเอียด)
ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 134 (รายละเอียด)
สกิล
เดรกอัคคี LV 1 แหวกว่าย LV 5
อัคคีไร้ผล แม่นยำ LV 3
ต้านทานการเน่าเปื่อย LV 2
สกิลพ๊อยท์ 250
มันมีรูปร่างคล้ายม้าน้ำเพียงแต่สีผิวเป็นสีแดงส้ม เขาสังเกตเห็นขาหน้าหรืออาจจะเป็นแขนของมันด้วยตามข้อมูลบอกว่ามันมีแขนขาและด้วยสกิลอัคคีไร้ผลทำให้มันแหวกว่ายอยู่ในแม็กม่าได้โดยไม่โดนผลกระทบจากความร้อนแน่นอนว่าเวทไฟไม่สามารถสร้างความเสียหายให้มันได้
“สัตว์อสูรตัวกระจอกสุดของชั้นนี้”
ราดิชร่ายเวทยิงบอลน้ำออกไปบอลน้ำพุ่งด้วยความเร็งสูงกระแทกเข้าเต็มร่างเจ้าม้าน้ำตัวนั้น
ตูม!!
แรงปะทะทำเอาเกิดไอน้ำฟุ้งกระจายขึ้นเขามองเห็นว่าเจ้าม้าน้ำตายทันทีโดยที่ไม่มีโอกาสได้ร้องหรือหนีด้วยซ้ำพลังชีวิตของมันเหลือศูนย์ และร่างของมันกำลังจะจมลงไป ราดิชรีบพุ่งฝ่าไอน้ำเข้าไปด้วยสกิลเคลื่อนไหวบนอากาศเขาคว้าเอาร่างของมันไว้ได้และทะยานกลับมาที่เดิม
“เกือบเสียอาหารไปแล้วสิ”
ราดิชมองศพเจ้าม้าน้ำในมือตัวของมันใหญ่ประมาณหนึ่งเมตร ซึ่งถือว่าเล็กมากแม้จะตายไปแล้วแต่ร่างกายมันยังมีความร้อนอยู่เขาจึงลองกินมันดูและพบว่าเนื้อมันร้อนจนลวกปากแต่เขาก็ฝืนกินมันพร้อมร่ายเวทรักษาปากตัวเองไปด้วย
รสชาติของมันไม่ได้อร่อยอะไรค่อนข้างจืดแต่ก็ไม่มีกลิ่นคาว แต่ที่สำคัญคือมันสุกร้อนมากทีเดียวเขากินไปเป่าปากไปจนหมด ได้ค่า SP สีแดงคืนมาไม่เยอะเพราะเจ้านี่ค่อนข้างกระจอก
ความจริงแอ่งที่มันอยู่มีตัวอื่นอีกแต่อยู่ไกลจากจุดที่มันอยู่พอสมควรเขาสังเกตุได้ว่าพวกมันแทบไม่ได้ขึ้นมาบนบกเลยแต่มักจะว่ายเล่นอยู่ในแม็กม่ามากกว่า
ราดิชเลือกยิงพวกม้าน้ำที่อยู่ห่างจากตัวอื่นและด้วยระยะยิงที่ไกลกว่า การสังหารพวกมันเพื่อเป็นเสบียงจึงง่ายดายมากแต่ก็มีบางตัวที่อยู่ใกล้และเห็นเขาก่อน มันก็เข้ามาโจมตีเขาเช่นกัน
ม้าน้ำตัวหนึ่งพ่นลูกไฟใส่เขามันคือ เบรธไพร์บอล สกิลเลเวลหนึ่งของสกิลสายเดรกอัคคีที่คราวนี้เป็นธาตุไฟของแท้แถมรุนแรงมากด้วยแต่ราดิชก็ทดลองไม่หลบและรับการโจมตีนั้นไว้ ทว่าดาเมจที่มันทำได้กลับไม่มากเท่าใดแน่นอนว่าเจ้าม้าน้าตัวนั้นถูกเขายิงเวทน้ำสวนกลับไปสังหารในทีเดียว
ดูเหมือนพื้นที่ใกล้ทางขึ้นนี้จะมีแต่พวกม้าน้ำเพราะเขายังมองไม่เห็นสัตว์อสูรชนิดอื่นเลย และเห็นพวกมันอยู่เป็นฝูงที่แอ่งจุดหนึ่งเขาคิดจะสังหารมันทั้งหมดใครคราวเดียว
“จงมาเป็นค่าประสบการณ์และอาหารให้ข้าซะฮ่าๆๆๆ”
ราดิชหัวเราะอย่างชั่วร้ายขณะระดมยิงบอลน้ำใส่ม้าน้ำฝูงนั้นบอลน้ำพุ่งเข้าใส่เจ้าม้าน้ำฝูงนั้นจนเกิดระเบิดอย่างต่อเนื่องไอน้ำที่เกิดการปะทะฟุ้งไปทั่ว
เขาสัมผัสว่าพวกมันตายหมดแล้วก็รีบพุ่งฝ่าไอน้ำไปเก็บซากของพวกมันอย่างรวดเร็วเขาจะไม่ยอมให้อาหารอันมีค่าต้องเสียไปอย่างแน่นอน เก็บเสร็จพุ่งกลับเข้าฟังทันทีเพราะความร้อนในแอ่งแม็กม่านั้นสูงกว่าบนพื้นมาก
สกิลต้านไฟของเขาเอาไม่อยู่ตอนที่พุ่งไปนั้นพลังชีวิตของเขาเริ่มลดลง แม้จะมีสกิลฟื้นฟูอัตโนมัติทำงานแต่ดูท่าจะหักลบความร้อนจากแม็กม่าไม่ได้เพราะตอนกลับมาถึงเลือดของเขาลดไปหลายสิบหน่วยเลย
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ต้านไฟ LV 5 เพิ่มเป็น LV 7
“ขึ้นมาทีเดียวสองเลเวลสงสัยจะสะสมค่าความเชี่ยวชาญไว้เยอะ”
ราดิชรู้สึกได้ว่าผลกระทบจากความร้อนนั้นลดลงเขายิ้มอย่างชั่วร้ายเมื่อค้นพบวิธีการใหม่
“แอ่งแม็กม่ามีความร้อนสูงมากถ้าไปอยู่บนนั้นเราจะได้ค่าความเชี่ยวชาญสกิลเพิ่มขึ้นมากแน่นอน”
“ชั้นสองเอ๋ยข้ามาแล้ว ฮ่าๆๆๆ”
ราดิชพุ่งทะยานไปต่อพร้อมมองหาแอ่งหรือสายธารแม็กม่าใหญ่ที่มีพวกม้าน้ำอยู่จากนั้นมหกรรมก้าวย่างไปบนบ่อแม็กม่าพร้อมยิงเวทน้ำสังหารพวกม้าน้ำก็เริ่มขึ้นแม้พวกมันจะกระจอกแค่ไหน แม้พวกมันจะให้ค่าประสบการณ์ไม่เยอะแต่เขาก็จะใช้พวกมันเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญมากกว่าจะใช้เพิ่มเลเวล
ตูม!!
บรึม!!!
ราดิชยิงบอลน้ำใส่ฝูงม้าน้ำโดยที่ตัวเขาก็อยู่บนบ่อแม็กม่าด้วยความร้อนของมันทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ชัดเขาจัดการพวกมันและเก็บศพก่อนจะทะยานร่างไปลงบนพื้นดินเขาทำแบบนี้จนมานาหมดก็หยุดพักและกินพวกมันเพื่อชดเชยค่า SP สีแดงที่เสียไปจากการเคลื่อนที่ในอากาศอย่างต่อเนื่อง
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ต้านไฟLV 7 เพิ่มเป็น LV 8
“ฮ่าๆๆ”
ราดิชหัวเราะอย่างเบิกบานใจเมื่อสกิลมีการเพิ่มเลเวลหลังพักจนหายเหนื่อย เขาก็สำรวจต่ออย่างสบายใจเขายิงบอลน้ำที่ถูกบีบอัดพลังเวทจนหนาแน่นไปตลอดทางถ้าเขาสามารถพัฒนาสกิลพลังจิตจนเป็นสกิลขึ้นสูงได้มันก็จะช่วยเรื่องเวทมนตร์ด้วยเช่นกัน
เขาที่ลืมตัวมัวแต่มุ่งจะเพิ่มเลเวลสกิลจนไม่ได้สังเกตว่าตัวเองอยู่ที่ไหนหลังสังหารม้าน้ำไปหลายตัวพร้อมพลังชีวิตที่ลดลงไปกว่าครึ่งเพราะฝืนรับดาเมจความร้อนจากแม็กม่าเขาก็เลเวลอัพเสียที ไม่รู้ว่าเขาสังหารพวกมันไปกี่ตัวแล้วแต่เขามีซากศพม้าน้ำเก็บตุนไว้เพียบ
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 48 เพิ่มเป็น LV 49
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ต้านไฟ LV 8 เพิ่มเป็น LV 9
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เคลื่อนไหวในอากาศ LV 3 เพิ่มเป็น LV 4
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
“คงต้องขอหยุดพักเสียหน่อย”
ราดิชหาที่หยุดพักแถวนั้นและเริ่มกินอาหารนั่นก็คือพวกม้าน้ำกินไปก็ร้อนลวกปากไปแต่เขาก็ต้องทนให้ได้ม้าน้ำแต่ละตัวให้พลังงานไม่มากแต่อาศัยจำนวนมากแทนเขากินอยู่พักใหญ่กว่าพลังงานสำรองจะเต็ม
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล กินจุ LV 9 เพิ่มเป็น LV 10
-เงื่อนไขครบถ้วน สกิล กินจุ LV 10 พัฒนาเป็นสกิล อิ่มแปล้ LV 1
“สกิลกินจุดันอัพพอดีต้องกินต่ออีกแล้ว เฮ้อ...”
ราดิชถอนหายใจออกมาเพราะสกิลกินจุดันพัฒนาไปเป็นสกิลอิ่มแปล้พอดีผลของอิ่มแปล้คือนอกจากจะเก็บสะสมค่า SP สีแดงได้เหมือนกินจุแล้วยังแปลงพลังงานไปสะสมเป็น HP และ MP อีกด้วยทำให้เขามีพลังสำรองเยอะขึ้น แถมสกิลนี้ยังมีขนาดความจุสำรองที่หนึ่งพันหนึ่งร้อยหน่วยด้วย
เขากินอาหารต่อเพื่อสะสมพลังงานสำรองจนเต็มค่อยเดินทางต่อ ประสาทสัมผัสถูกเปิดใช้อย่างเต็มที่ เขามองเห็นม้าน้ำหลายตัวอยู่ในลำธารแม็กม่าข้างหน้า
“ดูท่าจะมีเหยื่อให้จัดการเพียบหึหึ”
ราดิชยิ้มอย่างชั่วร้ายขณะมองไปยังม้าน้ำฝูงนั้นเขาพุ่งไปในลำธารแม็กม่าที่พวกมันอยู่ พร้อมยิงบอลน้ำใส่กลุ่มพวกมันทันที บอลน้ำซัดพวกมันจนแตกกระเจิงหลายตัวโดนเข้าไปตายคาที่ อีกหลายตัวบาดเจ็บสาหัสทว่าราดิชไม่รู้เลยว่าเขาไม่ได้ประเมินบางสิ่งที่อยู่ในกลุ่มพวกมันด้วย
ฉับพลันนั้นราดิชสัมผัสได้ถึงอันตรายเขายั้งตัวและถอยห่างแทบจะในทันทีแต่ก็ช้าเกินไป เมื่อมีลูกไฟสีแดงเพลิงพุ่งฝ่าไอน้ำที่ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณอยู่มันเร็วและทรงพลังกว่าของพวกม้าน้ำหลายเท่าตัว
มันพุ่งเฉียดร่างเขาไปทว่าแขนของเขาที่โดนเฉียดนั้นไหม้เกรียมทันที พลังชีวิตที่สำรองอยู่ลดฮวบไปจนเกือบหมด
“เฮ้ย!!!!!”