หลังจากหงซานเหนียงรับชุดเข็มที่ห่อด้วยผ้าไหมมาจากเด็กสาวนามว่าจิ่วเยว่นิ้วเรียวงามดั่งแท่งหยกก็คีบดึงเศษใบมีดที่ปักคาขาของคุณอาฉินออกมาอย่างรวดเร็วและแม่นยำจนเห็นเป็เพียงภาพเงาเลือนรางและสิ่งที่หงซานเหนียงกระทำต่อจากนั้นคือการเย็บปิดปากแผลที่ทำให้เซียวเยี่ยต้องเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง!
เข็มขนาดเล็กละเอียดราวกับเส้นผมหลายเล่มพุ่งทะยานไปมาในระหว่างนิ้วมือของหงซานเหนียงท่วงท่านั้นรวดเร็วเสียจนแม้แต่เซียวเยี่ยก็ยังมองตามไม่ทัน!
าแตามร่างกายของคุณอาฉินถูกเย็บปิดลงอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่รอยแผลถูกสมาน เซียวเยี่ยจะสังเกตเห็นแถบพลังชีวิตของคุณอาฉินค่อยๆเพิ่มขึ้นมาทีละนิดอย่างมั่นคง!
ประกายแห่งชีวิตที่เคยเหือดหายไปเริ่มกลับมาเสถียรอีกครั้งในที่สุดเขาก็หลุดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด!
นี่คือทักษะเย็บศพคืนชีวิตอย่างนั้นหรือ?!
ความตกตะลึงฉายชัดบนใบหน้าของเซียวเยี่ยสมคำร่ำลือที่ว่ายอดฝีมือมักเร้นกายอยู่ในหมู่สามัญชนก่อนหน้านี้อาชีพอย่างช่างเย็บศพ เขาไม่เคยแม้แต่จะผ่านหูทว่าเมื่อได้มาเห็นกับตาในวันนี้ถึงได้รู้ว่ามันเป็วิชาที่พิสดารและประณีตราวกับสรรค์สร้างโดยหัตถ์เทพเพียงใด
จิ่วเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นสีหน้าอัศจรรย์ใจของเซียวเยี่ย ก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ“ตาค้างไปเลยล่ะสิ? วิชาเย็บศพของซานเหนียงน่ะต่อให้มีทองพันชั่งมาแลก ก็ใช่ว่าเธอจะยอมลงมือให้ง่ายๆวันนี้ถือว่านายได้เปิดหูเปิดตาแล้วนะ!”
หงซานเหนียงค้อนใส่จิ่วเยว่ด้วยความเอ็นดูทว่ามือที่กำลังเย็บแผลกลับไม่หยุดชะงักแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า“กว่าจะเย็บเสร็จคงต้องรอจนถึงเช้า พ่อหนุ่มถ้าเหนื่อยแล้วก็ไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
“จิ่วเยว่ พาแขกคนนี้ขึ้นไปข้างบนที”
จิ่วเยว่พยักหน้าอย่างว่าง่ายเธอเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อของเซียวเยี่ยพลางยิ้มอย่างเขินอาย“คุณลูกค้า ตามฉันมาทางนี้ค่ะ!”
เมื่อถูกเรียกว่าคุณลูกค้าเซียวเยี่ยพลันรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุในเมื่อเ้าบ้านเอ่ยปากไล่แล้ว เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะรั้นอยู่ตรงนี้ต่อ
เซียวเยี่ยแบกชายวัยกลางคนผู้นี้ฝ่าวงล้อมการตามล่ามาจนถึงร้านทำผมจันทร์แดงถือว่าเขาได้ทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถและเปี่ยมด้วยคุณธรรมแล้ว!
ส่วนชายคนนี้จะมีชีวิตรอดต่อไปได้หรือไม่นั้นตามจริงแล้วก็ไม่ใช่เื่ที่เซียวเยี่ยต้องเก็บมาใส่ใจ
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้น่าจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้แล้ว...
“คุณลูกค้า เชิญทางนี้ค่ะ!”
จิ่วเยว่เดินนำด้วยฝีเท้าอันแ่เบาพาเซียวเยี่ยผ่านบันไดที่แคบชันขึ้นไปยังชั้นบน
อาคารสามชั้นหลังนี้มีอายุอานามพอสมควรแผ่นไม้กระดานแม้จะดูเก่าคร่ำคร่าแต่กลับสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่น
เด็กสาวที่ชื่อจิ่วเยว่เปิดประตูห้องเล็กๆห้องหนึ่งตรงทางเดินออก พร้อมกับหันมาบอกเซียวเยี่ยว่า“คืนนี้ นายนอนพักที่นี่ได้เลยนะ”
เซียวเยี่ยชะโงกหน้าเข้าไปดูภายในห้องนั้นแคบมาก น่าจะวางเตียงเดี่ยวได้เพียงหลังเดียวเท่านั้นบนผนังติดโปสเตอร์หญิงสาวสุดเซ็กซี่ซึ่งมีกลิ่นอายของยุคสมัยเก่า
ทว่าเมื่อเซียวเยี่ยยื่นมือไปเปิดไฟทั้งห้องกลับถูกอาบด้วยแสงสีชมพูสลัว ทำให้บรรยากาศดูแปลกพิลึก
“เอ่อ...”
เซียวเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไรทว่าจิ่วเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับสังเกตเห็นอาการของเขาได้ทั้งหมดเธอปิดปากหัวเราะเบาๆ “ทำไมเหรอ? ไม่เคยมาสถานที่แบบนี้ล่ะสิ?”
เซียวเยี่ยอึ้งไปกับคำถามนั้นอีกรอบเขาเกาหัวแก้เก้อ เพราะเขาไม่เคยมาสถานที่แบบนี้จริงๆ
ภายใต้แสงไฟสีชมพูหม่นกิริยาท่าทางของจิ่วเยว่ดูเย้ายวนเป็พิเศษ เธออายุมากกว่าเซียวเยี่ยไม่เท่าไรทว่าเพียงแค่ขยับคิ้วหรือส่งสายตา ก็ทำเอาเซียวเยี่ยไม่กล้าสบตาตรงๆ
“พ่อหนุ่มน้อยผู้ใสซื่อ!”
จิ่วเยว่จ้องมองใบหน้าของเซียวเยี่ยเขม็งดวงตาของเธอโค้งมนเป็รูปจันทร์เสี้ยวขณะที่ก้าวเท้าเข้ามาหาหนึ่งก้าว“ถ้า้าอะไร... เรียกฉันได้เลยนะจ๊ะ!”
ในห้องที่แคบอยู่แล้วเมื่อเด็กสาวนามว่าจิ่วเยว่ขยับเข้ามาใกล้ร่างของเธอแทบจะแนบชิดไปกับแผงอกของเซียวเยี่ย
เซียวเยี่ยถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังพิงกับผนังกลิ่นหอมจางๆ โชยมาจากตัวของจิ่วเยว่ใบหน้าของเธออยู่ใกล้เพียงเอื้อมจนเขาััได้ถึงแรงสั่นไหวของขนตาที่ขยับยามเธอกะพริบตาดวงตาของเธอเป็รูปหางหงส์ที่เชิดขึ้นเล็กน้อย บัดนี้กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาพราวระยับสวยงามเสียจนเซียวเยี่ยต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“ไม่เป็ไรครับ มีที่ไหนให้ผมพอล้างไม้ล้างมือบ้างไหม?” เซียวเยี่ยพยายามปรับลมหายใจให้คงที่และเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่สงบ
“ฮ่าๆๆ...” เด็กสาวนามว่าจิ่วเยว่ส่งเสียงหัวเราะกังวานใสราวกับระฆังเงินเธอถอยหลังออกมาสองสามก้าวแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองพลางชี้นิ้วไปทางสุดทางเดิน “สุดทางเดินตรงโน้นมีห้องน้ำอยู่ค่ะ”
เซียวเยี่ยรอจนกระทั่งได้ยินเสียงจิ่วเยว่เดินลงบันไดไปแล้วเขาจึงเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่สุดทางเดิน
เงาสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นเสื้อผ้าของเขาที่เปื้อนเืเป็วงกว้างแม้แต่ตามข้อเท้าที่โผล่พ้นกางเกงออกมาก็ยังมีคราบโคลนติดอยู่ไม่น้อย
เซียวเยี่ยถอดเสื้อผ้าและอุปกรณ์สวมใส่วางไว้ด้านข้างเปิดฝักบัวอาบน้ำเพื่อชำระล้างคราบเืและโคลนออกไปพร้อมกับผ่อนคลายเส้นประสาทที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งคืน
เซียวเยี่ยเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเขตเมืองเก่าแห่งนี้มาบ้าง
ที่นี่คือพื้นที่สีเทาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซ่างจิงไม่เพียงแต่จะเป็ที่ตั้งของตลาดมืดใต้ดินขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองแต่สิ่งของผิดกฎหมายมากมาย การค้าขายที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะหรือแม้แต่อาชญากรที่ถูกหมายหัวก็มักจะมากบดานอยู่ที่นี่
แม้แต่กองทัพเองก็เคยพยายามจะกวาดล้างที่นี่ให้สิ้นซากอยู่หลายครั้งทว่าสุดท้ายก็ต้องมือเปล่ากลับไปทุกครั้งเพราะผลประโยชน์ที่เกี่ยวพันอยู่ในสถานที่แห่งนี้มันมหาศาลเกินไป
เซียวเยี่ยไม่รู้ว่าชายวัยกลางคนที่เขาแบกมาในคืนนี้คือใครแต่ต้องมีความเกี่ยวข้องกับอิทธิพลมืดที่ซ่อนอยู่เื้ัอย่างแน่นอน
ยิ่งฝีมืออย่างปาฏิหาริย์ของหงซานเหนียงก็ยิ่งทำให้เซียวเยี่ยต้องปรับมุมมองที่มีต่อเขตเมืองเก่าแห่งนี้เสียใหม่!
เมื่อเทียบกับยอดฝีมือในเมืองซ่างจิงที่เฉิดฉายอยู่ท่ามกลางแสงตะวันแล้ว...
ภายใต้เงามืดอีกด้านหนึ่งก็มีัซ่อนพยัคฆ์หมอบอยู่เช่นกัน!
หลังจากชำระร่างกายเสร็จเซียวเยี่ยก็กลับมายังห้องแคบๆ ห้องเดิม เขาปิดไฟและหลับตาพักผ่อนเพียงครึ่งเดียวไม่ได้หลับลึกแต่กลับอยู่ในสภาวะที่พร้อมจะตื่นตัวขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
แสงไฟจากชั้นล่างลอดผ่านช่องว่างใต้ประตูเข้ามาแสงนั้นสว่างไสวอยู่เช่นนั้นตลอดทั้งคืน
หงซานเหนียงใช้เวลาทั้งคืนในการเย็บสมานาแให้ชายวัยกลางคนผู้นั้น
..........
จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังมาจากบันไดไม้ตรงทางเดินตามด้วยเสียงเคาะประตูห้องของเซียวเยี่ยเบาๆ และเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นซึ่งก็คือจิ่วเยว่นั่นเอง “ตื่นได้แล้วซานเหนียงมีธุระจะคุยด้วย!”
เซียวเยี่ยลุกขึ้นนั่งจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่อีกครั้ง แล้วเดินตามจิ่วเยว่ลงบันไดไป
เขาเห็นผ้าพันแผลชุ่มเืวางกองเต็มพื้นชั้นล่างหงซานเหนียงกำลังใช้นิ้วนวดคลึงขมับพลางพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางเหนื่อยล้า
ส่วนชายวัยกลางคนที่นอนอยู่บนเก้าอี้เอนนั้นได้ฟื้นคืนสติขึ้นมาแล้วแม้ลมหายใจจะยังดูอ่อนแรงแต่ก็เริ่มเข้าสู่สภาวะคงที่
สายตาของทั้งชายวัยกลางคนและหงซานเหนียงต่างหันมามองเซียวเยี่ยที่กำลังเดินลงมาแววตาของทั้งคู่แฝงไปด้วยความเฉียบคม ทันใดนั้นชายวัยกลางคนก็เอ่ยถามเซียวเยี่ยว่า“พ่อหนุ่ม นายรู้ไหมว่าฉันเป็ใคร?”
เซียวเยี่ยส่ายหน้านอกจากจะเคยพบกันเพียงชั่วครู่ที่หอหวนเมฆาเมื่อคืนนี้แล้วเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชายตรงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว
“ฉันชื่อฉินซาน คนในวงการต่างเรียกฉันว่าคุณอาฉิน”
คุณอาฉินกระแอมไอออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่แววตาที่มองเซียวเยี่ยแฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยขึ้นว่า“เมื่อคืนนายช่วยชีวิตฉันไว้”
“เพื่อเป็การตอบแทน ฉันจะมอบเงินให้นายหนึ่งพันล้าน... นายกล้ารับไว้ไหม?!”