Pioneer Era

    ตอนที่ 156 ปะทะร่างอวตาลของบาปทั้งเจ็ด (2)

    "ผู้ที่ไร้ซึ่งความพึงปราถนาต่อการครอบครอง หาใช่ผู้ที่ไร้ซึ่งความปราถนา หากแต่เป็นผู้ที่มีความต้องการอันไร้ที่สิ้นสุด"



    ***ชายผู้จมลงสู่ความปราถนา [โฮป]

    ไฮเจนต้องเป็นของผมเท่านั้น…

    เป็นของผมเท่านั้น…



    “! ”

    มีกระสุนรังสีแสงถูกยิงมาทางผมหนึ่งนัด...

    ถึงจะปรับความแรงลงมาต่ำสุดและเล็งมาที่ขา แต่มันก็แรงมากพอทำร้ายผมได้

    ทว่ามันไม่ได้อันตราย… เพราะเพียงแค่เอนหลัง ก็หลบได้แล้ว…

    ว่าแต่… ใคร… เป็นคนยิง…?



    “หยุดเดียวนี้เลยนะดอง! ”

    ฝีมือ… ของยัยลี่นี่เอง...

    ยัยภูติที่จงใจปกปิดตัวตน… เพื่อให้คนหันมามองตัวเอง… ไม่ใช่มอง… เพราะสายเลือดของพ่อแม่…

    นึกว่าเธอ… จะเป็นคนเดียว… ที่เข้าใจผม…

    แต่กลับหันปืน… มาใส่…

    ปืน… กระบอกที่… ผมมอบให้เธอด้วยมือตัวเอง...



    เจ็บ…

    ถึงหลบการโจมตีได้ แต่กลับเจ็บบาดลึกยิ่งกว่า...

    รู้สึกราวกับถูกเอามีดกรีดลงไปในหัวใจ แล้วเฉือนออกจากร่างกายโดยประคองไม่ให้ตายเช่นนั้น...



    ทั้งที่ผมทำให้เธอขนาดนี้...

    ทั้งที่ผมคอยเฝ้าปกป้องเธอในยามที่ตกอยู่ในอันตราย…



    ทำไมถึงหันปืนมาใส่ผม...

    ทำไม! ทำไม! ทำไม!

    จริงสิ…

    ตัวเล็ก ๆ บอบบางแบบยัยลี่เองก็น่ากอดไม่เลว…

    แถมเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสนุก…

    ใช้กำลัง… ทำให้ยัยนี่… มาเป็นของผมด้วยอีกคนดีกว่า…



    “คุณพรุนค่ะ รีบเข้าไปหยุดคุณโฮปก่อนค่ะ! คุณโฮปตอนนี้ไม่ใช่คนที่พวกคุณรู้จักอีกแล้ว! ส่วนคุณเพก! ถ้าได้ยินเสียงของฉัน รบกวนช่วยคุณไฮเจนหนีออกมาตรงนี้ทีค่ะ! ”

    คราวนี้อะไรอีก?

    เสียงของยัยแฟตเองเรอะ?

    อะไร…? สั่งการแบบนั้น…?

    ช่วยไฮเจนไปตรงนั้น…?

    คิดที่จะแย่งไฮเจนไปจากผมอย่างงั้นหรือ...?

    ไม่ยอมให้ทำได้หรอกนะ…

    ไม่มีวัน...



    ***



    “รับทราบค่ะ! หนูลี่ ไม่ต้องสนใจพวกเหยื่อคนอื่นแล้ว มาช่วยโจมตีประสานกับฉันที! ”

    สตรีเผ่ายักษ์วิ่งเข้าปะทะกับบุรุษเผ่ามนุษย์ด้วยดาบเล่มโต

    แผ่นโลหะสีดำที่แผ่กว้างมากกว่าครึ่งเมตร และยาวมากกว่าสองเมตร กำลังถูกเหวี่ยงใส่ชายตรงหน้าด้วยด้านคมของดาบ

    ประกายไอน้ำแข็งและอากาศที่หนาวเหน็บเริ่มแผ่ขยายไปทั่วบริเวณ

    ถึงจะเป็นอดีตสหาย แต่ชายตรงหน้าไม่ใช่ชายที่เธอรู้จักอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นบุรุษที่แข็งแกร่งกว่าตัวเธอหรือแม้แต่บิดาของเธอเอง

    “ (ไม่อาจออมมือให้กับชายตรงหน้าได้) ”

    นั่นคือสิ่งที่เธอคิด



    บุรุษหนุ่มก้มตัวหลบปลายดาบดำขนาดใหญ่ที่ถูกฟาดเข้ามาอย่างรวดเร็ว

    กระแสลมเย็นพุ่งกรีดผ่านผิวกายของบุรุษ

    ไอน้ำจับตัวควบแน่นเกาะเป็นน้ำแข็งขึ้นที่ปลายต้นหญ้าโดยรอบ

    แต่ไม่มีการโจมตีใด ที่สามารถทำร้ายบุรุษหนุ่มผู้นี้ได้



    “ฮ่า…”

    เขาพ่นลมหายใจเพื่อสร้างสมาธิ

    ดวงตาแดงก่ำเพราะเลือดที่สูบฉีด

    เตรียมพร้อมต่อสู้ กับศัตรูที่เข้ามาท้าทายตรงหน้า

    เขาทิ้งร่างของสตรีเผ่านกที่อาบเลือดเอาไว้บนพื้น พร้อมกับใช้มือซ้ายถอดวิกผมของตัวเองโยนไปที่ใบหน้าของสตรีเผ่ายักษ์

    แล้วใช้จังหวะที่ทัศนวิสัยของศัตรูมืดบอด เข้าโจมตีด้วยกระบี่ในมือขวา



    “ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะ! ”

    เสียงโลหะปะทะดังกึกก้องขึ้นอีกคร่า

    ดาบดำขนาดใหญ่ถูกชักกลับอย่างรวดเร็ว แล้วถูกนำมาปัดป้องปลายกระบี่เล่มบางที่กำลังแทงเข้าสู่ต้นคอของเธอ



    *เคร๊ง! *

    ดาบดำขนาดใหญ่หยุดปลายกระบี่เล่มบางขนาดเล็ก

    ไม่สิ

    เป็นฝ่าย [กระบี่] ต่างหาก ที่กำลังหยุดรั้งดาบดำขนาดใหญ่เอาไว้

    ทุกสายตาเพ่งมองไปที่ปลายดาบกระบี่ของบุรุษเผ่ามนุษย์

    ใบกระบี่ที่ส่องประกายแสงเริ่มโค้งงอเพราะแรงกด

    แต่ทว่าปลายแขนของบุรุษกลับนิ่งเฉยประหนึ่งภูผาอันแข็งกร้าว



    ฝั่งผู้ครองดาบดำ สั่นระริกด้วยแรงที่เค้นออกไปสู่ใบดาบ

    เส้นเลือดปูดโปนตามแขน เสียงลมหายใจดังเร็วถี่รุนแรง

    มันเหมือนช้างปะทะมด

    แต่กลับเป็นฝ่ายมดที่ต้านทานช้างกลับมา



    ชายเผ่ามนุษย์ใช้มือซ้ายที่ว่างเปล่า ชกลงไปที่หัวไหลขวาของสตรีเผ่ายักษ์

    เสียงระเบิดลมดังกึกกังวาลก้อง

    ขาสองข้างยืนหยัดกายมิให้ยอมล้มตัวลง

    ลื่นไถลไปกับพื้นในท่ายืน ก่อนจะส่งเสียงคำรามพร้อมง้างดาบขึ้นสูง



    ไอเย็นเยือกแข็งฉับพลันหายจากผิวกายสัมผัส

    ใบดาบสีดำเรืองรองสีแดงฉาน

    อากาศลุกไหม้ เปลวไฟจุติ ห่อหุ้ม กลายเป็นดั่งเสาเพลิงสีทองคำ

    ความร้อนถาโถมจู่โจม หยาดเหงื่อไหลย้อยท่วมร่าง

    สายตาทั้งสองจับจ้องศัตรูมิให้หลุดรอดหายจาก



    ฝ่ายบุรุษมนุษย์ตั้งท่าร่าง ยื่นเขย่งด้วยปลายเท้าเดียว

    ถือกระบี่แนบแขน หันปลายคมลงพื้น ยื่นนิ่งดุจต้นไม้ที่หยั่งราก



    หนึ่งวินาทีตั้งท่าร่าง

    หนึ่งวินาทีคิดวิเคราะห์เพลงยุทธปะทะ

    และวินาทีที่สามเข้าปะทะ

    เสียงหยันพื้นดินถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง

    ร่างเงาของสองนักรบพุ่งเข้าหาดั่งขั้วแม่เหล็ก



    ในตอนนั้นเอง ที่มีเปลวไฟสีทองพวยพุ่งมาจากทางด้านหลังของฝ่ายบุรุษมนุษย์

    มังกรวารีผู้ภักดี เข้าจู่โจม ณ ช่วงเวลาอันเป็นหนึ่งเดียวกับนายของมัน

    เบื้องหน้าคือเสาเพลิงทองคำ

    เบื้องหลังคือเปลวไฟมรณะแห่งทวยเทพมังกร



    เวลานั้นปลายยอดหญ้าสีดำลุกไหม้

    ทั่วบริเวณตกอยู่ในห้วงนรกของเปลวเพลิง

    แต่ฉับพลัน สายลมกลับกรรโชก

    ฝ่ายบุรุษ ใช้ปลายเท้าวาดเป็นวงเหนือแผ่นดิน

    หมุนตัวดั่งลูกข่าง สร้างลมพายุพัดเอาดินปลิวไสว ลบม่านไฟสีทองเลือนหายไปสิ้น



    กระบี่ที่ถูกเสริมด้วยแรงหมุน เข้าปะทะดาบดำที่วาดจากบนลงล่าง

    *เคร๊ง! *

    เสียงปะทะดังก้องขึ้นอีกครั้ง

    เวลาเดียวกัน มังกรวารีได้ใช้หางของมันเข้ามารัดร่างกายของบุรุษเอาไว้จนแน่น

    มือที่ถือกระบี่ถูกตรึงด้วยดาบดำของเผ่ายักษ์

    ขาสองข้างถูกตรึงด้วยมังกรวารีที่แข็งแกร่ง



    เส้นทางแห่งการช่วยเหลือได้ถูกเปิดออกตรงหน้า

    สตรีเผ่ากระต่าย [เอท] ใช้โอกาสที่สหายสร้างขึ้นมา วิ่งเข้าไปพาร่างของสตรีผู้น่าสงสารออกมาอย่างรวดเร็ว

    แต่ทว่า---



    “ไม่ยอม! ”

    บุรุษมนุษย์ผู้นี้กลับมีพลังเหนือมนุษย์มากกว่าที่พวกเขาคิด

    เขาใช้มือขวาข้างเดียว พลักดาบดำกับร่างที่ใหญ่โตกว่าถึงเท่าตัวจนกระเด็นออกไปไกล

    ใช้กำลังต้นขา เบ่งกล้ามจนส่วนหางของมังกรวารีที่รัดเอาไว้ฉีกขาด

    เกล็ดสีน้ำเงินที่สวยงามของมัน หลุดร่วงออกพร้อมกับหยาดเลือดที่ไหลรินเป็นธารยาว

    แล้วใช้มือซ้าย จับส่วนหางของมัน ทุ่มใส่ร่างของกระต่ายน้อยที่กำลังวิ่งเข้ามาแย่งสตรีไปจากเขา



    “รับไปค่ะท่านลี่! ”

    “ดอง! ”

    กระต่ายดำมีความไวยิ่งกว่า

    เร่งความเร็วด้วยปีกแสงของชุดเกราะนาโนชั่วฉับพลัน ย่อตัวจนแบนราบแนบผิวดิน น้ำตาเล็ดให้หน้าอกที่แบนราบของตนทีหนึ่ง ก่อนจะบินลอดผ่านลำตัวมังกรวารีเข้าประชิดร่างของเป้าหมาย

    มือทั้งสองโอบอุ้มร่างกายที่บอบช้ำ แล้วจับโยนส่งต่อให้สหายที่ยืนห่างออกไป

    ก่อนจะถูกบุรุษผู้สิ้งหวัง หมุนตัวเหวี่ยงกระบี่โจมตีใส่แผ่นหลังของเธอที่ปล่อยโล่งไร้ซึ่งการป้องกัน



    “อั๊ก! ”

    กระบี่รังสีที่ถูกหุ้มไปด้วยประกายแสง ถูกฟันฝากเป็นรอยแผลยาวอยู่บนชุดเกราะของเธอ

    ความเจ็บปวดทะลุผ่านชุดสู่เรือนร่าง แต่กระนั้นเธอก็ยังกัดฟันม้วนตัวกลิ้งถอยออกมาเพื่อสร้างระยะห่าง

    แต่ทว่าคมเขี้ยวสังหารของบุรุษหนุ่มยังคงไล่ล่าตามต่อไม่หยุด

    เขาใช้กระบี่สาดกระสุนรังสี ยิงปูพรมถล่มใส่จากระยะไกล ไปพร้อมกับวิ่งเข้าประชิดเพื่อเตรียมปิดเกมส์ด้วยการปั่นแขนและขา



    กระต่ายดำใช้สองขายันพื้น ถีบร่างสลับข้างอย่างรวดเร็ว จนเห็นเสมือนว่าแยกออกเป็นพันร่าง เพื่อรับมือกับห่ากระสุนที่สาดเข้ามา

    หลบห่าฝนกระสุน ไปพร้อมกับหลีกหนีถอยห่างผู้ไล่ล่าที่บ้าคลั่ง



    “ (ทางนี้ค่ะ) ”

    เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากสตรีเผ่ามดที่ยืนอยู่ห่างออกไป

    ใบหูของกระต่ายดำขยับเพียงเล็กน้อยต่อเสียงที่เบาบางนั้น

    ถึงจะเบาบางจนแทบเป็นเสียงกระซิบ แต่เธอกลับได้ยินประหนึ่งยืนอยู่เคียงข้างของผู้พูด

    ดวงตาของเธอมองไปที่ต้นเสียงกระซิบ

    ที่ตรงนั้นมีร่างของสตรีเผ่ามดยืนคู่กับสตรีภูติหัวเขียวที่กำลังทำการรักษาให้กับสหายเผ่ามนุษย์นก



    “ (มีกับดักตรงนั้น) ”

    แฟตชี้ไปตรงตำแหน่งที่พวกไพไรต์ยืนเฝ้าระวังอยู่ด้านข้าง

    เมื่อได้ยินดังนั้น กระต่ายสาวจึงวิ่งถอยหลังไปที่เจ้าของเสียงซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบย่างก้าว

    เวลาเดียวกัน ฝ่ายศัตรูเองก็ยังไล่ตามมาอย่างไม่ลดละซึ่งความพยายาม

    ทั้งสองขับเคี่ยวด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ จนสตรีเผ่ายักษ์กับอสูรมังกรวารีถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง



    กระต่ายดำวิ่งมาหยุดลงตำแหน่งที่ระบุเอาไว้ แล้วรีบกระโดดขึ้นสุดกำลัง ในจังหวะที่ปลายกระบี่อยู่ห่างปลายดวงตาเพียงสิบมิลลิเมตร

    แขนทั้งสองข้างของเธอ กระแทกใส่แผ่นหลังของบุรุษมนุษย์ หมายให้จมลงสู่ปฐพี

    สิ่งที่รออยู่ปลายทาง คือหลุมกับดักที่พร้อมจะฝั่งร่างของเขาให้จมลึกลงไป



    แต่ทว่าฝั่งบุรุษหนุ่ม เขารู้อยู่แล้วว่ามีสิ่งใดรออยู่ตรงหน้า

    เสียงกระซิบที่ควรได้ยินเฉพาะเผ่ากระต่ายผู้มีหูซึ่งฟังได้ไกลนับสิบลี้ กลับถูกบุรุษเผ่ามนุษย์ล่วงรู้

    สามัญสำนึกทั่วไปมิอาจนำมาใช้กับเขาได้

    เขาเตรียมใจที่จะกระโจนเข้าสู่กับดัก เพื่อใช้โอกาสที่ศัตรูประมาทเพราะเหลิงต่อชัยชนะที่มีเพียงแค่ผิวเผิน ในการย้อนศรเล่นงานกลับ



    หยาดเหงื่อของเขาจำนวนสองเม็ดได้หยดลงไปบนปลายกระบี่สีเทา

    เขาชักกระบี่ เปลี่ยนทิศใบดาบ ปล่อยให้หยาดเหงื่อไหลวิ่งไปตามแผ่นโลหะ ประหนึ่งหยดน้ำที่ไหลไปบนใบบัว

    แล้วเหวี่ยงหยดเหงื่อนั้น ไปสู่ดวงตาของกระต่ายผู้ที่กำลังกระโดดข้ามผ่านเหนือหัวของเขาแทน

    ถึงจะสวมหมวกเกราะ แต่มันมากพอให้เธอชะงักงัน หลับตาชั่วครู่ตามสัญชาตญาณป้องกันดวงตาของร่างกาย

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงแค่ระดับเสี้ยววินาทีเท่านั้น



    “อั๊ก!?! ”

    แต่มันมากพอที่จะเปิดช่องว่างให้กับศัตรูของเธอ

    ยอดนักรบที่แท้จริง ขอเพียงแค่มีเวลาระดับมิลลิวินาที ก็จักพึงสังหารศัตรูของเขาได้แล้ว

    เขาใช้จังหวะช่องว่างเพียงพริบตา วาดลวดลายกระบี่หลายสิบบทเพลงเพื่อหมายสังหารเธอ

    คมกระบี่อาบรังสีความร้อน ถูกกรีดลงไปบนชุดอย่างรุนแรง

    กระแทก-กรีด-แยกสลายพันธะ ฉีกแยกชุดเกราะแนบกายจนเผยให้เห็นผิวสีเทนชอคโกแลตที่น่าสัมผัสภายในร่าง

    เลือดสีน้ำเงินจำนวนมาก ไหลบ่าทะลักผ่านช่องว่างของชุดเกราะที่ถูกเปิดออกกว้าง



    หากมองแต่ผิวเผิน แผนการของแฟตคงเป็นเพียงแค่แผนการตื้นเขินที่ล่อศัตรูให้มาติดกับดักหลุมพราง

    แต่แฟตรู้อยู่แล้วว่าหลุมพรางแค่นั้น ไม่อาจใช้จับตัวโฮป ณ เวลานี้ได้

    สิ่งที่แฟตต้องการ คือการล่อให้โฮปเข้ามาปะทะกับกลุ่มไพไรต์ต่างหาก

    หากว่าจะให้ใครต้องเสียสละล่อถ่วงเวลาศัตรูผู้เก่งกาจ

    เธอขอใช้งานคนนอก ดีกว่าให้เพื่อนสนิทของตัวเองเข้าไปเสี่ยงตาย

    เธอคิดเช่นนั้น



    “หยุดเดียวนี้! ”

    “ช่างหัวสภาพร่างกายแล้ว! เราเองก็ขอสู้ด้วยอีกคน! ”

    “ฉันก็จะช่วยด้วยเหมือนกัน! ไพไรต์! ”

    มันได้ผล

    กลุ่มของบุรุษสิงโตไม่อาจทนเห็นภาพอันโหดร้ายตรงหน้าได้อีกต่อไป

    ประกอบกับตำแหน่งที่อยู่ใกล้พวกเขา พวกเขาจึงตัดสินใจบุกเข้าปะทะทั้งที่ร่างกายแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว



    รอบกายของบุรุษหนุ่มมนุษย์กำลังเต็มไปด้วยศัตรู

    ข้างหลังคือสตรีเผ่ายักษ์กับอสูรมังกรที่วิ่งไล่ตาม

    ข้างซ้ายคือบุรุษสิงโตผู้มีคมเขี้ยวสังหารอันทรงพลัง

    ไกลออกไปทางด้านหลังของบุรุษสิงโต คือสตรีเผ่าเสือที่ถือปืนสังหารพลังงานสูงที่พร้อมจะลั่นไกออกมา

    และคนที่อยู่ใกล้เขาที่สุด คือกลุ่มของบุรุษสิงโต



    “พวกแก…”

    แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไร ร่างของบุรุษหนุ่มก็เลือนหายไปจากตรงหน้า---

    “...ผู้ชาย”

    ---แล้วไปปรากฏที่ด้านหลังของบุรุษสิงโตแทน

    บุรุษหนุ่มเลือกที่จะละทิ้งโอกาสสังหารกระต่ายน้อยที่น่าเวทนา แล้วหันไปจัดการกับศัตรูรายใหม่แทน

    “อั๊ก!? ”

    เขาใช้มือข้างซ้ายบีบคอชายที่ตัวใหญ่กว่าเขาเกือบเท่าตัว

    ใช้พลังที่มากกว่ากดจนเข่าทั้งสองทรุดแนบพื้นดิน



    “คิดจะแย่ง...คนรัก...ของผม...ไปหรือ...? ”

    ในมุมมมองของเขา ได้พิจารณาไพไรต์ที่เป็นผู้ชาย ว่าคือวายร้ายที่พยายามเข้ามาแย่งสตรีที่เขาหมายปองไปจากตัวเขา



    “ปล่อยไพไรต์เดียวนี้นะ! "

    เสียงกรีดร้องของสตรีเผ่าเสือได้ดังขึ้น

    ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่ส่วนศรีษะที่ไร้ซึ่งการป้องกันของบุรุษหนุ่ม

    แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวของดวงตานั้น ได้อยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตุของบุรุษหนุ่มหมดแล้ว



    สตรีเผ่าเสือลั่นไกปืนยิงออกไป

    พร้อมกับที่ฝั่งบุรุษหนุ่มขยับแขนขวา เลื่อนปลายกระบี่เพียงเล็กน้อย เข้ามาบดบังเส้นทางของเส้นแสงสีแดง

    กระสุนแสงสังหารถูกดีดปัดออกไปอย่างง่ายดาย



    หนึ่งนัด---

    สองนัด---

    สามนัด---

    เขาปัดกระสุนแสงทิ้งได้ทุกนัด จนเห็นเป็นประหนึ่งว่าเคลื่อนไหวได้เร็วเทียบเทียมแสงเช่นนั้น



    “ตาย…”

    บุรุษหนุ่มไร้ซึ่งความปราณีต่อศัตรูที่เป็นเพศชาย

    บีบคอด้วยมือซ้ายจนเกราะทองคำปริแตกแยกออกมาให้เห็นเนื้อภายใน

    แล้วจับโยนขึ้นท้องฟ้า ก่อนจะกระโดดไล่ตามพร้อมกับใช้ปลายกระบี่ยื่นแทงออกไป

    เป้าหมายคือหัวใจเพื่อหมายสังหารให้สิ้นชีพอย่างเด็ดขาด



    “ม่ายยยยยยย! ”

    สตรีเผ่าเสือกรีดร้องเสียงดัง

    สตรีเผ่ายักษ์พยายามวิ่งไล่ตาม

    อสูรวารีเตรียมพ่นไฟเข้าขัดขวาง

    ทว่าคงไม่มีใครเข้าไปขัดขวางได้ทันเวลา

    ไม่มีสักคน

    นอกจาก---



    “ท่านไพไรต์ค่ะ! ”

    ---เธอคนนี้

    สตรีเผ่าแมวในชุดเมดสีดำกำลังบินทะยานขึ้นท้องฟ้า

    ใช้พลังงานก้นถังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในการเคลื่อนไหว

    ไร้พลังต่อสู้? เธอไม่สนใจเรื่องเช่นนั้นอีกแล้ว

    ถึงจะไร้พลัง แต่เธอคือคนเดียวในที่นี้ ที่สามารถบินขึ้นไปปกป้องนายท่านของเธอได้

    เธอใช้ร่างที่เล็กจ๊อยกระแทกใส่ร่างของบุรุษสิงโตให้หลุดออกจากแนวปะทะของกระบี่



    ห้วงเวลาระหว่างเมดแมวกับบุรุษสิงโตได้หยุดนิ่งชัวขณะ

    “โนอาร์!?! ”

    “ไม่เป็นไรค่ะนายท่าน… มันไม่เป็นไร… เพราะฉันนั้น… มีสองดวงจิตค่ะ…”

    เธอใช้ใบหน้าที่งดงาม ส่งรอยยิ้มที่หวานชื่นให้กับเจ้านายของเธอ

    “แต่ถ้าเป็นไปได้”

    หยาดน้ำตาที่แห้งเหือดนานนับหกร้อยปีของ [โนอาร์ผู้สร้าง] เริ่มถูกกลั่นออกมาจากเป้าตาทั้งสอง

    “ตัวฉันที่โหดร้าย… ก็ยังอยากได้รับ [ความรัก] จากท่านเช่นกันค่ะ---”

    *สวบ*

    ก่อนจะถูกทำลายทิ้ง เพราะถูกแท่งโลหะสีเทาแทงทะลุใบหน้าจากทางด้านหลังเช่นนั้นไป---