[จบ] เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง

    บทที่ 30 คดีวางยาพิษอันแปลกประหลาด

    บทที่ 30 คดีวางยาพิษอันแปลกประหลาด


    โจวอู่เป็นผู้แนะนำเฝ่ยไป๋ลู่เอง ดังนั้นการที่ผูเหมี่ยวสงสัยความสามารถของเฝ่ยไป๋ลู่ ย่อมหมายถึงสงสัยในการตัดสินใจของโจวอู่


    เขาค่อย ๆ ดื่มชาจากถ้วยโดยที่ไม่แสดงสีหน้าโกรธเคือง “หัวหน้าผูไม่ค่อยได้ดูไลฟ์ในแอปโต้วโซ่วใช่ไหม?”


    “ถ้าไม่ได้ทำคดี ก็ต้องไปออกตรวจ แล้วจะมีเวลาไปดูวิดีโอได้ยังไง ใครเขาจะเหมือนนายที่ใช้เวลาครึ่งหนึ่งนั่งอยู่ในออฟฟิศล่ะ” ผูเหมี่ยวกลอกตา เขามักพูดจาตรงไปตรงมาเสมอ และบ่อยครั้งที่เขามักจะพูดตามอำเภอใจ “ฉันกำลังบอกนายเกี่ยวกับอาจารย์เฝ่ยคนนี้ ทำไมนายถึงเปลี่ยนเรื่อง นายเองก็รู้สึกตงิดหมือนกันเหรอ?”


    สีหน้าโจวอู่ดูไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่ากำลังคิดอะไร “หัวหน้าผูสามารถสืบค้นเกี่ยวกับอาจารย์เฝ่ยได้เลย คุณจะได้รู้แล้วว่าเธอมีฝีมือหรือเปล่า”


    ทำเป็นลึกลับอะไรพรรค์นั้น*[1] พูดจาบ่ายเบี่ยงอยู่ได้ ผูเหมี่ยวพลันแค่นเสียงออกมา “ค้นก็ค้น” เขาก็อยากจะรู้นักว่าเด็กสาวอายุไม่ห่างจากลูกชายของเขามากแบบนี้จะสามารถทำอะไรได้บ้าง


    โจวอู่ไม่ได้ตื่นตระหนกเลย


    โจวอู่ทราบดีว่า มีคนจำนวนไม่น้อยในสำนักงานสงสัยความสามารถของเฝ่ยไป๋ลู่ จนเมื่อเขาได้เปิดการไลฟ์สดครั้งแรกของหญิงสาวให้ดู หลังจากนั้นไม่นาน ความสงสัยก็หายไป และคนที่เดิมทีไม่เชื่อเหล่านั้นก็ขอให้เขารักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเฝ่ยไป๋ลู่เอาไว้ และยังกำชับว่าอย่าปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้อีก


    ตอนนี้เขาก็ยังเห็นหัวหน้าหน่วยหลายคนเข้าไปดูช่องถ่ายทอดสดของเฝ่ยไป๋ลู่


    หลังจากดูวิดีโอของหญิงสาวอยู่หลายรายการ ท่าทีของผูเหมี่ยวก็เปลี่ยนจากการตั้งคำถามและดูแคลนในทีแรกเป็นจริงจัง


    เพราะเขาในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจย่อมเข้าใจดีว่า ความสามารถในการสื่อสารและการทำนายของเฝ่ยไป๋ลู่นั้นหายากแค่ไหน


    “คนเราไม่ควรติดสินจากหน้าตาจริง ๆ ฉันทำตัวเป็นพวกเห็นสิ่งใดเข้ามาก่อน สิ่งนั้นจะเป็นนาย*[2] ไปซะได้ แต่เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคตแน่” ผูเหมี่ยวหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็มีความสุขเช่นกัน “ยังดีนะที่นายให้ฉันดูวิดีโอก่อน ไม่อย่างนั้นคงพูดจาไม่น่าฟังต่อหน้าอาจารย์เฝ่ยแน่ ถ้าทำให้เธอโกรธแล้วจากไป นั่นจะกลายเป็นการสูญเสียของเรา”


    ผู้ที่สามารถมองเห็นอดีตและอนาคตของบุคคลได้ด้วยการมองเพียงไม่กี่ครั้งก็เหมือนกับการโกง!


    เมื่อเทียบกับปรมาจารย์เหล่านั้น ที่ต้องอ่านฮวงจุ้ย ติดตั้งค่ายกลและแท่นบูชา ทำลายปีศาจขับไล่วิญญาณชั่วร้าย ทักษะการทำนายดวงชะตาของเฝ่ยไป๋ลู่เป็นเครื่องมือวิเศษในการไขคดีสำหรับตำรวจอย่างไม่ต้องสงสัย


    ไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอถูกขอให้มาช่วยในคดีวางยาพิษนี้


    เพราะเธอเป็นผู้เหมาะสมที่สุดจริง ๆ


    “หัวหน้าโจว คุณเฝ่ยมาแล้วครับ” ตำรวจชั้นผู้น้อยเคาะประตูห้องประชุม ข้างหลังเขาคือเฝ่ยไป๋ลู่ที่เดินตามมา


    โจวอู่ก้มศีรษะลงเหลือบมองโทรศัพท์ ซึ่งพอดีกับที่เข็มนาทีชี้บอกเวลา ‘30’ เธอมาตรงเวลาพอดีเลย ความสามารถนี้ทรงพลังมาก!


    เขารีบเชิญเฝ่ยไป๋ลู่เข้ามาอย่างรวดเร็ว และแนะนำผูเหมี่ยวให้กับเธอได้รู้จัก


    “คุณเฝ่ย นี่คือผูเหมี่ยว หัวหน้าหน่วยตำรวจอาชญากรรมที่รับผิดชอบคดีวางยาพิษนี้ เขาจะแนะนำคุณเกี่ยวกับรายละเอียดของคดีวางยาพิษทีละอย่างนะครับ...”


    เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า ยื่นมือออกไปจับมือกับผูเหมี่ยว “สวัสดีค่ะ หัวหน้าผู”


    “ท่านอาจารย์เฝ่ย ไม่ใช่สิ คุณเฝ่ย สวัสดีสวัสดี” การเรียกอีกฝ่ายว่า ‘อาจารย์’ ในสถานีตำรวจแบบนี้คงไม่เหมาะ เพราะจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ง่าย ผูเหมี่ยวจึงรีบเปลี่ยนคำพูด และจับมือหญิงสาวด้วยความเคารพ “ในที่สุดก็ได้เจอคุณ ผมขอข้อมูลติดต่อของคุณหน่อยได้ไหมครับ”


    เฝ่ยไป๋ลู่ “?”


    หัวหน้าหน่วยคนนี้ดูกระตือรือร้นเกินเหตุ ทำไมถึงตื่นเต้นเหมือนแฟน ๆ ได้เจอไอดอลแบบนี้ หรือเธอจะจินตนาการไปเองนะ


    โจวอู่ปากกระตุก


    ครึ่งชั่วโมงที่แล้วอีกฝ่ายยังล้อเลียนอยู่เลย ว่ายังไม่ทันหย่านม แต่ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขากลับขอข้อมูลติดต่ออย่างไร้ยางอายเนี่ยนะ จุ๊ ๆ ระวังหน้าของนายด้วย ผูเหมี่ยว!


    เมื่อพูดถึงข้อมูลการติดต่อ ผูเหมี่ยวก็กระแอมกระไอ ท่าทีดูจริงจังขึ้นมา และเริ่มเข้าสู่หัวข้อประจำวันอย่างเป็นทางการ


    เขาบอกข้อมูลคร่าว ๆ ของคดีให้เฝ่ยไป๋ลู่ฟัง “ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนในเมืองของเรามากกว่ายี่สิบคนมีอาการที่แสดงว่าได้รับพิษ บางคนแพร่ข่าวลือว่า น้ำประปาของเมืองเป็นพิษ ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก หลังจากการสอบสวนเบื้องต้น เราก็พบว่าไม่มีสารพิษเจือปนอยู่ในน้ำประปา และจุดบรรจบเดียวที่เกี่ยวข้องกันของผู้ถูกพิษทั้งหลายคือ ซูเปอร์มาร์เก็ตไหลเล่อ ซึ่งผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้ได้ดื่มเครื่องดื่มจากที่นั่น”


    “เราจึงได้ตรวจสอบที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไหลเล่อ และพบว่ามีรูเข็มในเครื่องดื่มที่ขายไม่ออกจำนวนสามขวดในตู้แช่เย็นหมายเลขหนึ่ง ตอนแรกเราตัดสินว่ามีคนจงใจเจาะขวดเครื่องดื่ม โดยใช้เข็มฉีดยาพิษเข้าไปในเครื่องดื่ม”


    ผูเหมี่ยวมีสีหน้าเคร่งขรึม “เราได้จัดทีมเฝ้าระวังในซูเปอร์มาร์เก็ต อีกทั้งยังติดตามกระบวนการผลิตเครื่องดื่มด้วย แต่ก็ไม่พบผู้ต้องสงสัยเลย เราจึงเกรงว่าผู้ต้องสงสัยอาจจะหลบหนี และอาจยังคงวางยาพิษเพื่อก่ออาชญากรรมอยู่ที่อื่น หากเป็นแบบนั้นจริง นั่นจะทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกวางยาพิษมากขึ้น ทำให้ประชาชนจำนวนมากตื่นตระหนก และเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของสาธารณะอย่างร้ายแรง...”


    เฝ่ยไป๋ลู่ทำหน้าแปลก ๆ “แล้วคุณอยากให้ฉันช่วยยังไง?”


    เธอเป็นเพียงหมอดู เธอจะร่วมมือกับตำรวจในการจับกุมคนได้ยังไง?


    ตำรวจเข้าใจอะไรเธอผิดไปหรือเปล่าเยี่ย


    เธอสามารถสอบปากคำผู้ต้องสงสัยได้ แต่เธอไม่สามารถรู้ได้ว่าใครคือฆาตกรที่ว่า


    โจวอู่ยิ้มอย่างอบอุ่นและมอบข้อมูลอีกชุดให้เฝ่ยไป๋ลู่ เมื่อข้อมูลที่หนักอึ้งถูกวางบนโต๊ะ ด้วยความหนักก็ทำเอาโต๊ะสั่นอยู่สองสามครั้งทีเดียว


    เปลือกตาของเฝ่ยไป๋ลู่กระตุก พลันมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นในใจ


    “เราได้รวบรวมข้อมูลของผู้ที่เคยสัมผัสกับตู้แช่เย็นหมายเลขหนึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาไว้ คุณเฝ่ยเชี่ยวชาญในศาสตร์โหงวเฮ้ง ผมจึงอยากจะรบกวนคุณช่วยเราค้นหาว่าใครเป็นผู้ต้องสงสัยน่ะครับ”


    “...” เมื่อมองข้อมูลที่หนาปึกเหมือนก้อนอิฐ เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกหายใจไม่ออกขึ้นมาทันที


    เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาที่เร่าร้อนสองคู่ เธอก็ยิ่งเครียดมากขึ้น “เจ้าหน้าที่โจว หัวหน้าผู พวกคุณประเมินฉันสูงเกินไป ฉันต้องเห็นใบหน้าจึงจะเห็นอนาคต และพลังงานในปัจจุบันของฉันก็มีจำกัด ฉันไม่สามารถช่วยคนจำนวนมากด้วยการอ่านใบหน้าทั้งหมดนี่ได้ในคราวเดียวหรอก ฉันเกรงว่าจะไม่สามารถสนองความต้องการของคุณได้”


    หากเธออยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ การหาเบาะแสจากข้อมูลเหล่านี้คงเป็นเรื่องง่าย ๆ สำหรับเธอ ง่ายโดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลยด้วย


    แต่ความแข็งแกร่งของเธอในตอนนี้ได้ถดถอยลงสู่ขั้นควบแน่นปราณ นั่นทำให้เธอจำเป็นต้องดึงปราณวิญญาณจำนวนมากออกมาใช้ถึงจะได้ผล


    เป็นความจริงที่ว่าจิตวิญญาณของเธอมีพลังปราณ และเธอสามารถฟื้นฟูปราณวิญญาณได้อย่างรวดเร็วด้วยวิธีทางจิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่การดึงปราณวิญญาณออกมาใช้มากเกินไปจะทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายอย่างถาวร ดังนั้นจึงไม่ใช่ความคิดที่ดี


    เธอยังอ่อนแอเกินไป


    การฟื้นฟูพลังโดยการดูดซับปราณวิญญาณอย่างเดียวนั้นช้าเกินไป ดังนั้นเธอต้องปิดด่านฝึกฝนก่อน


    เฝ่ยไป๋ลู่คิดในใจ


    จากนั้นโจวอู่ก็จำได้ว่าเฝ่ยไป๋ลู่มีการเชื่อมต่อเพียงครั้งเดียวในระหว่างการไลฟ์สดแต่ละครั้ง นั่นเป็นเพราะกังวลเรื่องการใช้พลังมากเกินไปหรือเปล่า?


    พอคิดดูแล้ว การที่สามารถมองเห็นอดีตและอนาคตของคนอื่นได้ ถือว่าเป็นสกิลโกงเกินไป อีกทั้งหากความสามารถนี้ไม่มีข้อจำกัด ก็อาจนำไปสู่การใช้ในทางที่ผิดได้สินะ


    เมื่อได้ยินอย่างนี้เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกด้วยความเสียดายแต่อย่างใด


    “แต่...” ทันทีที่คำพูดของเฝ่ยไป่ลู่เหมือนจะมีทางอยู่ ตำรวจทั้งสองคนก็มองหน้ากัน


    ไม่นานเฝ่นไป๋ลู่ก็แสดงข้อมูลสามปึกที่เธอคัดเลือกออกมา แล้วพูดว่า “คนเหล่านี้คือคนที่คุณควรจับตามอง”


    เดิมทีผูเหมี่ยวคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่กำลังพลิกไปมาส่ง ๆ  เขาจึงไม่คาดคิดว่าเธอจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองจริง ๆ


    เขาหยิบเอกสารขึ้นมาและอ่านดู พลันก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “คนเหล่านี้ล้วนเป็นพลเมืองที่โดนวางยาพิษ...”


    เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า


    ตามสามัญสำนึก นักวางยาพิษคงไม่โง่พอจะดื่มเครื่องดื่มที่ตนเองวางยาพิษหรอก


    แต่แน่นอนว่ายังมีความเป็นไปได้ที่คนลงมือจะจงใจวางยาพิษตัวเองเพื่อลดความสงสัยที่อาจพุ่งมาที่ตน


    ผูเหมี่ยวเป็นตำรวจภาคสนามแนวหน้ามาตลอดหลายปี เขาได้เห็นสถานการณ์มาแล้วแทบทุกประเภท ตอนนี้เขาจึงตระหนักได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่


    “คนเหล่านี้ถูกวางยาพิษอย่างร้ายแรง และกำลังรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล เราไปโรงพยาบาลกันเถอะ” เมื่อนึกถึงเป้าหมาย ผูเหมี่ยวก็อยู่นิ่ง ๆ ไม่ไหว



    [1] ลึกลับอะไรพรรค์นั้น เป็นภาษาถิ่นแปลว่า ทำเป็นลึกลับ ประสาท อธิบายพฤติกรรมหรือคำพูดที่ผิดปกติ


    [2] สิ่งใดที่เข้ามาก่อน สิ่งนั้นจะเป็นนาย หมายถึง อคติที่มักเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นกับสิ่งที่ตนประสบมาก่อน