[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    85 แผนที่

    “นายน้อย เรามาถึงวิทยาลัยแล้วครับ”


    ประตูรถลีมูซีนสีดำเปิดกว้างรอให้แอนเดอร์สันเดินลงไป นักเรียนหลานคนที่อยู่หน้าวิทยาลัยล้วนหันมองว่านายน้อยตระกูลใดเดินทางกลับวิทยาลัยของตน ทันที่ที่แอนเดอร์สันก้าวลงจากรถทุกคนล้วนตกใจตื่น ด้วยข่าวที่ทุกคนรู้มาเกี่ยวกับคำสาปที่แอนเดอร์สันได้รับ ส่งผลให้ทุกคนหวาดกลัวในตัวแอนเดอร์สัน พวกเขาไม่รู้ว่าตอนใดกันจะตกตายภายใต้คำสาปของแอนเดอร์สันที่มีนับหมื่น


    “ขอบคุณครับ”


    แอนเดอร์สันขอบคุณพ่อบ้านพลางกวาดตามองออกไปรอบข้าง ทันใดนั้นเขาก็พบเข้ากับรถลีมูซีนของลุงนอธกำลังจอดรอให้เขาขึ้นไป


    “สวัสดีครับลุงนอธ”


    “สบายดีแล้วสินะ”


    “ครับ ด้วยเวทย์รักษาของบาทหลวงทำให้ผมกลับมาเป็นปกติแล้ว ลุงนอธครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ ต่อจากคำถามที่ผมถามในช่วงที่เราจะเดินทางไปงานวันเกิดผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์”


    “เรื่องตำแหน่งปลุกจิตวิญญาณของพรสินะ”


    “ครับ” สำหรับวิทยาลัยในตอนนี้ แอนเดอร์สันมองมันเป็นเพียงแค่สถานที่ปลอดภัยเท่านั้น สำหรับการเรียนการสอน เขาสามารถใช้อำนาจของตระกูลใหญ่ขอใช้หลักสูตรประเมินผลสอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้นได้ เขาไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนเหมือนนักเรียนคนอื่นๆ  แอนเดอร์สันจึงคิดว่าจนกว่าจะถึงเทอมหน้าที่มีการแข่งขันระหว่างวิทยาลัยเริ่มต้นขึ้น เขาจะออกเดินทางตามหาวิธีปลุกจิตวิญญาณของพร ไปพร้อมๆกับหาผู้ที่ต้องการสนับสนุนเขาในการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์


    “พรผู้ใช้สายลมของหลานลุงตามหาข้อมูลดูแล้ว หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหากเดินทางไปหาจิตวิญญาณธาตุลม สามารถปลดล็อกร่วมกันได้  หลานน่าจะใช้ตำแหน่งที่คนในตระกูลเฟียร์ปลุกจิตวิญญาณได้เช่นกัน”


    แอนเดอร์สันมองดูแผนที่ที่ลุงส่งข้อมูลให้ทางโทรศัพท์ อย่างไรก็ตามเขากลับถอนหายใจเมื่อรู้ว่าการปลดล็อกมันไม่ได้ง่ายเหมือนการปลดล็อกฉายาลูกหลานผู้ต้องสาปมาคัส


    “ลุงขอเตือนไว้ก่อนนะว่า จิตวิญญาณธาตุลมมันสามารถเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองได้ แต่หน้าทางเข้ายังคงเหมือนเดิม หลานอาจจะต้องเดินจนทั่วเขตถึงจะเจอมัน”


    “ผมเข้าใจแล้วครับ”


    “ส่วนนี่คือแผนที่ที่แม่ของหลานทิ้งเอาไว้ให้ เธอบอกว่ามันเป็นสถานที่ปลุกจิตวิญญาณเจ้าแห่งพืชพรรณที่เธอครอบครอง ให้ถือแผนที่นี้ไว้ด้วยมันจะช่วยหลานได้ แม่ของหลานบอกเอาไว้แบบนี้”


    แอนเดอร์สันมองไปยังแผนที่หนังเก่าๆ จากการสัมผัสให้ความรู้สึกเหมือนกับเขากำลังจะออกเดินทางตามหาขุมทรัพย์แต่เมื่อเขาเห็นตำแหน่งของมันแอนเดอร์สันถึงขั้นถอนหายใจเพราะเขาต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเดินทางไปถึง


    “หวังว่าเจ้าแห่งพืชพรรณและผู้ที่เป็นที่รักของต้นไม้จะมัดรวมกันในที่เดียวนะ”


    ลุงนอธปล่อยให้แอนเดอร์สันนั่งดูแผนที่ เขารอดูว่าแอนเดอร์สันจะถามเกี่ยวกับอะไรต่ออีกไหม ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็ได้ถามอีกอย่างทำให้ผู้นำตระกูลเฟียร์ตกใจเมื่อพรของแอนเดอร์สันไม่ได้มีเพียงแค่ 2


    “ลุงครับ แล้วพรมีดผสานลุงพอจะรู้จักไหมครับ ถ้าผมต้องการปลุกจิตวิญญาณต้องเดินทางไปที่ไหน”


    แอนเดอร์สันมองจ้องลุงที่กำลังแสดงท่าทางตกใจ เขาไม่แปลกใจเลยที่ลุงจะแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา ในโลกของนักเวทย์ เพียงแค่ 2 พรสวรรค์ก็หายากมากพอแล้ว แอนเดอร์สันที่มีฉายาผู้ใช้สายลม ฉายาเจ้าแห่งพืชพรรณ ฉายาลูกหลานผู้ต้องสาปมาคัส และฉายามีดผสาน จึงไม่แปลกที่จะมีใครตกใจตื่นหลังจากได้รับรู้ถึงมัน ซึ่งลุงของเขาก็เก็บความลับนี้เอาไว้ เขารู้ว่าถ้ามันหลุดออกไปจะต้องแย่สำหรับแอนเดอร์สันที่เป็นเพียงนักเวทย์ 300 ปีออย่างแน่นอน


    “หลานถามเกี่ยวกับฉายามีดผสานใช่ไหม ลองไปดูตำแหน่งนี้สิ จิตวิญญาณที่นี่ผู้คนส่วนมากที่ใช้มีดมักจะเดินทางไปกัน”


    แอนเดอร์สันมองดูแผนที่ทั้ง 3 แห่งที่เขาต้องเดินทางไปปลุกจิตวิญญาณ จากเวลาที่เขามองดูนั้นน่าจะใช้เวลานานจนถึงเทอม 2 ของการเรียนในปีนี้ อย่างไรก็ตามเวลาที่แอนเดอร์สันลองคำนวณดูเล่นๆ เขาน่าจะกลับมาก่อนที่งานแข่งจะเริ่มขึ้น 1 เดือนได้แน่นอน


    “ลุงครับ ผมคิดว่าจะออกเดินทางไปยัง 3 ตำแหน่งนี้”


    “ลุงว่าช่วงนี้งดการเดินทางก่อนน่าจะดีกว่า อย่างน้อยๆก็รอให้มีใครเข้ามาสนับสนุนเราก่อน”


    แอนเดอร์สันพยักหน้า เขายังไม่คิดจะออกเดินทางเพราะต้องเตรียมตัวสำหรับทำความเข้าใจเวทย์ระดับ 8 ให้ได้ก่อน ดังนั้นเขาจึงจะเก็บตัวอยู่ในวิทยาลัยจนกว่าการ์ดเร่งการเรียนรู้จะหมดลง


    “ครับ ผมจะศึกษาเวทย์ก่อน ส่วนนี่ลุงเอาไปขยายพันธุ์ต่อนะครับ”


    แอนเดอร์สันนำสมุนไพร 100 ปีและ 50 ปีมอบให้กับลุงไปปลูก โดยเขาได้ใช้ฉายาเจ้าแห่งพืชพรรณและฉายาผู้ที่เป็นที่รักของต้นไม้ใส่เข้าไปในสมุนไพรที่มอบให้กับลุง การที่เขาทำแบบนี้เพื่อให้สมุนไพรที่เขาส่งมอบเติบโตได้ หากไม่มีใครทำร้ายมัน สมุนไพรเหล่านี้จะเติบโตจนเก็บเกี่ยวได้โดยไม่ถูกธรรมชาติฆ่าตาย


    “ทำไมหลานไม่เก็บไปขายล่ะ” ผู้นำตระกูลเฟียร์แสดงใบหน้าตะลึงงัน สมุนไพรนั้นมีการแบ่งวิธีจำแนกออกเป็น 2 รูปแบบ


    วิธีแรกคือใช้วิธีการจัดรูปแบบเหมือนอาวุธ มีตั้งแต่ระดับ 1 ไปจนถึงระดับ 9 ส่วนมากจะนำมาใช้สร้างยารักษาและยาเพิ่มพละกำลังรวมไปถึงยาแก้พิษต่างๆ


    วิธีจำแนกที่ 2 นั้น สมุนไพรที่ถูกจำแนกในรูปแบบนี้จะนำไปใช้สร้างเพียงแค่ยาเพิ่มพลังเวทย์สะสมเท่านั้น มีตั้งแต่สมุนไพร 1 ปีไปจนถึงสมุนไพร 100 ปี ยิ่งมีปีที่สูงมากราคาของมันก็ยิ่งเยอะ 


    จากการมอบของแอนเดอร์สันเพียงแค่สมุนไพร 100 ปีมันสามารถขายได้เงินถึง 2,000 ล้าน นับว่าเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลยสำหรับนักเรียน 1 คน


    “ผมไม่จำเป็นต้องใช้เงิน” แอนเดอร์สันบอกความจริง เขาไม่จำเป็นต้องใช้เงินเนื่องจากเขาสามารถหาของหลายอย่างได้จากภายในระบบยั่วยุความตาย


    “ถ้าอย่างนั้นลุงจะนำไปต่อยอดให้กับตระกูล อย่างที่ลุงเคยบอกเอาไว้ ช่วงนี้อย่าพึ่งเคลื่อนไหว ส่วนกลุ่มอำนาจที่อยากจะเข้าร่วมลุงจะรับพวกเขาเอาไว้ให้”


    “ขอบคุณครับ”



    แอนเดอร์สันเดินลงจากรถแล้วกลับเข้าไปในวิทยาลัย ระหว่างเดินทางเขาได้มองดูนักเรียนรอบๆที่กำลังหันมองเขาด้วยความกลัวตาย บางคนพยายามหลีกออกไปให้ห่าง การที่เขาใช้คำสาปได้โดยไม่จำเป็นต้องร่าย ทำให้หลายคนกลัวว่าจะตายโดยไม่รู้ตัว


    “เราเหลือการ์ดเร่งการเรียนรู้ 10 ใบ อีกไม่กี่วันจะรีเซ็ตระบบ สรุปแล้วเราจะสามารถใช้เวลา 20 ปีในการหลบอยู่ในวิทยาลัยครั้งนี้ จะเรียนอะไรดีนะ”


    ภายในหัวของแอนเดอร์สันมีเวทมนตร์ตั้งแต่ระดับ 1 ไปจนถึงระดับ 8 ที่ทางวิทยาลัยเปิดสอน แม้นักเรียนจะไม่มีใครไปถึงระดับที่จะทำความเข้าใจเวทย์ระดับ 8 ได้ก็ตาม สหพันธ์กลับบังคับให้ทุกวิทยาลัยจำเป็นต้องมีเวทย์ระดับ 8 ให้ทางนักเรียนได้ศึกษาเพราะเชื่อว่ามันจะทำให้นักเรียนกระตือรือร้นที่จะแข็งแกร่งเพื่อทำความเข้าใจมันให้ได้


    อย่างไรก็ตาม เวลา 20 ปีที่แอนเดอร์สันมีนั้น เขาเชื่อว่าตัวเองไม่สามารถทำความเข้าใจเวทย์ระดับ 8 ของทุกธาตุได้อย่างแน่นอน เนื่องจากว่าการทำความเข้าใจเวทย์ระดับสูงจำเป็นต้องใช้มานาเข้าช่วยเหลือ เขาจึงต้องเผื่อเวลาฟื้นฟูมานาเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นเวทย์แต่ละธาตุก็มีภาษาและสัญลักษณ์ที่ต่างกัน เขาจึงจำเป็นต้องใช้ความพยายามในการทำความเข้าใจ สำหรับเวลาที่เขาเคยใช้ เวทย์ระดับ 1 2 และระดับ 3 เขาเคยใช้เวลา 1 ปีในการทำความเข้าใจพวกมันแต่ละระดับ 


    การทำความเข้าใจเวทย์ระดับ 4 ระดับ 5 ไปจนถึงระดับ 8 แอนเดอร์สันจึงคิดว่าเขาจะต้องใช้เวล 1 ปีต่อการทำความเข้าใจเวทย์ 1 ระดับ รวมแล้วในการหลบอยู่วิทยาลัยเขาต้องใช้งานการ์ดถึง 5 ใบเพื่อศึกษาเวทย์ระดับ 8 ให้ได้ 1 ธาตุ


    จากการ์ดที่เขาจะได้จากระบบอีก 10 ใบหลังจากระบบจะรีเซ็ตในอีกไม่กี่วัน เขาสามารถเรียนรู้เวทย์ระดับ 8 ของธาตุได้เพียง 4 ธาตุเท่านั้น แอนเดอร์สันจึงต้องเลือกให้ดี


    “งั้นก็ เรียนธาตุดินและธาตุแสงก่อนก็แล้วกัน”


    ธาตุดินสำหรับแอนเดอร์สันเป็นธาตุที่สำคัญเป็นอย่างมาก เขาจำเป็นต้องมีเวทย์ป้องกันการโจมตีของคนอื่นๆ ส่วนเวทย์ธาตุแสงเขาเรียนรู้ไว้เพื่อใช้เวทย์รักษาและเวทย์เพิ่มสถานะต่างๆ ด้วยเวทย์ 2 ธาตุที่เขาเลือกแอนเดอร์สันคิดว่าเขาจะกลายเป็นผู้ที่น่ากลัวคนหนึ่ง หากต้องเผชิญหน้ากับนักเวทย์ 800 ปีนับร้อย เขาก็พอมองเห็นทางรอดด้วยเวทย์ทั้ง 2 ธาตุนี้


    ซึ่งการที่เขาไม่เลือกธาตุลมเป็นธาตุแรกทั้งที่เขามีฉายาเกี่ยวข้องกับมัน ตอนนี้แอนเดอร์สันมองว่าฉายาของเขาไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ การถูกจำกัดเวทย์ให้อยู่ในระดับขอบเขต 300 ปี ฉายาของเขาที่เพิ่มพลังโจมตี 1 เท่าให้กับเวทย์ธาตุลมจึงไม่สามารถส่งผลกับเวทย์ได้อีก แอนเดอร์สันจึงเปลี่ยนไปศึกษาเวทย์ธาตุดินและแสงก่อน หากว่าเวทย์ที่เขาใช้เป็นเวทย์ระดับ 4 หรือสูงกว่านี้ ฉายาผู้หยิบยืมบทเวทย์ทำให้เวทย์ของเขารุนแรงเท่ากันทั้งหมด แอนเดอร์สันจึงไม่จำเป็นต้องโฟกัสไปที่ธาตุลม ถ้าเขาไม่ปลุกจิตวิญญาณให้กับฉายาทั้งหมด การเลือกใช้เวทย์ธาตุอื่นจึงดูคุ้มกว่า


    “พี่ชาย”


    “อ้าว วันนี้เอาอะไรมาขายอีกล่ะ”


    แอนเดอร์สันแวะสถานที่ซื้อขายอุปกรณ์เวทย์และยาภายในวิทยาลัย เขาต้องการซื้อกระดาษเวทย์ไปใช้งาน สาเหตุที่เขาต้องซื้อมันก็เพราะว่าเวทย์ระดับ 8 ยังไม่มีขายในระบบและตอนนี้เขาไม่สามารถหน่วงเก็บเวทย์เอาไว้ในความทรงจำเหมือนอาจารย์ได้ แอนเดอร์สันจึงต้องใช้กระดาษเวทย์เพื่อให้การใช้เวทย์รวดเร็วที่สุด ถึงมันจะเปลืองไปบ้างแต่เขาเชื่อว่าเงินที่จ่ายไปสำหรับกระดาษเวทย์สามารถหากลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วจากการล่าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


    “พี่ชาย ผมต้องการกระดาษที่สามารถเขียนเวทย์ระดับ 8 ลงไปได้”


    “หา อย่าบอกนะว่าจะซื้อไปใช้เอง”


    “เปล่าครับผมจะซื้อกลับไปให้ผู้อาวุโสที่ตระกูล ไหนๆก็ได้มาแล้วผมไม่อยากแวะข้างนอก”


    “แผ่นละ 1 ล้าน จะเอากี่แผ่นล่ะ”


    แอนเดอร์สันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดิมทีเขาเคยซื้อกระดาษเขียนเวทย์ราคา 1 หมื่น ตอนนี้เวทย์ที่เขาต้องการใช้คือเวทย์ระดับ 8 กระดาษที่สามารถทนรับวงเวทย์ได้จึงมีราคาสูง


    “ผมเอา 100 แผ่นครับ”


    “รอก่อน”


    แอนเดอร์สันกวาดตามองรอบๆ พลางถอนหายใจออกมาเบาๆเกี่ยวกับนักเรียนที่กำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของเขา ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็รีบหันกลับไปรับกระดาษเวทย์แล้วจ่ายเงินก่อนจะเดินกลับห้องพักเพื่อทำความเข้าใจเวทย์ตามที่ได้วางแผน 


    —------------------------

    “นายน้อย ในบรรดานายน้อยทั้งหมด ผู้ที่ต้องการหนุนหลังเราอยู่อันดับรั้งท้ายเลยครับ”


    โรแลนมองไปยังเอกสารสรุปตัวเลขของกองกำลังที่ต้องการเข้าร่วมกับนายน้อยแต่ละคน พวกเขาทั้ง 9 คนมีแอนเดอร์สันเพียงคนเดียวที่มีตระกูลใหญ่หนุนหลังไม่ใช่ตระกูลหลักอย่างพี่ชายคนอื่นๆ อย่างไรก็ตามโรแลนกลับพบความจริงอันแสนเจ็บปวด เมื่อกลุ่มอำนาจมากมายภายในสหพันธ์โคเวียมองข้ามตระกูลซิกฟรีทไป จนทำให้จำนวนผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกับตระกูลซิกฟรีทมีมากกว่าผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกับแอนเดอร์สันเพียง 1 % เท่านั้น