กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่สิบหก วิลโล่

    ตอนที่สิบหก วิลโล่

    ผมก็คิดว่าตนเองนั้นลำเอียงในแนวคิดทางเพศนั่นล่ะ

     

    ปัญหาบิฟรังแกผม ผมมองว่าเรื่องที่ต้องผ่านไป

    ปัญหาเรื่องเทเลอร์โดนรังแก

    ผมเกือบจะเผลอใช้พลังล้างสมองที่จะทำให้ผมโดนนางเอกกระทืบเสียแล้ว

     

    ดังนั้นผมถามตัวเองว่าหากเป็น โทนี่ สตาร์กเขาจะทำอย่างไรและผมก็ได้คำตอบ

     

    ทำดีไปด้วยและได้ผลที่ต้องการไปด้วยก็ได้

    ไม่มีความจำเป็นต้องทำผิดศีลธรรมในช่วงที่เรายังอ่อนแออยู่

     

    การล้างสมองด้วยเหตุผลว่า

    “เพราะพวกนั้นแกล้งเทเลอร์”

    ผมไม่คิดว่านางเอกจะรับฟังเหตุผลอย่างนั้นหรอก

    คงคิดว่าผมเป็นหนึ่งในเนิร์ดที่ใช้ความสามารถล้างแค้นสาวเชีบร์ลีดเดอร์และล้างสมองให้เธอออกเดทด้วยมากกว่าและกระทืบผมแบบไม่คิดอะไรมาก

    ดังนั้นผมมีวิธีที่ดีกว่า

     

    ผมเรียกมันว่า Ironman protocal

    การที่โทนี่ สตาร์ก สามารถสร้างชุดไอรอนแมนได้ภายในถ้ำนั้นแสดงถึงความสามารถในการประดิษฐ์ของเขา

    ซึ่งผมก็คิดว่าพวกนางเอกว่าเว่อที่คิดยาแก้พิษได้จากอุปกรณ์เคมีหรือพวกเนิร์ดเพื่อนผมที่สามารถสร้างปืนยิงน้ำแข็งจากเศษโลหะในโรงรถและที่ทิ้งขยะ

    ตอนนี้ผมก็ทำเช่นนั้นเช่นกันโดยใช้ข้ออ้างว่า”รีไซเคิล เก็บแยกขยะนำมาใช้ใหม่”

    ซึ่งหากเป็นนิยาย คงเรียกความสนใจผู้คน แต่พอเลโอนาร์ดทำแล้ว ทุกคนดูเป็นเรื่องปรกติ

    “อ๊ะ เศษกระป๋องนั้นใช้ได้นะครับ ลงถุงสีขาวนี้เลย”

    “อ๊ะ เศษอาหารลงถุงนี้ครับ”

    ด้วยทักษะการเล่นแร่แปรธาตุ ทำให้ผมคิดว่าผมสามารถเปลี่ยนซากพืชซากสัตว์ต่างๆเป็นเชื้อเพลิงอย่างง่ายๆได้

    ขอบคุณเวทมนตร์ที่ช่วยลดขั้นตอนความยุ่งยากซับซ้อน

    ผมจำได้ว่าหากมองในแง่หนึ่งจะใช้อุจจาระ ปัสสาวะ ผลิตพลังงานก็ไม่แปลก

    อาจจะใช้ของเสียในห้องส้วมหรือครัวเรือนก็ได้

     

    ถ้าหากไม่ใช่การเล่นแร่แปรธาตุก็ยังได้แก๊สหุงต้ม แต่หากใช้การเล่นแร่แปรธาตุ ผมก็ได้พลังเวทมนตร์เพิ่ม

    แหล่งพลังงานทดแทนคือหนทางสู่อนาคต

    และสาวผมแดง คนหนึ่งที่จะเป็นแม่มดที่เก่งกาจที่สุดในอนาคตก็มาหาผม

    สายตาของเธอไม่เป็นมิตร

    “ทำไมเธอถึงรู้เรื่องสัปดาห์อนุรักษ์โลกก่อนชั้น ชั้นพึ่งจะได้ข้าวของเครื่องมือมาเมื่อกี้นี้เอง”

    เธอเป็นสาวเนิร์ดอีกคนที่..เอท่านคงจะพอเดาออกแล้วนะครับ กลายเป็นแม่มดในเนื้อเรื่องช่วงหลัง

    จนผมสงสัยว่าทำไมเลโอนาร์ดเป็นคนธรรมดาตั้งแต่ต้นจนจบเลยล่ะครับ

    “คราวนี้เธอก็ได้ที่หนึ่งอีกแล้วนะ เต็มอีกต่างหาก ชั้นแพ้คะแนนเธอไปนิดเดียวตรงชีววิทยาและสังคมศาสตร์”

    และเลโอนาร์ดเก่งที่หนึ่งในโรงเรียนทำไมถึงไม่กลายเป็นพ่อมด?

    ก็สร้างความสงสัยให้กับผมอย่างยิ่ง

    ตอนดูไม่ได้คิดอะไร

    แต่ตอนนี้พอมาเจอ วิลโล วิซเซส

    พูดใส่ตอนนี้ผมรู้สึกได้ถึง..ความอิจฉา?

    แม่มดที่เก่งที่สุดเกือบในเรื่อง อิจฉาผม?

    หรือจริงๆแล้วหากนิยายดำเนินเรื่องตามสายตาเลโอนาร์ดจะกลายเป็นแนวฮาเร็มที่พระเอกซื่อบื้อ ไม่รู้ว่าสาวๆให้ความสนใจ

    แต่เนื่องจากนี่เป็นแนวไฮท์สคูลอเมริกัน สยองขวัญ

    เลยไม่มีฉากรักคอมมีดี้ของเลโอนาร์ดกับพล็อตที่เหล่าผู้หญิงในเรื่องแอบหลงรักเขา?

    ผมจำได้คุ้นๆว่าคนเขียนบทไปเขียนซี่รี่ย์อีกเรื่องมีประโยคว่า

    “อย่าเข้าใจว่าสาวที่ตกหลุมรักคุณจะตกหลุมรักคุณตลอดไป เธอไปมีแฟนใหม่ได้แล้ว”หรือมุก”ไปคบคนอื่นเพื่อให้คนที่เธอรักหันมาสนใจ”

    ที่นักเขียนหญิงหรือตัวละครที่ผู้หญิงเขียนชอบให้คำแนะนำอย่างนั้น แม้กระทั่งเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์

    เฮอร์ไมโอนี่ ตัวแทนของเจเค ก็แนะนำจินนี่ให้ไปคบกับคนอื่นก่อนเพื่อให้แฮร์รี่หันมาสนใจ

    ใครเป็นคนเริ่มแนวคิดแนะนำผู้หญิงอย่างนั้น ผมอยากจะโบกหัวสักโป๊ก

    คำแนะนำบ้าๆของผู้หญิงพรรค์นั้น

    ในสายตาผู้ชายคือ NTR ชัดๆ

    แต่ท่าทางจะเป็นเทคนิคที่ผู้หญิงใช้กันเป็นเรื่องปรกติที่ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นคิด

    “ให้พวกเธอมีสิทธิตัดสินใจ” คือแนวคิดที่ผู้ชายได้รับการอบรมพร่ำสอนมา

    ซึ่งจะรู้ว่าจริงๆแล้วไม่ได้ผลในด้านความสัมพันธ์

    เพราะคนที่เราหลงรักจะมีเพื่อนบ้าๆอย่าง เฮอร์ไมโอนี่หรือในเรื่องนี้ ที่แนะนำผู้หญิงคนที่ตกหลุมรักเราและอาจจะเป็นแฟนกับเราได้ ไปคบกับคนอื่นก่อนเพื่อให้หันมาสนใจ

    ในสายตาหนังโรแมนติคของผู้หญิงดูเป็นเรื่องธรรมดา

    “ทำอย่างนี้เขาไม่มาสนใจหรอก ไปนัดเดทกับบิฟสิ เขาจะได้มาสนใจเธอ”

    มันต้องมีการเข้าใจตรรกะผิดพลาดกันระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงแน่ๆ ไปเดทกับเจ้าบิฟและจะทำให้คนที่หลงชอบอยู่สนใจนี่นะ?

    แนวคิดผู้หญิงมีกระบวนการตรรกะอย่างไรกันแน่นะ?

    ในสายตาของผู้ชายคือพล็อตเริ่มต้นของแนว NTR ชัดๆ

    ผมไม่อยากจะเหมารวมแต่ผมต้องเหมารวม

    “ชั้นไม่เหมือนกับผู้หญิงพวกนั้น”

    คือเหตุผลที่พวกเธอมักจะพูดและพวกเธอมักจะมีคติการคบและเลิกคล้ายๆกัน

    คบแล้วเลิก คบแล้วเลิก

    ซึ่งคนรักของพวกคุณเธอมียาวเป็นหางว่าวเสียยิ่งกว่าซี่รี่ย์ ntr อีก

     

    ซีรี่ย์ NTR ยังดี ยังพอมีเหตุผลว่าที่นอนกับคนเป็นหางว่าวเพราะโดนแบล็กเมล์หรือสะกดจิต

    แต่กับพวกคุณเธอนางเอกและเพื่อนนางเอกอเมริกัน ไปเดทและเลิกกับแฟน มีอะไรกัน เลิกกันดีกันและเลิกกันอีก เวีบนไปจนเป็นเรื่องธรรมดา

    ความบ่อยครั้งของการที่ทำอย่างนั้น

    หากนับกันจริงๆผมนับได้เกินห้าสิบคนตลอดการดำเนินเรื่อง

    เข้าใจสาเหตุที่ผมไม่อยากยุ่งกับพวกเธอหรือชีวิตรักของพวกเธอหรือยังล่ะครับ?

    จะรู้สึกอย่างไรที่เราเป็นแค่คนหนึ่งในห้าสิบคน?

    อาจจะเป็นความเห็นแก่ตัวของเพศชายอย่างผมก็ได้มั้ง

    แต่ผมไม่คิดว่านิสัยอย่างพวกเธอจะสร้างครอบครัวได้ ..ซึ่งก็จริง เธอยังคบๆเลิกๆกับหลายคนจนจบเรื่อง

    แม้หลายคนในนั้นจะมีข้ออ้างที่ฟังขึ้นอย่าง”เสียชีวิตจากการโดนวายร้ายฆ่า”ก็เถอะ

    แต่การเปลี่ยนคู่ครองบ่อยของพวกเธอ ผมไม่คิดว่าการรอดชีวิตของพวกเขาจะให้ผลลัพธ์ที่ต่างไปในชีวิตคู่ของพวกเธอ

    ผมล่ะ อิจฉาโลกของโอโตเมะม็อบจริง

    โลกใบนี้ของผม การเห็นต่างไปจากพวกเธอคือความคิดที่ผิด ไม่มีโอกาสต่อสู้แม้แต่ในแนวทางความคิด

     

    “และเธอเริ่มติวสอบมิดเทอมแล้วหรือ?ชั้นก็จะเริ่มติวให้ได้วันละแปดชั่วโมงเหมือนกันแต่ว่า..หากชั้นทำได้ชั้นก็ไม่แพ้เธอหรอก”

    วิลโล่กล่าววิจารณ์เหตุผลต่างๆที่ทำให้เธอสอบแพ้เลโอนาร์ดและการเตรียมตัวของเธอก่อนสอบ

    เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องช่วยเพื่อนของเธอ สเลเยอร์ในการค้นคว้าข้อมูลและการปราบแวมไพร์และภูตผีต่างๆเวลากลางคืน

    ถ้าหากมีเวลามากพอ เออาจจะเก่งกว่าเลโอนาร์ดก็ได้ แต่เธอก็อาจต้องใช้เวลาไปศึกษาภาษาโบราณเพื่อแก้คำสาปหรือสืบค้นว่าวายร้ายคนที่กำลังสุ้อยู่ปัจจุบันนี้ใช้คาถาอะไรหรือมีจุดอ่อนอย่างไร

    นับเป็นหน้าที่ที่สำคัญมาก

    ซึ่งความรู้ที่ได้มีประโยชน์มากในตอนที่เธอกลายเป็นแม่มดที่ทรงพลังในอนาคต

    ผมนับถือเธอในข้อนี้และความสามารถและความขยันของเธอ..อย่างน้อยถ้าไม่นับที่เธอสนใจด้านมืดมากจนกลายเป็นแม่มดศาสตร์มืดในตอนหลังๆล่ะนะ

    แต่ตอนนี้เธอยังเป็นแค่เด็กหัวดีที่ฝึกเวทมนตร์เล็กน้อยเท่านั้น จากเพื่อนที่มีเชื้อสายแม่มดและพวกเธอก็ช่วยกันผจญภัยปราบแวมไพร์

    ซึ่งผมไม่คิดจะขัดขวางพวกเธอแต่ประการใด

    เพราะที่พวกเธอทำก็เป็นประโยชน์ต่อผมมนุษย์ปรกติที่อาจจะโดนแวมไพร์ฆ่าเมื่อไรก็ได้

    ผมไม่ใช่คนที่จะตำหนิคนที่สู้กับพวกอาศัยอยู่ในโลกมืด โดยที่ตนเองไม่ได้ทำอะไร

    คุ้นๆว่ามันมีคำทำนายอยู่กับนางเอกด้วยเกี่ยวกับอวสานของโลก

    จากตัวอย่างของโวลเดอมอร์สอนเราว่า อย่าไปข้องเกี่ยวหรือพยายามขัดขวางคำทำนายจะดีกว่า

    รู้ไม่ครบถ้วนหรือแปลความหมายผิด ก็จะลำบากเพราะคำทำนายเอง

    ผมจะพยายามอยู่ห่างในช่วงที่”โชคชะตา”ต้องการให้บางอย่างเกิดขึ้น

    คำนวณจากปฏิกิริยาของพวกเธอนี่น่าจะอยู่ประมาณตอนต้นๆของปีแรก

    ผมกะว่าจะไม่ทำให้พวกเธอเสียเวลาหรือเดือดร้อนที่อาจจะทำให้โชคชะตาเกิดผลกระทบได้

    ผมจำได้ว่าตอนโลกคู่ขนานตอนหนึ่ง ที่ไปช่วยเพื่อนไม่ทันหรือทะเลาะกัน..โอ้นั่นคนละตอนกัน แต่หลักๆคือ พอไม่มีเพื่อนช่วยเหลือก็อาจแพ้ต่อแวมไพร์ และโลกก็ตกอยู่ใต้การปกครองของจ้าวแห่งแวมไพร์และอื่นๆ

    จนผมสงสัยว่าและไอ้พวกปีศาจแก็งค์อื่น ลูซิเฟอร์ ฟอมอร์ ยักษ์ มนุษย์หมาป่า เทพเจ้าจากมิตินรกฯลฯ

    ทำอะไรอยู่ในโลกที่แวมไพร์นั้นครองโลก?

    แต่ผมไม่อยากให้ความรู้สึกผิดของการที่โลกอาจจะถูกปีศาจยึดครองอยู่ที่ตัวผม ผมเลยคิดว่าผมจะพยายามไม่เปลี่ยนแปลงอะไร

    ให้ความรับผิดชอบของพวกเธออยู่ที่ตัวพวกเธอเอง

    หากโลกล่มสลายก็เป็นเพราะพวกเธอทะเลาะกันเอง ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบที่ผมจะรู้สึกผิดไปด้วยแล้ว

    ดัมเบิ้ลดอร์อาจจะพูดถูกก็ได้

    ที่หากเราไม่สนใจคำทำนายแล้ว คำทำนายก็จะไม่มีผลต่อชีวิตเรา ดังนั้นผมจะยุ่งเกี่ยวกับมันเป็นรายกรณีไป แล้วแต่สถานการณ์ช่วงนั้นๆ

    แต่จะไม่เลือกการกระทำที่ส่งผลต่อดราม่าของชีวิตนางเอกอย่างเด่นชัด..ดราม่า ผมคิดอะไรได้อย่างหนึ่งแล้ว

    “และชั้นก็คิดว่าจะชนะเธอได้แล้วเชียว ชั้นไปขอตรวจข้อสอบเธอมาแล้ว เธอทำผิดในข้อ..”

    พวกเราขอดูข้อสอบของคนที่คิดว่าเป็นคู่แข่งบ่อยๆและตรวจคำตอบกันเองเป็นเรื่องปรกติของกลุ่มเนิร์ด

    วิลโลท่าทางแม้เธอจะปกป้องโรงเรียนและผู้คนจากแวมไพร์ก็ยังใส่ใจกับคะแนนสอบของผมที่เหนือกว่าเธอ

    จริงๆแล้วไม่ควรคิดมากขนาดนั้นเลย

    เธอต้องใช้เวลาไปค้นคว้าต่อสู้กับแวมไพร์มากกว่าติวหนังสืออย่างเดียวแบบเลโอนาร์ด

    แจแต่ก็ยังมีเวลามาเรียนหนังสือให้ได้เกรดดีดีด้วย

    นับว่าเป็นคนที่เก่งมากทั้งที่มีเวลาน้อยกว่าที่ควรจะเป็นในการแข่งกับเลโอนาร์ด

    แต่ก็อย่างว่าล่ะ กับเลโอนาร์ดที่สอบได้คะแนนเต็มมันก็ยากที่จะบอกว่าใครเก่งกว่าจริงๆ

     

    “ขอบคุณมากวิลโล ชั้นดีใจจริงๆที่มีเธอเป็นคู่แข่ง เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและเก่งมากๆ”

    ผมพูดอย่างจริงจังเพราะรู้ว่าเรื่องดราม่าของชีวิตเธอ มีตอนหนึ่งที่ต้องการคนยอมรับ

    การให้กำลังใจคนไม่ใช่เรื่องเสียหาย ทำไมต้องถากถางและทำให้คนเสียกำลังใจด้วย?

    มันอาจจะไม่มาก แต่ผมคิดว่าจะชมและให้กำลังใจพวกเนิร์ดในโรงเรียนให้มากขึ้น

    เพราะอย่างน้อยการไปจับหรือฆ่าพวกเขาก่อนที่จะก่อปัญหาไม่สามารถตอบต่อกฎหมาย นางเอก หรือมโนธรรมของผมได้

    “บะ บ้าอยุ่ดีดีก็พูดอะไรออกมาน่ะ นายชนะชั้นนะ พูดอย่างนี้ก็เท่ากับนายชมตัวเองน่ะสิ คนหลงตัวเองแบร่”

    เธอพูดแล้วก็หนีไป นี่เธอทำตัวเป็นซึนเดเร่ถ้านี่เป็นพล็อตอนิเมะ น่าเสียดายที่นี่เป็นแนวตะวันตก

    จึงไม่ใช่เรื่องที่เธอตกหลุมรักผมแน่ๆ เพราะคุ้นๆว่าเธอเปลี่ยนแฟนไปสี่ห้าคน หนึ่งในนั้นมีปีศาจและเลสเบี้ยนด้วย

    จำได้ว่าหนึ่งในปีศาจนั้นมีหางเป็นงูที่เธอมีอะไรกับปีศาจนั้นพร้อมกับเรียนเวทย์จากปีศาจนั้นด้วย

    ผมไม่คิดจะไปยุ่งกับดราม่าชีวิตรักของเธอ

    นี่ไม่ใช่เปลี่ยนแฟนแบบฮารุฮิ นี่เป็นการเปลี่ยนแฟนมีเซ็กส์ที่เรียกว่าหากเป็นมังงะก็คือการ NTR กันจนนับครั้งไม่ถ้วน

    แต่ผู้หญิงท่าทางจะชอบตอนที่มีเรื่องโรแมนติค ส่วนผมเป็นคนที่ชอบมีฉากต่อสู้

    หมายความว่าผมต้องทนผ่านฉากที่นางเอกเลิกกับแฟน เข้าใจผิดกันเพราะเรื่องความรัก ดราม่าชีวิตที่ว่าไม่ต้องการเป็นสเลเยอร์อีกแล้ว ฯลฯ

    คนธรรมดาไม่มีสิทธิที่จะกลุ้มใจในเรื่องนั้นด้วยซ้ำ เพราะทางเลือกเมื่อเจอแวมไพร์ของคนธรรมดาคือโดนดูดเลือดจนตายหรือจับเป็นทาสกูล

    หรือหาก”โชคดี” ก็จะได้รับโอกาส”กำเนิด” กลายเป็น”ลูก”ของแวมไพร์ตนนั้น

    คนธรรมดาที่แข็งแรงไม่เท่าเจ้าบิฟด้วยซ้ำ จะมีทางเลือกอะไรเมื่อเจอแวมไพร์?

    ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีกระสุนหรืออาวุธครบมืออย่างคิริสึงุตอนเวลาเดินไปซื้อของตอนค่ำคืนในซอยเปลี่ยว

    อย่างที่แวมไพร์ตัวหนึ่งในเรื่องเคยบอกไว้ว่า

    “โลกนี้เต็มไปด้วยอาหารอร่อย ทุกคนเหมือนกับเครื่องดื่มแสนอร่อยและแม็คโดนัลด์เคลื่อนที่ได้”

    ..อาหารแสนอร่อยนั่นคือพวกเรามนุษย์ธรรมดา