ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 41

    “เฮ้ออ.. แปลว่าคุณหญิงได้พบกับคุณชายจริงๆ.. เอาล่ะคุณหญิง คุณได้พูดคุยอะไรกับเขาบ้าง” ชุนตงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขารู้แล้วว่าเหตุผลที่พวกเขารอดมาได้เป็นเพราะอะไร หรืออาจจะเป็นเพราะความบังเอิญที่คุณหญิงเปรมได้พบเจอกับคุณชายก็เป็นไปได้“คุณชาย? หนูโอ๊ตจริงๆแล้วคือคุณชายตระกูล ณ สุวรรณภูมิ คุณชุนตงต้องการที่จะบอกอย่างนั้นใช่ไหมคะ” คุณหญิงเปรมกล่าวถามเพื่อที่จะเน้นย้ำว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ ชุนตงทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบรับไปเท่านั้น และแล้วสีหน้าของคุณหญิงเปรมก็กลายเป็นเหวอในทันที เธอไม่คิดว่าเธอจะได้พูดคุยกับตัวตนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น“..ฉัน.. ฉันคิดว่า ฉันแค่คุยกับเขา ไม่สิ! คุณชายแค่เรื่องทั่วๆไปเท่านั้น พูดถึงร้านแผงลอย แล้วก็มีเรื่องสถานที่เรียน แล้วมีอะไรอีกล่ะ.. คิดสิคิด! เออ..เรื่องที่คุณชายเป็นเพื่อนที่เรียนสาขาเดียวกับหนูเฟิร์น หนูมนต์ และหนูมิเชลเองก็ด้วยนะคะ..” คุณหญิงเปรมกดดันตัวเองไม่น้อย ด้วยสถานการณ์ที่เป็นเช่นนี้ เธอลนลานไม่น้อย เพราะในใจยังตื่นเต้นไม่หายที่เธอได้พบกับโอ๊ต“เป็นเพื่อนกับลูกหลานของพวกคุณ?..” ชุนตงเน้นย้ำถามกับคุณหญิงเปรม มันค่อนข้างเป็นข้อมูลใหม่สำหรับพวกเขาเลยทีเดียว ชุนตงลูบคางคิดสักเล็กน้อย ในขณะที่คนอื่นกำลังทำหน้าเหวอไปตามๆกัน หลังจากที่คุณหญิงเปรมพยักหน้ายืนยันคำพูดของเธอ“เดี๋ยวนะ! ทำไมเรื่องนี้มันดูแปลกๆ ทั้งๆที่คุณชายรู้จักกับลูกๆของพวกเรา เป็นไปไม่ได้เลยที่ท่านกิตติจะไม่ทราบเรื่องนี้ มันหมายความว่ายังไงกัน..” ท่านเสรีที่ดูอายุก็ไม่น้อยแล้ว อายุของเขาเป็นรองแค่ชุนตงเท่านั้นถ้าเทียบกับบุคคลในห้องนี้ แน่นอนว่าจากประสบการณ์เขาสามารถสรุปได้เลยว่าเรื่องนี้มันต้องมีเบื้องหลังอะไรอย่างแน่นอน“ผมก็คาดการณ์ว่าจะเป็นเช่นนั้น ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คุณชายคงจะมีความแค้นอะไรบางอย่างกับพวกลูกหลานก็เป็นไปได้..” สส.เสกสรรค์ เองก็ช่วยวิเคราะห์ตามหลักความเป็นจริง ชุนตงเองก็กล่าวเสริมสักเล็กน้อยเกี่ยวกับความคิดเห็นนี้“มันก็อาจจะเป็นความจริง ตัวแปรจริงๆก็คือคดีของหนูมิเชล ลูกของนายปีเตอร์.. การที่เขาขโมยรถของคุณชายเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีแล้วว่าพวกเขามีความแค้นต่อกัน..” ชุนตงกล่าว“เฮ้ออ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องของเด็กๆแท้ๆ พวกตระกูลนั้นถึงกับจะทำให้ตระกูลของพวกเราล่มสลายกันเลยเหรอ..” ปีเตอร์กล่าวถึงความโหดร้ายของตระกูล ณ สุวรรณภูมิ ที่แม้แต่เรื่องเล็กๆอย่างการไม่ชอบหน้าก็จะบดขยี้ให้จมดินกันเลยทีเดียว“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกตินะครับ ผมเองก็เคยได้ยินเหมือนกันว่าเมืองหลวงของเราเกิดเรื่องอย่างนี้บ่อยๆ เพียงแค่มองหน้าหาเรื่อง ก็สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าคุณชายใหญ่ๆผู้ทรงอำนาจได้แล้ว.. เฮ้ออ เมืองของเราแค่ยังไม่เคยพบเจอก็เท่านั้น..” สส.เสกสรรค์กล่าว“ไม่น่าล่ะ.. ตอนที่ฉันพูดถึงหนูมิเชลที่กำลังเข้าโรงพยาบาลอยู่ คุณชายกลับดูไม่เป็นห่วงเลยสักนิด แถมยังยิ้มกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของคุณชายอย่างนั้นเหรอ...” คุณหญิงเปรมเองที่เพิ่งจะนึกถึงสีหน้าของโอ๊ตในเวลานั้นได้ เธอก็กล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่กำลังกล่าว เขาก็ดูเหมือนจะเป็นคนดีที่ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรเลย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าทั้งหมดนี้คือแผนของเขาเช่นกัน“เฮ้อออ.. ฉันคิดว่าตอนนี้เราควรตั้งคำถามกันอีกครั้งกับคำถามเดิม เรารอดมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง.. เราจะเชื่อมโยงยังไงเมื่อเรารู้เพียงแค่ว่าคุณหญิงเปรมได้พบกับคุณชายเท่านั้น แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่มีคำพูดไหนเลยที่คุณชายจะยอมอ่อนข้อให้เราขนาดนี้..” ชุนตงกล่าว“ใช่! นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่คุณหญิงได้รับการขอบคุณจากท่านกิตติ และไหนจะเรื่องหนี้บุญคุณที่ตระกูล ณ สุวรรณภูมิให้การช่วยเหลือ 1 ครั้งนั้นอีก” ท่านเสรีกล่าวอย่างขัดข้องใจ“คุณ!.. คุณต้องให้ข้อมูลพวกเรามากกว่านี้แล้ว คุณได้คุยกับคุณชายท่านเรื่องอะไรบ้าง แล้วตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหน มีใครอยู่บ้าง เราต้องการข้อมูลอย่างละเอียด” เมื่อคุณหญิงเปรมได้ยินสามีของตนเอ่ยขอข้อมูลอย่างละเอียด เธอก็ไม่คิดจะปิดบังอะไร แม้มันอาจจะต่างจากต้นฉบับไปนิดหน่อยเท่าที่จำได้ก็ตาม แต่มันก็น่าจะให้ความหมายเหมือนๆกันในความคิดของเธอ คุณหญิงเปรมเริ่มเอ่ยปากตั้งแต่ตอนที่พบเจอกับคุณชายโอ๊ตที่โบสถ์ บทสนทนาก็จะเป็นจำพวกทำงานหรือเรียนที่ไหน และก็บังเอิญตรงกับพวกหนูเฟิร์นลูกของเธอ คุณชายบอกว่าไม่ค่อยจะสนิทกับใครเท่าไรนัก แต่ก็รู้จักพวกลูกๆอย่างแน่นอน จากนั้นก็คุยกันเรื่องร้านขนมแพนเค้กของเขาที่ขายอยู่ที่โรงเรียนคอสมาติน ซึ่งหนูฟ้าก็บังเอิญเป็นลูกค้าประจำของคุณชายท่านอีก ส่วนนอกเหนือจากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรกันแล้ว เพราะว่าผู้พันพิพัฒน์โทรมาเสียก่อน และเธอก็ได้พูดสายกับผู้พันโดยการเปิดลำโพง แม้ว่าทีท่าของคุณชายในตอนนั้นที่ได้ยินจะไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร แต่กลับกันคุณแม่ฝน ที่เป็นทั้งนักบวช และผู้อำนวยการกลับแสดงสีหน้าไม่สบายใจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน“จากเท่าที่ผมได้รับฟังสถานการณ์ และวิเคราะห์ออกมานั้น สรุปได้เป็นหัวข้อดังนี้ หนึ่งคุณชายกับพวกลูกหลานน่าจะมีความแค้นอะไรบางอย่างกันมาอยู่แล้ว.. สองคือคุณชายวางแผนให้พ่อบ้านประจำตระกูลแก้แค้นให้กับเขา เพราะจากหลักฐานที่ว่าคุณชายน่าจะรู้อยู่เต็มอกแล้วว่ามันเป็นฝีมือของท่านกิตติ แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะช่วยเหลือ หรือก็คือแค่ปล่อยให้มันผ่านไปเท่านั้น..” ท่านเสรีกล่าว“แล้วเรื่องที่เขาปล่อยเราไป กับหนี้บุญคุณจากตระกูลคุณชายนั้น ฉันคิดว่ามันต้องเกิดจากใครสักคน มันต้องเป็นคำพูดของใครสักคนแน่นอน ท่าทีของคุณชายกับท่านกิตติถึงได้เปลี่ยนไปถึงขนาดนั้น และคำตอบที่พวกเราต่างตามหาก็คือ นักบวชหญิงคนนั้น.. เราต้องถามจากเธอ” ชุนตงกล่าว ทุกคนที่ได้ยินอย่างนั้นก็คิดว่าค่อนข้างสมเหตุสมผลอยู่เหมือนกัน มันเป็นเหมือนกับที่ชุนตงวิเคราะห์ เรื่องหลังจากที่คุณหญิงเปรมกลับไปแล้ว ต้องมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นที่มันพอจะเปลี่ยนใจคุณชายท่านนั้นได้แน่นอน และพวกเขาจะต้องไปหาผู้อำนวยการสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้านั้นทันที ..กลับมาที่ด้านของโอ๊ต..“แหะๆๆๆ มาเกือบไม่ทันแล้ววุ้ยย..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับเสียงหอบแห้ง เขาทั้งลากทั้งดึงทั้งวิ่ง ฝืนตัวเองมาให้ถึงที่หมายยังโรงเรียนคอสมาตินสถานที่หาเงินของเขา แต่วันนี้ดูเต่างออกไปจากทุกวัน เพราะพวกผู้ปกครองที่มารับนักเรียนดูเยอะแปลกๆ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขา“วันนี้อยู่ท้ายแถวเลยแฮะ! ช่างเถอะ รีบตั้งร้านดีกว่า..” โอ๊ตรีบจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ จ่ายเงินค่าเช่ารายวันกับลุงศักดิ์แก ก่อนจะขึ้นป้ายร้านแพนเค้กของเขาที่รถเข็น ในขณะที่เขากำลังก้มไปเช็กแป้งแพนเค้กของตัวเอง เสียงแหลมๆของตัวตนเจ้าปัญหาก็ดังขึ้น“น้องชายยยยย.. พี่สาวคนนี้มาอุดหนุนแล้วจ้า..” เสียงที่ดังสุดปรอทของคริสดังไปทั่วท้องถนนสายนี้ แน่นอนว่าคนอื่นๆที่ได้ยินต่างก็มองดูรูปที่อยู่ในโทรศัพท์ของตัวเองกับร้านของโอ๊ตด้วยเช่นกัน จากนั้นกองทัพเหล่าซอมบี้ผู้กระหายกัดกินแพนเค้กก็วิ่งตรงมาทางร้านของโอ๊ตแบบฝุ่นปลิวตลบให้เห็นด้านหลังกันขนาดใหญ่ ซอมบี้กระหายแพนเค้กพวกนี้คือผู้คนที่มาตามเพจร้านดังเชียงใหม่ ถึงแม้ว่าแพนเค้กไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ที่ขายกัน แต่หลายคนที่ลงรีวิวผ่านทางโซเชียลก็ทำให้พวกเขาอยากจะลองมาทานกันสักครั้ง คริสที่หันหลังไปถึงกับตกกะใจในทันดล“เจ้าพวกบ้า! ไม่นะ! ฉันจะต้องต่อสู้เพื่อแพนเค้กของฉัน..” เท้าของเธอเริ่มหมุนสตาร์ทเป็นวงกลม สปีดเท้าของเธอไม่ได้น้อยหน้าใครทั้งนั้น ประกอบกับมันเป็นเวลาเดียวกัน ที่ประตูของโรงเรียนคอสมาตินปิดออก ฝูงซอมบี้นักเรียนเองก็แห่กันออกมาจากรั้วโรงเรียนรวมถึง 5 สาวดอกไม้สวรรค์ด้วยเช่นกัน และก็เป็นฟ้าคนแรกที่วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยสภาพร่างกายของนักกีฬาสุดแกร่งทำให้เธอพุ่งนำหัวแถวซอมบี้อีกทีหนึ่ง“อ่าวพี่สาวคริสนี่นา.. มาทำอะไรกันคะเนี่ย มาร้านแพนเค้กอย่างนั้นสินะ หนูไม่ยอมหรอกนะ แบร่” ฟ้ากล่าวพร้อมกับเล่นหน้าเล่นตาเล็กน้อย ก่อนจะวิ่งนำตรงไปยังร้านเป็นคนแรก คริสที่เห็นอย่างนั้นเธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้“ยัยเด็กบ้า! ใครจะไปยอมกัน…” คริสเพิ่มสปีดของตัวเองเข้าไปอีกขั้นหนึ่งตามฟ้ามาติดๆ“นี่ๆ โรส..เราต้องวิ่งเหมือนกับสองคนนั้นไหม..” มิ้งสาวน้อยขี้อายดึงแขนเสื้อของโรสเพื่อนสาว และกล่าวถาม เฟยเฟย กับลินลี่เองก็ยิ้มให้กับคำถามของมิ้งเช่นกัน“พวกเราไม่จำเป็นต้องรีบหรอกนะ เมื่อวานเราบอกคุณพี่ชายเจ้าของร้านเอาไว้แล้ว..” โรสกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเลศนัยบางอย่าง มิ้งที่ได้ยินก็ทำหน้าสงสัยกับคำพูดของโรส เฟยเฟยที่ได้ยินอย่างนั้นก็กล่าวตอบกับมิ้งแทนโรสในทันที“อาจจะดูเหมือนโกงคนอื่นเขา.. แต่ว่าสำหรับพวกเราแล้ว มันเรียกว่า ‘การสั่งสินค้าล่วงหน้า’ เท่านั้นเอง..” เฟยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างตัวโกง ลินลี่เองก็ยิ้มให้กับความคิดนี้ พวกเธอไม่ได้โกงสักหน่อย พวกเธอแค่สั่งสินค้าเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน และสั่งล่วงหน้าไปแล้วในทุกๆวันก็เท่านั้นเอง..

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน