จนกระทั่งหมอขออนุญาตและเข้ามาตรวจอีกรอบ ซึ่งก็พบว่าอาการไม่น่าเป็ห่วง เลยแจ้งให้มลจิราทราบเธอจึงค่อยมีสีหน้าดีขึ้น
เธอไม่รู้หรอกว่าก่อนที่เควินจะเข้ามาเขาได้โทรไปบอกเพื่อนเขาที่ชื่อปราบยุทธซึ่งเป็ลูกของเ้าของโรงพยาบาลให้ช่วยบอกหมอให้มาแจ้งอาการของยายละอองแก้วเพื่อมลจิราจะได้ไม่ต้องกังวลจนเกินไปเควินไม่อยากให้คนสวยเครียดเขาไม่รู้หรอกทำไมจะต้องทำเพื่อมลจิรามากขนาดนี้เควินรับรู้แค่ว่ามลจิราไม่เหมาะกับน้ำตาบนแก้มใสใบหน้าอ่อนๆ นั้นควรมีแค่รอยยิ้มเท่านั้น
เมื่อหมอออกไปทั้งเควินและมลจิราเตรียมตัวนอนโดยเควินนอนที่โซฟาและให้มลจิรานอนที่เตียงเฝ้าไข้
“คุณนอนที่เตียงเถอะจะได้สบายม่อนจะไปนอนที่โซฟาเองอีกอย่างคุณตัวโตกว่านอนโซฟาคุณจะไม่สบายตัวเอา”
“ถ้างั้นเรานอนที่เตียงทั้งคู่เหมือนตอนกลางวันนอนด้วยกันดีนะอุ่นผมชอบนอนกอดคุณตัวนุ่มนิ่มหอมด้วย”กล่าวจบเควินก็ส่งสายตาวิบวับให้มลจิรา
“หยุดเลยใครจะนอนกับคุณ” พูดจบทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาหลับตาเฮ้ออย่างน้อยวันนี้ก็ยังไม่ต้องห่วงรอดูอาการยายหลังจากยายฟื้นพรุ่งนี้เควินเห็นดังนั้นจึงเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนหลับตาลงและรอฟังสียงจากคนตัวเล็กเมื่อไม่พบการเคลื่อนไหวจึงหลับไปจนกระทั่งเช้า
เควินตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงใสออดอ้อนดังแว่วมา
“ยายจ๋ายายฟื้นแล้วหนูม่อนดีใจที่สุดเลยยายเจ็บตรงไหนปวดตรงไหนหนูม่อนเรียกหมอให้มาตรวจนะจ๊ะ” พูดไปดวงตาคู่ใสคลอไปด้วยน้ำตา น้ำตาแห่งความดีใจพร้อมทั้งจับมือที่มีสายน้ำเกลือมาจับไว้อย่างอ่อนโยนที่พึ่งเดียวที่เธอมี ยายคือทุกสิ่งทุกอย่างของเธอั้แ่เด็กมือคู่นี้ที่อุ้มชูสั่งสอนด้วยความเมตตาเด็กที่ถูกทิ้งข้างถนนถ้ายายไม่เก็บมาเลี้ยงเธอไม่อยากคิดเลยว่าชีวิตจะเป็ยังไงอาจจะไม่มีชิวิตจนถึงทุกวันนี้
เควินไม่เข้าใจตัวเองทำไมเขาถึงไว้ใจผู้หญิงสองคนนี้เขาสามารถนอนหลับสนิทโดยที่ไม่ต้องมีบอดี้การ์ดเมื่ออยู่นอกสถานที่เป็ครั้งแรกจริงๆ
จนถึงเวลาหมอมาตรวจและแจ้งว่ายายต้องพักต่ออีกหนึ่งวันถึงจะออกจากโรงพยาบาลได้จนถึงวันที่ก่อนออกจากโรงพยาบาลมลจิราฝากยายไว้กับนางพยาบาลเตรียมตัวออกไปข้างนอกมลจิราไปสอบถามค่าใช้จ่ายคำตอบที่ได้รับทำเอาก้าวขาแทบไม่ออกหนึ่งแสนสองหมื่นค่ารักษารวมค่าห้องพักฟื้นพิเศษจะไปหามาจากไหนในหัวทบทวนวนซ้ำมาซ้ำไปจนกลับมาถึงห้องที่ยายพักฟื้น
เควินที่ตามดูและทราบค่าใช้จ่ายเขาจึงจัดการจ่ายให้เรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นจึงตามขึ้นมาจนเจอมลจิราที่กำลังเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก
“คุณเควิน ม่อนจะออกไปข้างนอกทำธุระ แล้วจะรีบกลับมานะ”
“คุณจะไปไหนผมไปส่ง” บอกไปพร้อมสังเกตุอาการคนตัวเล็ก
มลจิราคิดว่าคงไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบังเควินจึงบอกไป ว่า
“จะไปโรงรับจำนำ”
“คุณไม่ต้องกังวลเื่ค่ารักษาคุณยายผมจัดการให้แล้วผมบอกคุณแล้วไงว่าผมรับผิดชอบเอง”เควินบอกพร้อมทั้งส่งใบเสร็จค่าใช้จ่ายให้มลจิราทำให้เธอสับสนมากผู้ชายคนนี้ต้องรวยมากแล้วทำไมเขาถึงมาอยู่และช่วยเื่ค่าใช้จ่ายมลจิราไม่อยากเป็หนี้บุญคุณของคนที่เพิ่งรู้จักเธอจึงถอดสร้อยพร้อมจี้ซึ่งทำจากทับทิมสยามลวดลายสวยงานเป็งานฝีมือโบราณอายุน่าจะเก่าแก่มากกว่าห้าสิบปีส่งให้เขา
“งั้นม่อนขอจำนำ จี้กับสร้อยเส้นนี้กับคุณถ้ามีเงินเมื่อไหร่ม่อนจะไปขอไถ่คืนหวังว่าคุณจะเก็บรักษาไว้เป็อย่างดี”
เควินรับมาดูสลับกับมองคนตัวเล็กเขาจะส่งคืนให้แต่เมื่อสบกับแววตาคู่นั้นทำให้หยุดการกระทำนั้นเก็บสร้อยไว้กับตัวพร้อมทั้งบอกตัวเองในใจมีโอกาสเมื่อไหร่เขาจะคืนให้มลจิราแน่นอน
จนถึงวันที่ยายได้ออกจากโรงพยาบาลหมอได้แนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังจากออกจากโรงพยาบาลแจ้งนัดถัดไปอีก2 สัปดาห์ แต่ให้มาล้างแผลที่เย็บทุกวันเมื่อกลับมาถึงบ้านเควินก็เหมือนเงาตามตัวมลจิราจนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“หนูม่อนลุงชิดนะมอเตอร์ไซด์ซ่อมเสร็จแล้วสะดวกมารับได้เลยนะ”
“ขอบคุณคะงั้นอีกสักหนึ่งชั่วโมงหนูจะไปรับนะคะขอบคุณมากค่ะ”
เควิน พามลจิราไปรับมอเตอร์ไซด์ขากลับเขาขับรถตามเธอห่าง ๆ จนถึงบ้านโดยที่ไม่รู้ว่ามีรถอีกคันตามเขามาเช่นกัน
“เฮ้ย เดฟ แกขับตามห่าง ๆ ดิวะเดี๋ยวบอสก็จับได้กันพอดี ดีนะที่เปลี่ยนรถไม่งั้นแย่” โทนี่ที่นั่งมาข้างกันส่งสายตามองตามรถเควินไม่ห่างจนมาถึงหน้าบ้านของมลจิราจึงให้เดฟขับรถเลยไปและเดินย้อนกลับมาเฝ้าดูอยู่ห่างๆ
“อยากรู้จริง ๆ ทำไมบอสถึงไม่ยอมกลับเพนท์เฮาส์” เดฟบอกและเฝ้าดูความเคลื่อนไหวภายในบ้าน
เวลาผ่านไปจนยายละอองแก้วอาการดีขึ้นไม่ต้องไปล้างแผลเควินเริ่มรู้ตัวว่ามีคนตามเขาจึงปลีกตัวออกมาคุยกับโทนี่และเดฟซึ่งเป็ทั้งเพื่อน,บอดี้การ์ดและเลขาส่วนตัว
“พวกนายตามมานานหรือยัง”
“ั้แ่วันที่บอสไปร้านมอเตอร์ไซด์ เมื่อไหร่บอสจะกลับครับอีกสิบห้าวันบอสต้องไปเก็บตัวเพื่อแข่งรถซีซั่นหน้าแล้วนะครับ”
“รู้แล้วระหว่างนี้ ขอพักที่นี่พร้อมแล้วจะกลับไปเอง”
“เพื่อความปลอดภัยพวกผมขอเฝ้าดูแลความปลอดภัยห่างๆ นะครับบอสชอบสาวน้อยแก้มใสคนนั้นเหรอครับ” เดฟพูดจบก็ส่งสายตาแซวเควินจนโทนี่อยากจะเอาปลายเท้าเขี่ยสักทีเดฟกล้าเล่นของสูงแต่ก็สังเกตุอาการบอสหนุ่มไปด้วย
“ไม่รู้โว้ย แค่รู้สึกผ่อนคลายเวลาอยู่ใกล้ ๆ” เควินตอบแต่คนมองเจอความสดใสและร่องรอยแห่งความสุขแผ่ออกมางานนี้สงสัยบอสหนุ่มจะตกหลุม รักเข้าแล้วแต่พระเ้าอย่าให้บอสเข้าชมรมกลัวเมียเหมือนนายใหญ่เลยเฮ้อน่ากลัวกว่าไปชกต่อยเสียอีก