บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 39 รอยแผลอันประหลาด

           กู้ชิงฮั่นขมวดคิ้วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปพูดกับหยางหนิงว่า “หนิงเอ๋อร์ฟังท่านไท่ฟูเหรินนะ ถอดเสื้อนอกออก” แล้วค่อยๆ เดินไปช่วยหยางหนิงถอดเสื้อ

           “เจ้าออกไปก่อนให้เขาอยู่ที่นี่คนเดียว” ไท่ฟูเหรินกล่าวหญิงชราคนนี้ก็ยังคงไม่ได้หันหน้ามา แต่เหมือนมีดวงตาอยู่ด้านหลังอย่างไรอย่างนั้นรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดชัดเจน

           กู้ชิงฮั่นมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ยังตอบกลับไปอย่างนอบน้อม “ทราบแล้ว!” แล้วหันไปกะพริบตาส่งสัญญาณให้กับหยางหนิงนางตั้งใจจะบอกอยางหนิงว่าให้เชื่อฟังให้มาก แต่ว่าในสายตาของหยางหนิง ม่ายสาวคนนี้น่ารักซะจริงเขายิ้มบางๆ รอกู้ชิงฮั่นออกไป หยางหนิงถึงถอดเสื้อไว้ทุกข์ออกก่อน แล้วจึงถอดเสื้อนอกออก

           “คุกเข่าลง!” ไท่ฟูเหรินพูดจาแข็งทื่อ

           หยางหนิงได้ยินหญิงชราเย็นชาในใจก็รู้สึกไม่พอใจ แอบด่าอยู่ในใจ ไม่รู้ว่านางคิดจะทำอะไร แต่ก็ยอมคุกเข่าลง

           ไท่ฟูเหรินรอหยางหนิงคุกเข่าลงแล้วถึงได้หันหลังกลับมา หยางหนิงเห็นใบหน้าของนาง เหมือนจะตกใจไม่น้อยหญิงชรามีใบหน้าเหี่ยวย่น ดูแก่มากจริงๆ ดูๆ แล้วน่าจะอายุราวๆ เจ็ดสิบแปดสิบแล้วผิวหนังที่เหี่ยวย่น ไม่ได้ทำให้หยางหนิงตกใจเท่าไรสิ่งที่ทำให้หยางหนิงตกใจคือดวงตาของไท่ฟูเหริน

           ไท่ฟูเหรินลืมตาขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังมองไม่เห็นดวงตาด้านในอยู่ดี ดวงตาทั้งสองมีแต่ลูกตาขาว หยางหนิงก็เลยเข้าใจในทันทีว่าไท่ฟูเหรินของจวนองครักษ์เสื้อแพรนั้น ตาบอด

           ไท่ฟูเหรินยกมือขึ้นมาข้างหนึ่งจับไปที่หน้าของหยางหนิง หยางหนิงเห็นมือของท่านยายผอมจนเหลือแต่กระดูกไก่ก็รู้สึกขยะแขยง

           มืออันเหี่ยวแห้งลูบไปที่หน้าของหยางหนิงค่อยๆ ลูบจากบนลงล่าง แล้วไล่ไปที่ไหล่ซ้ายของหยางหนิง

           หยางหนิงแค่รู้สึกว่าแขนของท่านยายคนนี้ราวกับว่าไม่มีอุณหภูมิมันเย็นยะเยือก ทำให้เขาขนลุก

           มือของไท่ฟูเหรินหยุดลงที่ไหล่ของหยางหนิงแล้วพูดขึ้นมาว่า “หันหลังไป!”

           หยางหนิงรู้สึกโมโหอยู่ลึกๆไม่รู้ท่านยายคนนี้ตกลงจะทำอะไรกันแน่ แต่ก็รู้ดีว่านางมีฐานะอย่างไรในจวนองครักษ์เสื้อแพรหากทำให้นางโกรธ ตัวเองก็จะเดือดร้อนแอบคิดว่าหันไปก็ดีจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวนี้อีกจากนั้นก็หันหลังไป ไท่ฟูเหรินใช้มือลูบไปที่ไหล่ซ้ายของหยางหนิงหลังจากนั้นก็ค่อยๆ ไล่จับลงไปที่หลัง

           ไม่นานนัก มือของไท่ฟูเหรินก็หยุดอยู่ที่ที่ตำแหน่งหนึ่งค่อยๆ ลูบ หยางหนิงรู้สึกแปลกๆขึ้นมาทันทีเขารู้สึกว่าด้านหลังของเขาเหมือนจะมีรอยแผลเป็น

           ตำแหน่งที่ไท่ฟูเหรินลูบอยู่ตอนนี้ก็คือที่ๆ รอยแผลเป็นอยู่      

           ตอนนี้หยางหนิงเข้าใจแล้วว่าท่านยายคนนี้ทำไมถึงต้องให้เขาถอดเสื้อออกทำไมถึงได้ลูบไล่ลงหลังไป หากเดาไม่ผิด น่าจะเป็นเพราะรอยแผลเป็นนี้

           ในตอนนี้เขารู้สึกหวาดผวาอยู่ในใจ

           หลังจากที่วิญญาณเข้าสิงในร่างนี้แล้ว หยางหนิงก็พอจะรู้สภาพร่างกายของตัวเองบ้างแต่ว่าเขาให้ความสนใจเพียงรูปร่างหน้าตาและส่วนสูงของร่างนี้ ไม่ได้สังเกตรอยแผลเป็นเลย

           ด้านล่างของไหล่ซ้ายมีรอยแผลเป็นอยู่หากไม่ใช่เพราะถูกไท่ฟูเหรินสัมผัสอยู่ในขณะนี้ หยางหนิงคงไม่รู้สึกถึงมันเลย

           หากไท่ฟูเหรินหารอยแผลเป็นนี้บนตัวเขาจริงๆเหตุใดไท่ฟูเหรินถึงรู้ได้ในขณะที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน? หรือว่าซื่อจื่อที่ตายไป ด้านล่างของไหล่ซ้ายเองก็มีรอยแผลเป็นแบบนี้เหมือนกัน?

           หากเป็นอย่างนั้นจริงมันก็เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากๆ

           ถึงแม้ทั้งสองคนจะมีหน้าตาที่คล้ายคลึงกันแต่ฐานะต่างกันราวฟ้ากับดิน เป็นไปไม่ได้ที่ร่างกายจะเหมือนกันแบบนี้ อย่างน้อยๆ ผิวหนังหยาบก็ต่างกันแล้วความยาวของนิ้วมือ ก็ต้องไม่เหมือนกันด้วย

           หากบอกว่าทั้งสองคน มีรอยแผลเป็นเหมือนกันอยู่ในตำแหน่งเดียวกันนั้นมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ และค่อนข้างแปลก

           เขารู้สึกตกใจไม่น้อย ตอนนี้ไท่ฟูเหรินเก็บมือกลับไปแล้วแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า “พ่อของเจ้าจากไปแล้วเขาเป็นลูกหลานที่ดีของตระกูลฉี ไม่เคยทำให้ตระกูลฉีต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเลยยิ่งไม่เคยทำให้เกียรติขององครักษ์เสื้อแพรต้องหม่นหมอง ตั้งแต่นี้ต่อไป เจ้าเองก็ต้องปกป้องเกียรติขององครักษ์เสื้อแพรเอาไว้เช่นกัน”

           “ข้า...!” หยางหนิงกำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ก็ชะงักไป

           “ไปเถอะกลับมาก็ดีแล้ว ไปจัดการเรื่องงานศพของพ่อเจ้าให้เรียบร้อย”หน้าของไท่ฟูเหรินเหี่ยวย่นดูไม่ออกว่ามีสีหน้าอย่างไร นางหันหน้าเข้าไปที่พระพุทธรูปอีกครั้งสองมือพนมขึ้นมา ในมือมีลูกประคำอยู่ แล้วไม่ได้พูดอะไรอีก

           ในใจของหยางหนิงนั้นทั้งตกใจและหวาดผวา

           เขาเป็นคนฉลาด การกระทำของไท่ฟูเหรินเมื่อครู่เขารู้ดีว่าเพราะอะไร ถึงแม้ไท่ฟูเหรินจะตาบอด แต่ในใจของเขาชัดเจนว่า ที่นางสัมผัสใบหน้าของเขาเพื่อตรวจสอบโครงหน้า ซื่อจื่อฉีหนิงเป็นหลานชายแท้ๆ ของนางนางคุ้นเคยกับใบหน้าของเขาที่สุด

           ยังดีที่ใบหน้าของทั้งคู่เหมือนกัน ไท่ฟูเหรินก็เลยไม่สงสัยถึงแม้ผิวจะหยาบต่างกันบ้าง แต่ซื่อจื่อหายตัวไปหลายวัน ไท่ฟูเหรินก็น่าจะไม่ใส่ใจมากนัก

           สีผิวของเขาเข้มกว่าฉีหนิงเล็กน้อยวันนี้ตอนอยู่ที่โถงบรรพชน หลายคนก็อยู่ด้วย แต่ก็ไม่มีใครสงสัยแสดงว่าพวกเขาเห็นว่าสีผิวเปลี่ยนไปเพราะอยู่ข้างนอกหลายวัน

           สุดท้ายที่ไท่ฟูเหรินจับไปที่รอยแผลเป็นแล้วก็เก็บมือไป แสดงว่าเป็นวิธียืนยันตัวตนที่สำคัญหยางหนิงแน่ใจว่ารอยแผลเป็นนี้จะต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ๆเขากลัวว่าหากตัวเขาไม่มีรอยแผลเป็นที่ด้านล่างของไหล่ซ้ายผลที่ตามมานั้นแทบไม่อยากจะคิดเลย

           องครักษ์เสื้อแพรเป็นถึงแม่ทัพเหว่ยขุนนางขั้นสองเป็นบุคคลสำคัญของเมืองทางทิศใต้ของแคว้นฉู่แน่ๆ แม้แต่ต้วนชางไห่ที่ร้ายกาจแบบนั้นยังเป็นแค่ทหารยามในจวนเท่านั้นหากการสวมรอยเป็นซื่อจื่อถูกท่านยายคนนี้จับได้ หยางหนิงคงออกจากจวนนี้ไปอย่างไม่มีลมหายใจแน่ๆ

           ท่านยายคนนี้ตาบอดแต่ใจไม่บอด หยางหนิงรีบสวมเสื้อผ้าแล้วก็ไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว หอบูชานี้มันก็แปลกๆ อยู่แล้วยิ่งมียายแก่ที่เหมือนต้นไม้ตายด้านอีกหยางหนิงไม่อยากจะอยู่นานกว่านี้แม้เสี้ยววินาที

           เมื่อออกมาด้านนอก กู้ชิงฮั่นยืนรออยู่ ใต้ต้นโพธิ์ทองร่างกายที่อ้อนช้อย นางกำลังยืนมองเถาวัลย์ที่เลื้อยไปตามกำแพงอยู่

           เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว กู้ชิงฮั่นก็หันหน้ามาเห็นหยางหนิงกำลังเดินมา ก็รีบเดินมาหา แล้วพูดเสียงเบาว่า “หนิงเอ๋อร์ ไม่ได้ทำให้ไท่ฟูเหรินไม่พอใจใช่ไหม?”

           หยางหนิงส่ายหน้า แต่อยากจะให้แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองคิดเลยตั้งใจพูดออกไปว่า “ไท่ฟูเหริน ...ท่านย่า...!” เขาตั้งใจทำเหมือนมึนๆงงๆ ในใจคิดว่าตัวเขาควรเรียกหญิงชราว่าอย่างไร กู้ชิงฮั่นเห็นหยางหนิงพูดติดอ่างก็คิดว่าไท่ฟูเหรินคงทำให้หยางหนิงตกใจ ก็เลยพูดเบาๆ ว่า “ท่านย่าของเจ้าก็เป็นแบบนี้นางเอ็นดูเจ้ามากนะ เจ้าอย่าคิดมากไปเลย”

           หยางหนิงรีบพูดขึ้นมาว่า “ท่านย่าดูไหล่ข้า”

           “อ๋อ?” กู้ชิงฮั่นพูดว่า “ดูดอกไม้ที่ไหล่ของเจ้าน่ะหรือ?”แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ท่านย่าแค่คิดถึงเจ้า คิดอยากจะใกล้ชิดเจ้าสักหน่อยไม่ได้อะไรหรอก หนิงเอ๋อร์ ซานเหนียงยังมีธุระจะคุยกับไท่ฟูเหรินเจ้ากลับไปที่โถงบรรพชนก่อน ไปเฝ้าที่นั่นเอาไว้ ดีไหม?”

           หยางหนิงคิดในใจว่ากู้ชิงฮั่นรู้เรื่องรอยแผลเป็นจริงๆด้วย ฟังจากการพูดของกู้ชิงฮั่นแล้ว รอยแผลนี่ก็น่าจะเป็นรูปดอกไม้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดอกอะไร แต่นั่นมันหมายความว่าตัวเขาคาดการณ์ไว้ไม่ผิด ไท่ฟูเหรินตั้งใจจะตรวจสอบฐานะของเขาด้วยรอยแผลเป็น

           เมื่อเป็นแบบนี้ ในใจของเขาก็ยิ่งหวาดหวั่นที่แท้ร่างกายของเขาก็เหมือนซื่อจื่อที่ตายไปแล้วทุกอย่าง มีรอยแผลเป็นที่เหมือนกันแม้แต่รูปแบบของรอยแผลเป็นก็เหมือนกันด้วย แต่หากมีตรงไหนที่ไม่เหมือนกัน ไท่ฟูเหรินก็จะสามารถรู้ได้ทันทีตัวเขาเองก็ยากจะผ่านด่านนี้ไปได้

           แต่ตอนนี้ทำได้แต่คาดเดา ตอนนี้ทุกอย่างที่แปลกประหลาดมันเกิดขึ้นกับเขาทั้งหมดหยางหนิงรู้สึกมึนไปหมด เชื่อมโยงสถานการณ์ไม่ได้จริงๆ

           กู้ชิงฮั่นเห็นหยางหนิงเหม่อเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็เดินขึ้นมา แล้วพูดเสียงเบาว่า “หนิงเอ๋อร์ คิดอะไรอยู่?”

           ตอนนี้หยางหนิงถึงได้สติคืนมา เห็นหน้าสวยๆของกู้ชิงฮั่นอยู่ห่างจากเขาแค่คืบเดียว นางมองเขาด้วยความเอ็นดูตอนนี้เขาถึงเห็นใบหน้าเต็มๆ ของนางอย่างชัดเจน ผิวขาวราวกับหิมะ ปากเป็นกระจับยังคงเป็นคนที่น่าหลงใหล ทำให้คนแทบทนไม่ไหวอยากจะกลืนกิน

           หยางหนิงดึงสติกลับมา รู้ดีว่านางเป็นคนที่กินไม่ได้ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ไม่... ไม่ได้คิดอะไร”

           “งั้นเจ้าก็ไปที่โถงบรรพชนนะ” กู้ชิงฮั่นพูดเบาๆ“ข้าจะไปดูไท่ฟูเหริน” นางยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วเดินเข้าไปทางห้องนั้น

           นางอ่อนโยนและปกป้องหยางหนิงมาตลอดไม่เหมือนกับที่นางปฏิบัติต่อคนอื่นในห้องโถงบรรพชนเลย

           หยางหนิงออกจากเรือนตัวเองไป เขาเดินไปตามทางในสมองเอาแต่คิดเรื่องรอยแผลเป็นที่หลัง รีบร้อนเดินไปที่หน้ากระจก ดูให้ชัดๆ ว่าตกลงแล้วที่หลังมันเป็นอะไรกันแน่

           ทันใดนั้นเองเขาก็นึกถึงเสี่ยวเตี๋ยขึ้นมาแอบคิดว่าตัวเขาก็เข้าเมืองแล้ว เสี่ยวเตี๋ยเองก็น่าจะมาถึงเมืองหลวงนานแล้ว แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหนจะหาเสี่ยวเตี๋ย ก็ต้องรู้ก่อนว่าสำนักคุ้มกันไหนเป็นคนพานางเข้าเมืองหลวง ตอนนี้เขาสวมรอยเป็นซื่อจื่อขององครักษ์เสื้อแพรไม่รู้เหมือนกันว่าจะสามารถใช้อำนาจของจวนองครักษ์เสื้อแพรในการไปตรวจสอบได้ไหม

           สำนักคุ้มกันนั้นค้ามนุษย์ เรื่องเลวทรามแบบนี้จะต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังแน่ๆ เรื่องแบบนี้ต่อให้เป็นราชนิกูลอยู่เบื้องหลังก็คงไม่กล้าทำอย่างซึ่งหน้า สำนักคุ้มกันที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะทำทุกวิถีทางเพื่อปกปิดความจริงคงไม่ปล่อยให้มีช่องโหว่แน่ๆ ต่อให้ใช้อิทธพลของจวนองครักษ์เสื้อแพรก็ไม่แน่ว่าสืบได้ความอะไร

           แต่หยางหนิงมีความเชื่ออย่างหนึ่ง องครักษ์เสื้อแพรไม่เพียงเป็นท่านโหวแต่ยังมีตำแหน่งแม่ทัพเหว่ยขุนนางขั้นสองด้วย อิทธิพลและอำนาจของจวนองครักษ์เสื้อแพรจะต้องไม่เล็กแน่นอน

           จากที่เขาเห็นก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของจวนองครักษ์เสื้อแพรเท่านั้นแต่ว่าจะใช้อำนาจอิทธิพลตรงไหนได้บ้าง ตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้

           เขาเดินไปคิดไปรู้ตัวอีกทีก็เดินไปถึงริมสระน้ำ ในจวนโหวมีศาลาอยู่ไม่น้อย สระน้ำต่างๆ ก็มีมาก สระน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าใหญ่ที่สุดในจวนริมสระน้ำมีภูเขาปลอมอยู่ลูกหนึ่ง เห็นต้วนชางไห่นั่งอยู่ที่ริมโขดหินหลังพิงภูเขาปลอม ในมือถือถุงเหล้าอยู่

           หยางหนิงเดินเข้าไปใกล้ก็ได้กลิ่นเหล้าลอยมาเข้าจมูก ต้วนชางไห่สีหน้าแดงก่ำเห็นก็รู้ทันทีว่าเมาแล้วแน่นอน

           “เจ้านี่วันนี้ถูกหยามที่โถงบรรพชนน่าจะไม่ค่อยสบายใจ ชายรูปร่างสูงใหญ่ แต่ไม่สามารถระบายออกมาได้ทำได้แค่หลบมากินเหล้าแก้เครียดอยู่ตรงนี้” หยางหนิงถอนหายใจ วันนี้ในโถงบรรพชน ท่านใหญ่สามกับคนอื่นๆหาเรื่องกู้ชิงฮั่น พ่อบ้านชิวไม่พูดอะไรเลย มีแต่ต้วนชางไห่ที่ออกหน้ามาช่วยพูด อย่างไรเขาก็ถือได้ว่าเป็นคนกล้า

           ต้วนชางไห่นั่งพิงหลัง สายตากลึ่มๆจะหลับไม่หลับแหลบ่นอะไรพึมพำ หยางหนิงเดินเข้าไป ใช้เท้าค่อยๆ สะกิดไปที่เท้าของต้วนชางไห่ต้วนชางไห่ยกมือขึ้นสะบัด แล้วด่าว่า “หลีกไปใครกล้าแหย่ข้า ข้า... ข้าไม่ใช่คนที่ใครจะมาแหย่ได้นะ...!”

           “ต้วนชางไห่ เจ้าทำอะไร?” หยางหนิงกระแอมไอ “เจ้าไล่ใคร?”

           ต้วนชางไห่ได้ยินดังนั้น ก็เหมือนนึกออกเขาลืมตาขึ้นมาดู เห็นหยางหนิงยืนอยู่หน้าเขา ก็เลยรีบลุกขึ้น แต่ก็ยืนเซ “ซื่อจื่อ... ซื่อจื่อ ที่แท้เป็นท่านเอง ข้า...!” เห็นว่าตัวเองถือถุงเหล้าอยู่ก็ยิ้มแห้งแล้วพูดว่า “ข้าก็แค่... ก็แค่กินเข้าไปคำสองคำเอง...!”

           ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้วหยางหนิงเงยหน้ามองฟ้า แล้วค่อยๆ เดินไปนั่งอยู่ที่เก้าอี้หินอ่อนที่ศาลา แล้วถามว่า“วันนี้ถูกหยามใช่ไหม ถึงได้มานั่งกินเหล้าแก้เครียดอยู่ตรงนี้? เจ้าไม่รู้หรือไง ใช้มีดตัดน้ำน้ำก็ยังไหลอยู่ใช้เหล้าแก้เครียดมันก็ยิ่งเครียด?”

    คล้ายกับเรื่องบันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801