เสียงฝีเท้าที่ก้าวย่างอย่างสม่ำเสมอนั้นดึงดูดทุกสายตาให้หันไปมองโดยพร้อมเพรียง แม้แต่เหล่าโจรที่กำลังถือดาบเตรียมรุมล้อมซูหมิงยังต้องชะงักงัน
บรรยากาศภายในถ้ำที่เคยร้อนระอุด้วยไอสังหารพลันเยือกเย็นลงจนจับขั้วหัวใจ มารดำเดินฝ่ากลุ่มควันเข้ามาอย่างเชื่องช้า หมวกปีกกว้างถูกถอดวางไว้ข้างกาย เผยใบหน้าที่ซีดขาวราวกับมารร้าย ทว่าดวงตากลับดำขลับล้ำลึกดุจหลุมดำที่พร้อมจะสูบกลืนทุกสรรพสิ่ง
มันกวาดสายตามองซากปรักหักพังของบ้านไม้และหยินชิงที่ยืนสั่นเทา ก่อนจะหยุดสายตาที่ซูหมิงซึ่งกำลังเอามือป้ายดวงตาที่บวมแดงอยู่ที่ไกลๆ
“ภูมิประเทศลึกลับทางเข้าออกซับซ้อน... ที่นี่เหมาะจะเป็นหลุมศพพวกเจ้าทุกคนยิ่งนัก”
น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่กลับกังวาลก้องไปถึงโสตประสาทของผู้ฟังทุกคน ชายชราแซ่จิน ผู้มากประสบการณ์ สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอันมหาศาล เขาพุ่งกายเข้าขวางหน้ามารดำทันที เส้นด้ายบางเฉียบในมือถูกขึงตึงจนเกิดเสียงหวีดหวิว
“เจ้าเป็นใคร! กล้าดีอย่างไรมากล่าววาจาสามหาว!”
ชายชราแผดเสียงพร้อมสะบัดมือ มีดบินสิบสองเล่มพุ่งออกจากแขนเสื้อราวกับห่าฝน ทว่าแต่ละเล่มกลับวิถีโค้งไปมาอย่างพิสดารด้วยการควบคุมของเส้นด้าย
มารดำเพียงกรีดวาดปลายนิ้วเบาๆ เงาดำสายหนึ่งพุ่งออกจากชายเสื้อของมันปะทะกับมีดบินเหล่านั้นเสียงดัง เคร้ง! เคร้ง! ถี่รัว
มีดทั้งหมดถูกดีดกระเด็นไปปักตามผนังถ้ำในพริบตา ชายชราจินแม้ตกตะลึง แต่หาได้ลังเล เขาดีดตัวขึ้นสูงแล้วใช้ดรรชนีกระตุกเส้นด้ายให้มีดเหล่านั้นพุ่งกลับมาโจมตีจากด้านหลังมารดำ พร้อมกับพุ่งตัวซัดฝ่ามือหมายสกัดจุดใส่หน้าอกของมันในเวลาเดียวกัน
มารดำเบี่ยงกายหลบด้วยท่วงท่าที่ประหลาดตา ร่างของมันดูเหมือนจะเลือนรางไปชั่วขณะ มีดบินที่พุ่งกลับมา กลับพุ่งผ่านเงาร่างของมันไปปะทะกันเองจนแตกกระจายไปคนละทาง
มารดำยื่นมือซ้ายที่ขาวซีดออกมาคว้าจับข้อมือของชายชราจินไว้ได้อย่างแม่นยำ ส่งแรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อมือของยอดฝีมือเฒ่าส่งเสียงลั่น
“วิชาไหมฟ้าคุมศาสตรา... สมกับที่ได้ยินชื่อเสียงมานาน”
มารดำเอ่ยปากชมด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก
ขณะจะลงมือปลิดชีพ
อสูรหน้าแผล ตวาดลั่น แม้ตัวมันจะเพิ่งกระเด็นออกมาจากแรงฝ่ามือของซูหมิง แต่มันกลับเค้นพลังโถมเข้าใส่มารดำด้วยท่า ‘หมัดทลายขุนเขา’ พลังหมัดรุนแรงแหวกอากาศ
ในจังหวะเดียวกัน ชายหนุ่มผู้ถือแผนที่ ที่เคยนิ่งสงบกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจเงาพราย มันสะบัดพัดเหล็กในมือออก กางซี่พัดพุ่งเข้าจู่โจมจุดตายที่ลำคอของมารดำจากทิศทางตรงกันข้าม
การประสานงานของหนึ่งหนักหน่วงหนึ่งรวดเร็วพุ่งเข้าหาเป้าหมายพร้อมกัน! มารดำจำต้องถอยล่าถอยออก
ก่อนเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ
“หัวพยัคฆ์ย่อมไม่มีหางเป็นสุนัข เหล่าสมุนของฉีซิ่นนับว่ามีฝีมือยิ่ง”
มารดำประสานมือคารวะรอบหนึ่ง
แม้ปากกล่าววาจาระรื่น ท่วงท่าสุดแสนนอบน้อม แต่
ไอสังหารสีดำจางๆ เริ่มแผ่ออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ เตรียมพร้อมที่จะจบเรื่องราวทุกอย่างในค่ายโจรแห่งนี้ให้สิ้นซาก!
ในบรรยากาศที่แสนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก หยินชิงกลับเดินฝ่าไอสังหารนั้นไป นางเดินไปหยุดอยู่ที่เบื้องหลังมารดำ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ถูกกดให้แผ่วเบาที่สุด
“เจ้าทำอะไรลงไป? เหตุใดจึงลงมืออุกอาจเช่นนี้! ข้อตกลงระหว่างข้ากับท่านพ่อยังเหลือเวลาอีกตั้งสองวันมิใช่หรือ? ท่านไม่มีสิทธิ์ปลิดชีพใคร!”
มารดำไม่ได้หันกลับมามองนาง สายตาของมันยังคงจับจ้องไปที่ศัตรูเบื้องหน้า มันแค่นหัวเราะในลำคอ “เวลาสองวันนั้น... ท่านเป็นคนทำลายมันลงด้วยมือของท่านเอง คุณหนูหยิน” มารดำเอ่ยเสียงเรียบ
หยินชิงชะงักไป
“ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
มารดำค่อยๆ หันหน้ามาเพียงครึ่งซีก แสงสลัวจากคบไฟสะท้อนให้เห็นดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของมัน “ข้อตกลงคือข้าต้องเฝ้าจับตาดูพวกท่านทุกฝีก้าว... แต่การที่ท่านพามันมุดเข้าสู่อุโมงค์เถาวัลย์ ล่วงล้ำเข้าสู่ค่ายแห่งนี้ มันทำให้ข้าไม่สามารถติดตามร่องรอยได้โดยสะดวก หากข้าไม่ตัดสินใจบุกฝ่าเข้ามาในตอนนี้ ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกท่านจะไม่หายสาบสูญไป?”
หยินชิงเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ไม่อาจเถียงคำใดออกมา
การต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง โจรสามคนปักหลักกัดฟันเตรียมรับกระบวนท่า แต่แล้ว หยินชิงก็ขัดจังหวะขึ้นอีกครั้ง
“มารดำ! แต่ที่เราตกลงกันไว้ ท่านเพียงแต่ต้องทำลายวรยุทธ์ของซูหมิง คนที่เหลือในนี้ล้วนเกี่ยวข้องอันใด ….ทั้งเด็กน้อย หญิงชรา และเหล่าชาวบ้านที่หลบซ่อนตัวอยู่ พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์!”
มารดำหยุดก้าวย่างในทันที จอมยุทธ์ทั้งสามก็หยุดรอ แม้ไม่รู้ว่าหญิงงามกันมารร้ายสนทนาสิ่งใดกัน แต่ในใจเห็นตรงกันว่า คุณหนูแปลกหน้าผู้นี้ที่ดูเหมือนสั่งการมารตนนั้นได้ หากแม่นางนั้นไล่มารผู้นั้นกลับไปได้ย่อมเป็นเรื่องดี
มารดำถอนหายใจยาวเหยียดที่เปี่ยมไปด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง ใบหน้าซีดขาวสะบัดหันมาหาหยินชิง แววตาที่เคยนิ่งสงบฉายประกายกร้าวด้วยโทสะที่เริ่มคุกกรุ่น
“คุณหนูหยิน...”
มารดำเอ่ยเสียงหนัก
“ในเรือนหอไม้แดง ท่านถึงกับกล้าเปิดเผยตนเองว่าเป็นคุณหนูตระกูลเฟิงให้ศิษย์ของฉีซิ่นฟัง! ลำพังแค่ตระกูลท่านมีเรื่องยุ่งเกี่ยวกับนิกายเทวะก็นับว่าย่ำแย่พอแล้ว ท่านยังจะกล้าให้ชื่อเสียงของตระกูลเฟิงมาพัวพันกับ ‘ค่ายโจรของฉีซิ่น’ เพิ่มอีกอย่างนั้นหรือ?”
มารดำถอนหายใจยาวอีกคราหนึ่ง
“หากอยากให้เราไว้ชีวิตผู้คนเหล่านี้ ท่านก็อนุญาตให้เราสังหารซูหมิงนั่นเสีย ในถ้ำนี้ผู้ที่รู้ว่าท่านคือใคร ก็มีแต่มันผู้เดียว”
คำพูดนั้นกดทับให้หยินชิงที่มาฐานะเป็นนาย ตัวเล็กจ้อยลงทันตา เดิมทีมารดำผู้นี้ ไม่รับฟังคำสั่งผู้ใด นอกจากท่านปู่เฟิงเหยียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งในสถานการณ์บีบคั้นเช่นนี้ นางยิ่งไม่อาจออกคำสั่งใด
เมื่อไอดำเริ่มแผ่ออกจากมารร้ายอีกครา จอมยุทธ์ทั้งสามเตรียมจู่โจมอีกครั้ง
“ลงมือ!”
เสียงตวาดของชายชราแซ่จินระเบิดขึ้นดังก้อง ราวกับเป็นสัญญาณสุดท้ายก่อนความเป็นความตายจะตัดสิน
อสูรหน้าแผลคำรามลั่น เท้ากระทืบพื้นถ้ำจนแตกร้าว ร่างพุ่งออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ หมัดขวาถูกอัดแน่นด้วยพลังปราณจนส่งเสียงหวีดแหลม ฉีกอากาศเข้าใส่มารดำตรงๆ
“หมัดทลายขุนเขา!”
ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มผู้ถือแผนที่พลิ้วกายหลบไปด้านข้าง เงาร่างของมันแตกออกเป็นสามสายในพริบตา พัดเหล็กในมือสะบัดออก ซี่พัดสะท้อนแสงวาบ พุ่งเฉือนเข้าหาลำคอ หัวใจ และขมับของมารดำจากสามทิศทางพร้อมกัน!
ส่วนชายชราแซ่จิน ดวงตาวาวโรจน์ เส้นด้ายบางเฉียบสิบกว่าสายถูกปล่อยออกจากปลายนิ้วข้างเดียวอย่างไร้เสียง มันแทรกซึมไปทั่วอากาศราวกับใยแมงมุมที่มองไม่เห็น ล้อมกรอบมารดำไว้ทุกทิศทุกทางสามยอดฝีมือผสานการโจมตี หนัก รวดเร็ว และอำมหิต!
มารดำกวาดตามองอย่างรวดเร็ว มันพึมพรำอยู่ใน “พวกเจ้าปล่อยให้เราแผ่ไอดำออกมาแล้ว การต่อสู้ย่อมรู้ผลแล้ว”
แรงกดดันมหาศาลปะทุออกจากร่างของมันโดยไร้สัญญาณเตือน ไอสังหารสีดำที่เคยแผ่บางเบาพลันกลายเป็นคลื่นพลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซัดกระแทกออกไปทุกทิศทาง!
เงาร่างของชายหนุ่มผู้ถือแผนที่ถูกฉีกกระจายทันทีมันกระเด็นกระแทกผนังถ้ำอย่างรุนแรง เลือดกระอักออกจากปาก
อสูรหน้าแผลที่พุ่งเข้ามาถึงตัว ถูกแรงกดนั้นหยุดกลางอากาศ ราวกับมีมือยักษ์บีบอัดร่างกายไว้ก่อนจะถูกสะบัดปลิวกลับไปกระแทกพื้นดังสนั่น
ส่วนชายชราแซ่จิน
ปึง! ปึง! ปึง! เส้นด้ายทั้งหมดขาดสะบั้นในพริบตา ร่างของเขาสั่นสะท้าน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนจะถูกแรงอัดกระแทกจนเข่าทรุดลงกับพื้น เลือดไหลซึมออกจากมุมปาก
สามยอดฝีมือก็พ่ายแพ้โดยสมบูรณ์
มารดำก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ฝีเท้ายังคงสม่ำเสมอไม่รีบร้อน ราวกับทุกสิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของมัน มันเดินผ่านร่างของอสูรหน้าแผลที่พยายามจะลุกขึ้น แต่กลับถูกแรงกดมหาศาลกดทับจนแนบกับพื้น
เดินผ่านชายหนุ่มผู้ถือแผนที่ที่นอนนิ่งไร้เรี่ยวแรง
และหยุดอยู่ตรงหน้าชายชราแซ่จิน
“พยายามได้ดี… น่าเสียดายที่ไร้ความหมาย”
มีดสั้นที่กระจายอยู่รอบตัวชายชรา ดั่งถูกไอดำหยิบยกขึ้นมา พุ่งปักใส่ร่างชายชราอย่างไร้ปราณี
ขณะจะปลิดชีพอีกสองคนที่เหลือ กลับรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอย่างรุนแรงมาจากด้านข้างที่ห่างออดไป มารดำพอหันไป พอดีประสานกับสายตาแดงฉานของซูหมิงหมิง ที่จ้องมาราวกับจะกัดกินเลือดเนื้อมัน
มารดำไม่กล่าวมากความ ไอสังหารสีดำรอบตัวมัน พุ่งไปที่ซูหมิงอย่างไร้ปรานี ดวงตาที่บวมแดงของชายหนุ่มบัดนี้กลับนิ่งลึกจนน่าหวาดหวั่น
ฝ่ามือของเขายกขึ้น ไม่มีท่วงท่า ไม่มีพิธีรีตอง
มีเพียงแรงอัด ครืนนนน!!
อากาศทั้งถ้ำพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับถูกบีบอัดจากทุกทิศทาง มารดำเบิกตากว้าง บังคับกลุ่มก้อนสีดำ กลายเป็นรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ปักเข้าที่หัวไหล่และฝ่ามือซูหมิงนับสิบเส้น ซูหมิงราวกับกลายเป็นมนุษย์รูปปั้นที่ไร้ความรู้สึก
มันปล่อยก้อนพลังออกโดยไม่สนสิ่งใด
มารดำแม้หลบเลี่ยงได้ ปล่อยฝุ่นฟุ้งกระจายอยู่ด้านหลัง ซูหมิงก็ใช้วิชาเท้าผีเข้าประชิดตัวอีก ยกแขนซ้ายขึ้น ปากเอ่ยวิชาท่า
“ฝ่ามือวา…”
มารดำไหนเลยปล่อยให้มันได้ใช้ออก บาทาเตะมือซูหมิง กลายเป็นชูขึ้นด้านบน ก้อนพลังอัดเพดานถ้ำดังสนั่น มารดำม้วนออกมาตั้งหลักอีกครา ก่อนจะได้ทำสิ่งใด ที่เบื้องหน้ามันก็ปรากฏซูหมิงขึ้นมาอีก
“ฝ่ามือวา..”
ครั้งนี้มารดำเกิดโทสะขึ้นมาบ้าง แทนที่จะหลบหลีก กลับพุ่งตัวเข้าประชิด เอาหัวไหล่ข้างหนึ่งสอดเข้าไปที่รักแร้ของซูหมิงเบี่ยงฝ่ามือของมัน ก่อนใช้ดัชนีจิ้มสะกัดจุดทั่วทรวงอก
ซูหมิงเกิดความรู้สึกร้อนรุ่มดั่งถูกแผดเผา มันกัดฟันแน่น ขยับตัวออกห่าง ใช้ออกด้วยท่วงท่า
“ฝ่ามือวายุ!”
ครั้งนี้แม้จะเป็นอีกครั้ง ที่มารดำจะหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย แต่หัวใจมันเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ มองไปที่ชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างเหลือเชื่อ ว่าการสะกัดจุดของตนเองจะไม่สำเร็จผล
มารดำสูดลมหายใจลึก โคจรลมปราณระงับความปั่นป่วนในหัวใจจนนิ่งสนิทประดุจเดิม ก่อนจะแค่นยิ้มที่ชวนขนหัวลุก
“วิชาเท้าผีของอาจารย์เจ้า นับว่าเรียนรู้ได้ดี”
มารดำจงใจไม่เอ่ยถึงวิชาฝ่ามือวายุ แม้ความรุนแรงนับว่าน่าหวาดหวั่น แต่การใช้ออกช่างซื่อตรงและโง่งมนัก แม้กระทั่งการใช้ท่วงท่ายังต้องคอยพูดชื่อ ชวนให้น่าสมเพสนัก
ซูหมิงมองกลับมาด้วยสาตาอิดโรย ยกแขนที่สั่นเทาขึ้นมา “ฝ่ามือวา...”
มารดำถอนหายใจอย่างดูแคลน พลันบังเกิดความหงุดหงิดสายหนึ่งในใจ บุคคลชั้นสวะเพียงนี้ เฟิงอวี้เฉินถึงกับต้องใช้งานมันให้มาจัดการด้วยตนเองเชียวหรือ?
ซูหมิงยังไม่ทันเอ่ยท่าวิชาจนจบคำ ก็รีดเค้นวิชาตัวเบาพุ่งวูบไปปรากฏกายด้านหลังมารดำ
ทว่าฝ่ายตรงข้ามหาได้แยแสไม่ แม้สายตายังไม่หันกลับมามอง
มารดำก้าวเท้าวูบหนึ่งด้วยจังหวะที่เหนือชั้นกว่า กลายเป็นกลับมาอยู่เบื้องหลังซูหมิงดังเดิม ปล่อยให้ฝ่ามือวายุถูกซัดออกไปสู่อากาศธาตุอย่างเปล่าประโยชน์
มารดำเกร็งปลายนิ้วคราหนึ่ง เล็บของมันพลันงอกยาวแหลมคมดุจหอกเหล็ก พร้อมบังคับไอสังหารรอบกายให้ควบแน่นเป็นเส้นสายแหลมเล็กนับร้อย พุ่งเข้าจู่โจมซูหมิงจากทุกทิศทาง
ในขณะที่ซูหมิงพะวงอยู่กับห่าเข็มทมิฬเหล่านั้น มารดำก็มาปรากฏตัวข้างกายโดยไร้ซุ่มเสียง กรงเล็บมรณะกรีดลากตั้งแต่หัวไหล่ลงมาจนถึงฝ่ามืออย่างอำมหิต!
ซูหมิงหมดสิ้นสิ้นเรี่ยวแรง ทรุดกายลงนั่งด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส มารดำกระชากเรือนผมของซูหมิงให้เงยหน้าขึ้นสบตา
“ฝะ...ฝ่ามือ...”
ซูหมิงเค้นเสียงรอดไรฟัน พลังปราณเริ่มก่อตัวขึ้นที่ฝ่ามือที่ร่อแร่อีกครั้ง
มารดำใช้มืออีกข้างปัดฝ่ามือที่โชกเลือดของซูหมิงออกอย่างรำคาญใจ
ทว่า... วินาทีนั้นความรู้สึกผิดปกติพลันจู่โจม
ฝ่ามือที่ซูหมิงพยายามใช้ออกนั้นกลับไร้ซึ่งพลังปราณใดๆ... กว่ามารดำจะรู้ตัวว่าตกหลุมพรางก็สายไปเสียแล้ว!
เฝือกดามแขนขวาที่ดูไร้พิษสงพลันระเบิดออกเสียงดังสนั่น พลังจากฝ่ามือพุ่งเข้ากระแทกกลางยอดอกของมารดำอย่างหนักหน่วง เงาร่างสีดำมั่นปลิวไปกระแทกเพดานถ้ำอย่างรุนแรง….