月火 เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ(Book2 On going...)

    บทที่ 58 พลังที่ตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์

            บทที่ 58 พลังที่ตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์

     

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานมากแค่ไหนแต่เด็กหญิงก็ยังคงกอดร่างของจางต้าพังเอาไว้ทั้งน้ำตา และยังคงร่ำไห้ออกมาจนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือดนางยังคงพยายามซึมซับความเสียใจ ความรู้สึกผิดและความรู้สึกต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นในเวลานี้ให้ได้มากที่สุดเผื่อว่าสักวันหนึ่งนางจะไม่ทำให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้น นางก็จะไม่ยอมประมาทให้เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นอีกแล้ว

            เพราะการสูญเสีย...มันเจ็บปวดจนเกินกว่าที่นางจะรับได้ไหว

            เมื่อย้อนกลับไปในห้วงความทรงจำที่เพื่อนตัวแสบมอบให้ช่วงเวลาที่นางเคยลืมเลือนไป ถึงแม้มันจะผ่านไปนานแสนนานมากแล้วแต่ภาพของคนที่นางรักทั้ง 2 คน ที่ต้องถูกพรากชีวิตไปต่อหน้าต่อตา

            ภาพของคนที่ต้องการเพียงแค่เศษเงินจากกลุ่มคนที่มีอำนาจถึงขนาดกล้าที่จะเข่นฆ่าผู้คนเป็นผักเป็นปลาราวกับว่าชีวิตของคนที่นางรักนั้นไม่ได้มีค่าอะไรเลย...

            นั่นคือสิ่งที่นางรู้สึกเสียใจมานานแสนนานเป็นความเคียดแค้นที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจจะลบออกมาจากใจ...

            แต่เปล่าเลย...

            นางคิดผิดมาโดยตลอด...

            มันไม่สำคัญว่าคนที่นางรักนั้นมีค่าสำหรับใครหรือเปล่าไม่สำคัญเลยว่าคนที่อยู่ข้างๆนางนั้นจะมีค่าในสายตาของใครหรือไม่...

            แต่มันสำคัญว่านางให้คุณค่ากับพวกเขามากพอแล้วหรือเปล่ามันสำคัญที่ว่านางนั้นให้คุณค่ากับพวกเขามากแค่ไหน มากพอที่จะยอมเสียสละเพื่อที่จะปกป้องพวกเขามากเท่าไหร่

            ในตอนนี้นางมีเหตุผลมากพอที่จะแข็งแกร่งขึ้นในตอนนี้นางมีเหตุผลมากพอที่จะครอบครองพลังอันมหาศาลนางมีเหตุผลมากพอแล้วที่จะไม่ยอมสูญเสียสิ่งใดให้ใครอีก

            ความเจ็บปวดที่มากมายขนาดนี้ต่อให้ตายนางก็ไม่ยากที่จะได้รับมันอีกแล้ว!

            “ต้าพัง... ข้าให้สัญญากับเจ้านะ...

            ว่าหลังจากนี้ไปข้าจะแข็งแกร่งขึ้น

            สำหรับตัวข้าในตอนนี้ที่อายุเพียงแค่8 ขวบปี

            มันเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาเริ่มต้นของข้ากับโลกใบนี้อย่างน้อยที่สุด ข้าจะมีชีวิตไปอีกนานเกือบ 200 ปี ถ้าหากข้าไม่ตายเสียก่อน...

            และหากว่าข้าแข็งแกร่งขึ้นข้าก็คงจะมีชีวิตได้มากกว่านั้นอีกมากแต่ว่าชีวิตของข้าหลังจากนี้จะไม่สูญเสียใครไปอีกแล้วข้าจะไม่ยอมให้ความประมาทเกิดขึ้นแล้วจะต้องสูญเสียใครอีกต่อให้ข้าจะต้องกลายเป็นมารร้ายในสายตาของคนทั้งโลก แต่ตราบเท่าที่พวกเจ้าทุกคนรวมถึงคนอื่นๆ ที่จะมาสร้างสายสัมพันธ์กับข้าในอนาคต ยังไม่ทรยศหักหลังต่อความรักความห่วงใยของข้า

            ข้าสัญญาว่านับแต่นี้ไปต่อให้กลายเป็นจอมมารข้าก็จะปกป้องทุกคนเอาไว้ให้ได้!

            ต่อให้กลายเป็นปีศาจข้าก็จะพยายามให้มากที่สุดเพื่อที่จะไม่สูญเสียใครไปอีก!!

            ต่อให้กลายเป็นสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์นรกพวกนั้นข้าก็จะฆ่าล้างพวกมันให้หมดสิ้น จะไม่ยอมให้พวกมันทุกตัวได้ผุดได้เกิดอีกเด็ดขาด...

            ข้าสัญญา!!!”

            จากคำกล่าวเบาๆจนแทบจะกลายเป็นคำตะโกนที่ดังที่สุดในชีวิตเด็กหญิงคล้ายกับคนแก่ที่ยังคิดย้ำทำยังคงร่ำไห้ยังคงโกรธแค้นยังคงพร่ำบ่นยังคงร่ำร้องอยู่เช่นนั้นนานต่อเนื่องกันกว่า 2 ชั่วยาม

            ใช่แล้ว...ตลอด2 ชั่วยามเต็ม

            มันอาจจะเหมือนเพียงแค่เวลาช่วงสั้นๆก่อนเที่ยงไม่กี่ชั่วโมงหากเป็นเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วยามในโลกที่นางจากมา แต่ว่าเมื่อเทียบตารางเวลาแล้ว นางแช่ต่อเนื่องอยู่ในอารมณ์ยาวนานเกือบจะครบ2 วันของโลกเดิมแล้ว

            โดยที่ไม่กิน ไม่นอน ไม่มีความรู้สึกและไม่มีความคิดใดๆเลย นอกจากความรู้สึกผิด ความโกรธ แค้น ความเสียใจ ความเศร้าโศกและความต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

            โดยที่นางไม่ทันได้สังเกตเลยว่า...

            ในทุกๆครั้งที่นางหายใจเข้าและออกร่างกายที่เคยอ่อนแรงจากการนอนหลับมานาน ค่อยๆถูกฟื้นฟูขึ้นที่ละเล็กที่ละน้อย

            จากร่างกายที่เคยอ่อนแรงค่อยๆแข็งแกร่งขึ้น

            จากร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น ค่อยๆแปลสภาพพลังที่เหลือล้นออกมากลายเป็นลมปราณไร้สภาพสีโปร่งใส

            ค่อยๆสะสมความเข้มขึ้นทีละนิดทีละนิดความแค้นของนางแปลให้ลมปราณหยินโดยทั่วไปของผู้หญิง ให้ค่อยๆเข้มข้น ร้อนแรงและทรงพลังขึ้น

            ความเจ็บปวดที่เคยหล่อหลอมลงไปในจิตสำนึกค่อยๆหลอมสร้างให้พลังชีวิตโดยรอบบริเวณก่อตัวขึ้นมาเป็นรูปร่าง!

            จนกระทั่งในตอนที่จางหลงผู้ซึ่งมาถึงเป็นคนแรกได้มองเห็นนางเขาก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะเด็กหญิงที่กอดจางต้าพังร้องไห้อยู่ในตอนนี้ได้แผ่รัศมีความน่าเกรงขามออกมา จนกดทับจนเขาให้ไม่กล้าที่แม้แต่จะเดินไปหานางด้วยซ้ำ

            ส่วนจางหู่ที่ตามมาติดติดก็ต้องอ้าปากค้างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะว่านางเซียนน้อยของทุกคนในหมู่บ้านในตอนนี้ได้กอดร่างของหลานชายของเขาร่ำไห้อยู่กลางอากาศพร้อมกับลมปราณสีแดงที่ห่อหุ้มร่างของนางสามารถเห็นเด่นชัดจนเกินกว่าตัวเขาที่ฝึกฝนอย่างยาวนาน 3 ปีด้วยซ้ำ!

            “แม้แต่ข้ายังไม่สามารถแผลพลังลมปราณเข้มข้นออกมาได้ขนาดนี้เลย...นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ ท่านอาจารย์”

            “...ต่อให้เป็นตัวข้าเองก็คงไม่สามารถเข้าใจได้อยู่ดีนั่นแหละ” ชายชราที่เดินทางมาด้วยกันก็มองร่างที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศด้วยความฉงนสนเท่ แต่ถึงกระนั้นก็มีความยินดีปะปนอยู่ใจของเขา

            จริงอยู่ที่เขาเสียใจไม่น้อยเช่นเดียวกันเมื่อหลานชายของศิษย์เอกเพียงคนเดียวของเขานั้นได้ตายจากไปแต่ถ้าหากว่าความตายของเขา นั้นสามารถแลกมาด้วยสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า แบบนี้แล้วมันก็คงจะสามารถทดแทนกันได้

            มันอาจจะฟังดูเหมือนเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวเป็นความคิดที่เอาแต่ได้ของชายชราคนหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้ว สัตว์โลกล้วนแล้วแต่ต้องเป็นไปตามกรรมของตนเสมอเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธมันได้ ต่อให้ใครคนนั้นจะยอมรับหรือไม่ก็ตามแต่สิ่งที่ทำย่อมส่งผลตามมา ในเมื่อกรรมก็คือการกระทำหมายความว่าสิ่งที่เกิดแล้วย่อมมาจากเหตุของมัน ต่อให้ จะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่ทุกคนจะต้องได้รับสิ่งที่ตัวเองทำเสมอ

            ถึงจะไม่ได้รู้แจ้งแทงตลอดในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบแต่ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เด็กชายผู้ล่วงลับได้เหลือเอาไวให้โลกใบนี้ก็คือผู้ที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ และแข็งแกร่งมากพอจะปกป้องคนอื่นๆ ที่ยังเหลืออยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้สืบต่อไป

            และอาจจะเป็นคนที่สามารถช่วยเหลือวัดเส้าหลินดีเสื่อมถอยลงมาได้ด้วยซ้ำ!!

            เวลาผ่านไปอีก พอสมควรจนกระทั่งชาวบ้านเกือบทั้งหมดได้มารวมตัวกันที่นี่จนเกือบครบแล้วซึ่งทุกคนก็ได้เห็นสภาวะที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในชีวิตพวกเขา...

            สำหรับคนในดินแดนห่างไกลแบบนี้แค่มีคนที่แข็งแรงพอจะสามารถยกท่อนซุงได้ทั้งต้นก็ถือว่าดีมากแล้วแต่การที่พวกเขาได้มารู้มาเห็นเด็กหญิงที่แม้แต่สามารถลอยคว้างอยู่กลางอากาศได้แบบนี้ มันแถบจะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเคยจินตนาการได้มาก่อน โดยเฉพาะเด็กๆที่ถึงจะยังคงความเสียใจเรื่องการจากไปของเพื่อนแต่ถึงอย่างนั้นภาพตรงหน้าก็มากพอที่จะเบนความคิดของพวกเขา ไปได้ไกลแสนไกลจากความเจ็บปวด

            ยิ่งทำให้คำว่านางเซียนน้อยยิ่งประทับลงในใจของทุกคนในหมู่บ้านยังแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีอะไรสามารถลบเลือนมันออกไปได้ แม้ว่าในภายหลังคำว่า นางเซียนน้อยจะถูกไม่ให้ใช้เอ่ยถึงนาง เพราะนางไม่อยากให้คนจากโลกภายนอกรู้ว่านางเป็นใครแต่ถึงอย่างนั้นสำหรับทุกคนในหมู่บ้านแห่งนี้แล้วนางก็จะยังคงเป็นที่เคารพรักสำหรับทุกคนต่อไปอีกนานแสนนาน

             

             

             

    คล้ายกับเรื่อง月火 เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ(Book2 On going...) ที่คุณอ่าน