วันต่อมาไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นเมื่ออยู่ๆ ราชสำนักก็ประกาศว่า องค์ฮ่องเต้กับรัชทายาทสิ้นพระชนม์แล้วเนื่องจากอาการป่วย องค์ชายหกหนานหมิงหลงขึ้นครองราชย์ องค์ชายวัยสิบสามชันษาผู้ที่ไม่เคยมีตัวตนในสายตาของผู้ใดมาก่อนได้ขึ้นครองราชย์ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ประชาชนได้แต่กังวลใจ ต่อไปแคว้นหนานจะเป็นอย่างไรต่อก็ยังไม่รู้ได้
ด้านนอกผู้คนกำลังตึงเครียดต่างจากด้านในพรรคพยัคฆ์ทมิฬ ตอนนี้หวังลี่เหยากำลังเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านของนางที่หุบเขาพิษ เหล่าองครักษ์ของนางจัดการเคลื่อนย้ายศพของบิดามารดาของนางล่วงหน้าไปก่อนแล้วเมื่อ2วันก่อน
ยามนี้นางกำลังทดลองชุดชั้นในแบบใหม่ที่พึ่งทำมาสดๆร้อนๆ คอเล็คชั่นใหม่อันนี้นางพึ่งทำเสร็จตอนนี้หวังลี่เหยากำลังสนุกมากมายกับการได้กลั่นแกล้งชิงจูกับชิงหลาน ผู้หญิงโบราณนี้ช่างน่ารักจริงๆ
เว่ยหานฟงยืนนิ่งอยู่กับที่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อระหว่างเดินกลับไปกับการส่งเสียงเรียกนางให้รู้ดีว่าเขายืนอยู่หน้าห้องของนางตอนนี
'เสื้อชั้นในแบบดันทรง'ทำไงได้ชาตินี้มันมีเยอะ ชาติก่อนต้องโกยตั้งแต่ตาตุ่มยังแทบไม่มีรู้สึกว่ามีตอนนี้นางเหมือนคนเก็บกดอย่างไรไม่รู้ นางออกแบบชุดเอาไว้หลายแบบ แต่ให้ช่างตัดเย็บให้นะเพราะความสามารถนางยังไม่ถึง
หวังลี่เหยาเตรียมชุดไว้ใส่ในพิธีปักปิ่นของนางงานพิธีจะจัดขึ้นในสี่วันข้างหน้าหวังลี่เหยาขอจัดแบบเล็กๆ ตามสะดวกมากกว่าจัดใหญ่โตนางไม่มีคนที่นางรู้จักแล้วนอกจากเว่ยหานฟงกับคนในพรรคพยัคฆ์ทมิฬนี้ จัดแบบเรียบง่ายแต่อบอุ่นจะดีกว่าซึ่งเว่ยหานฟงก็ไม่ขัดอะไรตามเคย
หลังจากกำลังลองชุดชั้นในที่นางออกแบบตัดเย็บเองกับมือนางก็ออกมาให้ทั้งสองสาวดู คิดว่าซะว่าตัวนางเป็นนางแบบบนแคทวอล์คแกล้งยืนโพสไปมาเรียกเสียงกรี้ดดังขึ้นเป็นระยะของทั้งสองคน ชิงจูเอามือปิดหน้าปิดตาหน้าแดงอยู่ด้านข้างต่างกับชิงหลานที่ยืนอึ้งอ้าปากค้างตาโตดูน่าเอ็นดูมาก อันที่จริงมันก็ไม่ได้โป๊ขนาดนั้นเหมือนชุดว่ายน้ำของโลกก่อนเพียงแต่ชาติก่อนนางไม่กล้าใส่ไม่ใช่ว่าเขินอายนะ แต่สงสารคนที่เห็นมากกว่า
หวังลี่เหยาในตอนนี้ไม่ได้รับรู้เลยว่ามีเงาร่างของใครบางคนที่กำลังเบิกตากว้างหน้าแดงก่ำ ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่หน้าห้องของนาง
ชุดชั้นในที่ใส่สีส้มอ่อนขับเน้นให้ผิวของนางสว่างใสขึ้นกว่าเดิมอกอิ่มที่ดันนูนขึ้นมาชวนให้ลำคอแห้งผาก กวาดสายตามองเอวเล็กบอบบางที่มีผ้าผืนบางผูกไว้หลวมๆ ดูแปลกตา นางในตอนนี้ดูมีเสน่ห์เย้ายวนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก
'นี่มันชุดอะไรของนางกัน!? '
แต่สภาพในตอนนี้ของเขาคงพบนางไม่ได้จึงตัดสินใจเดินย้อนกลับไปเขากำลังจะไปเรียกนางเพราะมีองครักษ์มาแจ้งว่าฮ่องเต้หยางหลงไท่แคว้นหยางต้องการพบนางเพื่อขอให้นางช่วยเหลือเพียงแต่ไม่นึกว่าจะได้มาพบนางกำลังแต่งตัวแบบนี้
อันที่จริงชิงจูกับชิงหลานรับรู้แต่แรกแล้วว่านายท่านของพวกนางมา แต่เห็นว่าท่านประมุขไม่ได้เอ่ยอันใดจึงไม่ได้บอกคุณหนูลี่เหยาเกรงว่าหากคุณหนูลี่เหยารู้เข้านางคงจะอายได้แต่มองตากันไปมาอย่างกระอักกระอ่วน
"เป็นอย่างไรบ้างสวยมั้ย?"
"สะ..สวยมากเจ้าค่ะคุณหนูจะใส่ชุดแบบนี้จริงหรือเจ้าค่ะ"
ชิงจูบอกนางหากแต่ในใจคิดว่าสวยมันก็สวยอยหรอกแต่คุณหนูมายืนใส่ให้พวกนางดูแบบนี้มันก็ดูน่าอายยิ่งนัก
"จริงสิ! ทำมาขนาดนี้ไม่ใส่ได้ยังไงไม่ต้องห่วงข้าใส่เอาไว้ด้านในไม่ได้ใส่แบบนี้เดินไปเดินมาสักหน่อย ชุดแบบนี้มันก็ไม่ต่างกับชุดเอี๊ยมบังทรงของพวกเจ้าแต่มันมิดชิดกว่าด้วยซ้ำ"
"คุณหนูหวังลี่เหยาเจ้าคะ ท่านประมุขเชิญคุณหนูไปที่ห้องโถงใหญ่เจ้าค่ะ"
บ่าวหญิงเดินมาคุกเข่าบอกนาง อย่างงงๆ เมื่ออยู่ๆ ท่านประมุขก็เดินมาบอกนางให้มาบอกคุณหนูหวังลี่เหยาให้ไปพบทั้งที่ท่านประมุขมาถึงเรือนของคุณหนูลี่เหยาแล้ว"ไปเรียนท่านประมุขว่าอีกสักครู่ข้าจะตามออกไป"
"เจ้าค่ะคุณหนู"
********************
"ท่านเรียกข้ามามีอะไรเจ้าคะ เอ๊ะ! พี่หานฟงท่านไม่สบายหรือเปล่าทำไมถึงหน้าแดงนัก"
มือเล็กยื่นมาวางไว้ตรงหน้าผากใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้แดงก่ำขึ้นกว่าเดิมเมื่อนึกถึงแต่ภาพของนางที่ใส่ชุดประหลาด
"ก็ไม่ค่อยร้อนนี่เจ้าคะ? "
"พี่ไม่เป็นไร เมื่อสักครู่พี่พึ่งไปฝึกซ้อมมาหน้าก็เลยแดงแค่นั้น"
ภาพชายหนุ่มรูปงามที่หลบสายตา อมยิ้มน้อยๆ ใบหน้าสีแดงอมชมพูจนน่าอิจฉาตรงหน้าก็สงสัยเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
"ฮ่องเต้หยางหลงไท่ ส่งสารมาขอพบเจ้า แล้วเหยาเอ๋อร์เจ้าจะว่าอย่างไร จะยอมให้พบหรือไม่? "
'ใจจริงเว่ยหานฟงก็ไม่อยากให้นางพบหยางหลงไท่สักเท่าไหร่ หากไม่เกี่ยวกับราษฎรหลายล้านคนเขาคงไม่ให้นางพบ'
"ขอพบข้าทำไมเจ้าคะ ข้าไม่เคยรู้จักฮ่องเต้หยางหลงไท่นี่นา "
"หากให้พี่เดาน่าจะเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้งของแคว้นหยาง "
"ภัยแล้งหรือเจ้าคะ? ตกลงเจ้าคะ ข้าจะพบฮ่องเต้หยางหลงไท่เจ้าค่ะ"
หวังลี่เหยาพอจะได้ยินมาบ้างว่าตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยจะสู้ดีนักของแคว้นหยางราษฎรอดอยากเดือดร้อนอย่างมากหากช่วยได้นางก็อยากจะช่วยบางทีพลังที่นางได้มาอาจมาจากสาเหตุนี้กระมัง
"ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันหวังลี่เหยาเพคะ"
หยางหลงไท่เหม่อมองใบหน้างดงามของนางอย่างลืมตัวไปชั่วครู่จนกระทั่งรับรู้ถึงความไม่พอใจของบุรษชุดดำที่สวมหน้ากากสีทองนามจักรพรรดิปีศาจ จนต้องรีบเก็บสายตากลับมา
"ไม่ต้องมากพิธี คุณหนูหวังเรียกนามเราหลงไท่เฉยๆ ก็ได้เรามาที่นี่มาอย่างคนธรรมดาหาได้มาแบบฮ่องเต้แคว้นหยางไม่"
"เออ..จะดีหรือเพคะ"นางหันไปมองหน้าเว่ยหานฟงเห็นเขาไม่ว่าอะไรก็ตกลง
"งั้นฝ่าบาททรงเรียกหม่อมฉันว่าลี่เหยาก็ได้เพคะ"
"ได้สิ..วันนี้เรามาเพื่อของความช่วยเหลือจากเจ้า ลี่เหยาเราได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าเราอยากรู้ว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ ตอนนี้เราจนปัญญาแล้ว อยากจะช่วยราษฎรไม่ให้อดอยากจากภัยแล้งแต่จนปัญญาจะช่วยเหลือฝนไม่ตกมานานหลายปีแล้วน้ำที่มีก็ลดน้อยลงไม่แน่ว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปคนแคว้นหยางต้องอดตายเป็นแน่"หยางหลงไท่สีหน้าเป็นกังวลกลัวนางไม่ตกลง
"ตกลงเจ้าค่ะข้าจะไปแคว้นหยางเพื่อไปช่วยราษฎรของท่านแต่ไม่ใช่ข้าช่วยอย่างเดียวท่านกับราษฎรของท่านจะต้องช่วยด้วยเจ้าค่ะ"
"จะให้เราทำอย่างไรขอเพียงเจ้าบอกมาข้าพร้อมทำเต็มที่"
"อย่างแรกข้าอาจจะช่วยให้ฝนตกลงมาได้ภายในช่วงแรกข้าจะช่วยเหลือในการเพาะปลููกเบื้องต้นเพื่อจัดการแก้ปัญหาความอดอยากก่อน
หลังจากนั้นท่านกับราษฏรของท่านต้องเริ่มปรับตัว โดยหันไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย อย่าง ข้าวโพด หรือพืชตระกูลถั่ว ประชาชนควรเริ่มหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเพาะปลูก ไม่เน้นเพียงการพึ่งพาราชสำนักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เช่น ลดพื้นที่ปลูกข้าว หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนในช่วงหน้าแล้ง
หรือการหาแหล่งน้ำที่เป็นของตัวเอง แทนที่จะให้ทางราชสำนักเข้าไปแก้ปัญหาให้เพียงฝ่ายเดียวเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก ขณะเดียวกันราชสำนักก็จำเป็นต้องให้การส่งเสริมและสนับสนุนต่อการปรับตัวของประชาชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง นอกจากการหาเมล็ดพันธุ์
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวนาหันมาปลูกพืชทดแทนการทำนาปรังแล้ว ยังรวมถึงการให้ความรู้ วิธีการเพาะปลูก รักษาความชื้นในดิน โดยการไถพรวนดินอยู่เสมอ พร้อมนำวัสดุมาคลุมหน้าดิน อาทิ ฟางข้าว แกลบ ขี้เลื่อย เพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้กับดิน ไม่เผาตอซัง เพื่อเตรียมพื้นที่ในการเพาะปลูกให้ใช้วิธีไถกลบแทน
ท่านต้องมีแผนการจัดสรรน้ำในพื้นที่ รวมถึงวางแผนการใช้น้ำให้ตรงกับปริมาณน้ำในพื้นที่ สร้างที่กักเก็บน้ำในพื้นที่ อาทิ ขุดร่องน้ำ ทำการเพาะปลูกพืชแบบใช้น้ำน้อย ในพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อย อาทิ ถั่วลิสง ข้าวโพด ไปก่อน เจ้าค่ะ"
ฮ่องเต้แคว้นหยางฟังนางร่ายยาวออกมาก็ได้แต่อ้าปากค้าง
'อา.. หากนางมาอยู่แคว้นหยางเลยก็คงดีสินะ'