หญิงสาวไม่คิดว่าจะเจอคนกลุ่มนี้ที่นี่เวลานี้ ไม่ใช่ว่าเธอรู้จักพวกเขาหรอก เพียงแค่เคยเห็นหน้าผ่านตามาและได้ยินเื่เล่าอีกนิดหน่อย จึงพอจะจำชื่อสมาชิกสองในสามของคนกลุ่มนี้ได้
คนแรกชื่อ ‘โจนาธาน’ อีกคนชื่อ ‘ทิโมธี’ ทั้งคู่เป็รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยและเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์เหมือนแมทธิวด้วย
ร่างสูงเคยเล่าวีรกรรมของพวกพี่กลุ่มนี้ให้เธอฟังอย่างละเอียด เก็บข้อมูลครบทุกเม็ดไม่มีส่วนไหนเล็ดลอด หญิงสาวจึงได้รู้ว่าพวกเขาก่อเื่ไว้มากแค่ไหน แต่ละเื่ที่ทำลงไปนั้นโด่งดังเป็ที่โจษจันกันอย่างกว้างขวางขนาดไหน และสร้างชื่อเสียให้คณะเป็ที่รู้จักดังกระฉ่อนในทางไม่ดีไปทั่วมหาวิทยาลัยยังไง
เรียกว่าเป็กลุ่มคนกเฬวรากก็ได้ ไม่เป็การกล่าวเกินจริงเลยสักนิด เป็คนที่ควรอยู่ให้ห่างไกลมากที่สุด!
คิดดูละกันขนาดเธอไม่สนใจเื่คนอื่นและไม่ชอบเอาเื่ชาวบ้านมาเก็บใส่ใจให้รกสมองยังจำผลงานของรุ่นพี่พวกนี้ได้ขึ้นใจเลย แค่นี้ก็น่าจะพอบอกได้แล้วว่าสมาชิกในกลุ่มนี้เป็คนยังไง
เสียดายที่คนนิสัยไม่ดียังคงลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ถูกจับเข้าไปอบรมบ่มนิสัยในคุกเสียที แต่กลับยังอยู่ดีมีสุข สบายอกสบายใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าเื่นี้ก็พอจะเข้าใจได้ เธอจำได้ว่าฐานะทางบ้านของโจนาธานกับทิโมธีนั้นดีมาก คงไม่พ้นได้พ่อแม่คอยให้ท้ายนั่นแหละ
ช่างมันเถอะ...ยังไงเื่นี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ ขอแค่เธอไม่ตกเข้าไปอยู่ในบ่วงนี้ด้วยก็พอ คิดได้ดังนั้นเบลล่าก็รีบสาวเท้าให้เดินผ่านคนกลุ่มนี้ไปเร็ว ๆ ด้วยความรังเกียจปนขยะแขยง แต่ภายนอกยังคงแสดงท่าทางปกติเหมือนคนไม่รู้สึกอะไรและไม่เคยรับรู้พฤติกรรมแย่ ๆ อะไรเ่าั้มาก่อน
“อ๊ะ!” เบลล่าร้องออกมาด้วยความใเมื่อข้อมือของเธอถูกใครบางคนจับไว้แน่นแล้วออกแรงกระชากบังคับให้เธอหันหลังเดินกลับไปทิศทางเดิมอย่างเร็วจนหญิงสาวเสียหลักเกือบล้มหงายหลัง
กระนั้นเบลล่าก็ยังบังคับตัวเองให้นิ่งสงบมากที่สุดไม่เผยความตื่นตระหนกเพื่อปกปิดอาการหวาดหวั่นที่พุ่งพรวดขึ้นมา
“รบกวนช่วยปล่อยมือฉันด้วยค่ะ” หญิงสาวพยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากการจับของโจนาธานแต่กลับต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บเมื่อฝ่ายนั้นเพิ่มแรงเกาะกุมมากขึ้นจนกลายเป็บีบ
ก่อนที่น้ำเสียงเ็าของทิโมธีจะดังตามมาพร้อมกับใช้มือหยาบกร้านของตัวเองลูบไล้บนต้นแขนเล็ก “ผิวเนียนโคตรแถมยังขาวผ่องอีก แม่ง....น่าเอาฉิบ”
เบลล่าสะดุ้งโหยงเพราะชายหนุ่มมากระซิบที่ข้างหูทำเอาขนลูกซู่ไปหมดจนต้องรีบเบี่ยงศีรษะหลบหนีตามสัญชาตญาณ
ััที่หยาบคายและคำพูดหยาบโลนของฝ่ายนั้นทำเอาเธอเสียวสันหลังวาบด้วยความหวาดกลัว
หญิงสาวอยากหนีคนกลุ่มนี้ไปไกล ๆ แต่เธอไม่อาจขยับได้มากเนื่องจากข้อมือเล็กกับต้นแขนเรียวยังถูกจับยึดไว้
แถมตอนนี้ยังมีมืออีกข้างของโจนาธานที่อ้อมมาโอบรัดเอวคอดของเธอแน่นเพิ่มอีก พร้อมกับความรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกประหลาดปะทุขึ้นมาในร่างเธออย่างกะทันหัน มันรุนแรงจนเบลล่าเริ่มไม่เป็ตัวของตัวเอง
“เด็ดฉิบหายเลยว่ะ พวกไอ้อเล็กซ์มันจะตามมาตอนไหนวะ กูใกล้ทนไม่ไหวแล้วไอ้สัตว์ ของกูแข็งโป๊กหมดแล้วเนี่ยไอ้เหี้ย” โจนาธานพ่นคำหยาบออกมาเพื่อระบายความรู้สึกที่อยากปลดปล่อยเต็มแก่ พลางใช้สายตาหื่นกระหายโลมเลียทั่วร่างเบลล่าไปด้วย
“เฮ้ย! มึงใจเย็นหน่อยดิวะ” ทิโมธีแยกเขี้ยวใส่เพื่อนที่ดันเสือกพูดมากจนอารมณ์กำหนัดของเขาที่เดิมทีก็มากจนแทบทะลักอยู่แล้วเพิ่มสูงขึ้นไปอีกจนบางส่วนปวดหนึบ จึงเกิดอาการอยากเอาคืนบ้าง ชายหนุ่มกระตุกยิ้มทำหน้ากะล่อนใส่เพื่อนแล้วพูดเน้นย้ำทีละคำต่อ “ของดีแบบนี้ต้องกินพร้อมกันเว้ยถึงจะอร่อย ต่อให้น้องเขาน่าจับมากระแทกให้รูแหก ตอกเอ็นใส่หนัก ๆ จนเดินขาถ่างหุบไม่ได้ หรือซอยแรง ๆ ให้ต้องคลานสี่ขาลงจากเตียงขนาดไหน มึงก็ห้ามเห็นแก่ตัวเด็ดขาด เพราะไม่ใช่แค่มึงคนเดียวที่เห็นหุ่นน้องแล้วของขึ้นนะเว้ย”
“มึง!” โจนาธานสบถได้แค่นี้เพราะส่วนล่างคับพองจนอึดอัดไปหมด ได้แต่ส่งสายตา ‘ฝากไว้ก่อน’ ให้เพื่อนที่เอาคืนตนได้เจ็บแสบ
“เฮ้ยพวกมึงจับน้องดี ๆ สิวะ เดี๋ยวมันก็ล้มลงไปกระแทกพื้นหรอก กูยังไม่อยากให้ผิวนุ่มสวยอย่างนี้มีรอยช้ำหรอกนะเว้ย ถ้าจะมีก็ต้องมาจากฝีมือกูเท่านั้น” ไคแลนที่มองดูอยู่เงียบ ๆ มาสักพักอดตวาดใส่เพื่อนสองคนที่มัวแต่ทำเป็เล่น เอาแต่ทะเลาะกันเหมือนเด็กไปหลายประโยคไม่ได้
เวลานี้ร่างบอบบางของเบลล่าอ่อนแรงไปหมด ไม่มีแม้แต่กำลังที่จะใช้เปล่งเสียงเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งหน้าตาของพวกมันเธอก็มองไม่ชัดแล้ว ั์ตาคู่สวยพร่าเลือนพร้อมจะปิดทุกเมื่อ
เธอทำได้เพียงฟังชายสามคนนี้พูดจาแทะโลมตัวเองอย่างหยาบคายไม่หยุด ก่อนที่เสียงหัวเราะดังเต็มไปด้วยความคึกคะนองจะค่อย ๆ เบาลง
กระทั่งทุกอย่างเข้าสู่ความเงียบสงบ เธอไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก ภาพทุกอย่างถูกตัดฉับ เหลือแค่ความมืดสนิทและความกลัวที่คืบคลานเข้ามาเกาะกุมจิตใจเท่านั้น
----------------------------------------
แพขนตาสวยกระพริบเมื่อััได้ถึงแสงสว่างที่สาดส่องลงมา เบลล่าไม่รู้ว่าความรู้สึกร้อนวูบวาบที่ได้รับก่อนหน้านี้กินเวลานานแค่ไหน
แต่ตอนนี้อาการไม่สบายตัวมันลดน้อยลงไปมากแล้ว รวมทั้งความมืดมิดที่น่าหวาดกลัวเองก็มลายหายไปสิ้น
ด้วยความรำคาญจากการถูกแสงแยงตา แม้จะมีเปลือกตาเป็เกราะกำบังคอยปกป้องอยู่ก็ตาม เธอจึงจำต้องลืมตาขึ้นดูเพื่อจะได้หลบหนีแสงสว่างจ้าที่ทำตาพร่ามัว
ทันทีที่ปราศจากสิ่งกีดขวางการมองเห็นและใช้เวลาปรับโฟกัสสักพักเธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องสีขาวสะอาดตา ตรงหน้ามีฝักบัวแขวนอยู่ แต่ด้วยความที่ยังคงสะลึมสะลืออยู่ เธอจึงไม่อาจคิดอะไรได้มากนัก ไม่รู้สึกแม้กระทั่งน้ำที่กระเพื่อมไหวกระทบผิวตามการเคลื่อนไหวของตน คิ้วเรียวของเบลล่าขมวดเข้าหากันเป็ปม
เกิดอะไรขึ้น...
นี่มันที่ไหนกัน....
เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...
TBC