จางหลินผงะไปครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ
ดูจากการแสดงออกของจางหยินเซียว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีความคิดที่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับภูมิหลังของตระกูลจางให้แก่ตนได้ฟัง
ดูเหมือนว่าจางหยินเซียวกำลังปิดบังอะไรบางอย่างจากเขาอยู่
แต่จางหลินก็เข้าใจว่าบางทีภูมิหลังของตระกูลจางอาจจะไม่ธรรมดา และหากเขาบังเอิญรับรู้เข้า อาจจะไม่เป็นการดีนักสำหรับสถานการณ์ในตอนนี้
หลังจากพูดคุยกันสักระยะ จางหยินเซียวดูเหมือนจะเมาเกินไป และเขามีทีท่าที่สัปหงกราวกับจะหลับไปได้ทุกเมื่อ
ในขณะที่จางหลินกำลังเทชาลงถ้วย จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงไออย่างรุนแรงก่อนจะได้ยินเสียง “ตุบ” ตามมา ราวกับมีวัตถุบางอย่างกระแทกเข้ากับโต๊ะอย่างแรง
เมื่อสายตาของเขาเหลือบมองขึ้นไปเขาก็พบว่า ขณะนี้มีเลือดสีแดงเข้มไหลออกมาจากปากของจางหยินเซียว และเขาก็ล้มฟุบไปกับโต๊ะ
ฉากนี้ทำให้จางหลินตื่นตระหนกในทันที “ทะ-ท่านพ่อ!”
วู้ม!
จางหลินกระโจนข้ามโต๊ะและเข้าไปประคองร่างของจางหยินเซียวขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ตื่นตกใจ “ท่านพ่อ! ท่านเป็นอะไรไป!?”
แม้จะเขย่าร่างของจางหยินเซียวอย่างแรง แต่ดูเหมือนจะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆจากจางหยินเซียวเลยราวกับว่าเขาหมดสติไปแล้ว
จางหลินพยายามจะสัมผัสกับชีพจรและอัตราการเต้นของหัวใจ แต่เขากลับพบว่าลมหายใจของจางหยินเซียวเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ
จางหลินรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี!
ทันใดนั้นเขาก็ตะคอกเสียงดังราวกับเกิดเสียงฟ้าร้องในเวลากลางวันแสกๆ “ลุงเฉียน!”
ครืน!
พริบตานั้นลุงเฉียนก็กระโจนเข้ามาทางหน้าต่างด้วยความเร็วปานสายฟ้า!
เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้น เขาก็ประสานมือถามอย่างสุภาพ “นายน้อย มีอะไรให้ข้าช่วย—”
เขาพูดได้เพียงแค่ไม่กี่คำ ก่อนจะพบว่าขณะนี้จางหยินเซียวกำลังนอนหมดสติและมีเลือดไหลจากมุมปาก โดยมีจางหลินที่มีสีหน้าตื่นตกใจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนกำลังประคองร่างไว้
ชั่วพริบตานั้นลุงเฉียนก็เข้าใจในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาปรากฏขึ้นข้างกายของจางหยินเซียวและใช้มือจับไปที่ข้อมือ หมายจะตรวจสอบอาการที่เกิดขึ้นกับจางหยินเซียวในทันที “ให้ข้าตรวจสอบดู”
เนื่องจากว่าในตอนนี้บุคคลส่วนใหญ่ในตำหนักได้ไปรวมตัวกันอยู่ที่คฤหาสน์เจ้าเมืองในการคัดลูกศิษย์เข้าสู่สำนักจักรพรรดิดารา ฉะนั้นแล้วในเวลานี้ผู้คนในตระกูลจางจึงมีไม่มากนัก
ไม่นานลุงเฉียนก็ลืมตาขึ้นมา เผยให้เห็นระลอกคลื่นที่สั่นไหวอย่างหนัก “ปะ-เป็นไปได้อย่างไร!?”
ความร้ายแรงที่แสดงให้เห็นผ่านสีหน้าของลุงเฉียนทำให้จางหลินสังหรณ์ใจไม่ดี “ลุงเฉียน เกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อ?”
ลุงเฉียนรู้สึกลังเลใจว่าควรจะกล่าวออกมาดีหรือไม่
ดวงตาของจางหลินแข็งกระด้าง ก่อนที่เขาจะตะคอกอย่างเดือดดาล “พูดมา!”
ลุงเฉียนตัวสั่นสะท้าน ก่อนที่เขาจะกล่าวด้วยสีหน้าที่หมองคล้ำ “ต้นกำเนิดพลังชีวิตของท่านประมุขได้แตกสลายไปแล้ว! พลังชีวิตของเขากำลังรั่วไหล!”
“อะไร!?” ราวกับมีสายฟ้าขนาดใหญ่ฟาดลงมา ดวงตาของจางหลินเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ
แขนขาของเขาอ่อนแรงลงอย่างฉับพลัน ประหนึ่งว่าโลกทั้งใบได้พังทลายลงมา!
จางหยินเข้าใจดีว่าคำว่า ‘ต้นกำเนิดแห่งชีวิตแตกสลาย’ หมายความว่าอย่างไร
ต้นกำเนิดแห่งชีวิตก็เหมือนกันกับอายุขัยของคนๆหนึ่งที่ซึ่งจะมีขอบเขตที่จำกัด แต่หากได้ฝึกฝนพลังปราณ อายุขัยของคนผู้นั้นก็จะยิ่งเพิ่มพูนขึ้นตามระดับความแข็งแกร่งและเม็ดยาอายุวัฒนะที่ได้กินเข้าไป
การแตกสลายของต้นกำเนิดแห่งชีวิตเป็นสัญญาณว่าคนผู้นั้นใกล้ถึงคราวสิ้นอายุขัย!
แต่จางหยินเซียวเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตตื่นรู้ 1 ดาว ซึ่งโดยปกติแล้ว เขาควรจะอยู่ได้อีกเกือบร้อยปี!
แล้วเหตุใดต้นกำเนิดแห่งชีวิตของจางหยินเซียวถึงได้แตกสลายด้วยอายุขัยที่ยังไม่ถึง 50 ปีเช่นนี้?
จางหลินที่กำลังสับสนก็เอ่ยถามลุงเฉียนด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน “ลุงเฉียน เกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อกันแน่?”
ใบหน้าที่ดำคล้ำดุจก้นหม้อของลุงเฉียนก็เผยให้เห็นถึงการแสดงออกที่เย็นชา “มีใครบางคนโจมตีท่านประมุขด้วยพลังปราณอย่างโหดเหี้ยม! จนมันกระทบไปถึงต้นกำเนิดแห่งชีวิตโดยตรง!”
“ใครบางคน?” รูม่านตาของจางหลินเบิกกว้าง
ทันใดนั้นรูปลักษณ์ของปรมาจารย์ซูหยานก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำอย่างฉับพลัน!
หากจะพูดถึงผู้ที่โจมตีจางหยินเซียวในช่วงระยะเวลานี้ มีเพียงแค่ปรมาจารย์ซูหยานคนเดียวเท่านั้น!
จู่ๆ ลุงเฉียนก็ระเบิดพลังปราณกระแทกเข้าสู่ร่างของจางหยินเซียว ก่อนจะมีพลังปราณอันร้อนระอุปะทุออกมาจากร่างของจางหยินเซียว เผยให้เห็นร่างของกิเลนเพลิงที่ค่อยๆสูญสลายไป
“กิเลนเพลิง!” เมื่อเห็นฉากนี้ดวงตาของจางหลินเผยให้เห็นถึงความตกตะลึง ก่อนที่ต่อมาความเย็นชาและเจตนาฆ่าจะเข้าครอบงำแววตาของเขาจนกลายเป็นสีแดงเลือด!
“ซูหยาน!!!!!”
จางหลินระเบิดเสียงคำรามราวกับมังกรพิโรธ!
ปรากฏว่าเหตุผลที่ต้นกำเนิดแห่งชีวิตของจางหยินเซียวแตกสลาย มาจากจิตวิญญาณยุทธ์ของปรมาจารย์ซูหยาน!
พลังยุทธ์ของปรมาจารย์ซูหยานเหนือกว่าจางหยินเซียวมากเกินไป! การโจมตีของมันจึงทำให้ต้นกำเนิดแห่งชีวิตของจางหยินเซียวได้รับผลกระทบ!
แม้หยุนเหวินจะช่วยขับไล่ปราณเพลิงออกไปได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอาการบาดเจ็บทั้งหมดจะหายเป็นปลิดทิ้ง!
โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าการกระทำของปรมาจารย์ซูหยานในครั้งนี้ได้สร้างปีศาจร้ายขึ้นมาในภายภาคหน้า...
จางหลินหอบหายใจอย่างหนักราวกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด ความเคียดแค้นและความเกลียดชังแผ่ซ่าน เผยให้เห็นรัศมีที่ชั่วร้ายเข้าปกคลุมรอบกายราวกับปีศาจจากขุมนรก!
รัศมีที่ออกมาจากร่างของจางหลิน ทำให้แม้แต่ลุงเฉียนที่ถือได้ว่าเป็นเครื่องจักรสังหารก็ยังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว!
แต่ไม่นานนักจางหลินก็ดึงสติกลับมาได้ เพราะเขาตระหนักได้ว่าแม้ต้นกำเนิดแห่งชีวิตจะแตกสลาย แต่ก็ยังมีวิธีการที่จะรักษาอยู่
เขารีบลุกขึ้นและออกคำสั่งในทันที “ลุงเฉียนฝากท่านพ่อไว้กับท่านก่อน ข้าจะไปหายาอายุวัฒนะมาเดี๋ยวนี้”
แม้ต้นกำเนิดแห่งชีวิตของจางหยินเซียวจะแตกสลายก็จริง แต่เขาก็ยังไม่สิ้นอายุขัยและยังไม่ถึงฆาต เพียงแต่พลังชีวิตจะถูกระบายออกไปเรื่อยๆเท่านั้น
ฉะนั้นแล้ววิธีการแก้ปัญหาก็คือ ให้จางหยินเซียวกลืนยาอายุวัฒนะที่จะเพิ่มอายุขัยหรือสมุนไพรใดๆก็ได้ที่ช่วยในการฟื้นฟูต้นกำเนิดแห่งชีวิต