“สัตว์อสูรขอบเขตจักรพรรดิ !ไ สัตว์อสูรขอบเขตจักรพรรดิโผล่มาขวางทางหนีของเถาเถาเอาไว้ ใจของเขาหล่นวูบ ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้แล้วเขาไม่อาจจะจัดการมันได้เลย
ไม่ใช่แค่เถาเถา ไป่เซียวเทียนและคนอื่นๆต่างก็พากันหน้าถอดสีไป “ ลิงสายฟ้า !”
“ สมบัติจิตรึ?” ลิงสายฟ้ามองไปที่พู่กันพร้อมกับแสดงสายตาแปลกใจออกมามันพูดภาษามนุษย์ได้ มันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามันขึ้นไปถึงขอบเขตจักรพรรดิแล้ว
ฟู่ ! ตอนที่ลิงสายฟ้าแปลกใจอยู่นั้นพู่กันก็ได้แบกหยางเฉินหลบลิงสายฟ้าแล้วพุ่งเข้าไปในป่าต่อ
“มายังดินแดนของข้าแล้วคิดจะหนีรึ ?” ลำแสงสีม่วงได้ถูกยิงออกมาจากตาทั้งสองข้างของลิงก่อนจะพุ่งตัดผ่านอากาศยิงเข้าใส่พู่กัน
ตอนที่ลำแสงกำลังจะปะทะกับพู่กันร่างสีขาวก็ได้โผล่มาขวางหน้าพู่กันเอาไว้ จากนั้นนางก็สะบัดใบมีดปีกผีเสื้อพร้อมกับแช่แข็งทุกอย่างรอบตัว
ลำแสงทั้งสองเองก็โดนแช่แข็งไปด้วยก่อนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“กลับเป็นเจ้านี่เอง ฮึ่ม ! ข้าตามหาเจ้ามาซะนานไม่คิดเลยว่าเจ้าจะซ่อนอยู่ในอาณาเขตของข้า !” ลิงสายฟ้ายิงลำแสงออกมาอีกครั้ง “ส่งของนั่นมาแล้วข้ารับปากว่าจะไว้ชีวิตเจ้า !”
“ เจ้ามีอะไรคู่ควรกับชีวิตข้า?” คนที่โผล่มานี้คือลั่วปิง คลื่นพลังของนางแกร่งขึ้นกว่าเดิมถึงสิบเท่าท่าทีเย็นชาของนางทำให้นางดูแข็งแกร่งยิ่งกว่าเก่า
เมื่อไป่เซียวเทียนได้ยินคำพูดของลั่วปิงสีหน้าของเขาก็เผยความตะลึงออกมา ลั่วปิงกล้าสู้กับลิงสายฟ้า ความกล้านี้น่าชื่นชมอย่างมาก ต้องรู้ก่อนว่าลิงสายฟ้านั้นอยู่ขอบเขตจักรพรรดิขั้น7 แล้ว
“ไม่ต้องหนีแล้ว” เถาเถาเห็นว่าลั่วปิงกำลังกันลำแสงของลิงเอาไว้ให้เขาก็ไม่รีรอและรีบพุ่งเข้าไปในป่าพร้อมกับหยางเฉินที่อยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น
“ ไม่เด็กนั่นจะหนีไปแล้ว !”สีหน้าของหยวนชีเปลี่ยนไป เขาอยากจะไล่ตามแต่เมื่อคิดว่าหยูเหวินยียังอยู่ที่นี่หากเขาทิ้งเด็กคนนี้ไว้ หยูเหวินยีก็คงอยู่ในอันตราย เมื่อคิดได้แบบนั้นเขาก็รีบวิ่งไปหาหยูเหวินยีและจับแขนอีกฝ่ายไว้ก่อนจะตะโกนขึ้น “ ไป !”
หยูเหวินยีพยักหน้าเขารู้ว่าหากอยู่ที่นี่ต่อคงโดนสัตว์อสูรขอบเขตจักรพรรรดิเล่นงานเข้า
เมื่อเห็นหยวนชีพาหยูเหวินยีไล่ตามไปทางที่พู่กันหนีไป ไป่เซียวเทียนและโม่ซานหยวนก็ไม่ได้ตามไปด้วยทั้งสองพากันมองไปที่ลั่วปิงแทน
ไม่ใช่แค่สองคนนั้นลิงสายฟ้าเองก็ไม่ได้สนใจพู่กันที่หนีไป แต่กลับมองไปที่ลั่วปิงเป้าหมายขอมันคือลั่วปิง แล้วมีอะไรอยู่กับลั่วปิงกัน ?ทำไมมันถึงยอมทิ้งอาวุธจิตได้ ?
หยางเฉินไม่รู้เลยว่าลั่วปิงตกอยู่ในอันตรายเพราะเขาบาดเจ็บหนักและกำลังโดนพู่กันแบกเข้ามาในป่า
พู่กันเร่งความเร็วสูงสุดและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเพราะเถาเถารู้สึกว่ามีคนไล่ตามหลังมา ดังนั้นจึงไม่กล้าที่จะหยุด เมื่อเขาหยุดเขาคงโดนอีกฝ่ายตามทัน
‘บัดซบหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป เสี่ยวหยางคงต้องตายแน่ๆ ! ’ เถาเถาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเครียดขึ้นมาเขารู้จักหยางเฉินมาได้ไม่นานก็จริง แต่ก็ถือว่าหยางเฉินเป็นเพื่อนสนิทของเขาไปแล้ว
เถาเถาไม่รู้เลยว่าที่กระดูกสันหลังของหยางเฉินนั้นมีปราณสีแดงไหลไปตามเส้นเลือดและอวัยวะภายในก่อนจะซ่อมแซมส่วนที่เสียหายและตอนนี้หยางเฉินก็ค่อยๆได้สติขึ้นมาแล้ว
“ เด็กนั่นยังไม่ตายแม้ว่าจะโดนโม่ซานหยวนโจมตีแต่ก็ยังมีสติควบคุมสมบัติจิตให้พาตนเองหนีไปได้”หยวนชีที่ไล่ตามอยู่อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ แต่เมื่อเห็นหยางเฉินบาดเจ็บหนักและยังควบคุมพู่กันได้เขาก็ยิ่งตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
หยวนชีไม่รู้เลยว่าหยางเฉินไม่ใช่คนที่ควบคุมพู่กันแต่กลับเป็นฝีมือของเถาเถาแม้ว่าหยางเฉินจะหมดสติไปแต่พู่กันก็ไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย
ตอนที่หยวนชีไล่ตามหลังมานั้นหยางเฉินก็หอบหายใจและพูดขึ้น “ เถาเถา เราจะไปที่ไหนกัน ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหยางเฉินเถาเถาในพู่กันก็ดีใจอย่างมาก “ เสี่ยวหยาง ข้าคิดว่าเจ้ากำลังจะตาย ข้าเป็นห่วงเจ้าแทบตาย!”
“เจ้าน่ะสิจะตาย...” หยางเฉินฮึดฮัดออกมาตอนที่เขากำลังจะลืมตานั้นเขาก็รู้สึกถึงสายลมรอบตัวสีหน้าเขาบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดราวกับโดนใบมีดเฉือนกลับเป็นว่าพู่กันนั้นบินเร็วเกินไปจนทำให้ลมนั้นแรงอย่างมากเขาถึงกับไม่อาจจะลืมตาได้
“ เถาเถามีคนไล่ตามเรามาอีกแล้วรึ ?” หยางเฉินเข้าใจเหตุผลของเรื่องนี้หากไม่มีใครไล่ตามเขา เถาเถาคงไม่หนีมาแบบนี้
“ ถูกต้องหมาเฒ่าของจักรวรรดิแดวูไล่ตามเราอยู่ และดูเหมือนว่าเขากำลังจะตามเราทันแล้ว !” เถาเถาเผยสีหน้าแค้นเคืองออกมาทำไมเขาถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ ?
“แล้วลั่วปิงล่ะ ? ก่อนหน้านี้ข้ารู้สึกว่ามีคนช่วยเราไว้ คนคนนั้นน่าจะเป็นลั่วปิงสินะ?” หยางเฉินยังหลับตาอยู่ ผมสีดำของเขาสะบัดไปมาตามลม
“ ลั่วปิงหนีไปแล้วตอนนี้นางน่าจะปลอดภัย” เถาเถาไม่อยากบอกความจริงกับหยางเฉิน เพราะเขารู้จักหยางเฉินดีแม้ว่าหยางเฉินจะเป็นเด็กน้อยแต่ก็รักความถูกต้อง หากเขารู้ว่าลั่วปิงยังตกอยู่ในอันตรายงั้นหยางเฉินต้องกลับไปช่วยนางเป็นแน่
ในตอนที่หยางเฉินกำลังจะถามต่อนั้นก็มีพายุพุ่งเข้ามาซัดเข้าใส่หยางเฉินและพู่กัน กระบี่ปราณในพายุพุ่งตัดเข้าหาหยางเฉินทันที
ตอนที่พายุพัดเข้ามาหยวนชีและหยูเหวินยีก็โผล่มาในสายตาของหยางเฉิน หยวนชีได้ฮึดฮัดออกมา “ เจ้าหนีข้าไม่ได้หรอก!”
‘ เจ้าเฒ่า !‘เถาเถาสบถในใจและควบคุมพู่กันให้บินต่อ เขาวางหยางเฉินไว้ที่พื้นในเวลาเดียวกันก็ควบคุมพู่กันให้สะบัดออกไปฝ่าพายุที่พุ่งเข้ามากระบี่ปราณเองก็โดนพู่กันทำลายไปด้วย !
‘ เกิดอะไรขึ้นกัน? ทำไมพลังของมันถึงอ่อนแอลงเช่นนี้ ? ’หยวนชีสีหน้าเปลี่ยนไป เขาไล่ตามมาก็เพื่อจับตัวหยางเฉิน เพื่อที่ หยางเฉินจะได้ไม่อาจควบคุมพู่กันได้ จากนั้นก็ค่อยยึดพู่กันมาเพราะพลังที่พู่กันแสดงออกมาก่อนหน้านี้ทรงพลังอย่างมากเขารู้ว่าเขาไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของพู่กันได้เลย
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือพลังของพู่กันในตอนนี้กลับอ่อนแอลงแต่แม้จะไม่รู้ว่าเหตุผลคืออะไร แต่เขาก็ไม่อยากจะพลาดโอกาสครั้งสำคัญนี้เขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ เมื่อมีไป่เซียวเทียนอยู่ด้วย เขาก็ไม่อาจจะชิงของจากเด็กนี่มาได้แต่เมื่อไม่มีใครอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่ต้องหวาดระแวงอะไรมากนัก
จากนั้นหยวนชีก็ฮึดฮัดออกมา “ เจ้าไม่คู่ควรกับสมบัติจิตสมบัติจิตต้องเป็นของข้า !” เมื่อพูดจบเขาก็ได้พุ่งเข้าไปคว้าพู่กันเอาไว้!
ฉัวะ! ปลายพู่กันสะบัดแล้วแทงเข้าใส่มือของหยวนชีพร้อมกับเสียงตัดอากาศที่ดังขึ้นมา
“ ฮึ่ม !ด้วยพลังอันน้อยนิดของเจ้าในตอนนี้เจ้าก็ยังกล้าจะดิ้นรน !”หยวนชีฮึดฮัดออกมา นิ้วทั้งห้าของเขากางออกพร้อมกับมีปราณไหลโคจรออกมาจากนิ้ว รวมตัวกันเป็นหนามลมพุ่งเข้าใส่พู่กันอีกครั้ง!
‘ บังอาจเจ้าเฒ่า สักวันข้าจะฆ่าเจ้า ! ’ เถาเถาได้ยินที่หยวนชีเยาะเย้ยออกมาก็หงุดหงิดอย่ามากฟรึด ! พู่กันบินตัดอากาศพร้อมกับเสียงปะทะกันดังขึ้น5 ครั้ง หนามลมนั้นโดนพู่กันตัดทิ้งจนกลายเป็นลมกระจายไปโดยรอบทันที
แต่พู่กันเองก็กระเด็นออกมาเพราะพลังปราณเช่นกันมันกระเด็นกลับออกไปอย่างรวดเร็ว และพุ่งทะลุต้นไม้นับไม่ถ้วน ต้นไม้ใหญ่โค้นลงอย่างต่อเนื่องพร้อมกับฝุ่นที่ตลบอบอวล
ตอนนั้นเสียงของหยูเหวินยีก็ดังขึ้น“ อาจารย์ ข้าจับเด็กนั่นได้แล้ว !”
เมื่อหยวนชีหันกลับไปมองก็พบกว่าหยางเฉินโดนหยูเหวินยีกระทืบอยู่ที่พื้น หน้าของเขาโดนกดลงกับพื้นและไม่อาจจะขยับตัวได้ การได้ตัวหยางเฉินไปก็เท่ากับได้สมบัติจิตมาหยวนชีจึงดีใจขึ้นมาทันที
ในตอนที่หยางเฉินโดนจับอยู่นั้นพู่กันก็ได้พุ่งออกมาจากกองฝุ่น เมื่อเห็นว่าหยางเฉินโดนหยูแหวินยีกระทืบสีหน้าของเถาเถา ก็เปลี่ยนไป เขาควบคุมพู่กันเพื่อเข้าไปหยุดอีกฝ่าย
‘บัดซบข้าสาบานว่าสักวันข้าจะกระทืบเจ้า ไม่งั้นแล้วข้าไม่ขอเป็นคนอีก ! ’ หยางเฉินมองไปที่หยูเหวินยีแล้วอดไม่ได้ที่จะสบถในใจเขาไม่ใช่คนใจกว้าง มันเป็นหลักการของเขาที่จะต้องแก้แค้นคืน
“นักล่าอสูรที่ต่ำต้อยมองมาที่ข้าด้วยสายตาเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ?เจ้าคิดจะแก้แค้นข้ารึ ?” หยูเหวินยีเพิ่มแรงที่เท้าเข้าไปอีกแล้วกระทืบไปที่แผ่นหลังของหยางเฉิน อวัยวะภายในของเขาเหมือนจะแตกออก เขาน่าจะเจ็บอย่างมากแต่กลับไม่ร้องออกมาสักคำเขาทนต่อความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้
“ เสี่ยวหยาง !” สีหน้าของเถาเถาเปลี่ยนไปอีกรอบ ฟรืด ! พูกั่นได้พุ่งเข้าหาที่หว่างคิ้วของหยูเหวินยีทันที!
“ ฮึ่มข้าเห็นว่าเจ้าคงไม่อยากจะอยู่ต่อแล้ว งั้นก็ตายไปด้วยกันนี่แหละ !” หยวนชีสะบัดกระบี่ออกไป ไม่ว่ากระบี่นี้จะผ่านไปที่ไหนก็มีพายุก่อตัวขึ้นมาครอบคลุมที่นั่นมันได้เข้ามาครอบคลุมพู่กันเอาไว้
แกร๊งแกร๊ง...ประกายไฟกระจายไปทั่ว พู่กันหมุนวนไปมาในอากาศก่อนจะกระเด็นออกไปเถาเถาใจเย็นลงและเลือกที่จะไม่โจมตีอีก
หยวนชีคิดว่าหยางเฉินคงควบคุมพู่กันเพื่อโจมตีหยูเหวินยีโดยคิดว่าต้องตายด้วยกันทั้งคู่แต่เขาไม่รู้เลยว่ายังมีเถาเถาอยู่ในพู่กันอยู่
หยวนชีหันกลับไปมองหยางเฉินแล้วฮึดฮัดออกมา“ เจ้าควบคุมสมบัติจิตได้อย่างไร ? ทำไมมันถึงฟังคำสั่งของเจ้า บอกมา !”
‘กลับเป็นว่าเจ้าแก่นี่คิดว่าข้าควบคุมพู่กันหึหึ...’เขาราวกับคิดแผนการออก หยางเฉินยิ้มออกมาและพูดขึ้น “ บรรพชนจักรวรรดิแดวูของท่านนั้นก็มีสมบัติจิตอยู่ท่านน่าจะรู้ว่าวิธีการสยบสมบัติจิตไม่ใช่รึ ?”