เฟยอวี่พยายามข่มอารมณ์โกรธอยู่นาน เพียงเท่านี้ก็รู้ได้แล้วว่าคนภายในบ้านนี้ที่เป็คนขโมยเงินเก็บของเธอไป แม้เงินจะไม่มากเพียงแค่ 63 หยวนก็เถอะ แต่เทียบค่าเงินในยุคนี้แล้วถือว่าเยอะมาก ๆ แล้ว
เธอจะยอมให้พวกเขาขโมยเงินที่เ้าของร่างเดิมหามาได้แทบตายไปได้ง่าย ๆ ได้ยังไงกัน เมื่อก่อนพวกเขารังแกเ้าของร่างเดิมยังไงเธอไม่สน แต่ในเมื่อเธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมให้ใครรังแกและเอาของของเธอไปได้ง่าย ๆ อีก
ทะลุมิติมาที่นี่ก็ไม่มีเงินเลยสักหยวน โชคดีที่ยังมีถุงมิติช่วยชีวิตไว้ ไม่งั้นเฟยอวี่ไม่อยากจะคิดเลย เงินในยุคที่จากมาก็ใช้จนหมดแล้ว หากถูกดูดกลับไปที่เดิมก็คงตายเหมือนกัน ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องเอาชีวิตรอดในยุคนี้ให้ได้
หลังจากที่ตั้งสติได้แล้ว เฟยอวี่ก็ได้ให้เด็กหญิงผิงผิงเล่าเื่ราวทุกอย่างให้ฟัง ว่าตลอดหลายวันที่เธอหมดสติไปเกิดเื่อะไรขึ้นแล้วมีใครมาที่นี่บ้าง เด็กหญิงก็ได้เล่าเื่ราวทุกอย่างให้ฟังว่าวันนั้นมีเพียงอาจินเยว่ที่มาค้นของในบ้านหลังนี้ เพราะกลัวจินเยว่จะทำร้ายร่างกาย เด็กหญิงผิงผิงจึงไม่กล้าเดินเข้ามาห้าม ได้แต่แอบอยู่ข้างนอกมองเข้ามาในบ้าน
เมื่อรู้แล้วว่าเป็ฝีมือใคร เพื่อความมั่นใจอีกครั้ง เฟยอวี่ก็ได้อุ้มเอาเด็กหญิงผิงผิงเดินไปที่เรือนใหญ่ แล้วขอให้แม่เรียกทุกคนภายในใหญ่นี้มารวมตัวกัน เธอจะเป็คนถามทุกคนด้วยตัวเธอเอง ถ้ามีใครขัดขึ้นมา คนคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบเงินที่หายไปของเธอด้วยตัวเอง
“หล่อนคิดว่าหล่อนเป็ใครถึงกล้าเรียกทุกคนมารวมตัวกันยะ คิดว่าเป็ใหญ่ในบ้านหลังนี้หรือไง”
ฮุ่ยหลิงหญิงอวบอ้วนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยืนบังคับให้ลูกสาวของเธอล้างจานท่ามกลางอากาศหนาวอยู่ เพิ่งจะเห็นหน้าเธอก็หาเื่เสียแล้ว
“อยากให้ฉันพูดเหรอ ฉันคือภรรยาของพี่ชายเธอ มีศักดิ์เป็ถึงสะใภ้ใหญ่ในบ้านนี้ ฉันบอกอะไรก็ต้องฟังและทำตามสิ”
“ไม่มีใครเขาอยากจะทำตามคำสั่งหล่อนหรอกย่ะ พอพี่ชายฉันไม่อยู่ก็รีบอ้างเหตุผลว่าไปทำงาน แต่แท้จริงแล้วก็ออกไปทำตัวแรดอ่อยผู้ชายเขาไปทั่ว คนในหมู่บ้านนี้เขาระ...”
เพลียะ!!! เพลียะ!!! เฟยอวี่ไม่รอให้จินเยว่ได้พูดจบ ตบสั่งสอนจินเยว่ไปสองฉาดถึงกับหน้าหันไปตามแรงตบ
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมเธอเห็นได้ชัดว่าเ้าของร่างเดิมทำงานลำบากมากแค่ไหน บางวันแทบไม่ได้หยุดพักทานข้าวด้วยซ้ำ มื้ออาหารที่อร่อยที่สุดก็คงจะเป็มันเทศ ข้าวในแต่ละวันก็เป็ข้าวแข็ง ๆ ราดน้ำธรรมดา เงินที่ได้มาก็ฝากกลับมาให้เด็กหญิงผิงผิงทุกครั้ง แล้วแม่สามีก็เป็คนไปเอาเงินที่เธอฝากมา
ถ้าไม่ใช่เพราะจินเยว่หรือฮุ่ยหลิง ชาวบ้านจะเข้าใจผิดว่าเ้าของร่างเดิมคบชู้จนมีเด็กหญิงผิงผิงได้ยังไงกัน...เพราะรู้ว่าหาเงินให้ตายยังไงก็ไม่มีทางเก็บเงินได้ เพราะคนในบ้านใหญ่เอาไปใช้จ่ายหมด เ้าของร่างเดิมจึงแยกเงินเก็บของตัวเองยังไงล่ะ
“นี่หล่อนกล้าดียังไงมาตบฉัน! แม่คะ นังเฟยอวี่ตบฉันค่ะแม่ ฉันไม่ยอมนะ!”
จินเยว่ได้ทีฟ้องใหญ่ แต่เฟยอวี่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิดเดียว เพราะแม่สามีเป็คนยังไงเธอก็พอจะรู้อยู่บ้าง
“อย่าโง่ให้มันมากนัก ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามากล่าวหากันแบบนี้ ฉันเกียดเธอเข้าไส้ยังไม่กุเื่ว่าร้ายเธอเลยนะ จินเยว่”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะนังเฟยอวี่ ถ้าหล่อนไม่ได้คบชู้จะมีผิงผิงได้ไง พี่ชายฉันไปทำงานแทบไม่ได้กลับมาที่บ้านด้วยซ้ำ คนในหมู่บ้านนี้เขารู้กันหมดย่ะ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ~ เธอนี่มันโง่ดักดานจริง ๆ เลย ผัวเมียเขาจะทำอะไรกันที่ไหนต้องบอกให้เธอรู้ด้วยเหรอ ไม่ได้มีแค่เธอนะที่โง่ ใครคิดว่าฉันคบชู้ก็โง่พอ ๆ กันนั่นแหละ แต่คนที่ดูโง่กว่าน่าจะเป็เธอนะจินเยว่ ไม่มีหลักฐานอะไรไม่รู้เื่อะไรเลยแต่อยากได้หน้าจนต้องกุเื่ขึ้นมาไปเล่าให้คนอื่นฟัง อยากให้ทุกคนสนใจถึงขั้นทำให้พี่ชายของตัวเองต้องอับอายเลยเหรอ? ”
“กรี๊ดดดด ~ นังเฟยอวี่!!!” จินเยว่กำลังจะพุ่งเข้าไปตบสั่งสอนเฟยอวี่ ก็มีเสียงของใครบางคนเอ่ยห้าม
“พอ ๆ จินเยว่กลับมานั่งที่ของตัวเอง เฟยอวี่ลูกเรียกทุกคนมารวมตัวกันมีอะไรก็รีบ ๆ พูดมา”
แม่สามีดูเหมือนจะรู้มาโดยตลอดว่าลูกสาวของตัวเองกับสะใภ้ใหญ่ไม่ลงรอยกัน แต่ไม่ว่ายังไงแม่สามีก็ต้องเข้าข้างลูกของตัวเองอยู่แล้ว
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันเรียกทุกคนมาถามว่าใครเป็คนเอาเงินเก็บของฉันในกล่องไม้ใต้เตียงไป”
ได้ยินแบบนั้น ทุกคนที่มีหน้าอยู่ในที่นี้ต่างก็มีสีหน้าที่ใ แต่มีอยู่สองคนที่หน้าถอดสีเลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมา...เฟยอวี่ผุดยิ้มที่มุมปาก ในหัวพลันคิดได้อะไรบางอย่าง จะต้องทำให้หัวขโมยยอมรับความจริงให้ได้
“เป็ไปได้ยังไงกัน ภายในบ้านมีแต่คนของเราทั้งนั้น เงินเก็บจะหายไปได้ยังไงกันลูก”
“มันเป็ไปแล้วค่ะแม่ ไม่อย่างนั้นฉันไม่บอกให้ทุกคนมารวมตัวกันแบบนี้หรอกค่ะ”
“งั้นลูกก็รู้แล้วสิว่าใครเป็คนเอาไป”
“ยังไม่แน่ใจหรอกค่ะว่าใครเป็คนเอาไป ผิงผิงบอกกับฉันว่าจินเยว่ไปค้นของที่บ้านของฉันค่ะแม่” เฟยอวี่บอกพร้อมกับจ้องหน้าจินเยว่ตาเขม็ง
“แม่คะ ฉันไม่ได้เป็คนเอาไปนะ แม่จะเชื่อคำพูดพล่อย ๆ จากปากนังเฟยอวี่เหรอแม่”
“ที่เธอกุเื่ว่าฉันมีชู้ คนในหมู่บ้านนี้ยังเชื่อเลย ทำไมคนอื่นถึงเชื่อคำพูดฉันไม่ได้ล่ะ”
เฟยอวี่รีบพูดแทรกทันที เธอจะยอมให้คนภายในบ้านนี้รวมหัวรุมเธอได้ยังไงกัน
“พอก่อน จินเยว่ วันนั้นลูกไปที่เรือนของเฟยอวี่ทำไม แล้วได้เอาเงินเก็บของเฟยอวี่ไปจริง ๆ ไหม”
“นี่แม่ไม่เชื่อฉันเหรอ ฉันไม่ได้เอาเงินเก็บนั่งนั่นไปจริง ๆ นะแม่ แม่ต้องเชื่อฉันสิ”
“จริงค่ะแม่ จินเยว่ไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกค่ะ” ฮุ่ยหลิงเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดี ก็รีบพูดช่วยจินเยว่อีกแรง
“แม่ยังไม่เชื่อใครทั้งนั้น แล้วเงินเก็บของลูกหายไปเท่าไหร่เหรอเฟยอวี่”
ริมฝีปากบางผุดยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจว่า
“70 หยวนค่ะ”
“หนอย ~ นังโลภมาก เงินแค่ 63 หยวนกล้าบอกกับแม่ว่า 70 ได้ไง”
ฮุ่ยหลิงและจินเยว่เอ่ยขึ้นพร้อมกัน เฟยอวี่ผุดยิ้มด้วยความสะใจ สุดท้ายหัวขโมยก็เป็คนหลุดปากออกมาเองโดยที่ไม่ต้องลงแรงทำอะไรเลย
“ทีนี้แม่รู้แล้วนะคะว่าใครเป็คนเอาเงินฉันไป ถ้าฮุ่ยหลิงและจินเยว่ไม่ได้เอาไปแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเงินที่หายไปมีทั้งหมด 63 หยวน”
ฮุ่ยหลิงและจินเยว่รู้ว่าตัวเองเพิ่งจะหลุดปากพูดอะไรออกไป รีบหันไปมองหน้าแม่ด้วยความรู้สึกผิดทันที...แม่สามีใเล็กน้อย ไม่คิดว่าลูกสาวทั้งสองคนของตัวเองจะกล้าไปขโมยเงินคนอื่นเขาแบบนั้น ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือไม่คิดว่าลูกสะใภ้จะฉลาดและเด็ดขาดขนาดนี้
“คือลูกทั้งสองคนเป็คนเอาเงินของพี่สะใภ้ไปจริง ๆ สินะ” แม่สามีเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงเศร้า ๆ