เพียงชายารักพึงใจล้วนดีงาม(อ่านฟรี)

    บทที่ เก้าสิบหก นำทัพ

     

    บทที่ เก้าสิบหก

     

    ม่านแสงตะวันยามเช้าทอแสงฉายเงาบนพื้นหยกที่เย็นเยียบเรียบเนียนเบื้องบนบัลลังก์ทอง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมหลวงสีม่วงเข้มประทับนิ่งไม่ไหวติงแม้พระขนงจะเรียบสนิทโม่เหวินหานกวาดพระเนตรมองบรรดาขุนนางที่ยืนเรียงรายทั้งสองฝั่งอย่างไร้ถ้อยคำ

    "ข่าวแน่ชัดหรือไม่" พระสุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยพลางวางฎีกาในพระหัตถ์ลงบน

    เสียงขุนนางผู้หนึ่งดังขึ้นถัดจากกลุ่มขุนนางกรมทหาร“ขอรับข่าวจากชายแดนตะวันตกส่งมาถี่ขึ้นทุกสามวัน ไพร่พลของเมืองจิงอวิ๋นเริ่มมีการรวมพลข้าราชการในเมืองยากจะติดต่อกับส่วนกลางมากขึ้นทุกวันๆ”

    ผู้ที่เอ่ยคือหวังซูเจิ้งขุนนางสูงวัยที่ครองตำแหน่งเสนาบดีกลาโหมมาสองรัชกาลร่างผอมสูงในอาภรณ์แดงเลือดหมู เสียงเจือด้วยความร้อนรนมือข้างหนึ่งยังสั่นเล็กน้อยขณะถือม้วนฎีกาสำเนาข่าวกรอง

    โม่เหวินหานยืดพระวรกายขึ้นเล็กน้อยพระเนตรยังคงสงบนิ่ง หากแต่คำที่เปล่งออกกลับดุจสายลมแรกแห่งฤดูเหมันต์ "เมืองจิงอวิ๋น..คิดจะลองของกับราชสำนักเช่นนั้นหรือ"

    ท่ามกลางความเงียบวูบหนึ่งมีเสียงขุนนางอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นโดยมิอ้อมค้อม “ใต้เท้าเมืองจิงอวิ๋นแต่เดิมก็คือคนพื้นที่ยิ่งได้ที่ปรึกษาจากซีเป่ยที่แฝงตัวก็ยากจะรั้งได้เมื่อราชสำนักรวบแผ่นดินเข้ามาได้ไม่กี่ปีก็เป็นเช่นนี้ข้ากล่าวกับกรมขุนนางด่านนอกแต่แรกแล้วว่าควรส่งคนจากส่วนกลางไปดูแล ไม่ใช่ยกให้คนเดิมปกครองต่อ”

    ผู้พูดคือเสี่ยเต้าฮ่าวขุนนางวัยกลางคนแห่งกรมขุนนางผู้เปี่ยมความมั่นใจบุตรชายของอดีตแม่ทัพจากตระกูลใหญ่แห่งนครหลูหรงทว่าสีหน้าเคร่งขรึมของเขากลับแฝงความแค้นลึกๆ ต่อเงาอดีตที่ยังไม่สิ้นไปที่ครอบครัวถูกคนจากจิงอวิ๋นสังหาร

    “เรื่องนี้ควรรายงานให้ฮองไทเฮาทรงทราบด้วยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เสียงเบาแทรกขึ้นมาจากมุมฝั่งฝ่ายพิธีการโจวเซี่ยนผู้ตรวจราชการวัยกลางคน แม้คำพูดจะดูแผ่วเบาแต่ท้องพระโรงพลันเงียบลงอย่างน่าอึดอัด

    โม่เหวินหานหรี่พระเนตรลงชั่วครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงหนัก “ไม่จำเป็นเรื่องของชายแดนไม่เกี่ยวกับฝ่ายในจากนี้จะไม่มีเรื่องในราชสำนักส่งถึงวัดซานป๋ออีก” เขารู้ว่ามีขุนนางบ้างคนที่ยังคำนึงถึงฮองไทเฮาแพราะสมัยก่อนนางเคยเข้ามามีส่วนในราชการ

    ครั้นแล้วพระองค์ก็ลุกขึ้นจากบัลลังก์“สงครามกับซีเป่ยใกล้จะระอุ เหตุใดราชสำนักจึงต้องรอรับศึกถึงประตูเมืองจงฟังให้ดี..ครานี้เราจะนำออกทัพไปเอง!”

    สิ้นสุรเสียงนั้นเหล่าขุนนางบางส่วนอ้าปากพร้อมกันอย่างตกใจหานจวิ้นเสนาบดีกรมวังผู้มีอายุสูงสุดในท้องพระโรงถึงกับก้าวออกมาคุกเข่ากลางโถงสีหน้าเคร่งเครียดแทบไม่ปิดบัง

    “ฝ่าบาท..กระหม่อมทูลด้วยใจภักดิ์พระองค์คือมังกรสูงสุด มิควรต้องลุยโคลนกลางสมรภูมิ เกิดเหตุใดขึ้นพระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่พาแผ่นดินสู่ความมั่นคงได้หากทรงเป็นอันตรายแผ่นดินจะกลับสู่กลียุค!”

    เสียงสนับสนุนจากข้างฝ่ายหานจวิ้นดังขึ้นหลายเสียง“ฝ่าบาทมิอาจเสี่ยง! กระหม่อมขอถวายชีวิตแทนเสด็จ!”

    แต่ยังไม่ทันจะได้โต้ตอบเสี่ยเต้าฮ่าวก็ก้าวเท้าขึ้นมายืนเบื้องหน้ากลุ่มขุนนางที่คัดค้านใบหน้าคมเข้มของเขาเคร่งขรึม สีหน้าแน่วแน่ราวภูผาไร้ไหวเอน

    “พระองค์คือโอรสสวรรค์ผู้เด็ดขาดแม้จักเป็นมังกรแต่ก็มิใช่มังกรที่นั่งนิ่งเหนือเมฆา นี่หาใช่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์..พระบิดาของพระองค์ยามหนุ่มก็เคยนำพลฝ่าทัพศัตรูตอนที่ยังอยู่ในรัชสมัยจักรพรรดิพระองค์ก่อนเหล่าศัตรูเกรงอำนาจฮ่องเต้เพราะพระพักตร์..มิใช่เพราะธง!”

    บรรดาขุนนางที่เป็นคนหนุ่มสายใหม่ต่างขานรับคำสนับสนุน“พระองค์ทรงชำนาญกระบี่ ฝึกยุทธ์ไม่เคยว่างเว้นตลอดห้าปีหลังครองราชย์ยังไม่เคยใช้กองทัพอย่างเต็มกำลังมีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่สามารถปลุกขวัญทหารในครั้งนี้!”

    หานจวิ้นกัดฟันแน่นมองรอบตัวแล้วรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ถาโถมจากทุกทิศ ทุกฝ่ายไม่ว่าจะวัยหนุ่มหรือกลางคนก็เริ่มเอียงตามพระประสงค์

    เสียงโม่เหวินหานเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“เมื่อแผ่นดินเรายังมีเงาศัตรูมุ่งร้ายหากเรายังมิออกศึกด้วยตนเองหัวใจของประชาจะสั่นคลอนกำแพงเมืองอาจสูงแต่หากใจคนหลวม ก็เหมือนมีกำแพงกระดาษเปื่อยฝน”

    พระองค์ทรงกวาดพระเนตรไปทั่วก่อนจะเอ่ยคำสั่งเสียงหนักแน่น “จากนี้รั้งเฉียนอ๋องอยู่ที่เมืองหลวงคุมทัพองครักษ์จินอู่ ป้องกันเมืองแทนเรากับกองจตุรทิศ เราจะนำทัพหลวงออกจากต้าเหว่ยในอีกเจ็ดวันเตรียมกองกำลัง หน่วยข่าว สรรพาวุธและเสบียง จัดให้พร้อม! หลัวไท่ข่ายให้ติดตามเป็นที่ปรึกษาวางแผนยุทธศาสตร์”

    เมื่อคำสั่งลงไปเหล่าขุนนางทยอยคุกเข่าตามผืนท้องพระโรงสะท้อนแสงจากชุดปักดิ้นเงินระยับและกระเบื้องอย่างเป็นระเบียบ

    โม่เหวินหานยืนนิ่งบนแท่นบัลลังก์ภายในใจยังร้อนระอุจากข่าวเมืองจิงอวิ๋นไม่ใช่เพียงเพราะการแข็งข้ออาศัยช่วงสงครามระหว่างซีเป่ย หากแต่คือคำเตือนเงียบๆว่าภายใต้ราชสำนักที่เหมือนหญ้าสงบยังซ่อนงูอยู่มาก

    เสียงสนทนาในท้องพระโรงเพิ่งเงียบงันเมื่อไม่นานบรรยากาศตึงเครียดยังไม่คลายลงโดยง่ายภายในห้องทรงงานซึ่งอยู่ด้านหลังตำหนักก็ปะทุร้อนขึ้นมาขุนนางในราชสำนักหลายคนมาเข้าเฝ้าไม่หยุดหย่อน มีทั้งเสียงสนทนา เสียงปลายพู่กันเสียดสีกระดาษขาวบนโต๊ะหยกเขียวรอยอักษรตัวโตตวัด กลิ่นน้ำหมึกเจือจางลอยอบอวล

    โม่เหวินหานยังอยู่ในอาภรณ์สีม่วงหลังจัดการเหล่าขุนนางที่มาปรึกษาได้กลุ่มใหญ่ก็นั่งพิงพนักสักครู่ แต่ที่โต๊ะลายสีนิลที่วางอยู่ตรงหน้ามีกองฎีกาวางทับซ้อนกันเป็นชั้นสูงแล้วความเงียบก็ถูกรบกวนอีกครั้ง เสียงที่บานประตูด้านนอก “เฉียนอ๋องขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”เสียงหลี่ต้ากงรายงานแผ่ว

    โม่เหวินหานเงยหน้าขึ้นวางฝ่ามือแนบกระดาษฎีกาเบื้องหน้า“เข้ามาเถอะ”

    ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกช้าๆบุรุษผู้ยังคงสง่างามในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม ก้าวเท้าเข้ามาภายในโดยมิได้รีบร้อน เฉียนอ๋องผู้ที่พระองค์ไว้ใจให้คุมกำลังองครักษ์จินอู่ข้างหลังยังมีขันทีคนสนิทเดินตามมาปิดประตูไว้แน่นหนา

    “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ประทานเวลาให้กระหม่อมเข้าเฝ้า” เขาค้อมศีรษะต่ำก่อนจะหยัดกายขึ้นมองตรงมาที่ผู้เป็นจักรพรรดิ หากดวงตายังแฝงความเป็นห่วงไม่คลาย

    “เหตุใดจึงมาหาเราถึงที่นี่มีเรื่องใดในใจใช่หรือไม่” โม่เหวินหานละสายตาจากปลายพู่กันมองตรงไปยังเฉียนอ๋อง ดวงตาคมที่มักจะหนักแน่นทว่าตอนนี้ดูอ่อนลง

    เฉียนอ๋องทอดถอนลมหายใจเบาๆพลางเอ่ย “กระหม่อมเพียงอยากถาม..ที่ฝ่าบาทให้กระหม่อมอยู่ที่เมืองหลวงคุมองครักษ์จินอู่รักษาเมืองกับกองจตุรทิศ นั่นมิใช่เพียงเพื่อเฝ้ารักษาเมืองตามที่แถลงในท้องพระโรงใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”

    ฮ่องเต้หยัดพระกายขึ้นเล็กน้อยทอดพระเนตรไปนกที่มาเกาะริมบานหน้าต่าง “ชายแดนภายนอกเราคุมไว้ได้ด้วยกระบี่และโล่แล้วแต่ภายในเมืองหลวงนี้ต่างหากที่เปราะบางกว่าสิ่งใด เจ้าต้องดูแลเองแล้ว”

    สายตาเฉียนอ๋องสั่นไหวเล็กน้อยเขารู้ทันทีว่าความกังวลของพระองค์มีมากกว่าที่แสดงออกกลางท้องพระโรงนักจะเป็นภัยจากพวกที่รอจังหวะฉวยโอกาส หรืออำนาจเก่าในวังที่ยังไม่สงบแน่นอนว่าไม่มีทางปล่อยให้จักรพรรดิผู้เฉียบขาดออกศึกโดยไม่เตรียมทางหนีทีไล่ไว้เบื้องหลัง

    “ฝ่าบาทมิใช่คนที่ยอมวางมือเรื่องใดง่ายๆหากมิได้คาดว่าจะมีภัยลับในเมืองหลวงหรือฝ่ายขุนนางด้วยแล้วเหตุใดถึงต้องให้กระหม่อมเฝ้าเมือง?”

    พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นกุมขมับด้านหนึ่งดวงเนตรยังจับอยู่กับนกที่จิกกินอาหารที่เขามักจะใส่ไว้ในถาดจึงทำให้มีนกหลายตัวแวะมาเกาะบ่อยครั้ง “เพราะภายนอกแม้จะฟาดฟันก็แลเห็นได้แต่ภายในกลับเงียบกว่าถ่านร้อนซ่อนในเตามอด เจ้าต้องสังเกตให้เป็นแล้วตั้งรับให้ได้โดยอย่าลืมว่าการรรับที่มั่นคงคือการจู่โจมเช่นกัน”

    เฉียนอ๋องนิ่งเงียบไปนานก่อนจะค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม “กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะจะดูแลเมืองหลวงนี้ราวกับกำคอของตนไว้ในเงื้อมมือมิปล่อยให้สิ่งใดเล็ดลอดหลุดรอดไปได้”

    คำตอบหนักแน่นสมกับเป็นคนที่เขาไว้ใจทว่าหลังจากนั้นเสียงของเขาก็เบาลง “ฝ่าบาท..แต่ยังมีอีกเรื่องที่กระหม่อมใคร่ขอทูล”

    ดวงเนตรของโม่เหวินหานเบนกลับมามองตรงความสงสัยสะท้อนเพียงเล็กน้อยในประกายดวงตา

    “หลี่เสวี่ย..นางขอให้กระหม่อมนำคำมาทูลขอ” เฉียนอ๋องกล่าวช้าๆสีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง “นางอยากพบหลิวชิงเซียงอีกครั้งก่อนที่จะถูกเนรเทศ กระหม่อมมาเพื่อขอวิงวอนแทน”

    บรรยากาศพลันเงียบภายในห้องทรงงานนิ่งสนิททั้งเสียงลมหยอกม่านและเสียงนกที่กรอบไม้ยังฟังชัดเจนโม่เหวินหานมองตรงไปยังเฉียนอ๋อง ผ่านความคิดนับพันในใจ ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “พบไม่ได้แล้ว..ตอนนี้ชิงเฟยถูกพาตัวไปแล้ว”

    พระสุรเสียงแน่วแน่ไม่อ่อนลงแม้แต่น้อย“บอกหลี่เสวี่ยเถอะ..เวลานี้ชิงเฟยเป็นนกที่ออกจากกรงแล้วไม่ต้องติดคาในที่จำกัดอีกน่าจะยินดีปรีดากว่าเดิมนัก ให้นางวางใจอย่าเศร้าไป”

    เฉียนอ๋องสีหน้าแปรเปลี่ยนจากเวทนาชะตากรรมของสตรีคนหนึ่งกลายเป็นประหลาดใจแล้วค่อยๆ ค้อมตัวลง “กระหม่อมเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ..ทว่าฝ่าบาทตรัสว่า 'ชิงเฟย' แม้จะทรงลงโทษเนรเทศนางแต่ยังเรียกว่าชิงเฟยกระหม่อมขอบังอาจทูลถามทั้งที่เห็นชัดว่าพระองค์มิอาจตัดใจเหตุใดจึงลงโทษรุนแรงถึงเพียงนั้นพ่ะย่ะค่ะ?”

    ดวงเนตรของโม่เหวินหานสะท้อนแสงอ่อนลงแต่ยังรักษาท่าทางอื่นได้ไม่มีแม้รอยไหววูบตามมาอีก“เราเนรเทศนางแต่ไม่ได้ปลดนางเสียหน่อยเช่นนั้นนางยังเป็นชิงเฟยของเราอยู่” แม้คำจะราบเรียบแต่แรงกว่าฟ้าคำราม

    เฉียนอ๋องถึงกับชะงักหัวใจพลันเย็นวาบ คล้ายเข้าใจความหมายบางอย่างที่ลึกเกินจะเอ่ยถึงเขาค้อมตัวลึกลงจนแทบจะขนานพื้น “กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ..ถ้าฝ่าบาทยืนยันว่าชิงเฟยจะปลอดภัยดีกระหม่อมก็จะยืนยันกับหลี่เสวี่ยเช่นกัน”

    นั่นคือคำสัตย์ดั่งหินศิลาที่มั่นคงเสียงนกตีปีกดังเบาๆ อีกครั้ง แต่นกตัวนั้นไม่ได้บินจากไป มันกลับมองกลับมาที่บุรุษในห้องก้มหน้าลงแนบกรอบไม้ คล้ายรอฟังทุกถ้อยคำของเจ้าผู้ครองแผ่นดินกล่าวถึงนางผู้จากไป

    รุ่งอรุณแห่งวันที่เจ็ดนับจากวันที่ฮ่องเต้ประกาศนำทัพออกศึกด้วยพระองค์เองท้องฟ้ายามเช้าเหนือเมืองหลวงต้าเหว่ยกลับมิหม่นมัวเหมือนหลายวันที่ผ่านมาหากกลับกระจ่างราวสวรรค์เปิดทางให้มังกรทองแห่งแผ่นดินออกร่ายโดยไร้เมฆหมอกขวางกั้น

    ลานกว้างหน้าประตูเจิ้งหยางซึ่งเป็นหนึ่งในประตูเมืองทิศตะวันออกถูกจัดระเบียบอย่างเข้มงวดบนหอกลองเหนือกำแพงมีธงผ้าทอมือปักลายมังกรเงากระพือโบกไหวต้านลมแรงสะบัดเสียงดังวาบๆ เรียงรายหลายชั้น ตามด้วยธงของกองทัพหลวง ธงของกรมอาวุธและธงของหน่วยทหารรบพิเศษหน่วยกู่เฟย เสียงกลองศึกสามจังหวะดังก้องเหนือพื้นหินพาให้พสุธาสะเทือนคล้ายเร้าใจให้ห้าวหาญขึ้นอีกเท่าตัว

    ทหารจินอู่ในชุดเกราะดำสลับทองเรียงแถวแน่นทั้งสองฝั่งทางท่ามกลางแถวคือขบวนทัพที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดเท่าที่ผู้คนจะเคยเห็นมา

    ม้าศึกกว่าสองพันตัวยืนเรียงแถวเป็นระเบียบบนหลังพวกมันมีทหารประจำการอยู่ในเครื่องแบบหลากสีตามสังกัด ไม่ว่าหน่วยเกราะเบาหน่วยหน้าไม้ หรือหน่วยควบคุมยุทธอาวุธ ส่วนด้านหน้าสุดของขบวนคือราชรถหลวงประดับลายมังกรทองซึ่งถูกลากโดยอาชาสีเทาเข้มสี่ตัวทว่าในยามนี้ กลับไม่มีผู้ใดนั่งอยู่บนราชรถหลวงนั้น

    เสียงลือจากประชาชนที่แน่นขนัดตลอดสองฝั่งทางดังอื้ออึงเต็มถนนหลักสายใหญ่ต่างมายืนเฝ้ามองขบวนเสด็จของจักรพรรดิอย่างใจจดใจจ่อ ขายดอกไม้ริมทางพากันจัดช่อสีแดงสดสีม่วงอ่อนหรือสีขาวปลายกลีบแดงหลายหลายสีสรรเพื่อจะมอบให้เหล่าทหารคล้ายจะอวยพรให้ขบวนทัพปลอดภัยและได้รับชัยชนะกลับมา

    แล้วทันใดเสียงกลองย่อลงเหลือเพียงจังหวะเดียวเสียงแตรเสียงปี่ของพลเป่าปล่อยเสียงต่ำ เสียงฆ้องทองประสานท่วงทำนองขบวนทหารแยกตัวอย่างพร้อมเพรียง

    บุรุษร่างสูงในชุดเกราะทองฉลุลายมังกรทรงพลังขี่ม้าศึกสีดำสนิทก้าวออกจากกลางขบวนอย่างสง่าผ่าเผยโม่เหวินหานทรงม้าด้วยพระองค์เอง พระเกศามัดไว้ด้วยเส้นไหมแดงทองอาภรณ์คลุมยาวปลิวไปตามแรงลมเช้าผ้าคาดเอวประดับหยกน้ำผึ้งขนาดใหญ่ที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายแวววาวดวงพักตร์เข้มคมกลับไม่ได้แข็งกร้าว

    เสียงของประชาชนที่เห็นพระองค์ทรงอาชากับตาต่างกู่ร้องกึกก้อง“ทรงพระเจริญ! ฮ่องเต้จงเจริญ!” กลายเป็นสายเสียงยาวต่อเนื่องราวคลื่นทะเลโม่เหวินหานเพียงยกมือขวาขึ้นเล็กน้อยแทนการโบกโฉบสายตาไปทั่วฝูงชน ดวงตาคมกริบดั่งคมศร

    เมื่อขบวนมาถึงหน้าประตูเจิ้งหยางเฉียนอ๋องซึ่งยืนคอยด้วยเครื่องแบบแม่ทัพเฉพาะกิจของจินอู่ในชุดเกราะเงินสลักลายพยัคฆ์ก็ขยับมาคุกเข่าลงตรงหน้าก่อนจะชูกระบี่พิธีขึ้นเหนือหัว

    “กระหม่อมเฉียนอ๋อง ขอถวายชัยมงคลขอให้ฝ่าบาทนำทัพกลับมาด้วยชัยชนะดั่งแสงตะวันแรกแห่งฤดูร้อน!”

    ถ้อยคำนั้นกระแทกใจผู้คนเบื้องหลังประชาชนที่ยืนเบียดกันสองข้างทางต่างพากันคุกเข่าหรือโค้งศีรษะตามด้วยเสียงดังกึกก้องรอบเมือง

    “ขอให้ทรงชัย! ขอให้ทัพหลวงปลอดภัย!”

    โม่เหวินหานชะงักม้าหันพระพักตร์มองเฉียนอ๋องเนิ่นนาน แววตานิ่งสนิทแต่แฝงความฝากฝังไว้เต็มเปี่ยมก่อนจะกล่าวเสียงกังวานกลางลานกว้าง “เมืองหลวงฝากเจ้าแล้ว”คำพูดนี้จากผู้เป็นจุดศูนย์กลางของแผ่นดินที่มอบความเชื่อใจให้กับคนหนึ่ง

    เฉียนอ๋องค้อมศีรษะต่ำลงยิ่ง“กระหม่อมขอรักษาเมืองหลวงและบัลลังก์ของพระองค์ด้วยชีวิต!” เสียงม้าร้องก้องดาบและหอกในมือเหล่าทหารสะท้อนแสงยามเช้าเป็นแนว

    โม่เหวินหานโน้มตัวเพียงเล็กน้อยคล้ายเอ่ยกับลมเบาๆ“ไปกันเถอะ” ก่อนจะตวัดเชือกบังคับม้าม้าศึกเงาดำพุ่งนำ

    เสียงกลองเร่งขึ้นขบวนทัพเคลื่อนตาม พื้นหินสั่นสะเทือนราวภูเขา ปลุกเร้าจิตใจราษฎรให้หัวใจจะหลุดจากอกด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านบนกำแพงประตูเมืองธงผืนใหญ่สะบัด ขบวนทัพเคลื่อนออกจากเมืองหลวงอย่างทรงเกียรติ

    ผู้ซึ่งไม่ได้เพียงเป็นจักรพรรดิ..แต่คือขุนศึกที่กล้าฝ่าแดนศัตรูเพื่อรักษาปกบ้านป้องเมืองให้สงบมั่นคง

     

     

    คล้ายกับเรื่องเพียงชายารักพึงใจล้วนดีงาม(อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405