ณ เทือกเขาแยกสวรรค์ฝั่งอาณาจักรธารา ย้อนกลับไปราวหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า
“ไม่อยากจะใช้เส้นทางนี้เลยจริงจริ๊ง ให้ตายเถอะ” ชายคนหนึ่งถอนใจหายบ่นกระปอดกระแปดออกมา
เขายืนอยู่ด้านหน้าหน้าผาที่ดูคุ้นตา เขาเพิ่งขี่มาร์จาทะลุหน้าผาที่เห็นออกมาไป ในมือของเขาเป็นแผ่นไม้ที่ดูเหมือนป้ายอะไรสักอย่าง เขาดูฉุนเฉียวเมื่อมองมัน
“ใครมันมือบอนทำป้ายบ้านี่ขึ้นมา ต้องเป็นเจ้าธาวิสแน่ ๆ มีหมอนั่นคนเดียวแหละที่เที่ยวมาตั้งชื่อถ้ำบ้า ๆ ว่ารังรักอะไรนั่น ทั้งที่เราแค่ใช้เป็นทางพาไอลีนหนีข้ามอาณาจักรเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น พวกเราทั้งคู่ไม่เคยหยุดแวะพักนอนที่นี่สักหน่อย” อานนท์ขบฟันแน่นขณะพึมพำอย่างลมออกหู “คนที่รู้เรื่องนี้ก็มีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น และคนที่รู้ส่วนใหญ่ก็ตายกันหมดแล้ว ต้องเป็นเจ้าธาวิสแน่นอน ต้องไปสั่งสอนสักเจ้านี่สักหน่อยแล้ว”
หลังอานนท์ทำลายป้ายทิ้ง เขาหยิบวัตถุทรงกลมแบนเหมือนเหรียญออกมาจากกระเป๋าแล้วเริ่มบ่นอีกครั้ง “นี่ก็อีกคน บอกไม่ให้มาหากันอีกก็เลยแอบทิ้งกษาปณ์บ้านี่เพื่อให้เราเป็นคนไปหาแทน แสบไม่เคยเปลี่ยนไปเลยไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกสักกี่ครั้ง ให้ตายเถอะ”
“หยุด! อย่าขยับ”
ในขณะที่อานนท์กำลังหัวเสียกับเรื่องต่าง ๆ อยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงใครบางคนดังขึ้นมา
“นี่เป็นฝีมือแกใช่ไหม?”
มีอีกประโยคดังมา อานนท์จึงหันมองทางที่มาของเสียง เขาเห็นคนกลุ่มหนึ่งสวมเครื่องแบบทหารสีน้ำตาล มีหนึ่งในกลุ่มคนนั้นกำลังชี้ให้เขาดูศพที่นอนเรียงรายอยู่แถวบริเวณที่พวกเขายืนอยู่
“อะไรกันอีกล่ะเนี่ย?” อานนท์บ่นกับตัวเอง เขาเกาหัวตัวเองแล้วค่อยตอบ “ฉันไม่รู้ ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ฉันเพิ่งมาถึงที่นี่เอง อย่าใส่ร้ายกันสิ”
“ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร? นอกจากแกแล้วก็ไม่มีใครอีกแล้วที่อยู่แถวนี้” อีกฝ่ายพูดเสียงดัง “อย่ามาโกหกกันเสียให้ยาก แกจะเพิ่งมาอยู่แถวนี้ได้ยังไง? นอกจากทางที่พวกฉันยืนอยู่ รอบด้านเป็นหน้าผาทั้งหมด แกจะมาจากทางไหนได้อีก? บินมาหรือยังไง? ดูแล้วแกไม่น่าใช่พวกนภาด้วย หรือจะบอกว่าศพพวกนี้ผุดขึ้นมาจากดินเอง?”
อานนท์ได้แต่ถอนหายใจออกมา เหตุใดเขาถึงได้จังหวะนรกนัก เขาจะอธิบายถึงทางหน้าผาภาพลวงตาก็ไม่ได้อีก และดูเหมือนเขาจะดิ้นรนไปทางอื่นไม่ได้อีกด้วย แม้จะไม่อยากสังหารใครอีกแล้ววันนี้ แต่คงเลี่ยงไม่ได้แล้วในครั้งนี้
“ก็ได้ ในเมื่อพวกแกอยากให้ฉันรับว่าเป็นคนฆ่าพวกนั้นก็ได้” แล้วสีหน้าของอานนท์ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาจนอยากจะหยั่งถึงขณะพูดประโยคต่อไป “ฉันจะยอมรับว่าเป็นคนฆ่าพวกนั้นทั้งหมดเอง รวมถึงพวกแกด้วย”
หลังพูดจบ เขาหยิบด้ามดาบดำออกมาจากกล่องโลหะ หลังจากนั้นเขาก็นำกษาปณ์มีนในอีกมือประกบกับด้ามดาบดำ เขากำทั้งด้ามดาบดำและกษาปณ์ด้วยมือข้างเดียว ทันใดนั้นเขาก็เรียกดาบเวทมนตร์ออกมา หากดารินได้มาเห็นฉากนี้เธอต้องตกตะลึงอย่างที่สุด
ปกติเมื่ออานนท์เรียกดาบเวทมนตร์ออกมาห่อหุ้มด้ามดาบสีดำ ดาบเวทมนตร์จะบิดเบี้ยวจนน่าอนาถ แต่ในหนนี้ดาบเวทมนตร์ที่อานนท์เรียกออกมากลับเป็นรูปร่างที่สวยงามที่เธอเคยเห็นหลังจากเขาได้ดูดอสูรจักรราศีพฤษภเข้าไปทันที เพียงแต่เปลี่ยนจากสีดำที่ดูประหลาดเป็นสีฟ้าเข้มที่ดูสวยงามแทน มันดูทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ แม้จะเทียบกับดาบที่สีดำประหลาดไม่ได้ แต่มันก็ดีพอที่อานนท์จะใช้จัดการกับทหารที่ล้อมเขาราวสี่ถึงห้าคนได้ภายในพริบตา
หลังจัดการเหล่าทหารเสร็จ อานนท์จับแยกกษาปณ์มีนออกจากด้ามดาบดำและพูดกับตัวเองว่า “มันก็สะดวกดีอยู่นะ เราสามารถใช้ดาบเวทมนตร์ได้โดยที่เราไม่ได้คืนร่างด้วย” อานนท์ยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะยักไหล่ขณะพูดว่า “หรือเราจะไม่คืนมันดี? แต่ประโยชน์ของมันก็ทำได้แค่เรียกใช้ดาบเวทมนตร์ทั่วไปเท่านั้นเอง”