จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 7 เด็กน้อยหวังชิง

            “คุณชายสาม นายท่านรออยู่ด้านใน”ชายวัยกลางคนเดินนำฉินอวี่มาหยุดอยู่หน้าประตูห้องหนังสือ

            ฉินอวี่พยักหน้าเล็กน้อยและเดินเข้าไปด้วยท่าทางที่สงบ

            ทันทีที่เดินเข้าไปในห้องหนังสือฉินอวี่ก็มองเห็นผู้เป็น “บิดา” ฉินจ้านกำลังนั่งอย่างเคร่งขรึมเฉียบขาดอยู่กลางห้องหนังสือและจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างเย็นชา

            ฉินอวี่ยืนอยู่หน้าประตูและสบตากับฉินจ้านโดยไม่พูดอะไร

            “ขั้นยุทธ์ระดับที่หนึ่งแล้ว! หากไม่กดดันเจ้าบ้างเจ้าก็ไม่รู้จักพัฒนาตัวเลยหรือ?”ฉินจ้านกล่าวอย่างเคร่งขรึม แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามและเย็นชา

            ฉินอวี่ไม่ได้ตอบอะไรภาพของฉินจ้านที่เขามีจำกัดอยู่เพียงความทรงจำของฉินอวี่ ในความทรงจำของฉินอวี่มีความทรงจำเกี่ยวกับฉินจ้านผู้เป็นพ่ออยู่น้อยมากแต่นอกจากฉินเฟิงคนที่เขากลัวมากที่สุดก็คือฉินจ้านผู้เป็นพ่อ

            “อายุสิบห้าปีแล้ว ได้ขั้นยุทธ์ระดับหนึ่งหากขยันหมั่นเพียรในตอนนี้ยังทันเวลา แต่หากไม่ขยันให้หนักเจ้าก็คงต้องเป็นคนธรรมดาไปตลอดชีวิตและไม่แม้แต่จะรู้ว่าจะต้องตายเช่นไรเมื่อถึงเวลานั้น” ฉินจ้านพูดอย่างเคร่งขรึม

            เมื่อเห็นท่าทางที่สงบของฉินอวี่สายตาของฉินจ้านก็เปล่งประกายเล็กน้อย และพูดขึ้นเบาๆ“หากเจ้าเข้าสู่ขันยุทธ์ระดับหนึ่งได้เร็วกว่านี้สักหนึ่งปีจะได้ส่งเจ้าเข้ากองทัพเพื่อฝึกฝนกระดูกของเจ้าบางทีเจ้าอาจจะได้เข้าสู่การทดสอบอุปสรรคสองขั้นแรกไปแล้ว แต่ตอนนี้คงได้แต่รอรอให้เจ้าเข้าถึงขั้นยุทธ์ระดับห้าเสียก่อน ข้าจะพาเจ้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นเป็นสำนักของแม่ของเจ้า! แต่เจ้ามีเวลาเพียงสามปีเท่านั้นภายในสามปีหากยังเข้าถึงขั้นยุทธ์ระดับห้าไม่ได้ เจ้าก็คงต้องอยู่ที่นี่อยู่ในแคว้นอู่ตลอดไป”

            “สำนักของท่านแม่?” ฉินอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้ว่าตระกูลฉินไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เขาเห็นและแม่ของเขาก็ดูเหมือนจะไม่ใช่สาวใช้อย่างที่คนอื่นพูด

            ฉินจ้านมองดูฉินอวี่ระหว่างคิ้วของเขาย่นลงอย่างสงสัย เขาให้ความสนใจกับบุตรชายคนที่สามอย่างฉินอวี่อยู่ครู่หนึ่งโดยปกติแล้ว หากต้องเผชิญหน้ากับตนเองเขาจะต้องตัวสั่นเทาไปแล้ว แต่ในครั้งนี้สีหน้ากลับไม่เปลี่ยนแปลง และยังมีท่าทางที่สงบด้วย

            หรือว่า... เขาจะโตขึ้นแล้วจริงๆ?

            ในตอนนี้ ฉินจ้านก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาในทันที

            “ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเจ้าไม่นึกถึงเรื่องของแม่เจ้าเลยหรือ?” ฉินจ้านกล่าว

            ฉินอวี่ตกตะลึงเงาร่างอันสง่างามร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในใจของเขาความประทับใจที่ลึกซึ้งที่สุดคือดวงตาที่แสนอ่อนโยนคู่นั้น

            “ท่านแม่...” ฉินอวี่พึมพำ

            อาจจะเป็นเพราะผลกระทบจากความทรงจำของฉินอวี่ในใจของฉินอวี่จึงค่อยๆ เจ็บปวดขึ้นเล็กน้อย ในอดีตเขาเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีความทรงจำที่เกี่ยวกับพ่อแม่เลยแม้แต่น้อยและในตอนนี้เมื่อได้ยินถึงเรื่องของผู้เป็นแม่ และดวงตาแสนอ่อนโยนคู่นั้นที่หวนนึกถึงความสงบของฉินอวี่ก็เหมือนถูกโยนก้อนกรวดก้อนหนึ่งลงมา จนเกิดระลอกคลื่น

            “ช่างมันเถอะมีบางเรื่องที่รอให้เจ้าฝึกฝนได้สำเร็จ เจ้าก็จะรู้ได้เอง ไปเถอะ”ฉินจ้านพูดอย่างเคร่งขรึม และในตอนนี้ เขาดูเหมือนจะแก่ลงไปไม่น้อย

            ฉินอวี่เหลือบมองไปที่ฉินจ้านก่อนหันหลังกลับออกไป

            เมื่อฉินอวี่ก้าวออกจากธรณีประตูไปเสียงของฉินจ้านก็ดังขึ้น “เดี๋ยวก่อน”

            “นี่เป็นของที่แม่ของเจ้าทิ้งไว้ถ้าเจ้าสามารถสำเร็จได้ก่อนจะเข้าร่วมการชุมนุมบางทีอาจจะได้ไปสำนักแม่ของเจ้าก่อนก็ได้” ฉินจ้านกล่าวช้าๆ

            ฉินอวี่หยุดครู่หนึ่งก่อนหันกลับมา แต่กลับเห็นแผ่นไม้ไผ่ลอยเคว้งอยู่ข้างหน้าตนเองฉินอวี่เหลือบมองไปที่ฉินจ้านด้วยความประหลาดใจ ของที่ลอยอยู่ได้เช่นนี้ขั้นต่ำสุดก็มีเพียงคนขั้นปราณเสถียรเท่านั้นที่สามารถทำได้แม้แต่คนระดับขั้นยุทธ์ระดับเก้าอย่างฉินจ้านก็ไม่สามารถทำได้ นอกเสียจากฉินจ้านจะปกปิดพลังเอาไว้ซึ่งแม้แต่ตนเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน

            เมื่อจ้องมองไปที่แผ่นไม้ไผ่เขาพบว่ามีตัวอักษรเล็กๆ ถูกแกะสลักอย่างหนาแน่นเรียงอยู่บนชิ้นไม้ไผ่แต่เมื่อมองเห็นอักขระห้าตัวบนแผ่นไม้ไผ่ ฉินอวี่ก็เหมือนถูกฟ้าผ่า

            “วิชายุทธ์ว่านจ้ง (ชุดที่หนึ่ง)”

            “ความแข็งแกร่งสามารถทำลายภูเขาได้หากพลังถูกสะสมได้ครบทั้งหมื่นระดับ จะสามารถทำลายฟ้าสังหารจักรพรรดิได้...”

            คำพูดและคำที่คุ้นเคยอย่างไม่รู้จะคุ้นเคยอย่างไรอีกทำให้ฉินอวี่ตกอยู่ในภวังค์ และหวนคืนสู่คืนนั้นเมื่อหลายปีก่อน...

            นี่คือว่านจ้ง! นี่คือวิชายุทธ์ว่านจ้งที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้น

            มันต้องใช่แน่ๆ ไม่ผิดอย่างแน่นอน!

            หากจะพูดถึงหัวข้อบรรยายของกลวิญญาณอื่นอาจเป็นไปได้ที่จะมีความคล้ายกันโดยบังเอิญแต่สำหรับวิชายุทธ์ว่านจ้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนเป็นเพราะคำพูดที่กล่าวไว้ว่า “ทำลายฟ้าสังหารจักรพรรดิ”นี่คือคำที่ฉินอวี่เป็นผู้คิดเปลี่ยนแปลงสร้างขึ้นมา

            ในตอนที่สร้างวิชายุทธ์ว่านจ้งขึ้นมาเดิมแล้วฉินอวี่คิดจะใช้ทำลายฟ้าแยกผืนดินแต่ด้วยความเลือดร้อนอย่างไม่มีสิ้นสุดของเขา เขารู้สึกว่าพลังของว่านจ้งสามารถสังหารจักรพรรดิได้ดังนั้น เขาจึงเปลี่ยนจาก “ผืนดิน” เป็น “จักรพรรดิ” อย่างไม่รู้ตัว

            หวังชิง?

            ในความคิดของฉินอวี่ปรากฏภาพของคนร่างผอมบางคนหนึ่งขึ้นมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้เขามีใบหน้าที่เยาว์วัยแต่มากประสบการณ์

            เขาชื่อว่า หวังชิง

            เขาคือหนึ่งในเด็กสองคนที่เติบโตมากพร้อมกับฉินอวี่หลังจากที่ฉินอวี่ได้รับพิษไปไม่นานนัก เขาได้สร้างวิชาลับลำดับที่สองออกมานั่นก็คือวิชายุทธ์ว่านจ้งนี้ และมอบให้กับหวังชิง

            “หวังชิงหรือ?”

            หลังจากนั้น จู่ๆฉินอวี่ก็จำหนึ่งในบันทึกเกี่ยวกับสำนักยุทธ์ว่านจ้ง ในตำราเล่มหนึ่งที่เขาอ่านเจอในหอตำราของตระกูลฉินขึ้นมาได้

            “สำนักยุทธ์ว่านจ้ง นับตั้งแต่ฟ้าดินแตกสลายและเสี่ยตี้ได้รวมตัวฟ้าดินอีกครั้ง แดนซิงเฉินหนึ่งในสำนักระดับบนสุดด้วยเหตุจากการสูญเสียวิชาเซียนของสำนัก จนค่อยๆ ตกต่ำลงจึงได้มาตั้งรกรากที่เขตแดนฟ้าชิงเหลียน”

            “มีข่าวลือว่ามีม้วนภาพวาดลึกลับอยู่ในหอบรรพชนของสำนักยุทธ์ว่านจ้ง...บนม้วนภาพมีรูปคนมองดูผืนดวงดาวอันกว้างใหญ่บางคนกล่าวว่าคนผู้นี้เป็นภาพเหมือนตนเองของปฐมาจารย์หวังชิงและมีบางคนกล่าวกันว่าคนผู้นี้คือผู้ชี้ทางของท่านปฐมาจารย์...”

            แต่ละคำพูดที่เกี่ยวข้องกับสำนักยุทธ์ว่านจ้งนั้นปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่องในจิตใจของฉินอวี่

            ฉินอวี่กำแผ่นไม้ไผ่แผ่นนั้นไว้แน่นและร่างกายของเขาก็สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

            หวังชิง สำนักยุทธ์ว่านจ้ง!

            ฉินอวี่ปิดตาแน่น หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่สับสนอย่างยิ่ง

            อดีตศัตรูกลายเป็นปีศาจผู้ยิ่งใหญ่อดีตน้องสาวกลายเป็นเสี่ยตี้ และอดีตเด็กชายกลายเป็นปฐมาจารย์...

            และสิ่งเหล่านี้ ได้กลายเป็นอดีตอันไกลแสนไกลดูเหมือนว่าทุกสิ่งจะเป็นเพียงความฝัน

            ในขณะนี้ ฉินอวี่รู้สึกถึงความเหงาที่อธิบายไม่ถูกเขายังคงตกใจอยู่กับอดีตของตนเองแต่เขาไม่อยากที่จะกลับชาติมาเกิดอย่างลึกลับน่าแปลกใจเช่นนี้

            และทั้งหมดนี้ราวกับว่ามีมือใหญ่ที่มองไม่เห็นกำลังควบคุมมันมารดาที่กลับชาติมาเกิดคือคนของสำนักยุทธ์ว่านจ้งและวิชายุทธ์ที่ตนเองเป็นผู้สร้าง ก็ยังกลับมาตกอยู่ในมือของตนเองหลังจากผ่านเวลามาหลายร้อยปี

            ฉินจ้านกำลังนั่งมองด้วยความประหลาดใจสีหน้าของฉินอวี่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ในสายตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

            เขารับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของฉินอวี่และเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความตกใจ ความโกรธ ความแค้น... และความเหงาจากการแสดงออกของลูกชายตนเอง

            ในขณะนี้ ฉินจ้านก็ตระหนักว่าในฐานะผู้เป็นพ่อเขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับลูกชายที่ดูธรรมดาของเขาเลย

            เป็นเพราะตนเองไม่ใส่ใจลูกหรือ?

            หรือว่า...

            หลังจากนั้นไม่นาน

            ฉินอวี่รู้สึกตัวกลับมาความคิดภายในใจของเขาถูกระงับไว้ทั้งหมด เขาเหลือบมองไปที่ฉินจ้านและพูดอย่างเรียบเฉย “ข้ารู้แล้ว” หลังจากพูดจบ เขาก็หันหลังกลับออกไป

            กลับมาถึงที่พำนักก็เป็นเวลาเย็นเสี่ยวเถาและเสี่ยวฮวาเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่ออยู่ที่ประตูลานเล็กๆเมื่อเห็นร่างของฉินอวี่ ทั้งสองคนจึงรีบวิ่งเข้าไปทันที

            “คุณชายสามไปไหนมา”

            “คุณชายสาม...”

            ฉินอวี่ชำเลืองมองทั้งสองคน และพูดอย่างใจเย็น “ในระยะเวลาครึ่งเดือนนี้ไม่อนุญาตให้ใครก็ตามเข้าใกล้ที่พำนักของข้า ไม่ว่าจะเรื่องอะไรให้รอจนกว่าข้าออกจากการฝึกค่อยว่ากันอีกครั้ง!” หลังจากพูดจบฉินอวี่ก็เดินเข้าห้องและปิดประตูทันที โดยไม่รอคำตอบของสาวใช้ทั้งสองคน

            “นี่... สามคุณชายสามกำลังคิดจะทำอะไร?”เสี่ยวเถาและเสี่ยวฮวาหันมองหน้ากัน

            “เสี่ยวเถา... ข้ารู้สึกกลัวนิดหน่อยคุณชายสามคงไม่ได้รับการกระตุ้นจริงๆ หรอกนะ... ได้ยินมาว่า... คนเช่นนี้น่ากลัวยิ่งนัก...”

            ภายในห้อง

            ฉินอวี่หยิบศิลาวิญญาณระดับล่างหนึ่งร้อยก้อนออกมาจากวงแหวนมิติจากนั้นจึงวางรูปแบบค่ายกลอย่างง่ายไว้สองชุด ชุดแรกเป็นค่ายกลรวมวิญญาณอีกชุดหนึ่งคือค่ายกลป้องกัน ค่ายกลป้องกันนี้มีการป้องกันผลของเสียงและความร้อนแม้ว่าทั้งสองค่ายกลจะดูธรรมดาเรียบง่ายแต่นอกเหนือจากจะเป็นผู้ฝึกตนขั้นปราณเสถียรแล้วไม่ว่าเป็นผู้ฝึกตนขั้นยุทธ์ระดับใดก็ไม่สามารถจะทำลายมันได้

            ในตอนที่อยู่ในหอตำราสำนักเทียนฉีฉินอวี่อ่านหนังสือครอบคลุมทุกประเภท ตราบใดที่มีอยู่ในหอตำราเขาล้วนแต่จดจำได้เกือบทั้งหมดแล้วดังนั้น ค่ายกลเวทที่ดูเรียบง่ายทั้งสองชุดนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา

            หลังจากนั้นฉินอวี่ก็หยิบกระถางสามขาขนาดใหญ่สีครามออกมาหนึ่งใบ ซึ่งกระถางสามขาขนาดใหญ่นี้เป็นเตาปรุงยาที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดบนเตาปรุงยาสลักอักขระสวรรค์เอาไว้เพลิงพิสุทธิ์ก็จะปรากฏออกมาทันทีเพียงถูกกระตุ้น

            ต้องบอกเลยว่า เพื่อการปรับแต่งกระดูกในครั้งนี้ฉินอวี่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากแม้แต่น้ำที่ใช้ต้มวัตถุดิบก็ยังต้องใช้น้ำวารีวิญญาณระดับสูง

            ขณะที่เติมวารีวิญญาณไปในเตาปรุงยาฉินอวี่ได้เปิดการใช้งานของอักขระสวรรค์บนเตาปรุงยาด้วยพลังวิญญาณที่ส่องประกายอยู่ในศิลาวิญญาณจากนั้นเปลวไฟสีครามก็ห่อหุ้มไปทั่วทั้งเตาปรุงยา ไม่นานนักวารีวิญญาณในเตาปรุงยาก็เดือนพล่านขึ้นมา

            ฉินอวี่นำวัตถุดิบยาทั้งหมดออกมาและใส่ลงไปในเตาปรุงยาทีละอย่าง เพียงแต่ยังมีวัตถุดิบยาอีกหลายอย่างที่ฉินอวี่ไม่ได้ใส่เข้าไป และเหตุผลที่เขาซื้อวัตถุดิบยาที่ไม่ได้ใช้มาด้วยก็เพื่อสร้างความสับสนให้กับจื่อซวินเอ๋อ

            ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม

            วัตถุดิบยาหลายชนิดก็ถูกต้มจนกลายเป็นส่วนผสมยาที่เหนียวหนืด

            ฉินอวี่ยังไม่ได้เข้าไปในเตาปรุงยาได้แต่นั่งรอเวลาต่อไป

            หนึ่งชั่วยามต่อมา

            หลังจากที่อุณหภูมิของส่วนผสมยาเดือดลดลงครึ่งหนึ่งฉินอวี่จึงเข้าไปนั่งในเตาปรุงยาด้วยอาการสงบนิ่ง

            ขณะที่เขากำลังนั่งลงสีหน้าของฉินอวี่ก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เลือดบนใบหน้าของเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็วและถูกแทนที่ด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว

            พลังโอสถที่พลุ่งพล่านได้ถ่ายเข้าไปทั่วร่างกายผ่านทุกรูขุมขนราวกับงูแห่งจิตวิญญาณสร้างความเจ็บปวดที่รุนแรงราวกับลูกธนูนับหมื่นแทงทะลุหัวใจ

            ฉินอวี่กัดฟันแน่น เหงื่อไหลออกจากหน้าผากอย่างไม่ขาดสายยาน้ำที่เย็นอยู่แต่เดิมกลับเดือดพล่านดั่งกำลังถูกต้มในน้ำร้อน...

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】 ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810