การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง!

    050 หอพักแสนวิเศษ

      

      หลังจากที่ทั้งสองคนทานมื้อค่ำด้วยกันเสร็จเรียบร้อย ก็มุ่งหน้าไปยังหอพักของมีอาทันที นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ดันเต้ได้มาเหยียบตึกหอพักของวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุ

      

      หลังจากลงทะเบียนง่ายๆ กับผู้ดูแลหอพักเสร็จแล้ว ดันเต้ก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างในได้ โครงสร้างโดยรวมของตึกไม่ได้ต่างจากหอพักของวิทยาลัยอัศวินมากนัก จะต่างก็แค่การจัดวางพวกร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะเท่านั้น

      

      “พวกเราจะไม่บังเอิญไปเจอองค์หญิงอลิซใช่ไหม?”

      

      ดันเต้ถามขึ้นขณะที่กำลังเดินไปตามโถงทางเดิน

      

      มีอาเป็นนักศึกษาปีที่ 2 แถมยังเคยบอกว่าตัวเองพักอยู่ห้องติดกับอลิซเลยด้วย ไม่แน่ว่าเดี๋ยวพวกเขาอาจจะเดินสวนกันก็ได้ ถ้าอลิซเห็นว่าเพื่อนซี้ของเธอพาดันเต้เข้าห้องล่ะก็ สีหน้ายัยนั่นต้องดูไม่จืดแน่ๆ

      

      มีอา: “วางใจเถอะ ตอนนี้อลิซอยู่ที่ห้องสมุดน่ะ ช่วงไม่กี่วันนี้ยัยนั่นคงจะขยันเป็นพิเศษเลยล่ะ ก็นะ ถึงปกติจะเป็นเด็กเรียนอยู่แล้วก็เถอะ”

      ดันเต้: “เธอมั่นใจนะ?”

      มีอา: “เชื่อมือเถอะ ฉันรู้จักอลิซดีจะตาย”

      ดันเต้: “งั้นก็ดีแล้ว”

      มีอา: “ทำไมฉันรู้สึกเหมือนนายแอบผิดหวังยังไงก็ไม่รู้?”

      ดันเต้: “จะ...จะเป็นแบบนั้นได้ไงกันล่ะ”

      

      มีอายิ้มขำออกมาเบาๆ แล้วไม่ได้จ้องจับผิดสีหน้าของดันเต้ต่อ ช่วงเวลานี้ไม่ค่อยมีนักศึกษาหญิงเดินพลุกพล่านตามโถงทางเดินมากเท่าไหร่นัก และการที่มีผู้ชายมาเยี่ยมหอพักก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

      

      เพราะยังไงเหล่านักศึกษาจากวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุก็ต้องทำวิจัยวิชาการกันอยู่แล้ว ต่อให้เป็นช่วงเวลาพักผ่อน ก็มักจะมีเพื่อนนักศึกษามาหาที่ห้องเพื่อถกปัญหาในบทเรียนกันเป็นประจำ

      

      แต่ปัญหาคือดันเต้ดันเด่นเกินไปเนี่ยแหละ ก็นะ...ช่วงนี้เขากำลังโด่งดังจนใครๆ ต่างก็พูดถึงนี่นา เพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดข่าวลือเสียหาย มีอาเลยพาดันเต้เดินอ้อมไปอีกทางแทน ดูเหมือนว่าเธอจะมีความสามารถในการตรวจจับว่ามีคนอยู่แถวนี้หรือไม่ได้อย่างแม่นยำ

      

      ดันเต้เลยเดินตามเธอไปได้ยาวๆ โดยไม่เจอใครเลย จนกระทั่งถึงหน้าห้องพักของมีอา เมื่อมีอาเปิดประตูเข้าไป ดันเต้ก็ได้เห็นสภาพภายในหอพักหญิงเสียที

      

      โครงสร้างห้องก็คล้ายๆ กับห้องของดันเต้นั่นแหละ แถมยังจัดได้สะอาดกริ๊บดูเป็นระเบียบสุดๆ ดูท่าว่านิสัยการใช้ชีวิตของมีอาจะคล้ายกับเขาเลยแฮะ

      

      “เชิญเข้ามาสิ”

      

      มีอาส่งสัญญาณให้ดันเต้เข้าห้อง ก่อนจะรีบตามเข้ามาแล้วปิดประตูลง

      

      จากนั้นเธอก็เริ่มคุ้ยหาอะไรบางอย่างในชั้นวางรองเท้าตรงโถงทางเข้า

      

      “อืม รองเท้าแตะของฉันมันเล็กไปหน่อย ไว้ครั้งหน้าฉันจะเตรียมรองเท้าของนายไว้ให้แล้วกันนะ”

      

      มีอาหาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบรองเท้าแตะผ้าที่ดูหลวมที่สุดออกมาวางไว้บนพื้น

      

      ซึ่งดันเต้น่าจะพอใส่ถูไถไปได้

      

      “ครั้งหน้า?”

      

      ดันเต้แอบงงเล็กน้อย

      

      นี่เขาต้องกลายเป็นแขกประจำไปแล้วเหรอเนี่ย?

      

      “ใช่สิ เดี๋ยวพวกแก้วแปรงฟัน ผ้าขนหนู และของใช้อื่นๆ ฉันจะเตรียมไว้ให้นายอีกชุดหนึ่งด้วยนะ”

      

      “เดี๋ยวๆ ยิ่งพูดยิ่งแปลกไปใหญ่แล้ว ที่ผมสงสัยคือ...ผมต้องมาที่นี่บ่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?”

      

      “แล้วนายคิดว่าจะมีห้องแล็บที่ไหนดีไปกว่าที่นี่อีกล่ะ?”

      

      มีอาพาดันเต้เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น แล้วเปิดประตูห้องเก็บของออก

      

      สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของดันเต้ก็คือ ห้องแล็บปรุงยาขนาดเล็กที่มีฟังก์ชันครบครัน ไม่แพ้ห้องแล็บของสถาบันเลย แถมยังมีอุปกรณ์สร้างการ์ดขั้นพื้นฐานอีกด้วย

      

      ถ้าเทียบกับห้องเรียนปรุงยาแล้ว ห้องแล็บของมีอาดูจะตอบโจทย์ความต้องการของสองปรมาจารย์ด้านพิษอย่างพวกเขามากกว่า ที่นี่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง แถมไม่มีใครมารบกวนอีกต่างหาก ชัดเจนเลยว่านี่คือสถานที่วิจัยที่แจ่มที่สุดสำหรับพวกเขา

      

      “ถ้าเธอไม่รังเกียจ ผมก็ไม่มีปัญหาครับ”

      

      สายตาของดันเต้เหมือนโดนห้องแล็บนั่นสะกดไว้เรียบร้อยแล้ว ผ่านไปครู่หนึ่งถึงค่อยหันกลับมามองที่มีอา

      

      ห้องแล็บดีๆ แบบนี้ มีหรือที่เขาจะไม่ชอบ ส่วนการร่วมงานกับมีอาก็ถือว่าแฮปปี้ดี ถึงยัยนี่จะมีความประหลาดติดตัวอยู่บ้าง แต่โดยรวมก็โอเคเลย ส่วนมีอายังคงส่งยิ้มหวานให้เขา ดูเหมือนเธอจะเดาใจดันเต้ไว้อยู่แล้ว

      

      “จะรับชาหรือกาแฟดีล่ะ?”

      

      มีอาเดินไปทางเคาน์เตอร์ครัวแล้วเอ่ยถาม

      

      “กาแฟแล้วกันครับ”

      

      “อื้ม”

      

      ผ่านไปไม่กี่นาที กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟก็ลอยอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น มีอาชงกาแฟให้ดันเต้อย่างเชี่ยวชาญ แล้วนำมาวางไว้บนโต๊ะรับแขกตรงหน้าเขา ดูทรงแล้วเธอน่าจะชินกับการต้อนรับแขกพอสมควร สงสัยอลิซคงจะมาหาที่ห้องบ่อยๆ แน่

      

      “งั้นฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ”

      

      หลังจากวางถาดลง มีอาก็แกะหนังยางรัดผมออกพลางยิ้มให้ดันเต้

      

      “ครับ”

      

      ดันเต้ไม่รู้จะออกความเห็นยังไงดี ความรู้สึกของเขามันบอกว่าแปลกๆ ยังไงชอบกล แต่มันก็ไม่ได้ผิดอะไรละมั้ง...ก็นะ บางคนก็ติดนิสัยกลับบ้านมาปุ๊บต้องอาบน้ำเป็นอย่างแรกหลังจากเลิกงานมาทั้งวัน

      

      มีอาแค่ยิ้มขำ ไม่ได้ชวนคุยต่อแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

      

      “......”

      

      ดันเต้มองถ้วยกาแฟพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะยกขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์

      

      ผ่านไปประมาณ 10 กว่านาที ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก หลังจากชำระล้างร่างกายเสร็จ มีอาดูท่าทางอารมณ์ดีไม่น้อย ในตอนนี้เธอเปลี่ยนมาใส่ชุดนอน เธอดูสดใสอย่างมาก

      

      “เฮ้อ สบายตัวจัง ดันเต้ นายอยากจะอาบน้ำก่อนเริ่มการทดลองไหม?”

      

      “ไม่ล่ะครับ ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่”

      

      พวกเขากำลังจะทำ การทดลองแบบจริงจัง กันนะ

      

      ตอนนี้ดันเต้แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะสานต่องานวิจัยที่ค้างไว้ในห้องเรียนแล้ว

      

      “งั้นรอฉันแป๊บนึงนะ แล้วเราค่อยเข้าห้องแล็บกัน”

      

      มีอานั่งลงบนโซฟาพลางหวีผมไปด้วย ท่าทางของเธอดูผ่อนคลายและขี้เกียจสุดๆ

      

      ชุดนอนของเธอหลวมกว่าชุดนักศึกษาเยอะเลย กลิ่นหอมจากตัวเธอผสมกับไอน้ำอุ่นๆ ลอยมาเตะจมูกดันเต้เข้าอย่างจัง

      

      “กาแฟรสชาติดีมากครับ ไว้คราวหน้าผมจะขอลองชิมชาด้วยความซาบซึ้งใจแล้วกันนะ”

      

      ดันเต้พูดพลางเอนหลังพิงโซฟา

      

      “โฮ่ๆ นายเลิกระแวงฉันสนิทใจเลยสินะ ทั้งที่ตอนแรกระวังตัวแจอยู่เลยแท้ๆ”

      

      มีอามองถ้วยกาแฟที่ดันเต้ดื่มจนหมดแล้วยิ้มออกมา

      

      “ก็ใช่มั้ยล่ะ เพราะเธอทั้งดูอันตรายและลึกลับ แต่ในเมื่อผมเลือกที่จะคบเธอเป็นเพื่อนแล้ว ผมก็จะเชื่อใจเธอในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง”

      

      ดันเต้มองไปที่มีอา แววตาของเขาเริ่มมีรอยยิ้มมากขึ้นเมื่อเทียบกับตอนแรก

      

      คำพูดนั้นทำให้มีอาถึงกับอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

      

      “นายนี่ใจกว้างจริงๆ ฉันมองคนไม่ผิดจริงๆ ด้วย ไปกันเถอะ ไปลุยคืนนี้ให้สุดเหวี่ยงกัน!”

      

      ไม่นานเธอก็ขยับเข้ามาใกล้ดันเต้อีกนิด พร้อมกับยิ้มแล้วตบไหล่เขาเบาๆ

      

      “อย่าพูดเรื่องงานวิชาการให้มันดูน่าขนลุกแบบนั้นสิครับ”

      

      หลังจากคุยเล่นกันสั้นๆ ทั้งสองคนก็เดินเข้าห้องแล็บและปิดประตูลง

      

      ...

      

      ทั้งสองช่วยกันวิจัยยาต้านยาถอนพิษสำหรับพิษชนิดใหม่ที่คิดค้นในห้องเรียน พร้อมกับแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องการ ต้านยาถอนพิษ และ ต้านการชำระล้าง

      

      “จริงสิ การ์ดเวทมนตร์กับดักหนามพิษของนาย คิดวิธีปรับปรุงได้หรือยัง?”

      

      มีอานึกถึงการ์ดที่ดันเต้เคยใช้ในโรงเรียนปีศาจขึ้นมาได้ ซึ่งมัเป็นการ์ดที่เธอสนใจมากที่สุด

      

      ดันเต้ส่ายหัว

      

      “ถึงผมจะลองเพิ่มวงจรเวทมนตร์เพื่อบล็อกเวทมนตร์ชำระล้างระดับ 2 ไปแล้ว แต่มันก็ยังกันพวกเวทชำระล้างระดับสูงไม่ได้อยู่ดี นี่แหละจุดอ่อนร้ายแรงของเวทสายพิษ ผมละเกลียดพวกไอ้พวกเวทชำระล้างพวกนี้จริงๆ”

      

      เขาดูจะแค้นฝังหุ่นกับพวกที่ใช้เวทชำระล้างเอามากๆ

      

      “ดันเต้ นายเคยคิดอยากจะสร้างเวทสายพิษที่ไม่มีเวทมนตร์ชำระล้างระดับไหนแก้ได้เลยบ้างไหม?”

      

      “แน่นอนสิครับ นั่นมันความฝันของพวกเราเลยไม่ใช่เหรอ? แต่ต่อให้ฝีมือผมจะเทพแค่ไหน ก็สร้างของที่ขัดกับหลักการพื้นฐานขนาดนั้นออกมาไม่ได้หรอก”

      

      เมื่อได้ยินคำตอบของดันเต้ มีอาก็พยักหน้าเห็นด้วย

      

      จากนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า

      

      “จริงๆ แล้ว ฉันมีไอเดียอยู่อย่างหนึ่งนะ ถ้าเราทำสำเร็จล่ะก็ บางทีเราอาจจะสร้างพิษที่เวทมนตร์ชำระล้างระดับไหนก็ล้างไม่ออกเลยก็ได้”

      

      ทันทีที่มีอาพูดจบ สายตาของดันเต้ก็พุ่งตรงไปที่เธอทันที จนถึงขั้นวางขวดยาในมือลงเลยทีเดียว

      

    คล้ายกับเรื่องการ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง! ที่คุณอ่าน