จอกที่ 2 อีกด้านหนึ่งของเหรียญ

แต่เดิมผมเป็คนที่ชอบศึกษาและเรียนรู้ จวบจนถึงบัดนี้ล่วงเข้าสู่วัยกลางคนแล้วก็ยังรักใคร่ในการศึกษาหาความรู้อยู่เช่นเดิม แม้ว่าผมจะอ่าน เรียน ฟัง ค้นคว้ามาทั้งชีวิตแต่ผมก็กลับรู้สึกว่าผมยังมีเื่ที่ไม่รู้อยู่มากมาย จริงๆแล้วรู้สึกว่าความไม่รู้มันจะมีมากกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ (ประมาณว่ายิ่งเรียนยิ่งโง่) แต่ถึงผมจะโง่งมปานใดก็ตาม ผมก็ยังเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาน้อยนิดว่า……ทุกสิ่งในสากลโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีสองด้านเสมอ
ยกตัวอย่างง่ายๆ คนทุกคนบนโลกล้วนแล้วแต่้าให้ทุกคนยอมรับ ้าคำชมเชย ้าความนับหน้าถือตาและการที่เราจะเป็แบบนั้นได้ เราก็ต้องแสดงความสามารถบางประการอันโดดเด่นออกมาให้คนอื่นเห็นหรือแสดงความดีของตนเองให้ผู้คนประจักษ์
ดังนั้นพวกเราก็มักจะเห็นการทำความดีหรือการแสดงตนว่าเป็คนดีอย่างเอกอุจากหลายผู้หลายคนอยู่เสมอ บางคนอาจเถียงว่าคนที่ปิดทองหลังพระก็ยังมีนี่นา ผมก็ไม่เถียงว่าไม่จริงซักหน่อยแต่ถามนิดหนึ่งเถอะว่าคนที่ชอบปิดทองหลังพระ ทำดีโดยไม่หวังความชอบ มันจะมีซักกี่คนบนโลกใบนี้
เมื่อเป็เช่นนี้เราก็เลยจะพบแต่คนดีๆในสังคมโลกอยู่เสมอ ซึ่งโดยเนื้อแท้มันก็น่ายินดีเพราะไม่ว่าจะเป็ความดีแบบไหน ถ้ามันทำประโยชน์แก่สังคมได้ก็ย่อมที่จะน่าสรรเสริญทั้งสิ้น แต่ถึงกระนั้นผมยังคงเคลือบแคลงกับบางสิ่งบางอย่างในตัวของมนุษย์อยู่……
สิ่งที่ผมเคลือบแคลงก็คือ…..ถ้ามนุษย์มีแต่ความดีในจิตใจและชอบทำแต่ประโยชน์สุขให้แก่สังคมจริง ทำไมวันๆหนึ่งถึงต้องมีข่าวที่แปลกประหลาดและพิกลพิการออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่นเมื่อไม่นานมีข่าวคนๆหนึ่งทำการทารุณสัตว์เพียงเพราะติดอกติดใจในลัทธิบูชาความรุนแรงแบบญี่ปุ่น และถ้ามองย้อนหลังในอดีตก็มีเหตุการณ์มากมายในประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ถึงความทารุณกรรมและความวิปริตในจิตใจของมนุษย์อาทิเช่น การทรมานเชลยศึกในาโลกครั้งที่สอง การทำาล้างเผ่าพันธุ์ของชาติต่างๆ ยังมีเหตุการณ์ที่ใกล้ตัวของเราอีกหนึ่งซึ่งเป็เหตุการณ์ที่เราไม่อยากรื้อฟื้นเป็อย่างยิ่งนั่นก็คือ….เหตุการณ์สังหารหมู่ 9 ตุลาคม 2519 ที่มหาลัยธรรมศาสตร์ แต่เอาเข้าจริงๆครั้งที่ะเืจิตใจของผมมากที่สุดน่าจะหนีไม่พ้นเหตุการณ์สังหารเชลยศึกที่นานกิงหรือที่เรียกอีกชื่อว่า…RapeOf Nanking
เหตุการณ์ในครั้งนั้นคือเหตุการณ์ที่ทหารชาวญี่ปุ่นบุกเข้ายึดนานกิง ซึ่งเป็เมืองหลวงของจีนที่มีประชาชนหลักแสนอาศัยอยู่ แม้ว่าตามกลศึกาจะจำเป็ที่ต้องลดจำนวนเชลยศึกก็ตาม แต่การสังหารผลาญชีวิตคนจำนวนนับแสนในครั้งนั้นล้วนแล้วแต่พิสดารและวิปริตจนเกินที่จะรับได้ ยกตัวอย่างเช่น การคว้านท้องเหยื่อเป็ๆ ควักเครื่องใน เฉือนอวัยวะทีละชิ้น จับแยกชิ้นส่วน ที่เลวร้ายสุดๆและเป็อาหารจานหลักของทหารญี่ปุ่นก็คือ…..การข่มขืน
อย่างเบาๆและทรมานน้อยที่สุดของการประหัตปะากันด้วยวิธีนี้ก็คือ…..การเรียงคิวจนเหยื่อขาดใจตาย ที่เลวร้ายขึ้นมาหน่อยก็คือการทารุณทางเพศด้วยวิธีต่างๆอันไม่อาจนำมาจาระไนในที่นี้ได้ บางครั้งก็มีการทรมานจิตใจของเหยื่อด้วยการบังคับให้พ่อข่มขืนลูก ลูกข่มขืนแม่ พี่ข่มขืนน้อง หลังจากนั้นพวกทหารญี่ปุ่นก็จะมอบความตายให้กับพวกเขา แน่นอนว่าเหยื่อสาวที่ต้องพบกับมหันตภัยนี้ก็คืุ์เพศหญิงทุกวัย
ท่านฟังไม่ผิดหรอกครับ เพศหญิงทุกวัยจริงๆที่ต้องพบเจอกับชะตากรรมที่เลวร้ายแบบนี้ ั้แ่เด็กน้อยยันหญิงชรารุ่นย่า รุ่นยายล้วนแล้วแต่ถูกทารุณกรรมทางเพศก่อนจะโดนสังหารทั้งสิ้น เอาจริงๆผมว่าใครก็ตามที่ตายได้โดยเร็วก็นับว่าโชคดีนะครับ เพราะเขาจะได้ไม่ต้องผจญกับความอัปยศที่แสนวิปริตของทหารญี่ปุ่นเป็เวลายาวนานนัก
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คนในนานกิงตายไปถึงสามแสนคน (ตามการประเมินของรัฐบาลจีน) หลังอ่านเื่ราวความบ้าคลั่งในครั้งนี้จากหลายแหล่งที่มาจบ ผมสรุปได้ว่า…ถ้าเราประเมินจากความเป็จริงโดยที่ไม่อิงต่อเมตตาธรรมหรือคุณธรรมใดๆ ก็เป็อันสมควรและต้องด้วยการศึกา คุณลองคิดดูซิ ถ้าทหารญี่ปุ่นไม่ทำเช่นนี้ กองทัพจะมีเสบียงเพียงพอให้กับเชลยศึกจำนวนหลายแสนกระนั้นหรือ ไหนจะในเื่การต่อต้านจากเชลยศึกรักชาติที่รวมตัวกันอยู่เป็จำนวนมากอีก เพื่อความอยู่รอดของกองทัพจึงจำเป็ต้องทำเช่นนี้ แต่ก็มีคำถามตามเข้ามาว่า……..ถ้าจำเป็ต้องฆ่า ทำไมต้องฆ่าเชลยศึกเ่าั้ด้วยวิธีการที่เหี้ยมโหดและวิปริตแบบนี้เล่า ทำไมไม่ฆ่าไปเลยให้รวดเร็วชนิดที่ไม่ต้องให้เขาทรมานล่ะ
ผมเคยฟังนักจิตวิทยาและนักประวัติศาสตร์หลายคนวิเคราะห์เกี่ยวกับเื่นี้ ผมจึงผนวกปมความคิดได้ว่าสาเหตุที่เหล่าทหารญี่ปุ่นทำอุบาทว์แบบนี้เป็เพราะความโกรธแค้นที่เพื่อนฝูงพี่น้องต้องตายในการศึกา ประกอบกับมีคำสั่งโดยตรงจากผู้บังคับบัญชา พวกทหารเ่าั้จึงสามารถปัดความผิดชอบชั่วดีออกจากจิตใจและกระทำการดุจดังปีศาจร้ายแบบนั้นได้
ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่เมื่อถึงตอนนี้มันทำให้ผมสงสัยแล้วว่าเื้ัคุณงามความดีและขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของพวกเรามันน่าจะมีอะไรเคลือบแฝงอยู่ ซึ่งในวันนี้ผมอาจจะยังมิอาจมองเห็นเงามืดนั้นได้ถนัดชัดเจนนักแต่ก็ไม่ถึงกลับมองไม่เห็นเลย ในบางขณะผมเองก็ยังรู้สึกถึงมันได้เลย มันเหมือนปีศาจร้ายที่เราเก็บซ่อนไว้ข้างในเนื่องด้วยพวกเราเกือบทุกคนถูกอบรมสั่งสอนมาแต่เล็กแต่น้อยว่าไม่ควรกระทำในสิ่งที่ปีศาจร้ายตนนั้น้า แต่ถ้าวันหนึ่งวันใดเราลองสงบจิตใจแล้วนิ่งฟังเสียงหัวใจของตัวเองให้ดี เราก็จะพบว่ามันมักจะมีเสียงกระซิบที่แ่เบาจากปีศาจร้ายตนนั้นเสมอและสิ่งที่มันพ่นพูดกรอกหูของเราล้วนแล้วแต่ชั่วช้าและเลวร้าย
ถึงตอนนี้ผมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพวกเราทุกคนล้วนแล้วแต่มีปีศาจร้ายซุกซ่อนอยู่ในใจทั้งสิ้น ในบางวันที่เราพ่ายแพ้ต่ออำนาจของมัน เราก็จะกระทำโฉดชั่วตามสิ่งที่มันคอยชี้นำ เปรียบเสมือนอีกด้านหนึ่งของเหรียญแห่งความดีงามที่ถูกปิดซ่อนไว้ที่ด้านหลัง
ผมมีความคาดหวังเหลือเกินว่าซักวันหนึ่งผมจะหาหนทางที่จะประหัตปะาเ้าปีศาจร้ายตนนี้ให้สิ้นซาก แล้วหลังจากนั้นผมก็จะพยายามบอกวิธีที่ปะาปีศาจในใจให้กับทุกชีวิตบนโลกใบนี้เพื่อให้ทุกคนปราศจากเงามืดของเหรียญอีกด้านแบบสิ้นเชิง บางทีสิ่งนี้อาจเป็ความคาดหวังสุดท้ายและเป็ที่สุดของความคาดหวังของผมก็เป็ได้ ผมกำลังหาหนทางอยู่ แม้ว่ามันอาจจะเป็หนทางที่ยากลำบากและไร้ซึ่งความเป็ไปได้ ผมเองก็ยังอยากที่จะหวังกับสิ่งนี้ ถามว่าเพื่ออะไรน่ะหรือ ก็ต้องตอบว่าเพราะเหรียญด้านที่สว่างของผมมันบอกตัวผมให้ต้องทำเช่นนั้น มันคือความหวังสูงสุดและความสุขที่สุดในชีวิตของผม
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
