ฝนแรกของดินแดนรกร้าง
เหนือท้องฟ้าของแม่น้ำขุด กัสหอบหายใจหนักๆ ขณะมองดูผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ พลางคิดในใจด้วยความสมใจว่าน่าจะหาเวลามาออกกำลังแบบนี้บ่อยๆ
ความเหนื่อยที่ไม่ได้สัมผัสมานานนักทำให้กัสรู้สึกสดชื่นราวกับได้ออกกำลังกายอย่างหนัก มันทำให้เขารู้สึกสบายตัวเป็นพิเศษ
‘ไม่เลวจริงๆ แบบนี้น่าจะหาเวลามาออกกำลังบ่อยๆ แล้ว แต่..คงจะทำแบบนี้ไม่ได้สินะตอนนี้’
กัสคิดในใจพร้อมกับอมยิ้ม เมื่อนึกถึงออริจินฟู้ดที่ร่างกายของเขาเผาผลาญไปเพื่อฟื้นฟูพลังเวทในขณะที่เสริมแกร่งให้กับกำแพงเมืองและแม่น้ำขุด
ปริมาณพลังเวทที่กัสใช้ไปนั้นมหาศาลมาก ชนิดที่ทำให้ออริจินฟู้ดที่สะสมไว้ในร่างกายของเขาถูกเผาผลาญไปเกือบครึ่ง
แม่น้ำขุดนั้นแม้จะกว้างเพียง 30 เมตรและลึกเพียง 10 เมตร แต่ด้วยระยะทางที่ยาวกว่า 100 กิโลเมตร การปรับปรุงแม่น้ำขุดก็ยังเป็นงานหนักที่ทำให้กัสต้องหอบหายใจหนักอย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน
ขณะที่คิดถึงความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน กัสก็มองดูสภาพของแม่น้ำขุดที่ทอดยาวไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความพึงพอใจ
เส้นตรงสีดำที่แสนจะสมบูรณ์ให้ความรู้สึกที่งดงามเป็นพิเศษหลังจากที่ปรับปรุงมันด้วยมือของตัวเอง จากนั้นกัสก็หันกลับไปมองพื้นที่ที่เว้นว่างเอาไว้บริเวณริมแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่กว้างกว่า 100 เมตร
กัสมองดูพื้นที่ส่วนนี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหยิบเอาบันทึกโลกวิญญาณออกมาเปิด แล้วไล่หาแบบแปลนของสิ่งก่อสร้างอย่างสุดท้ายที่มีความสำคัญที่สุดในแผนการบุกเบิกทุ่งหญ้าของเขา
กัสไล่นิ้วหาอยู่ครู่หนึ่งก็พบเจอ จากนั้นก็อัดพลังเวทลงไปในบันทึกเพื่อเร่งแสงสว่างให้เข้มยิ่งขึ้น ก่อนจะยิงมันลงไปยังพื้นที่ที่เว้นเอาไว้สำหรับสิ่งก่อสร้างอย่างสุดท้าย
เพียงชั่วพริบตาบนพื้นก็มีเส้นแสงตัดไขว้ไปมาจนกลายสภาพเป็นตารางสี่เหลี่ยมจำนวนมาก พร้อมกับเส้นสายที่ลากโยงไปมาจนเกิดเป็นโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างชนิดหนึ่ง
กัสมองดูโครงสร้างทั้งหมดซ้ำอีกครั้งอย่างระมัดระวัง แล้วหันกลับไปมองแบบแปลนในบันทึกโลกวิญญาณอีกครั้ง จากนั้นก็หยิบกล่องเก็บผลผลิตออกมาแล้วโบกมือออกไปครั้งหนึ่ง
เพียงอึดใจเดียวพื้นดินในเส้นแสงก็ถูกกดจนยุบลงไปเป็นหลุมสี่เหลี่ยมที่ลึกเกือบร้อยเมตรจนเกิดเป็นหลุมสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่หลุมหนึ่ง
จากนั้นก็เคาะนิ้วลงบนกล่องเก็บผลผลิต เสาหินสี่เหลี่ยมจำนวนมากก็บินออกมา ก่อนจะพุ่งตกลงไปยังหลุม ปักลงไปในดินราว 9 ส่วนจนเผยให้เห็นเพียงส่วนหัวเสาที่มีความสูงเพียง 1 เมตร
เสาหินจำนวนมากปักลงไปยังหลุมครอบคลุมทุกตารางเมตร ทั้งพื้นและผนังโดยรอบ
เมื่อทุกพื้นที่ของหลุมถูกเสาหินปักเข้าไปจนครบ กัสก็เคาะนิ้วลงบนกล่องอีกครั้ง ก้อนหินสีน้ำตาลเข้มขนาด 1 ลูกบาศก์เมตรก็ลอยออกมาและตกลงไปยังหลุมแล้วเรียงต่อกันอย่างรวดเร็ว เพียงอึดใจสั้นๆ ก็ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับเสาหินจนกลายสภาพเป็นหลุมทรงลูกบาศก์ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์
กัสมองภาพนี้แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะร่ายเวทออกมาครั้งหนึ่ง รอยต่อระหว่างหินแต่ละก้อนก็หายไปจนหมด
“ทีนี้ก็เสร็จไปขั้นหนึ่ง ต่อไปก็ วางโครงสร้างภายในสินะ..”
สีหน้าของกัสเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อยเพราะโครงสร้างภายในของสิ่งก่อสร้างที่เขากำลังสร้างนั้นค่อนข้างที่จะซับซ้อน ทำให้เขาต้องมองแบบอยู่บ่อยครั้งก่อนจะเริ่มต้นประกอบมันให้สมบูรณ์
ก้อนหินก้อนแล้วก้อนเล่าตกลงไปยังหลุม เรียงต่อกันอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจมันก็กลายสภาพเป็นโครงสร้างภายในที่ซับซ้อนที่มีช่องทางจำนวนมากเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
หินที่กัสส่งออกไปนั้นก็ไม่ได้มีเพียงหินสีน้ำตาลเข้มเพียงอย่างเดียว แต่มีหินหลายชนิด บางชนิดก็ดูไม่เหมือนหิน แต่ดูเหมือนกล่องโลหะที่มีสายไฟจำนวนมากซ่อนอยู่
เมื่อกัสส่งชิ้นส่วนที่เตรียมมาออกไปได้หลายสิบนาที พื้นที่ส่วนใหญ่ของหลุมก็ได้รับการเติมเต็ม จนเริ่มจะเห็นภาพรวมของสิ่งก่อสร้างชนิดนี้ขึ้นมาบ้าง
แต่ถึงจะเห็นภาพรวมส่วนใหญ่ได้ คนที่เฝ้ามองอยู่ก็ยังไม่สามารถบอกได้อยู่ดีว่าสิ่งก่อสร้างที่กัสกำลังสร้างอย่างระมัดระวังนี้คืออะไร
จนกระทั่งวัตถุดิบที่มีความพิเศษชนิดหนึ่งถูกส่งออกไป สีหน้าของผู้คนโดยรอบก็เปลี่ยนไป
“นั่นมัน..ศิลาน้ำไหล!”
“ใช่! ดูเหมือนว่าจะเป็นศิลาน้ำไหลจริงๆ เจ้าเด็กนั่นเอาของแบบนี้มาใช้ทำอะไรกัน..สร้างอ่างเก็บน้ำงั้นหรือ แต่ก็ไม่น่าจะต้องใช้ศิลาน้ำไหลมากขนาดนี้เลย”
วัตถุดิบที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษคือ ‘ศิลาน้ำไหล’ วัตถุดิบชนิดนี้นับเป็นวัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์พอสมควรจึงทำให้คนที่รู้จักมันมองออกได้โดยง่าย
แต่ถึงจะรู้เช่นนั้นก็ยังยากที่จะทำความเข้าใจเจตนาในการใช้ศิลาน้ำไหลของกัสได้อยู่ดี
คุณสมบัติหลักๆ ของศิลาน้ำไหลนั้น มีเพียงข้อเดียวนั่นคือการทำให้น้ำที่สัมผัสไหลออกไป สิ่งนี้ได้รับความนิยมเล็กน้อยในการปูพื้นหรือทำหลังคาของสิ่งก่อสร้างที่ต้องระมัดระวังเรื่องน้ำ
หรือไม่ก็ใช้สร้างงานศิลปะที่ต้องการ ‘การไหล’ ของกระแสน้ำ เช่นนำไปสร้างเป็นอ่างน้ำเพื่อทำให้เกิดน้ำวน หรือการสร้างแม่น้ำจำลองเพื่อทำให้แม่น้ำเกิดการไหลเวียน
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการพึ่งพาคุณสมบัติของศิลาน้ำไหลแบบง่ายๆ ซึ่งเป็นวิธีใช้ที่แตกต่างจากที่กัสใช้โดยสิ้นเชิง
โครงสร้างของสิ่งก่อสร้างชนิดนี้ถูกออกแบบมาอย่างดีโดยแองจี้และเพื่อให้สามารถใช้คุณสมบัติของศิลาน้ำไหลได้อย่างเต็มที่ โครงสร้างและตำแหน่งการวางศิลาน้ำไหลจึงซับซ้อนเป็นพิเศษ
กัสจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากพอสมควรในการสร้างสิ่งก่อสร้างชนิดนี้ ซึ่งหลังจากใช้เวลาไปกับการติดตั้งชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปจนเกือบหมด
รูปร่างของสิ่งก่อสร้างก็สมบูรณ์ขึ้นในที่สุดและทำให้ทุกคนที่มองดูตระหนักว่าสิ่งก่อสร้างชนิดนี้คืออ่างเก็บน้ำจริงๆ
รูปลักษณ์และขนาดของอ่างเก็บน้ำนี้ทำให้ผู้คนประหลาดใจเล็กน้อยเพราะไม่มีใครเชื่อว่ากัสจะใช้ความพยายามมากขนาดนี้กับการสร้างอ่างเก็บน้ำ
แต่หลังจากเฝ้ามองต่อไปพวกมันก็ต้องยอมรับว่านี่คืออ่างเก็บน้ำจริงๆ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่อ่างเก็บน้ำธรรมดา
ทว่าหลังจากที่ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ได้ชั่วครู่ สีหน้าของทุกคนก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อเห็นกัสเคลื่อนตัวไปยังริมแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์
ชั่วขณะนั้นสายตาของผู้คนที่เฝ้ามองก็เปลี่ยนไป มันมีความเคร่งเครียดเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย บรรยากาศเองก็เปลี่ยนแปลงไปจนสัมผัสได้
ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือนักรบ หรือต่อให้เป็นครึ่งเทพก็ยังเปลี่ยนสีหน้าเมื่อเห็นกัสขยับเข้าไปใกล้แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์
เมื่อได้เห็นโครงสร้างทั้งหมดของแม่น้ำและสิ่งก่อสร้างที่กัสสร้าง ก็ไม่มีใครอีกแล้วที่ไม่รู้ว่าเขามีความตั้งใจที่จะทำอะไรบางอย่างกับแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์
และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ผู้คนที่เฝ้ามองเปลี่ยนสีหน้าไป
แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นอาจจะถูกสร้างโดยตระกูลอันดูวเดธก็จริง แต่ในปัจจุบันมันไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างอีกต่อไป หากแต่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนบนทวีปแห่งนี้ให้ความเคารพและนับถือเป็นอย่างสูง
มันอาจจะไม่ได้มีบทบาทหรือความสำคัญต่อชีวิตของผู้คนในทวีปแห่งนี้มากนัก แต่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนบนทวีปแห่งนี้มานานนับพันปี จึงไม่น่าแปลกที่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์จะได้รับการปฏิบัติอย่างระมัดระวัง
ในความเป็นจริงหากคนที่ทำเช่นนี้ไม่ใช่กัสที่เป็นลูกหลานของตระกูลอันดูวเดธแล้วละก็ มันคงมีคนไม่น้อยที่คิดจะขัดขวางไม่ให้เขาทำอะไรกับแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่
แต่เพราะเขาเป็นลูกหลานของตระกูลอันดูวเดธ ผู้คนที่เฝ้ามองจึงระงับความคิดเอาไว้และเฝ้ามองการกระทำของเขาอย่างตั้งใจแทน
กัสเองก็รู้เรื่องนี้ดีและใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษต่อแผนการนี้ โดยเฉพาะในขั้นตอนสำคัญอย่างการเชื่อมต่อทางน้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไปยังแม่น้ำขุดของเขา
ในฐานะของลูกหลานตระกูลอันดูวเดธ กัสย่อมรู้ดีว่าแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นมีข้อห้ามอะไรบ้าง มีสิ่งใดบ้างที่ไม่ควรทำต่อแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์
กัสจึงระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้เขาเผลอสร้าง ‘มลทิน’ ให้กับแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนบนทวีปแห่งนี้ให้ความเคารพ
แม้เขาจะรู้ดีว่าสิ่งสกปรกไม่สามารถทำให้แม่น้ำเกิดมลทินได้จริงๆ แต่เขาก็ต้องระมัดระวังเพราะเขาไม่อยากถูกคนนำเรื่องนี้มาโจมตีเขา
กัสค่อยๆ เชื่อมต่อทางน้ำอย่างระมัดระวัง เขาทำมันอย่างช้าๆ สร้างทางน้ำที่กว้างยาวเพียง 10 เมตรขึ้นมาทีละส่วนๆ จากนั้นก็ติดตั้งอุปกรณ์ชนิดพิเศษที่สร้างจากผลึกวิญญาณพิสุทธิ์ลงไปยังริมน้ำแม่ศักดิ์สิทธิ์
อย่างช้าๆ อุปกรณ์พิเศษก็ถูกติดตั้งลงได้สำเร็จโดยปราศจากการสัมผัสกับแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์จนกระทั่งขั้นตอนทั้งหมดเสร็จสิ้น กัสก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
เช่นเดียวกับคนธรรมดาที่เฝ้ามองอยู่ที่ถึงกับพากันสวดมนตร์อวยพรกัสด้วยความโล่งใจ ก่อนจะมองไปยังอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับประตูน้ำที่สร้างจากผลึกวิญญาณพิสุทธิ์
“เจ้าเด็กนั้นไม่เสียทีที่เป็นลูกหลานของตระกูลอันดูวเดธ..มันระมัดระวังตัวน่าดู”
“แน่ละ! สถานการณ์ของเจ้าเด็กนั้นไม่ปกติอยู่แล้ว หากมันเผลอทำให้แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เกิดมลทินละก็ พวกที่จ้องจะเล่นงานมันไม่มีทางพลาดโอกาสแน่!!”
เสียงพูดคุยของผู้คนดังขึ้นมาจากหลายสถานที่ ทว่ากัสนั้นไม่ได้สนใจเลยสักนิด เขามองดูความเรียบร้อยของสิ่งก่อสร้างอีกครั้ง กวาดมันด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์จนมั่นใจว่าทุกอย่างสมบูรณ์ดี เขาก็กดนิ้วลง ใช้พลังเวทกดพื้นดินริมแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ลงเพื่อเชื่อมต่อแม่น้ำเข้ากับทางน้ำที่เขาสร้างขึ้น
ต่อจากนั้นกัสก็ไปสร้างทางน้ำอีกแห่งบริเวณแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์สายย่อยที่ทอดยาวไปทางทิศตะวันตก
เพียงไม่นานอุปกรณ์ชิ้นที่สองก็ถูกติดตั้งลงอย่างสมบูรณ์ กัสก็เชื่อมต่อทางน้ำจนแล้วเสร็จ ก่อนจะเปิดการทำงานของอุปกรณ์ที่คล้ายกับประตูน้ำ
อึดใจเดียวน้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ก็ไหลเข้ามายังทางน้ำทั้งสองสาย ไหลไปยังสิ่งก่อสร้างที่กัสสร้างขึ้นอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งก่อตัวเป็นน้ำวนขนาดย่อมในอ่างเก็บน้ำที่เคลือบผิวด้วยศิลาน้ำไหล
น้ำวนนี้ถูกสนับสนุนด้วยการกำหนดทิศทางการไหลของน้ำจากทางน้ำทั้งสองสาย รวมกับคุณสมบัติของศิลาน้ำไหล ทำให้ความเร็วของน้ำเร็วกว่าปกติ
เมื่อความเร็วของน้ำถูกเร่งขึ้น น้ำวนก็รุนแรงขึ้น การไหลไปยังทางออกบริเวณก้นอ่างจึงเร็วมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้อุปกรณ์ปั่นไฟที่ติดตั้งอยู่บริเวณก้นอ่างหมุนอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นพลังงานไฟฟ้ากำลังสูงที่ส่งต่อไปยังระบบทั้งหมดของสิ่งก่อสร้าง
จากนั้นเพียงอึดใจรูปสลักสิงโตสีดำสองตัวที่เป็นเหมือนเครื่องประดับของสิ่งก่อสร้างก็พ้นน้ำออกมาเป็นสาย จนเกิดเป็นน้ำตก ตกลงยังแม่น้ำขุดจนเกิดเป็นภาพที่น่าประทับใจภาพหนึ่ง
ผู้คนที่เฝ้ามองอยู่พากันเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ด้วยความประทับใจ ก่อนจะพยักหน้าชมเชยกัสที่รู้จักเล่นที่ใช้รูปสลักสิงโตเป็นทางน้ำ ทำให้ทางน้ำที่แสนธรรมดา กลายเป็นภาพที่งดงามและน่าเกรงขามภาพหนึ่ง
กัสเฝ้ามองดูภาพทั้งหมดนี้ด้วยรอยยิ้มแห่งความสำเร็จ ก่อนจะหยุดมองดูรูปสลักสิงโตทั้งสองตัวด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็มองดูสายน้ำที่ตกลงไปยังแม่น้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อเติมเต็มน้ำในแม่น้ำแห่งนี้
“ในที่สุดก็เสร็จ!! ไม่ง่ายเลยจริงๆ แฮะ! ที่ต้องสร้างทางน้ำโดยไม่ทำให้แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เกิดมลทินเนี่ย!! เพราะแบบนี้สินะถึงไม่ค่อยมีคนกล้าใช้น้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์”
กัสบ่นออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดเล็กๆ ที่ต้องทำเรื่องง่ายๆ ให้กลายเป็นเรื่องยากเพราะความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์
ในฐานะที่เขาเป็นลูกหลานของตระกูลอันดูวเดธ เขาย่อมรู้จักแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ดีและรู้ว่ามันสร้างขึ้นมาได้ยังไงและสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร รวมถึงใครเป็นคนสร้าง
ด้วยเหตุนี้มุมมองที่เขามีต่อแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์จึงไม่ต่างอะไรจากแม่น้ำพิเศษซึ่งมีพลังชำระล้างและถูกใช้เป็นเส้นทางรถไฟเพื่อเชื่อมต่อดันเจี้ยนทั้ง 12 แห่งเข้าด้วยกันและสร้างเส้นทางเชื่อมต่ออาณาจักรทั้ง 12 เข้ากับดันเจี้ยนเท่านั้น
แต่สำหรับคนทั่วไป แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์มีความสำคัญมากกว่านั้น มันไม่เพียงแค่เป็นแม่น้ำ แต่ยังเป็นเส้นทางสำคัญที่นำพาความมั่งคั่ง ความเจริญรุ่งเรืองและความปลอดภัยมายังอาณาจักรทั้ง 12 เรียกได้ว่ามันมีความสำคัญต่อผู้คนบนทวีปแห่งนี้เป็นอย่างมาก
ด้วยการที่มันคงอยู่มานานนับพันปี ความศรัทธาที่สั่งสมมาจากผู้คนที่ผ่านกาลเวลาและยุคสมัยก็เพิ่มมากขึ้น ความคิดด้านการอนุรักษ์ที่คงอยู่มานานจึงกลายเป็นความศรัทธาที่ลึกซึ้งและกลายเป็นความเคารพที่ไม่ยอมให้ใครมาทำลายมันได้โดยง่าย
ด้วยเหตุนี้แม้ว่ากัสจะรู้ดีว่าต่อให้มีอะไรตกลงไปในแม่น้ำสักหน่อย หรือจะลงไปแช่ในน้ำทั้งตัวก็ไม่มีทางสร้างมลทินให้แม่น้ำได้ เขาก็ไม่กล้าทำเพราะเขาไม่กล้าสร้างความขุ่นเคืองให้กับความศรัทธาของผู้คน
หลังจากสร้างสิ่งก่อสร้างอย่างสุดท้ายจนเสร็จ กัสก็ผ่อนคลายลง เขามองดูผลงานของตัวเองอีกครู่ใหญ่ ตรวจสอบความเรียบร้อยของมันจนเสร็จจากนั้นก็หลับไปพักรอคอยเวลาที่น้ำในแม่น้ำถูกเติมเต็ม
เวลาที่ใช้ในการเติมน้ำในแม่น้ำนั้น ยาวนานมากทีเดียวเพราะขนาดที่ใหญ่โตของมันและความเร็วในการไหลของน้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีจำกัด
แต่เมื่อน้ำในแม่น้ำเพิ่มระดับขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง กัสก็ส่งหุ่นยนต์ออกไปติดตั้งระบบสนับสนุนตามแผนที่วางเอาไว้
ไม่นานนักพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำขุดก็มีสิ่งที่ดูคล้ายกับปืนใหญ่ปรากฏขึ้นซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนที่อยู่โดยรอบเป็นอย่างมาก
ปืนใหญ่นี้ทำให้ผู้คนที่มองเห็นหวาดกลัวจนพยายามหลีกเลี่ยงแม่น้ำขุดไปโดยไม่รู้ตัว
แต่หลังจากที่พวกมันถูกติดตั้งจนแล้วเสร็จ กัสก็ออกคำสั่งผ่านระบบ สั่งให้ปืนใหญ่ทั้งหมดทำงาน ถึงตอนนั้นความหวาดกลัวที่ผู้คนมีต่อปืนใหญ่ก็กลายเป็นความประหลาดใจปนประทับใจ
เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะปืนใหญ่นี้ไม่ใช่ปืนที่เป็นอาวุธ แต่เป็นปืนฉีดน้ำแรงดันสูงที่ใช้ยิงมวลน้ำขึ้นไปในอากาศเพื่อสร้างหมอกและฝนต่างหาก
เมื่อเห็นภาพของสายน้ำที่ถูกยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงขึ้นไปจนแตกตัวออกเป็นกลุ่มหมอกและกลายเป็นฝนตกลงบนพื้นที่เพาะปลูก
สีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงก็กลายเป็นความประทับใจและยินดี ยิ่งพวกมันได้สัมผัสกับน้ำที่แฝงไว้ด้วยพลังชำระล้าง พวกมันก็ยิ่งรู้สึกผ่อนคลายและมีสุข
เมื่อเวลาผ่านไปความสับสนก็กลายเป็นความชื่นชมเพราะพืชผลที่ได้รับน้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์นั้น เติบโตขึ้นมาสวยสดงดงามเป็นพิเศษ
ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายนี้แม้แต่กัสก็ยังต้องประหลาดใจ พืชผลที่ได้น้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่เพียงแต่เจริญเติบโตงอกงามเป็นพิเศษ ลักษณะของมันยังต่างจากพืชผลทั่วไป
ใบมีความอวบหน้ามากยิ่งขึ้น มีสีสันที่สดใสมากขึ้น ให้ความรู้สึกเปล่งปลั่งเป็นพิเศษ จนเกือบจะนึกว่ามันเป็นอัญมณีแกะสลักเลยทีเดียว
ไม่เพียงเท่านั้นพืชผลเหล่านี้ยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของพลังชำระล้าง ซึ่งทำให้คนทานได้รับผลของพลังชำระล้างอย่างอ่อนซึ่งมีผลดีต่อร่างกายอย่างไม่น่าเชื่อ
ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งนี้ทำให้กัสได้แต่ทอดถอนใจด้วยความรู้สึกว่าโชคดีเพราะเดิมทีเป้าหมายในการนำน้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์มาใช้ก็เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเพียงเท่านั้น เขาไม่เคยคิดเลยสักนิดว่ามันจะมีผลลัพธ์ที่น่าทึ่งนี้เกิดขึ้นด้วย
และเมื่อผ่านเวลาไป ผลลัพธ์จากการสร้างหมอกและฝนด้วยปืนฉีดน้ำแรงดันสูงก็เริ่มปรากฏให้เห็น
ความชื้นในอากาศเพิ่มสูงขึ้นทีละน้อย ความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น หญ้าสีฟ้าเองก็เติบโตเร็วขึ้น อวบหนาขึ้นพื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นและที่สำคัญที่สุดคือ
ปริมาณเมฆบนท้องฟ้าดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้พื้นที่โดยรอบเริ่มเปลี่ยนแปลงไปและเกิดความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศขึ้นมาในที่สุด
หลังจากนั้นเพียง 1 เดือน ฝนก็ตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมฆฝนที่ก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากสายฝนที่สร้างจากเวทมนตร์โดยสิ้นเชิง
ไม่เพียงแต่มันจะปกคลุมพื้นที่เป็นวงกว้าง สายฝนยังให้ความรู้สึกที่บริสุทธิ์เป็นพิเศษ ทั้งยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของชีวิตที่มาพร้อมกับสายฝน มันทำให้ดินแดนรกร้างที่มีเพียงทุ่งหญ้าซึ่งฝืนสร้างขึ้นมาด้วยกำลังปรากฏร่องรอยของชีวิตขึ้นมาเป็นครั้งแรก
ความมีชีวิตชีวาที่ไม่เคยมีอยู่ในดินแดนแห่งนี้ปรากฏขึ้นมาหลังจากสายฝน หลังจากนั้นไม่นานความเปลี่ยนแปลงก็มาสู่ทุ่งหญ้า
พื้นที่ที่ยังไม่มีใครบุกเบิก ดินที่แห้งและแข็งซึ่งถูกพลังปีศาจกัดกร่อนทำลายมานานนับพันปีก็เริ่มอ่อนนุ่มขึ้นเพราะสายฝนที่แฝงไว้ด้วยพลังชำระล้าง
หลังจากนั้นมันก็เริ่มแตกร่วนจนทำให้หญ้าสีฟ้าที่ปกติต้องใช้ความพยายามอยู่บ้างในการขยายพันธุ์ เริ่มขยายพันธุ์ได้ด้วยตัวของมันเองได้ ส่งผลให้ขนาดของทุ่งหญ้าขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความเปลี่ยนแปลงนี้ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคนและทำให้แรงต้านที่มีต่อการใช้น้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์มาทำการเพาะปลูกสลายหายไปในที่สุด
ผลลัพธ์ต่อจากนั้นคือความเจริญรุ่งเรืองของนิคมคนงาน เมืองแห่งการเกษตรแห่งที่ 2 และ 3 ก็ถูกสร้างขึ้นมาตามลำดับ พื้นที่เพาะปลูกขยายตัวออกไปตลอดเวลา
เมื่อรวมกับการทำงานหนักของมิโดริ การขยายตัวของพื้นที่เพาะปลูกก็เร็วจนน่าตกตะลึง เพียงไม่กี่สิบวันมันก็ขยายตัวจนปกคลุมพื้นที่เป็นหมื่นๆ ไร่และให้ผลผลิตที่สามารถเลี้ยงดูคนได้นับล้านซึ่งไม่ทราบว่ามันสามารถทำกำไรให้กัสได้มากขนาดไหน
แม้กระทั่งสมาคมพ่อค้าที่เคยซื้อขายแต่กับตัวแทนเมือง ก็ยังอดใจไม่ไหววิ่งเข้ามาหากัสด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะถูกเขาไล่กลับไปด้วยคำปฏิเสธและเหตุผลที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้
กัสปฏิเสธพ่อค้าจากสมาคมทุกคนไปด้วยเหตุผลที่ว่าเขาไม่ใช่ตัวแทนเมืองแห่งดันเจี้ยนและเขาไม่ต้องการทำลายกฎที่เขาเป็นคนสร้าง
นอกจากนั้นก็ยังมีเหตุผลอีกข้ออย่างปัญหาขาดแคลนอาหารที่ยังไม่บรรเทาเพราะถึงจะได้ผลผลิตชุดนี้มา แต่มันก็ยังห่างไกลจากปริมาณที่เพียงพอต่อคนในเมืองแห่งนี้
ต้องเข้าใจว่าเมืองแห่งดันเจี้ยนเมืองนี้มีคนธรรมดาอาศัยอยู่มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์และจำนวนประชากรทั้งหมดภายในเมืองก็มีมากกว่าล้านคนและอาจจะมากกว่าสิบล้านหากรวมประชากรทั้งหมดที่อยู่ในดันเจี้ยนด้วย
ส่วนจำนวนที่แน่ชัดนั้นเกรงว่าคงไม่มีใครสามารถบอกได้เพราะมันมีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตอยู่ในดันเจี้ยนและมีลูกหลานในดันเจี้ยน ส่งผลให้จำนวนประชากรทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้มีมากกว่าที่ตาเห็นเสมอ
ด้วยเหตุนี้กัสจึงไม่คิดว่าผลผลิตที่ได้มาจากพื้นที่เพาะปลูกเพียงไม่กี่หมื่นไร่จะเพียงพอต่อคนทั้งหมด เขาจึงไม่คิดที่จะขายให้กับสมาคมพ่อค้า
นอกจากนั้นแล้วเขาก็มีเหตุผลที่ซ่อนอยู่อีกข้อหนึ่งซึ่งไม่คิดที่จะบอกใครมาก่อน
แต่หลังจากนั้นไม่นานเหตุผลซ่อนเร้นของเขาก็ถูกค้นพบโดยใครบางคนที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งการเกษตร
‘ท่านกัสค่ะ! มีคนพบวิธีใช้ปราณลึกลับในการฝึกฝนแล้วค่ะ!! พวกเราจะทำตามแผนที่วางไว้เลยไหมคะ!’
ข้อความที่ถูกส่งมาจากแองจี้ทำให้กัสที่ฝึกฝนอยู่ลืมตาขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
“แน่นอน! ทำตามแผนที่พวกเราวางไว้ได้..แล้วก็อย่าลืมบอกให้คนพวกนั้นรู้เกี่ยวกับห้องฝึกด้วยละ”
‘ทราบแล้วค่ะ!’