ตอนที่ 7 เมืองโป๋หลิง
ฉินอ๋องรีบวิ่งจากเรือนใหญ่ตรงไปยังเรือนของเส้าเฟยซูไท่เฟยนั้นเรียกห้ามเอาไว้แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ฟังผู้เป็มารดาจนกระทั่งเข้าวิ่งมาถึงเรือนของเส้าเฟยแล้วเปิดประเข้าไป
“เส้าเฟย!ข้ากลับมาแล้ว.....”
เสียงที่เอ่ยออกมาเริ่มแ่ลงเรื่อยๆเมื่อข้างในเรือนนั้นไม่มีแม้แต่เงาของคนที่อยู่ในเรือนเลยสักนิดมันเงียบจนเกินไป...ฉินอ๋องเข้าไปเดินดูรอบๆแล้วไม่พบเจอสิ่งใดเลยของใช้ของเส้าเฟยก็ไม่มีสักชิ้นเดียว
“เส้าเฟย!เ้ากล้าหนีไปจากข้างั้นรึ!”
ฉินอ๋องกริ้วจัดจนเืขึ้นหน้าก่อนจักเดินกลับมาที่เรือนใหญ่
“เสด็จแม่ท่านปล่อยให้คนผู้นั้นหนีออกไปจากจวนได้เช่นไร!”น้ำเสียงที่แผดออกมาทำเอาทุกผู้ใไม่น้อย
“ฉางิเ้าใจเย็นลงเถิด...”ซูไท่เฟยเอ่ยขึ้น
“ข้าเย็นมิได้พะยะค่ะท่านแม่คนผู้นั้นกล้าบังอาจหนีออกไปจากจวน มันกล้าดียังไงคิดจักท้าทายอำนาจของข้า!”
“ฉางิ...แม่มีเื่จักบอกให้เ้ารับรู้แม่เป็ผู้ขับไล่เส้าเฟยออกไปจากจวนแห่งนี้”
ฉินอ๋องหันขวับไปมองซูไท่เฟยทันทีเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยในหัวก็พลันคิดว่าเหตุใดจึงไล่เส้าเฟยออกไปจากจวน
“เหตุใดเสด็จแม่ถึงทำเช่นนี้พะยะค่ะ”
“คนผู้นั้นิ่เกียรติของเ้าเขาไม่เหมาะสมกับกับการเป็ชายาของเ้า”
“ข้าจักไปตามเส้าเฟยกลับมา...”
ฉินอ๋องเดินออกจากจวนไปอย่างหัวเสียก่อนจักกระโจนขึ้นไปนั่งบนหลังม้าของเขาฉินอ๋องรีบควบม้ายังจวนหลี่ก่อนจักลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้าไป
“เรียนใต้ท้าวอ๋องฉินมาขอรับ”บ่าวรับใช้รีบวิ่งมารายงานให้ทราบ เหม่าจื้อทราบดังนั้นจึงรีบออกมาต้อนรับทันที
“คำนับฉินอ๋องพะยะค่ะ”
“ข้ามาตามเส้าเฟย...”เหม่าจื้อถึงกับสะอึกก้อนน้ำลายตัวเองเป็เขาเองที่ไม่รับเส้าเฟยเข้าจวนแถมยังขับไล่ไปที่อื่น
“ทูลฉินอ๋องเส้าเฟยมิได้อยู่ที่จวนนี้แล้วพะยะค่ะ”
“ข้ามิเชื่อ!”
ฉินอ๋องไม่ปักใจเชื่อว่าเส้าเฟยจักไม่อยู่ที่จวนหลี่เขาเดินเข้าไปด้วยความวิสาสะเพราะเชื่อว่าเส้าเฟยต้องซ่อนตัวอยู่ในจวนที่ไหนสักที่
“หลี่เส้าเฟย!!เ้าจงออกมาเดี๋ยวนี้!!”
เสียงะโดังลั่นไปทั่วจวนจนผู้คนใต่างพากันถามว่ามันเกิดเื่อันใดขึ้น แต่ก็ไม่รู้แน่ชัดได้ว่าเป็เื่อะไร
“เ้าอยากตายนักรึไงเส้าเฟยข้าบอกให้ออกมา!!”
ฉินอ๋องเดินไปทั่วเพระทั้งะโเรียกอยู่หลายหนแต่ผลลัพธ์ที่ได้คือไม่มีเส้าเฟยไม่มีแม้แต่เงาของคนที่ตามหา
“เ้ากล้าท้าทายอำนาจข้ารึหลี่เส้าเฟย!หากข้าเจอตัวเ้าข้าจักสั่งลงโทษเ้า เส้าเฟย!!!”
เสียงตะหวาดลั่นเหล่าบ่าวทาสหรือนายในจวนต่างรู้กันถ้วนทั่ว ไม่เว้นแม้แต่หลางผิงผู้เป็มารดาของเส้าเฟย
“ท่านอ๋อง...โปรดไว้ชีวิตลูกชายของหม่อมฉันด้วยเพคะฮือๆ...” เมื่อได้ยินว่าลูกชายของตนจักต้องถูกลงโทษผู้เป็แม่เองก็ยอมให้เป็เช่นนั้นมิได้จึงรีบมาคุกเข่าของฉินอ๋อง
ฉินอ๋องเองก็มองมายังนางที่กำลังคุกเข่าต่อหน้ามองดูการแต่งกายแล้วคงจักเป็บ่าวในจวนหลี่แต่คำพูดของนางบอกว่าเส้าเฟยเป็ลูกชายเช่นนั้นรึ
เขาย่อตัวลงไปนั่งก่อนจักเอ่ยถามนางว่า
“ท่านเป็ท่านแม่ของเส้าเฟยเช่นนั้นรึ”
“เพคะฮือๆ ท่านอ๋อง...อภัยให้เขาด้วย...ฮือๆ”
“แล้วตอนนี้เส้าเฟยอยู่ที่ใด”
“หม่อมฉันมิรู้เพคะเขามิได้กลับมาที่จวนนี้นานมากแล้ว”
ฉินอ๋องลุกขึ้นยืนในหัวก็ครุ่นคิดเื่ของหลี่เส้าเฟยหากเ้าตัวมิได้กลับมาที่จวนนี้แล้วเขาจักไปที่ไหนได้ส่วนคำพูดของแม่เขาก็ถือว่ามันมีน้ำหนักพอที่จักเชื่อถือได้
หลังจากที่กลับมาจากจวนหลี่ฉินอ๋องเองก็ไม่พูดไม่จากับผู้ใดแม้แต่ซูไท่เฟยเองเขาก็ไม่ยอมเอ่ยปากพูดกับนางสักคำ
ฉินอ๋องเก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในเรือนหลายวันไม่คิดข้าวกินปลาให้หานเมิ่งนำแต่เหล้าไปให้หานเมิ่งเองก็มิรู้ได้ว่าจักห้ามนายตัวเองอย่างไร
พอน้ำเมาเข้าปากก็พลันเพ้อหาแต่เส้าเฟยไม่หยุดหย่อนวันใดที่มีสติก็ออกตามหาไปทั่วเมืองหลวงแล้วก็ยังไม่พบให้หานเมิ่งออกสืบร่องลอยของเส้าเฟยแล้วก็ยังไม่เจอ
“หานเมิ่งเ้าได้ข่าวของเส้าเฟยบ้างหรือไม่”
ผ่านมาหลายเดือนแล้วที่ตามหาเส้าเฟยเฝ้ารออีกฝ่ายจะกลับมายังจวนแต่ก็มิเคยมาสักครั้งทั้งถูกซูไท่เฟยเร่งให้เขาอภิเสกกับบุตรสาวของขุนนางแต่ฉินอ๋องก็ปฏิเสธและหนีงานอภิเษกทุกครั้ง จนพฤติกรรมนี้เป็ที่อื้ออึงของคนทั้งเมืองและไม่มีขุนนางผู้ใดส่งบุตรสาวมาอีกเลย
“ทูลท่านอ๋อง...คนที่กะหม่อมให้ไปตามสืบกลับมาบอกกับกะหม่อมว่าเจอบุคคลที่หน้าคล้ายพระชายาพะยะค่ะ”
“เ้าว่ากระไรนะหานเมิ่ง”
“ที่เมืองทางตะวันตกมีคนพบชายผู้หนึ่งหน้าคล้ายกับพระชายาเส้าเฟยพะยะค่ะ”
ฉินอ๋องลุกขึ้นสีหน้าเริ่มมีความหวังขึ้นมาลางๆแล้วบ้างตามหาอยู่นานนับหลายเดือนกว่าจักรู้ว่าเส้าเฟยอยู่เมืองทางตะวันตก
เมืองโป๋หลิงอย่างนั้นรึรอข้าก่อนเถิดหลี่เส้าเฟย
วันต่อมาฉินอ๋องได้เดินทางจากเมืองหลวงตรงไปยังเมืองตะวันตกหากเดินทางไปยังเมืองทางตะวันตกด้วยรถม้าอาจไปถึงภายในสี่ถึงห้าวันแต่ฉินอ๋องเดินทางด้วยการควบม้าคู่กายของเขาจึงใช้เวลาไปแค่สองวันเท่านั้น
“ทูลท่านอ๋องกะหม่อมคิดว่าควรพักร่างกายก่อนน่าจักเป็การดี”
“เ้าว่าอย่างนั้นรึเมืองโป๋หลิงเสด็จอาข้าเป็เ้าเมืองข้าจักไปหาเขา...”
เมืองโป๋หลิงเป็เมืองใหญ่อีกแห่งหนึ่งซึ่งยังตกเป็เมืองขึ้นของเมื่องหลวงและได้ส่งมู่เถาเย่มาปกครองที่เมืองโป๋หลิง หรือนามที่คนในเมืองเอ่ยถึงคือ อ๋องมู่
“ทูลท่านอ๋องอ๋องฉินจากเมืองหลวงมาพะยะค่ะ”
มู่เถาเย่ขบคิดว่าฉินอ๋องคือผู้ใดก่อนจะนึกได้ว่าเป็มู่ฉางิ
“เสด็จอา...”ฉินอ๋องโค้งคำนับผู้าุโกว่า
“เ้าเองรึฉางิมิได้เจอเ้ามาหลายปีเ้าโตขนาดนี้แล้ว”
“เสด็จอาสบายดีหรือไม่พะยะค่ะ”
“ข้าสบายดีฮ่องเต้เล่าสบายดีรึ”
“ทุกคนสบายดีพะยะค่ะ”
ฉินอ๋องได้พักร่างกายที่จวนของเถาเย่วันพรุ่งค่อยออกตามหาหลี่เส้าเฟยคาดว่าต้องเจอในเร็ววันไม่ว่าจักเป็อย่างไรก็จักพาตัวกลับจวนไปให้จงได้
รุ่งเ้าฉินอ๋องรีบออกจากจวนทันทีเพื่อตามหาเส้าเฟยที่แรกที่ฉินอ๋องจักไปคือตลาดเพราะเขาเดาว่าต้องเจอกับคนที่เขาตามหาเป็แน่
“หานเมิ่งเ้าไปดูฝั่งนู้น ส่วนข้าจักไปฝั่งนี้”
“พะยะค่ะ”
เขาใช้สายตากวาดหาคนที่เขาตามหาอย่างเส้าเฟยมาถึงตรงนี้แล้วหากยังมิเจอเส้าเฟยอีกสัญญาเลยว่าจะมิกลับไปยังเมืองหลวงหากต้องกลับเมืองหลวงก็ต้องมีหลี่เส้าเฟยกลับไปด้วย
“ท่านหมอ...รีบหน่อยขอรับพี่ของข้าจะคลอดแล้ว...”
ปลั๊ก!!
บุคคลที่กำลังพาหมอท่านหนึ่งวิ่งผ่านไปนั้นและผู้หญิงอีกคนที่วิ่งตามนั้นได้สบสายตากับฉินอ๋องนางผู้นั้นคือเจ่าเจียงคนสนิทของเส้าเฟย?
“เจ่าเจียง!”
แย่แล้วคนถูกเรียกชื่อค่อนข้างจักจำเสียงของฉินอ๋องได้อยู่บ้างนางเกือบจักหยุดฝีเท้าแล้วหันไป แต่ไม่เลยสักนิดนางยิ่งรีบวิ่งไปตามท่านหมอ
มู่ฉางิเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามนางไปผู้คนในตลาดช่างชุนละมุนเหลือกเกิน หากตามไม่ทันมีหวังจบแบบไม่สวยเป็แน่
“ท่านหมอ...ทางนี้ขอรับ”
“พวกเ้าไปต้มน้ำร้อนมาให้ข้าเร็วเข้า”
เจ่าเจียงและฉีฟ่านรีบไปที่ห้องครัวโดยเร็วใส่ถ่านเร่งไฟจนได้น้ำร้อนตามที่้าก่อนที่จักยกไปให้หมอที่ทำคลอดอยู่ด้านใน
“เจ่าเจียง!!”เสียงที่เอ่ยเรียกบ่าวรับใช้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังผู้ถูกเรียกค่อยๆหันกลับไปมองก่อนจะพบกับใบหน้าที่คุ้นเคยเจ่าเจียงรีบคุกเข่าคำนับ
“ท่านอ๋อง!!อภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ!”
“เจียงเอ๋อชายผู้นี้เป็ใครเหตุใดเ้าต้องคุกเขา”
“บังอาจ!!”
เจ่าเจียงรีบดึงฉีฟ่านให้ลงมาคุกเข่าตามทันที
“ฉีฟ่านท่านผู้นี้คือฉินอ๋องจากเมืองหลวงอย่างไรเล่า”
ในเมื่อเจอกับบ่าวรับใช้ของเส้าเฟยแล้วมีบ่าวก็ต้องย่อมมีนายอยู่แถวนี้เขากวาดสายตามองไปโดยรอบ แต่ก็มิเห็นตัวของเส้าเฟย
“เจ่าเจียง...”
“เพคะท่านอ๋อง...”เ้าเจียงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“เส้าเฟยอยู่ที่ใดเหตุใดถึงมิได้อยู่กับเ้า”
เจ่าเจียงนางมิรู้ได้ว่าจักตอบกลับท่านอ๋องไปเช่นไรหากบอกว่ากำลังคลอดมีหวังนางคงถูกตัดหัวเป็แน่ ข้อหาเอ่ยความเป็เท็จ
“ข้าถาม...เ้ามิได้ยินรึ!!”
“ท่านอ๋อง...อึกท่านเส้าเฟย ฮือๆ”
“เส้าเฟยทำไม?เส้าเฟยเป็อันใด? บอกข้ามา!!”
ยิ่งเจ่าเจียงร้องห่มร้องไห้จิตใจของฉินอ๋องยิ่งดูเดือดขึ้นทันตาเห็นหากในหัวคิดว่าต้องเกิดอะไรไม่ดีกับเส้าเฟยเป็แน่
“เจ่าเจียงบอกข้า...เ้าอยากตายเช่นนั้นรึ!!”
หมับ!!
ฉินอ๋องคว้าตัวเจ่าเจียงขึ้นมามืออีกข้างง้างออกก่อนจะฟาดลงมาที่ใบหน้าแต่แล้วก็มีอีกคนมาหยุดเอาไว้
“ท่านอ๋อง...เย็นพระทัยก่อนพะยะค่ะ”
แว๊!!! แว๊!!!
หลังจากเสียงนี้ดังขึ้นทุกผู้ก็หยุดชะงักในทันทีเจ่าเจียงรีบลุกขึ้นก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้อง ส่วนฉินอ๋องเองก็ยังคงยืนนิ่ง
“ท่านหมอ...พี่ข้าเป็อย่างไรบ้างเหตุถึงยังนอนแน่นิ่งอย่างนี้”
“การที่ข้าต้องมาทำคลอดให้กับบุรุษมันเป็งานยากแต่เ้ามิต้องเป็ห่วงอันใดเขาแค่เหนื่อยจากการทำคลอดจึงเผลอหลับไปเท่านั้นหากไม่มีอันใดแล้วข้าขอตัว”
แม้จักยังมิได้รู้เื่อันใดฉินอ๋องเองก็ยังคงรออยู่ด้านนอก
“เข้าไปมิได้พะยะค่ะ”หานเมิ่งรีบปราม เพราะหญิงเพิ่งคลอดมีแต่สิ่งสกปก
“ข้าจักไปถามเจ่าเจียง..เส้าเฟยอยู่ที่ใด!”