สมิธมาเมืองที่ตั้งมหาวิทยาลัยเพื่อมาเช่ารถซึ่งสมิธเช่ารถเป็นเวลา 2 สัปดาห์ สมิธเช่าเผื่อหลายเพราะระหว่างทางมันไม่มีอะไรแนนอนเขาอาจใช้เวลากว่าที่คิดก็เป็นได้ ทางที่ดีคือเผื่อไว้ก่อนดีกว่า เกินย่อมดีกว่าขาดอยู่แล้วยิ่งในสถานการณ์ที่สมิธกำลังเผชิญอยู่ไม่รู้ว่าจะเจอฟีนิกซ์ตอนไหนวันไหนกี่วันถึงจะหาเจอ
“นายว่าฟีนิกซ์จะยอมให้พวกเราเจอตัวไหม?” สมิธถามกรีนชิลดที่ตอนนี้กำลังชะโงกหน้าออกนอกหน้าต่างเพื่อรับลมขณะที่รถวิ่งอยู่
“ถ้าเฉพาะแค่ตัวข้าฟีนิกซ์ยอมอยู่แล้ว แต่กับเจ้าข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” กรียชิลดตอบตามความจริงที่มันรู้เกี่ยวกับฟีนิกซ์ เพราะฟีนิกซ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างไม่เปิดรับเผ่าพันธุ์ภายนอกสักเท่าไหร่ แต่กับเผ่าพันธุ์กันเองพวกมันรักและมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเป็นอย่างมาก แม้ต่างฝ่ายพึ่งจะเคยเจอกันก็ตามแต่พวกมันแสดงท่าทีหรือปฏิบัติต่ออีกฝ่ายราวกับเป็นพี่น้องหรือคนในครอบครัวเดียวกัน นั้นรวมไปถึงเผ่าพันธุ์บาร์คเช่นกัน
“ก็หวังว่ามันจะเป็นไปได้ด้วยดี” สมิธก็ได้แต่ภาวนาหากเป็นไปตามที่กรีนชิลดพูด เพราะบอกตามตรงหากฟีนิกซ์ไม่ยอมให้เจอก็ไม่มีวันหาเจอแม้แต่เวอร์ชั่นร่างสมิธประสบการณ์นรก 30+ ปีที่พยายามจะหาก็ไม่เจอเช่นกัน เนื่องจากฟีนิกซ์อยู่เหนือคำว่าสิ่งมีชีวิตไปแล้ว มนุษย์ตัวเล็กๆธรรมดาอย่างเขาเทียบไม่ติด
รถยังคงวิ่งต่อไปด้วยความเร็วคงที่และโชคดีที่ถนนค่อนข้างโล่งการจราจรจึงราบรื่นเป็นอย่างมาก
“เฮ้สมิธช่วยแวะปั้มหน่อยรากฉันเริ่มแห้งแล้ว” กรีนชิลดบอกสมิธเพราะร่างกายของมันเริ่มต้องการน้ำแล้ว
“ก็นายเอาหน้ายื่นออกไปตากลมแบบนั้นตัวหน้าจะแห้งก็ไม่แปลก” สมิธพูดอย่างติดตลกออกมาเพราะตลอดเวลานับตั้งแต่ที่ออกเดินทางกรีนชิลดไม่เคยหน้าห้นาเข้ามาในรถเลยยื่นหน้าออกไปรับลมตลอด
“ก็นี้มันครั้งแรกของข้าที่ได้โดยสารสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ ข้าก็ต้องซึบซับบรรยากาศสักหน่อย” กรีนชิลดตอบออกมาด้วยความตื่นเต้น ตัวมันที่อยู่โลกมา 500 กว่าปีและครั้งนี้คือครั้งแรกที่ตัวมันมีโอกาสไดนั่งสิ่งที่เรียกว่ารถ สิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์ให้ความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะมนุษย์เพศชายบางคนที่รักราวกับรถเป็นสมาชิกในครอบครัว
สมิธแวะปั้มตามคำขอของกรีนชิลดเพราะเขาเองก็รู้สึกว่าอยากพักบ้างหลังจากขับรถมา 2 ชั่วโมงติด สมิธเติมน้ำมันแล้วก็ซื้อน้ำซื้อขนมมากักตุนไว้บนรถในระดับหนึ่งและสาเหตุที่ต้องกักตุนเพราะกรีนชิลด น้องชายของเขาแจ็กสันได้ให้กรีนชิลดลองกินขนมขบเคี้ยวและน้ำอัดลมซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือกรีนชิลดได้เปิดโลกของความอร่อยในรูปแบบใหม่ สมิธยังจำได้แม่นอยู่เลยตอนที่กรีนชิลดได้ลองน้ำอัดลมครงั้แรก ตัวของกรีนชิลดได้งอกใบไม้อย่างรวดเร็วและเหี่ยวเชียวในทันทีก่อนจะร่วงหล่น มันน่าทึ่งขนาดใบไม้ร่วง!
เมื่อกรีนชิลดได้เติมน้ำเข้าร่างแล้ว สมิธได้เติมน้ำมันรถกักตุนขนมและน้ำอัดลมแล้ว การเดินทางจึงดำเนินต่อไป สมิธขับรถนานหลายชั่วโมงโดยไม่แวะพักอะไรทั้งนั้นจนเวลามาถึงช่วงกลางคืนสมิธถึกแวะจอดที่โมเทลแห่งหนึ่ง
“เจ้าแน่ใจรึว่าจะนอนที่นี้? เพราะตลอดระยะเวลากว่า 500 ปีที่ข้าอยู่บนโลกข้ารู้ว่ามนุษย์นั้นกลัวสิ่งที่เรียกว่าผีจนอาจตายได้เลย” กรีนชิลดพูดออกมาเมื่อได้เห็นสภาพของสถานที่แห่งนี้ที่สมิธตัดสินใจนอนในคือนี้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็แค่ผีจะไปกลัวมันทำไม” สมิธถึงกับหลุดหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดของกรีนชิลด กับอีแค่ผีที่เป็ฯแค่วิญญาณจะมาเทียบกับสิ่งมีชีวิตจากขุมนรกที่ตัวเขาเคยเจอได้อย่างไร เหมือนกรีนชิลดถามว่าสมิธกลัวเด็กทารกไหมอย่างไงอย่างงั้น
โมเทลแห่งนี้มันก็น่ากลัวจริงหากเป็นคนกลัวผีเพราะสภาพของโมเทลเหมือนสถานที่ล้างก็ว่าไมได้ สาเหตุที่สภาพโมเมลเหมือนกับบ้านผีสิงไม่รู้ว่าเป็นเพราะสไตล์ในการตกแต่งหรือขาดการดูแล แต่ถ้าเป็นสไตล์ของโมเทลตามที่เจ้าของต้องการถือว่าทำได้ดีมาก 10 เต็ม 10 เลยแค่ขับรถผ่านยังหลอน
“หนึ่งคืนครับ” สมิธมาที่ชำระเงินเพื่อเอากุญแจเข้าห้อง
“50เหรียญ” พนักงงานหญิงตอบกลับอย่างไร้เรี่ยวแรง
“นี้ครับ” สมิธยื่นเงินให้
“ห้อง 704” พนักงงานหญิงรับเงินแล้วค่อยยื่นกุญแจห้องให้สมิธ
สมิธรับกุญแจมาแล้วก็ตรงไปที่ห้อง 704 ทันที
“นั้นไงสมิธ! เจ้าไม่เห็นพนักงานผู้หญิงคนนั้นรึข้าแทบสัมผัสพลังชีวิตของหล่อนไม่ได้ ข้าว่าหล่อนต้องเป็นไอสิ่งที่เรียกว่าซอมบี้แน่”