ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 46 พิธีหมั้นหมื่นเทพ

    บทที่ 46 พิธีหมั้นหมื่นเทพ


     

    ข่าวเรื่องคู่หมั้นของพิมที่เปิดเผยแล้วว่าเป็นนินกระจายไปทั่วเมืองหลวงในพริบตาทำเอาทุกคนแปลกใจเพราะพวกเขาคิดว่าคู่หมั้นพิมน่าจะเป็นคนที่มีภูมิหลังยิ่งใหญ่กว่าหมื่นเทพที่ไหนได้กลับเป็นคนบ้านป่าคนหนึ่งเท่านั้นนี่ทำเอาหมื่นไวยหัวเราะออกมา

    หมื่นไวย” ข้าก็คิดว่าแม่พิมจะหาคนที่เหนือกว่าข้าเสียอีกที่ไหนได้ก็แค่คนไร้หนทางคนหนึ่ง “ลูกน้องของมันกล่าวออกมา

    ” ที่น่าแปลกทำไมคุณพิมถึงแต่งงานกับคนเช่นนั้นกัน “หมื่นไวยหัวเราะออกมา

    ” ข้าว่ามันก็เป็นการแต่งในนามเท่านั้นแหละเพื่อป้องกันไอ้แผนและไอ้เลวอย่างไอ้ช้างอย่างไรเล่า “ทุกคนพยักหน้าเหตุผลนี้พอฟังได้

    ” เช่นนั้นข้าก็ยังมีหวังไม่ใช่หรือ “ทุกคนกลอกตาก่อนหน้าที่ยังไม่มีงานหมั้นท่านหมื่นของพวกเขาก็โดนปฏิเสธไม่ใช่หรือไงอย่างไรก็ตามพวกเขาเป็นคนฉลาดไม่พูดออกไปให้โดนด่าหรอก แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบต่อพิมและนินเลยทั้งสองยังใช้ชีวิตปกติ ด้านท่านเจ้าคุณวันนี้อยู่ที่กระทรวงเวทมนตร์เพื่อทำการดูการทดสอบข้อมูลที่สืบมาจากเว่ยหมิงเต๋อ

    พระยาสมาน” หลังจากที่กระผมได้ลองตามข้อมูลที่ท่านได้มาพบว่าเลือดหมาดำสามารถทำให้ผิวของไอ้ผีดิบนั่นเกิดการเสื่อมสลายได้อย่างต่อเนื่อง “ท่านเจ้าคุณพยักหน้าแล้วขมวดคิ้ว

    “แต่เราจะไปหาหมาดำจากที่ไหนมาเยอะแยะเล่าหมาดำหายากจะตายไป” พระยาสมานพยักหน้า

    พระยาสมาน “เช่นนั้นเราต้องใช้อย่างประหยัดที่สุดคือการจุ่มลูกธนูหรือดาบลงไปในเลือดหมาดำเช่นนี้เราก็จะสามารถทำอันตรายกับพวกมันได้แล้ว” ท่านเจ้าคุณสีคางไปมา

    “จริงของเจ้าตอนนี้หมาดำเรามีกี่ตัว “พระยาสมานกล่าวออกมา

    ” สามตัว “ท่านเจ้าคุณหน้ากระตุก

    ” บัดซบน้อยไปแล้วส่งกองกำลังออกไปค้นหามาให้เยอะที่สุดห้ามสังหารมันเด็ดขาดเราต้องเลี้ยงมันเอาเลือดชั่วคราวหลังผ่านเหตุการณ์นี้ค่อยปล่อยมันไป” จากนั้นก็มีคนเดินเข้ามาแล้วมอบจดหมายให้ท่านเจ้าคุณเขาเปิดอ่านก็ทำหน้าประหลาดใจ

    “โอ้มีเบาะแสของมันแล้วหรือ” ในจดหมายเขียนว่าพบผู้ร้ายแล้วหมายถึงซาไบเขากำลังหนีออกนอกประเทศแต่โดยสกัดจับไว้เกิดการต่อสู้รุนแรงมันใช้ผีดิบต้านแล้วหนีไปได้อย่างไรก็ตามพวกเขาจับผีดิบได้อีกหนึ่งตัวที่นั่นแต่ก็มีคนตายไปถึงห้าสิบคนจากการต่อสู้ครั้งนี้ “ส่วนมายมังตอนนี้แทรกตัวไปสืบเรื่องราวต่างๆ ในเมืองหลวงน่าเสียดายข่าวสำคัญมันสืบไม่ได้เลย นินออกมาจากวังเป็นก็ดึกแล้วเขาคิดว่าจะกลับบ้านก็ลืมไปว่าเขาไม่ได้เอารถม้ามาด้วย

    นิน” เวรเอ๊ยมารับฉันแต่ไม่ไปส่งเนี่ยนะพี่หวังนะพี่หวัง” ไม่ใช่ว่าสมหวังลืมแต่พวกเขากำลังวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องตำราเรียนและย่อยข้อมูลที่นินพูดถึงหลักสูตรอยู่จึงทำให้ลืมนินไปสนิท

    นิน “คงต้องนอนที่บ้านประจำตำแหน่งสินะ” นินตัดสินใจไปที่เรือนประจำตำแหน่งของเขาในส่วนบ้านพักข้าราชการชั้นสูงที่ใกล้วังหลวงมาก เดินจากวังหลวงไปครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว นินซื้ออาหารไปกินสองสามอย่างแล้วไปที่บ้านด้วยโชคดีที่ร้านยังไม่ปิด ในเรือนมีวาสแล้วสาวใช้อยู่ด้วย เรื่องนี้หลังใหญ่มีห้องนอนหลักถึงสามห้องนับว่าสบายๆ

    วาส “นายมาได้ไง” นินทำหน้าแบบว่าหมดหนทาง

    นิน “ฉันมาเข้าวังหลวงแล้วกลับไม่ได้น่ะสิดึกขนาดนี้เช่ารถม้าไม่ทันแล้วจึงต้องมานอนนี่ไง” วาสพยักหน้า

    นิน “ฉันซื้อของดีมาด้วยนะ” เขาหยิบอาหารขึ้นมา

    วาส” ข้าคิดว่าจะเป็นสุราเสียอีก “นินกลอกตา

    นิน” พรุ่งนี้ข้าต้องไปงานแต่งต้องตื่นแต่ที่สามจะเมาได้ไง “นางประหลาดใจ

    ” ไหนว่าวันที่เก้าไง “นินส่ายหน้า

    นิน” ฉันหมายถึงงานแต่งหมื่นเทพต่างหาก “วาสจึงเข้าใจ

    นิน” จริงสิงานหมั้นฉันเธอจะมาไหม “วาสคิดสักพัก

    วาส “ฟรีไหม” นินกลอกตา

    นิน “แน่นอนสิคิดว่าฉันงกขนาดนั้นเลยหรือ” วาสหัวเราะ

    วาส” งั้นก็ได้แต่ข้ายังไม่หายดีคงไม่สะดวกหลอก “นินคิดสักพัก

    นิน” เดี๋ยวข้าจะให้คนมารับแล้วกันงานนี้รับรองมีละครให้ดูเยอะ” นางยิ้มออกมา

    วาส “ข้าเริ่มคาดหวังแล้วนะเนี่ย” นินกลอกตา

    นิน “หนังสือรับเข้าตำแหน่งองครักษ์ใกล้เรียบร้อยแล้วถึงตอนนั้นเจ้าจะมีบ้านพักเหมือนกันแต่คงไม่ใหญ่เท่านี้หรอก “วาสพยักหน้า

    วาส” ข้าคนง่ายๆ นอนไหนก็ได้หมดแถมอยู่ฟรียิ่งสบาย “นินหลอกตา ส่วนที่บ้านท่านเจ้าคุณพิมชะเง้อออกมายังนอกเรือนหลายครั้งจนไหมแก้วกล่าวออกมา

    ไหมแก้ว “คงประชุมดึกน่ะนี่ก็จะสี่ทุ่มแล้วคงนอนบ้านพักนั่นแหละ” พิมไม่ยอมรับหรอก

    พิม “ลูกไม่ได้มองหาเขาเสียหน่อย” ไหมแก้วยิ้ม

    ไหมแก้ว “เช่นนั้นทำไมคอเจ้ายืดแบบนั้นระวังจะปวดคือเอานะ” พิมถึงกับหน้าแดง

    ลิน “ชอบเขาแล้วยังปากแข็งอีก” พิมหยิกเอวน้องสาว

    ลิน “คุณแม่ดุสิเจ้าคะลูกมิได้หมายถึงคุณพี่เสียหน่อย” ไหมแก้วหัวเราะ

    ไหมแก้ว “ว่าแต่แก้วยังฝึกไม่เสร็จอีกหรือนี่ก็หลายวันแล้วนะ “ภาจึงกล่าว

    ภา” เห็นว่าอาคมชุดนี้เข้มข้นมากเจ้าค่ะน้องน่าจะกลับมาวันหมั้นพี่พิมเลย “ไหมแก้วพยักหน้าตอนนี้ลูกหลานขุนนางชายและสตรีอายุไม่เกินสิบห้าปีที่ลงสมัครฝึกอาคมเข้ารับการฝึกถึงจุดที่เข้มข้นมากจึงไม่สามารถไปกลับได้แก้วจึงไม่ค่อยอยู่บ้านในช่วงนี้ ทั้งนี้เพราะข่าวที่ท่านเจ้าคุณไปสืบมาว่าทางอังวังกำลังจัดเตรียมทำสงครามแล้วนั่นเองพวกมันกำลังอยู่ในช่วงรวบรวมเสบียงและอาวุธคาดว่าภายในสามปีนี้จะเข้าโจมตีไทยหรือไม่ก็ต้องมีการเคลื่อนไหวใหญ่แน่นอน


     

    ตีสามนินก็ลุกขึ้นมาจัดการตัวเองแล้วออกจากบ้านวาสก็เดินออกมาส่งเขาที่หน้าประตูนินกล่าวออกมาอย่างสบายๆ

    นิน “ไม่ต้องมาส่งฉันหรอก” วาสกลอกตา

    วาส “นายนี่หลงตัวเองจริงๆ ข้ามาล็อกประตูต่างหากเกิดตอนข้าหลับมีใครย่องเข้ามาข้ามิโดนขืนใจหรือ” นินกลอกตา

    นิน “เธอนี่มันเพ้อเจ้อมากไปหน่อยมั้งนี่เรือนข้าราชการใครมันจะกล้า” วาสคิดว่ามีเหตุผล

    วาส “ก็จริงงั้นก็ปิดประตูด้วยแล้วกันข้อไปนอนก่อน” นินถึงกับหน้ากระตุก

    นิน “บ้าจริงผู้หญิงยุคนี้ไม่เห็นเหมือนที่เคยได้ยินมาเลย” เขาปิดประตูแล้วเดินไปยังสถานีรถม้าเพื่อจ้างรถม้ากลับบ้านสถานีรถม้าจะเปิดตอนตีสี่ของทุกวันอยู่แล้ว ที่บ้านหมื่นเทพจัดงานใหญ่ขึ้นลูกชายคนเดียวของท่านออกหมั้นแล้วแต่งเลยในช่วงเช้าจะเป็นงานหมั้นส่วนช่วงบ่ายก็จะแต่งเลยแขกเริ่มทยอยกันมาแล้วต้องบอกว่างานนี้เป็นงานที่รวมเอาคนชั้นสูงมากันไม่น้อยเลย แน่นอนว่างานนี้พิมไม่ไป นินมาถึงบ้านตอนเกือบเจ็ดโมงเขาเร่งคนขับรถสุดชีวิตจึงมาถึงเร็วแบบนี้ พวกไหมแก้วแต่งตัวเรียบร้อยแล้วกำลังจะออกจากบ้านก็เห็นนินกลับมาพอดีภาและลินก็ไปด้วย

    นิน “จะไปแล้วหรือครับแล้วพิมเล่า” ไหมแก้วพยักหน้า

    ไหมแก้ว “พิมไม่อยากไปเป็นขี้ปากคนในงานน่ะสิ” นินขมวดคิ้ว

    นิน “งั้นคุณป้ากับลุงไปก่อนเลยเดี๋ยวผมตามไป” ท่านเจ้าคุณกล่าวถาม

    “แล้วเรื่องตำราเรียนเป็นไงบ้าง” นินจึงเล่าคร่าวๆ

    นิน “จะมีประกาศออกมาวันนี้ครับผมเองก็คงต้องยุ่งสักพักเรื่องโรงเรียนและอบรมครู” ไหมแก้วขมวดคิ้ว

    ไหมแก้ว “แล้วงานพ่อนินจะไม่เป็นไรหรือของที่พ่อค้าจีนสั่งจะทำทันหรือ” นินพยักหน้า

    นิน “สบู่ทำไม่ยากครับถ้าเร่งมือหน่อยวันละห้าหกร้อยก้อนไม่ใช่ปัญหาวัตถุดิบมีพอใช้รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอนครับเพียงแต่ผมไม่มีเวลาไปตรวจงานเลยช่วงนี้” ท่านเจ้าคุณจึงกล่าว

    “เอ็งขาดคนใช่หรือไม่” นินพยักหน้า

    นิน “ใช่ครับ” ท่านเจ้าคุณจึงเอ่ยขึ้น

    “สนใจพวกทหารผ่านศึกไหมล่ะ” ดวงตานินเป็นประกาย

    นิน “สนใจสิครับตอนนี้ขาดคนรับส่งของจริงๆ” ท่านเจ้าคุณพยักหน้า

    “เรื่องนี้ไว้คุยกันข้าต้องไปแล้วเป็นผู้เกี่ยวข้องให้ “นอนขอบคุณเขาขาดคนจริงๆ

    ” อ้อจะไปก็รีบหน่อยไปสายไม่ค่อยดี” นินพยักหน้าแล้วเดินไปที่เรือนของพิม ซึ่งนางกำลังสั่งคนเตรียมงานอยู่

    นิน “คุณทำอะไรอยู่เนี่ย” พิมหันมาทองเขา

    พิม “อีกสองวันก็งานหมั้นแล้วนี่” นินกลอกตา

    นิน “ที่ผมถามคือทำไมคุณไม่ไปงานแต่งหมื่นเทพ” พิมไม่สนใจ

    พิม “ข้าไม่อยากไปให้คนมองเหมือนของโชว์” นินกลอกตาเพราะข่าวลือช่วงก่อนหน้าชัดๆ

    นิน “ไปแต่งตัวไปกับผมไปแสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้สนใจเรื่องของได้เทพนั่นจริงๆ อีกอย่างคนสวยขนาดนี้เอาไม่โชว์สักหน่อยจะเป็นอะไรกัน “พิมมองเขา

    พิม” นายเอาจริง “นินกลอกตา

    นิน” เอาจริงสิคุณไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องหลบหน้าด้วยเล่า “พิมเงยหน้ามองเขา

    พิม” นายห้วงความรู้สึกข้าหรือ “นินกลอกตา

    นิน” ถึงเราไม่ถึงขั้นชอบกันแต่อย่างน้อยก็นับได้ว่ามีความรู้สึกที่ดีต่อกันแล้วทำไมผมจะไม่ห่วงความรู้สึกคุณเล่า” พิมพยักหน้า

    พิม “งั้นก็ได้ขอข้าไปแต่งตัวก่อน” นินโล่งใจยายบ้านี่พอเรื่องตัวเองไม่ใส่ใจเสียอย่างนั้น นินกลับไปที่เรือนแล้วไปแต่งตัว ที่บ้านของหมื่นเทพตอนนี้คึกคักมากคุณหญิงอบเชยและลูกสาวลูกชายรวมถึงหลานสาวหลานชายก็มางานนี้ด้วยรวมไปถึงสามีของคุณหญิงด้วย

    จัน” ไม่น่าเชื่อว่าจะจัดใหญ่แบบนี้เหมือนจะประกาศเลยว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับพิม” อบเชยต้องปรามลูก

    “พูดอะไรระวังหน่อย” จันจึงหุบปากจากนั้นจันก็เห็นดารินจึงรีบไปคุยด้วย อบเชยส่ายหน้าแล้วเดินเข้างานพร้อมสามี คนจากกระทรวงต่างประเทศก็มากันเต็มไปหมดพร้อมภรรยาและลูกสาว พวกเขาคุยกันถึงเรื่องกระทรวงศึกษาที่ประกาศเมื่อเช้ามีคนมารายงานพวกเขาถึงการประกาศทำเอาทุกคนตื่นตัวไปหมด พวกท่านเจ้าคุณก็มาถึงแล้วเช่นกันระหว่างทางเขาก็แวะดูป้ายประกาศแล้วเช่นกันลินจึงถามขึ้น

    ลิน” อบรมครูคืออะไรเจ้าคะ” ท่านเจ้าคุณจึงเล่าให้ฟังหลังจากความเข้าใจของเขา

    “เหมือนว่าจะมีการสร้างโรงเรียนในเมืองใหญ่ห้าแห่งเป็นต้นแบบแล้วต้องการครูจำนวนมากในการไปประจำที่โรงเรียนเหล่านั้นพ่อว่าไอ้นินคงคิดวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาโดยที่ครูหนึ่งคนสามารถสอนนักเรียนได้พร้อมกันหลายสิบคนได้ทำให้ต้องมีการอบรมก่อนไง” ลินพยักหน้า

    ลิน “น่าสนใจลูกก็อยากไปลองดูเจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณประหลาดใจ

    “แน่ใจหรือเด็กๆ พวกนั้นลูกรับมือไหวหรือมันซนมากนะ” ลินลังเล

    ไหมแก้ว “แบบนี้จะเกิดเรื่องระหว่างลูกของพวกขุนนางกับสามัญชนไหมเจ้าคะ” ท่านเจ้าคุณยิ้มออกมา

    “ไอ้นินคงหาทางรับมือไว้แล้วล่ะอย่างห่วงเลยคุณหญิง “ไหมแก้วถามภา

    ไหมแก้ว” แล้วลูกไม่สนใจหรือ “ภาส่ายหน้า

    ภา” ตอนนี้ลูกสนใจร้านขนมมากกว่าเจ้าค่ะลูกเชื่อว่ามันต้องไปได้สวยแน่ๆ เจ้าค่ะ” ไหมแก้วจึงไม่กล่าวอะไรต่อ


     

    ด้านในท่านออกญากำลังนั่งคุยกับแขกหลายคนถามถึงเรื่องกระทรวงศึกษาต่างๆ ท่านออกญาก็กล่าวชมผู้เขียนตำราอย่างไม่ปิดบัง

    “ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าคนรุ่นหลังจะแซงคนรุ่นเราไปแล้วข้าว่าอีกไม่นายไทยต้องรุ่งเรืองแน่” ทุกคนยิ้มออกมาชายคนหนึ่งถาม

    “ทำไมถึงแต่งตั้งท่านแค่เป็นที่ปรึกษาเล่าแทนที่จะให้เป็นเจ้ากรมไปเลยทั้งที่ท่านอาวุโสในด้านวรรณกรรมของเราที่สุด “ท่านออกญากล่าวออกมาด้วยเสียงหัวเราะ

    “กล่าวเกินไปแล้วพระวิเชียนก็มีความรู้ไม่ต่างจากข้าหรอกอีกอย่างงานวรรณกรรมที่ข้ารับผิดชอบนั้นมีกองเป็นภูเขายากจะทำสองหน้าที่ได้” ทุกคนพยักหน้า จากนั้นท่านเจ้าคุณก็เดินมาด้านในก็พบท่านอัครมหาเสนาบดีที่กำลังคุยอยู่กับพระยาสุนทร ที่เป็นรองเจ้ากรมนา เขาคือพ่อของหมื่นอินนั่นเอง พระยาสุนทร ร่างกายผอมสูงหน้าตาเป็นคนจริงจังอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระยาเดช และพระยาพิเชษฐ์ ท่านเจ้าคุณเรื่องจะแก่กว่าพวกเขาแค่ปีเดียวโดยรวมจะถือว่ารุ่นเดียวกันทว่าตำแหน่งของท่านเจ้าคุณเหนือกว่าพวกเขาต้องเคารพสามส่วน

    พระยาสุนทร “อย่างที่พวกท่านรู้ตอนนี้ข้าวเริ่มจะขาดตลาดแล้วจำต้องหาธัญพืชทดแทนไม่งั้นคงต้องเกิดเหตุการณ์ข้าวยากหมากแพงแน่” ท่านอัครมหาเสนาบดีขมวดคิ้ว

    “ข้าวสาลีก็ไม่มีหรือ” พระยาสุนทรส่ายหน้า

    พระยาสุนทร “ของนั้นก็ต้องเอาเข้าไปในกองเสบียงเช่นกัน” ท่านอัครมหาเสนาบดีขมวดคิ้ว

    “เช่นนั้นคงเป็นมันปะหลังและมันเทศแล้วกระมัง” พระยาสุนทรพยักหน้า

    พระยาสุนทร “คงเป็นเช่นนั้นทว่ามันก็ทำอาหารได้ไม่มากนอกจากโจ๊กมันเทศแผ่นแป้งแล้วก็ทำอะไรไม่ได้คนจะกินแบบนี้ทุกวันได้อย่างไร” ท่านเจ้าคุณเดินเข้ามา

    “มีอะไรหรือพวกท่านดูสีหน้ากังวลนัก” ทั้งสองจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังท่านเจ้าคุณยิ้มออกมา

    “ไม่ใช่ว่าหลวงเผยแพร่วิธีการปลูกผักไปแล้วหรือตอนนี้ปริมาณผักที่หมุนเวียนในไทยก็เหลือใช้เลยไม่ใช่หรืออีกอย่างการเก็บเสบียงเก็บห้าส่วนปล่อยห้าส่วนไม่ใช่รึ “ทั้งสองพยักหน้าพระยาสุนทรกล่าว

    ” ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรอกมันอยู่ตรงพ่อค้าเริ่มกักตุนสินค้าน่ะสินั่นจะทำให้ราคาของขึ้นตามไปด้วยห้าส่วนที่ปล่อยไปถูกพวกมันกักตุนไปสามส่วนแล้วและจะยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก “ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว

    ” ไปหาที่นั่งคุยกันเถอะ “ทุกคนจึงหลบไปนั่งในศาลาหลังจากไปทักทายท่านออกญาไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อมารยาท ส่วนคุณหญิงไหมแก้วก็พาลูกสาวไปยังแวดวงของสตรี คุณหญิงชบามาต้อนรับทุกคนพร้อมคุณหญิงสุดา คุณหญิงชบาคือแม่ของหมื่นเทพหน้าตาสวยดูดีตามแบบกุลสตรีไทย

    ชบา “เชิญด้านในๆ” นางหันไปหาไหมแก้ว

    ชบา” ต้องขอโทษคุณพี่ด้วยนะเจ้าค่ะที่ทำให้เกิดข่าวเสียหาย “แน่นอนว่าคุณหญิงชบาไม่ใช่คนเลวร้ายนางจัดว่าเป็นคนดีเชียวจึงกล่าวขอโทษก่อนเพื่อคลายความหมองใจไหมแก้วส่ายหน้า

    ไหมแก้ว “มันแค่ข่าวลือไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าว” ชบามองหาไม่เห็นพิมก็คิดว่านางคงจะโกรธอยู่เป็นแน่อย่างน้อยนางก็เห็นแม่พิมมาตั้งแต่เล็กจึงอดเสียใจไม่ได้ ไหมแก้วไม่ได้พูดอะไรทุกคนจึงเข้าไปในงาน

    สุดา” จริงสิพ่อนินและแม่พิมเล่าไม่มาหรือ “ไหมแก้วยิ้มแล้วตอบ

    ไหมแก้ว” พ่อนินเพิ่งกลับมาจากการไปทำงานคงตามมาสายๆ หน่อยนั่นแหละ “สุดากล่าวออกมา

    สุดา” ได้ข่าวเรื่องกระทรวงศึกษาหรือยังน่าสนใจมากข้าคิดว่าจะให้ดารินลองไปอบรมดู “ไหมแก้วประหลาดใจ

    ไหมแก้ว” ดารินอยากเป็นครูหรือ “สุดาส่ายหน้า

    สุดา” ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่านางอย่างทำอะไรแน่แต่โรงเรียนหลวงมีแววว่าจะเปิดที่เมืองสองแควถ้านางสามารถเป็นครูได้มีงานทำก็ย่อมดีกว่าไม่ใช่หรือ “ไหมแก้วพยักหน้า

    ไหมแก้ว” เรื่องนี้เจ้าต้องคิดดีๆ นะข้าได้ยินมาว่าจะต้องสอนพวกเด็กๆ ทั้งสามัญชนและลุกหลานตระกูลชั้นสูงจะต้องมีใจรักจริงๆ ไม่อย่างนั้นทนความซนพวกเขาไม่ไหวแน่ “สุดาหัวเราะ

    สุดา” เจ้าไม่รู้จักดารินหรือไงมีหรือจะเอาเด็กพวกนี้ไม่อยู่ “ไหมแก้วคิดตามก็จริง ในช่วงสายงานหมั้นก็เริ่มขึ้นเกดมณีเดินออกมาชุดของนางเป็นชุดชุดไทยจักรีสีชมพูอ่อนทำให้นางดูอ่อนหวานและสวยเป็นอย่างมาก ทรงผมเป็นทรงเกล้ามวยต่ำ บิดเกลียวผมด้านข้างให้เส้นโค้งรับกับแนวเส้นคอเสื้อ และประดับด้วยปิ่นปักผมแต่งพู่ห้อยระย้า เข้ากับชุดเครื่องประดับลายไทยเต็มยศทำให้นางยิ่งงดงามเป็นอย่างมากทุกคนต่างลงความเห็นว่างดงาม หมื่นเทพสวมชุดเต็มยศเช่นกันเขาหล่อเหลามากในชุดนี้เดิมที่เขาก็หล่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขามองไปรอบๆ ไม่พบพิมก็ผิดหวังแต่ก็ยิ้มออกมา

    หมื่นเทพ “เดิมทีตามประเพณีต้องไปแต่งงานบ้านเจ้าสาวทว่ากระผมต้องทำงานสำคัญให้กับประเทศชาติจังไม่สามารถไปที่นั่นได้ต้องขออภัยทุกคนด้วยโดยเฉพาะทางฝั่งเจ้าสาว” เขากราบไปยังทางคุณหญิงสุดาและพ่อแม่เกดมณี

    สุดา “พ่อเทพไม่ต้องขอโทษหรอกเรื่องงานของเจ้าเรารู้ดีขอเพียงพิธีถูกต้องและเจ้าดูและน้องให้ดีก็พอหลานสาวของข้าคนนี้มีความสามารถไม่น้อยเจ้าเลือกคนไม่ผิดหรอก” หมื่นเทพกราบไปยังคุณหญิงสุดา ท่านออกญามองลูกชายและลูกสะใภ้อย่างพอใจ

    “คุณหญิงไม่ต้องห่วงเราจะดูแลแม่เกดอย่างดีไม่ให้ต้องเสียใจที่แต่งเข้ามาแน่นอน” ทุกคนพยักหน้า หลวงภพยิ้มออกมา

    หลวงภพ “ตั้งแต่ที่เรายกลูกสาวให้เราก็มั่นใจแล้วว่าบ้านท่านต้องดูแลลูกเราเป็นอย่างดี “ดวงใจก็พยักหน้า จากนั้นพิธีก็กำลังจะเริ่มขึ้นก็มีเสียงดังมาจากทางเข้าเป็นเสียงของคนร้องออกมาด้วยความตกตะลึงและเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ดังขึ้น

    “ถอยไปๆ พวกท่านจ้องอะไรกันนี่ว่าที่คู่หมั้นของฉันนะถอยไปเราจะไปร่วมงาน” แน่นอนว่าเสียงนี้ท่านเจ้าคุณจำได้มันคือเสียงของนินนั่นเอง…


     


     


     

     

    คล้ายกับเรื่องข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย ที่คุณอ่าน