10
แสงแดดกระทบเข้ากับใบหน้าของเหยาเยี่ยชิง ดวงตาเรียวหงส์เปิดขึ้นเชื่องช้าทอดมองบรรยากาศสงบสุขภายนอกบานหน้าต่าง
เขารู้สึกตัวขึ้นั้แ่มู่เยว่ชินลุกออกไป เพียงแต่ในหัวกำลังทบทวนเื่ราวอาการหลับอันแปลกประหลาด มันสามารถเกิดได้จากการทานยาของลี่หลินก็จริง แต่หากไม่ใช่ เกรงว่าเด็กคนนั้นคงมีสิ่งที่เขาไม่รู้อีกมากเป็แน่ คิดไปคิดมาเวลาก็ล่วงเลยไปมากแล้ว
เหยาเยี่ยชิงนึกขึ้นได้ว่าตนหลับไปยังไม่ได้ทายาเลยตัดสินใจลุกหยิบขวดยาตรงข้างเตียง ทันทีที่กล้ามเนื้อขยับความเจ็บก็แล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง กว่าจะพยุงตัวขึ้นตรงเหงื่อเม็ดเล็กก็ผุดขึ้นทั่วหน้าผาก มือที่กำลังจะคลายเสื้อออกชะงักไปครู่หนึ่ง
เงื่อนผูกเอวแปลกไป ตนพยายามนึกความทรงจำเก่า เมื่อคืนเขาไม่เคยผูกปมเช่นนี้มาก่อน? ไม่นานใบหน้าของ
มู่เยว่ชินลอยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เหยาเยี่ยชิงถึงกับกุมศีรษะ
ถอดถอนใจได้ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดิน มือที่กำลังนวดขมับย้ายไปจัดแจงเสื้ออย่างว่องไว แต่กลับลืมไปว่ากล้ามเนื้อที่กำลังสมานไม่สามารถรองรับการเคลื่อนไหวได้เหมือนยามปกติ
มู่เยว่ชินที่เปิดประตูเข้ามาจึงเห็นสภาพเ้าสำนักฝูหันหลังเกาะข้างเตียงร้องโอดครวญกับความโง่งมของตนเองด้วยเสื้อผ้าที่ไม่เรียบร้อย
“ซือจุนข้านำโจ๊กมาให้ท่าน”
“ครั้งหน้าห้ามเดินเข้ามาโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้” เขาคิดจะพูดอีกหลายประโยคแต่หันกลับมาพบเข้ากับเขม่าที่ติดตามเนื้อตัวของคนตรงหน้าปากก็พูดไม่ออกอีก
มู่เยว่ชินจากที่ใบหน้ายิ้มแย้มอยู่ก็ก้มหน้าลง เหมือนตนจะทำให้คนตรงหน้าน้อยอกน้อยใจเข้าแล้ว
“ทำเองหรือ?”
“ศิษย์พี่เจียวนำยามาให้ท่าน ข้าเห็นว่าโจ๊กที่นำมาด้วยเริ่มเย็นแล้วจึงไปอุ่นให้” มู่เยว่ชินเอ่ยออกมาใบหน้าเขายังคงก้มลงไม่สบตากับเหยาเยี่ยชิง
เมื่อเห็นว่าศิษย์ตนกำลังหน้างอ จิตใจก็อ่อนลงอย่างช่วยไม่ได้ “ขอบใจเ้า”
ใบหน้าเล็กยิ้มกว้างอีกครั้ง
“เ้าเปลี่ยนยาให้ข้าหรือ”
“...ศิษย์เป็ห่วงซือจุนกลัวาแท่านหายช้า” พูดจบก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง เป็อย่างที่คาดไว้ เด็กคนนี้ใจกล้ายิ่งนัก กำลังเอ่ยปากขึ้นต่อว่าแต่ดวงตาของมู่เยว่ชินเริ่มมีม่านน้ำตาปกคลุม
“...ครั้งหน้าเ้าต้องถามข้าก่อน”
ปีศาจน้อยรับปากอย่างรวดเร็วและไปจัดแจงที่นั่งให้เขา เมื่อเดินไปนั่งก็พบกับโจ๊กถ้วยหนึ่งมีไอร้อนพวยพุ่งติดกันเป็ยาต้มและพุทราเชื่อม?
“ซือจุนรีบทาน” ว่าพลางคนตัวเล็กก็นั่งลงตรงข้ามจัดเรียงอาหารให้เข้าที่เข้าทาง
พุทราเชื่อมสามลูกนั้นยังดึงดูดสายตาของเหยาเยี่ยชิง ลี่หลินไม่มีทางใส่ใจเช่นนี้ เกรงว่าคงเป็เด็กคนนี้ที่หามาเพิ่ม
เขาเหลือบมองมู่เยว่ชินอย่างอดไม่ได้ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่กระจายไปทั่วหน้าอกจึงเอื้อมมือไปจับหัวของคนตรงหน้าอย่างอดใจไม่ไหว เป็เด็กที่เอาใจใส่เื่เล็ก ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ
“ขอบใจ”
มู่เยว่ชินที่ตั้งใจจัดเรียงข้าวของได้รับความอบอุ่นจากมือเรียวอย่างไม่คาดคิด ใบหน้าเล็กเริ่มเปล่งเป็สีชมพูอ่อน ก่อนที่คนตรงหน้าจะสังเกตเห็นก็ก้มหน้างุด ซ่อนเร้นไว้อย่างแเี
หลายวันต่อมาภายในห้องของเ้าสำนักเสียงหรูมีคนผู้หนึ่งกำลังทายาด้วยท่าทางทุลักทุเล เหยาเยี่ยชิงอาศัยจังหวะที่มู่เยว่ชินออกไปข้างนอกจัดแจงแผลให้ตนเอง สามวันที่ผ่านมามู่เยว่ชินเป็คนทำแผลให้ล้วนกระอักกระอ่วนใจ เช้าวันนี้ตื่นมาไม่เห็นร่างเล็กจึงคิดจัดการทาแผลเองเสียเลย
เขาหันหลังให้กระจกมือหนึ่งถือขวดยาอีกมือก็พยายามเอื้อมไปทาแผล เมื่อเห็นว่าพยายามเท่าไหร่ล้วนแตะไม่โดนจึงจัดการนำขวดยาขึ้นมาสาดให้โดนแผลแทน
ทำไปได้ครู่หนึ่งกลิ่นอันคุ้นเคยลอยเด่นชัดขึ้นมาแตะจมูก เหยาเยี่ยชิงหันหน้าไปทางประตูทันที
“!! เ้าอย่าทำให้ข้าใมากนัก” ตามจริงแล้วพลังเซียนของเ้าสำนักฝูจัดว่าอยู่ในขั้นสูงแต่ปีศาจตนนี้นับวันยิ่งปกปิดกลิ่นอายได้ดียิ่ง เมื่อรู้ตัวก็มาอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว
“ศิษย์ไม่เห็นซือจุนในห้องตำราคิดว่าออกไปทำธุระ”
เหยาเยี่ยชิงถอนหายใจออกครั้งหนึ่ง เขามองไปยังถาดใส่ผ้าชุบน้ำของคนตรงหน้า เหตุใดคิดว่าไปทำธุระจึงจัดแจงสิ่งของมาพร้อมใส่ยากัน
“วันนี้ข้าทำแผลเสร็จแล้ว เ้าไปรอด้านนอกสวมเสื้อเสร็จแล้วข้าจะตามไป” พูดพลางกำลังจะจัดแจงเสื้อให้เข้าที่
“อาจารย์ลี่ให้ศิษย์ไปนำยาตัวใหม่มาให้ วันนี้จึงไม่จำเป็ต้องทายาตัวเดิม”
และแล้วเขาก็ทราบสาเหตุที่คนตรงหน้าหายออกไปั้แ่ฟ้ายังไม่เปิด แต่เหตุใดจึงไม่มีคนมาแจ้งแก่ตนกันเล่า
“ศิษย์ต้มน้ำมาแล้ว ซือจุนปลดเสื้อออกเถิดศิษย์จะใส่ยาตัวใหม่ให้”
เมื่อสบตาเข้ากับมู่เยว่ชิน เขาอยากจะออกไปจากตรงนี้เสีย สามวันมานี้แทบจะหาเหตุผลมาสู้คนตรงหน้าไม่ได้ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจนักว่าใครควรเป็อาจารย์
“วันนี้อาการดีขึ้นแล้วข้าทำเอง”
“ผู้าุโลี่กล่าวว่ายาตัวนี้มีค่ามาก หากซือจุนทำหกจะไม่สิ้นเปลืองหรือ” มู่เยว่ชินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาสายตามองไปยังพื้นเบื้องล่างที่มีเศษยากระจัดกระจายจากการทำแผลก่อนหน้า
เหยาเยี่ยชิงเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบอีกเช่นเดิม เขาไม่กล่าวอะไรอีกได้แต่หันหลังปลดเสื้อออก
“ศิษย์ปูผ้าไว้ให้ซือจุนนอน...” ไม่ทันที่มู่เยว่ชินจะกล่าวจบเหยาเยี่ยชิงก็ขัดขึ้นทันที
“ไม่เป็ไรข้าไม่เจ็บ ลงมือเถิด”
“ยาตัวเก่าที่ทาไปจำเป็ต้องเช็ดออกหาก...” มู่เยว่ชินกำลังอธิบาย เมื่อเหยาเยี่ยชิงได้ยินดังนั้นก็ยกมือขึ้นปรามอย่างหมดความอดทน
“ได้ ข้านอน” เขาไม่้าพูดคุยในสภาพนี้อีกต่อไป เมื่อคิดว่ากล่าวอย่างไรก็ไม่ชนะจึงพาตัวเองนอนลงให้
มู่เยว่ชินจัดการ ถึงแม้จะเป็บุรุษเหมือนกันแต่เขาไม่ค่อยเปลื้องผ้าให้ผู้ใดเห็น ดังนั้นแล้วจึงเกิดความรู้สึกอับอายขึ้นเล็กน้อย
มู่เยว่ชินเช็ดาแด้วยน้ำสะอาด มือเล็กเลื่อนผ่านไปยังาแแตะโดน่เอวเป็บางครั้ง โดยที่
เหยาเยี่ยชิงไม่นึกเอะใจได้แต่ปล่อยให้คนตัวเล็กจัดการจนเสร็จ
เขากำลังจะสวมเสื้อได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนวิ่งเข้ามารายงาน เป็เหลยเฟิงและเลี่ยงหวงยืนอยู่หน้าเรือน เหยาเยี่ยชิงแต่งตัวเรียบร้อยดีแล้วก็ออกมาพบกับทั้งสองคน ด้านหลังของเขามีมู่เยว่ชินตามมาเช่นกัน
“ศิษย์คารวะเ้าสำนักฝู”
“เข้ามาก่อน”
“ศิษย์แค่จะมาบอกกล่าวว่านกสารของผู้าุโจิ้นนำข่าวมาแจ้งให้ทราบว่าได้ออกจากการกักตนแล้ว ไม่เกินวันรับศิษย์จะมาถึงยังหุบเขาขอรับ”
ใบหน้าของทั้งสองดูดีใจเป็อย่างยิ่ง จากที่ได้ฟังมาคร่าว ๆ ผู้าุโคนนี้กักตนกว่าสี่ปีแล้วจึงไม่แปลกใจนักที่ทั้งสองจะแสดงสีหน้าดีใจจนปิดไม่มิด
เมื่อรายงานเสร็จทั้งสองก็ขอตัวกลับ เหยาเยี่ยชิงถึงกับคิ้วชนกัน คนผู้นี้เป็คนรู้จักเก่าของเ้าสำนักฝู เขาเกรงว่าคงยากจะปกปิด
หลายวันมานี้เขาหาเวลาออกไปสืบวิธีกลับคืนร่างเก่าอยู่บ้าง แต่ในทุกครั้งจะมีเศษความคิดอันแปลกประหลาด จิตใจของเขาคล้ายถูกดูดกลืนให้รวมอยู่ในร่างของเ้าสำนักฝู แม้กระทั่งลายมือที่เดิมดูไม่ได้ก็เริ่มเปลี่ยนไปจนคล้ายคลึงกับเ้าสำนักฝูอยู่หลายส่วน
มู่เยว่ชินเห็นสายตาที่แปลกไปของอาจารย์ก็เอ่ยขึ้น “ซือจุนเป็อะไรหรือ”
“วันนี้ข้ามีธุระกลับดึกหน่อย” เขาคิดจะไปยังเรือนหลักเพื่อไปอ่านสิ่งที่หลิวหยางเขียนให้อีกครั้ง
“ศิษย์จะจัดสำรับไว้รอท่าน” ไม่ทันจะเอ่ยปฏิเสธคนตรงหน้าก็วิ่งหายไปเสียแล้ว เหยาเยี่ยชิงถอนหายใจครั้งหนึ่ง เวลาที่เดิมมีไม่มากถูกแบ่งครึ่งอีก
แล้วเหตุนี้ตนจะกลับดึกได้อย่างไร
ไม่นานก็ล่วงเลยมาถึงวันทำพิธีรับศิษย์ หากผู้คนเห็นว่ามู่เยว่ชินเดินลงมาจากหุบเขาฝูคงมีเื่ให้พูดกันอีกไม่น้อย เหยาเยี่ยชิงจึงให้ศิษย์ของตนลงเขาไปรอทำพิธี
พิธีรับศิษย์เข้าสำนักจัดว่าเป็พิธีที่ยุ่งยากแต่สำหรับเ้าสำนักแล้วแค่รอให้ศิษย์ทำพิธีเสร็จและมอบป้ายห้อยประจำสำนักก็เพียงพอแล้ว
จุดทำพิธีกินอาณาเขตั้แ่ลานฮุ่ยเหอจนไปถึงหอตําราพิชัยา แต่การทำพิธีใน่สายก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงตึงตังมาจากด้านนอก แต่แทนที่บรรยากาศจะตึงเครียดกลับสามารถเรียกรอยยิ้มให้กับเหยาเยี่ยชิง
ตัวป่วนกลับมาแล้ว
เพียงไม่นานก็ปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งซึ่งมีหูและหางอันใหญ่ ใบหน้าสะสวยวิ่งมาทางแท่นยกสูงอย่างรวดเร็ว ที่แขนของมันยังมีแผลใหญ่ลึกจนถึงกระดูก
เหยาเยี่ยชิงรับรู้ได้ทันทีว่าเป็หลิวหยาง แต่าแนั้นทำให้เขาถึงกับหุบรอยยิ้มลง หลิวหยางะโเข้ามาหาอย่างแรงพร้อมน้ำตาเม็ดโต
ตอนนี้ศิษย์สายนอกและสายตรงเสร็จจากพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ทั้งหมดกำลังเดินเรียงแถวเข้ามาพอดีจึงเห็นภาพที่หลิวหยางร้องไห้กอดเหยาเยี่ยชิงด้วยท่าทีน่าสงสาร
ยิ่งปลอบก็ยิ่งร้องเสียงดังขึ้น เขาดึงมันออกมาพิจารณาครู่หนึ่ง ใบหน้าของมันเปื้อนไปหมด นิ้วมือมีรอยปริแตกเล็บฉีกขาดจนเืซึมออกมา แขนข้างหนึ่งมีแผลลึกจนเกือบเห็นกระดูกแถมตัวมันยังโดนพิษ?
หลิวหยางพูดไปร้องไปฟังไม่เป็คำพูดนัก เหยาเยี่ยชิงเห็นแบบนั้นจึงอุ้มมันขึ้น คิดจะพาไปพักที่ห้องยา ก่อนไปไม่ลืมกำชับลี่หลินว่าไม่นานเขาจะกลับมา
ร่างของเ้าสำนักหายลับไปแล้ว ทั้งสำนักไม่มีผู้ใดกล้าปริปากพูดได้แต่มองไปยังทางที่มีเสียงร้องเจือจาง ไม่ไกลนักมู่เยว่ชินยืนมองเหตุการณ์อยู่เช่นกันแต่แววตาดูไม่เป็มิตรนัก
เหยาเยี่ยชิงเดินทางมาถึงยังห้องโอสถ ที่นี่ห่างจากห้องโถงไม่ไกลนัก เขาวางร่างในอ้อมกอดลงบนเตียง ั้แ่อุ้มมามันก็ยังไม่หยุดร้อง ตาทั้งสองแดงก่ำอย่างน่าสงสาร
“หลิวหยางปล่อยก่อน ข้าดูแผลเ้าหน่อย” หลังจากวางมันลงบนเตียงมือของมันยังคงเกี่ยวคอเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“อึก!../#$%..ซูเหว@^&*” หลิวหยางปล่อยรอบคอเขาแล้วแต่ปากมันยังคงพูดเื่ราวออกมาซึ่งฟังไม่ได้ใจความนัก
“ไม่เป็ไรข้าอยู่กับเ้า ไม่ต้องรีบ” เหยาเยี่ยชิงปลอบใครไม่เป็นักจึงหันไปลูบมันแทน ไม่นานก็ได้ยินเสียงเดินมาจากประตู
เป็ศิษย์สายตรงของลี่หลิน ในมือนำถาดใส่ยามา “เจียวซินคารวะเ้าสำนักฝู คารวะท่านหลิวหยาง อาจารย์ลี่ให้ศิษย์มาดูแล” พูดจบนางก็เดินหยุดมาอยู่ข้างตัวของหลิวหยาง
หลิวหยางจัดเป็สัตว์ปีศาจข้างกายเ้าสำนักฝูมานาน มันร่วมต่อสู้ในศึก ผู้คนต่างเคารพมันดั่งเคารพเ้าสำนัก ศิษย์ในสำนักเสียงหรูต่างให้ความสำคัญต่อมันมากถึงแม้จะก่อกวนไปบ้างแต่ไม่มีผู้ใดเอ่ยว่ามันสักครึ่งคำ
เห็นว่ามีคนอื่นเข้ามาเสียงร้องไห้จึงเริ่มจางลง แต่มือของเหยาเยี่ยชิงยังคงลูบไปยังหลังของมันอยู่
“รบกวนเ้าแล้ว หลิวหยางวันนี้มีพิธีรับศิษย์เ้าอยู่ตรงนี้ก่อน หากเสร็จแล้วข้าจะเร่งมาหา” เขาพูดพลางก็ลูบมันไปพลาง แต่เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังจะไปมันก็ร้องดังขึ้นอีกครั้ง
“ไม่นานข้าสัญญา กระบี่เล่มนี้ให้มันอยู่เป็เพื่อนเ้า ข้าไปไม่นานผู้คนกำลังรออยู่เข้าใจหรือไม่” เขายัดกระบี่ใส่มือหลิวหยางหวังให้อยู่เป็เพื่อนมัน
“ข้าไม่ใช่เด็กเสียหน่อย” มันเริ่มหยุดร้องแล้วแถมใบหน้าเปื้อนดินทรายยังเชิดขึ้นเล็กน้อยดูหยิ่งยโสขึ้นหลายส่วน เหยาเยี่ยชิงอดลูบหัวมันแรง ๆ ไม่ได้
“ฝากเ้าด้วย” เขาหันไปหาเจียวซินเอ่ยฝากฝังก่อนออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว