หวานนุ่มละมุน กลิ่นหอมราวกับเดินบนทุ่งดอกไม้!
“สุดยอดไปเลย ขอบคุณนะสำหรับลูกอมยางไม้นี้” สมิธพูดขอบคุณชูซันเดย์ที่เดินกลับดินแดนแห่งชูไปแล้ว
ยางไม้ที่เขากำลังอมมันอย่างเพลิดเพลินในตอนนี้มีคุณสมบัติพิเศษอยู่อย่างแน่นอน เนื่องจากเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังวิ่งแล่นทั่วทั้งร่างกายในตอนนี้ โดยพลังงานเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนเป็นเครื่องปรับอากาศเพราะเมื่อใดที่พลังงานเหล่านี้ไหลเวียนผ่านส่วนนั้นของร่างกายจะรู้สึกสุดชื่นและผ่อนคลายราวกับได้พักผ่อนในสถานที่ที่ดีที่สุด
“เฮ้ไอหนู!...”
ในขณะที่สมิธกำลังเพลิดเพลินกับการพักผ่อนเพื่อให้หายเหนื่อยเขากับได้ยินเสียคนเรียกจนหันไปดูว่าใครกันที่มาขัดความสุขของเขา ปรากฏว่าเจ้าของเสียงเป็นนายอำเภอเคนเนดีหนึ่งผู้มีอำนาจทางกฏหมายลำดับสูงสุดของเมือง
“จอห์นบอกว่านายรู้เรื่องพวกสิ่งมีชีวิตแปลก ๆ จริงไหม?”
เคเนดีได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบเจอซากสิ่งมีชีวิตประหลาดอยู่บนภูเขา มันจึงรับไปยังพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบดูในทันทีเพราะข้อมูลที่มันทราบสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดบางอย่างร่างของมันอาจเป็นอันตรายต่อธรรมชาติและมนุษย์ได้ แต่เมื่อมันไปถึงร่างที่พบมันไม่เหมือนข้อมูลที่มันได้รับมามันเป็นร่างแปลกประหลาดที่ไม่รู้เลยว่าควรรับมือยังไง ยิ่งตัวมันที่ทำงานจับมนุษย์มาทั้งชีวิตจู่ ๆ ต้องมาจับสัตว์ประหลาดมันมึนไปหมดว่าควรเริ่มยังไง จนในที่สุดมันตัดสินใจติดป้ายประกาศหน้าสถานีตำรวจว่าหากใครมีความรู้เรื่องสิ่งมีชีวิตประหลาดขอความรู้นั้นช่วยเหลือในการสอบสวนด้วย
แล้วจอห์นก็มาเจอจากนั้นจอห์นก็บอกว่าลูกชายเขาน่าจะพอรู้ เมื่อมันได้รัทราบจึงรีบมาหาสมิธลูกชายของจอห์นที่บอกว่าน่าจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ประหลาด
“ก็ใช่ครับ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า?” สมิธถามด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาว่าทำไมจู่ ๆ นายอำเภอถึงมาหาเขาด้วยอาการหอบเหนื่อยจากวิ่งอย่างเร่งรีบถึงขนาดนี้
“พวกเราพบซากสิ่งมีชีวิตบางอย่าง แล้วนายเป็นคนเดียวในตอนนี้ที่น่าจะรู้เรื่องของซากบ้านั้นที่อยู่ในโรงพักของฉันตอนนี้ นายพอจะช่วยไปตรวจสอบซากที่ว่านั้นได้ไหม...” เคนเนดีในตอนนี้อยากรีบจบเรื่องบ้า ๆ นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ จะรอคนจากหน่วยกลางก็ใช้เวลานานเกินไป มันไม่ชอบเลยกับสถานการณ์ที่มันไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงและจุดจบเป็นยังไง
“ได้สิครับ ได้อยู่แล้ว คนเมืองเดียวกันย่อมต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว” สมิธตอบตกลงในทันทีเพราะเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าซากที่ว่าเป็นตัวอะไรและซากที่ว่าย่อมเป็นซากของสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยปรากฏในข่าวอย่างแน่นอน เพราะถ้าเคยแล้วนายอำเภอและนายตำรวจคนอื่นคงจัดการตรวจสอบด้วยตัวเองไปแล้ว
เคนเนดีพาสมิธมาที่โรงพักอย่างรวดเร็วและเมื่อมาถึงเคนเนดีนำสมิธมาที่ห้องชันสูคร ซึ่งภายในห้องนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่สมิธไม่รู้จัก จะมีก็แต่คนหนึ่งที่ดูเด่นกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัดและคนที่ว่าเมื่อเห็นหน้าเขาก็รีบตรงดิ่งมาหาในทันที...
“ว่าไงไอหลานชาย! มาหาทำอะไรนี้ล่ะ?”
“ผมมาดูซากที่ว่าเพื่อผมจะช่วยอะไรได้ แต่ว่านะลุงสก๊อตไม่มีงานหรือไง?” คนที่สมิธคุ้นเคยคือลุงสก๊อตเพื่อนพ่อเขานั้นเอง บุรุษผู้โคตรรวยแถมยังมีความสามารถในการสัมผัสสิ่งใดสิ่งนั้นจะกลายเป็นทองอีก เรียกได้ว่าพระเจ้ากำหนดมาแล้วว่าให้ชายคนนี้เป็นคนรวย
“เอาล่ะทุกคน ถอยก่อน...ให้เจ้าหนุ่มนี้ดูก่อนว่าพอจะช่วยไขอะไรได้บ้างไหม” เคนเนดีบอกให้ทุกคนที่กำลังยืนล้อมเพื่อดูซากถอยห่างออกไปก่อนเพื่อให้เจ้าหนุ่มสมิธนี้ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด
ผิวหนังสีขาวซีด ลักษณะของหัวกระโหลกเหมือนไม้หนีบผ้า ดวงตาสีเหลืองฝั่งละ 3 ดวงซ้ายขวา ปากยาวเกือบ 10 นิ้วภายในปากเต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมราวกับใบเลื่อยขนาดใหญ่ ส่วนลำตัวผอมแห้งจนหนังติดกระดูกไร้ซึ่งขนใด ๆ เป็นผิวเนียนเรียบเหมือนไก่ที่ถูกถอนขนอย่างประณีต ลักษณะของลำตัวเองก็คล้ายกับไก่เช่นกันหากแต่เป็นไก่ยักษ์ขนาด 1 เมตรกว่า แขนมีลักษณะเป็นกระดูกยื่นยาวออกมาจากลำตัวซ้ายขวาสองแขนเหมือนมนุษย์แต่ส่วนตรงปลายกระดูกที่ยื่นยาวแยกออกเป็นสองแฉกโดยตรงปลายแขนมีหนามแหลมคล้ายกับฟันที่ปากปกคลุมอยู่ ส่วนขามีลักษณะงอไม่มารถยืดสุดได้ เท้าเองก็แบนราบไม่มีนิ้วหรืออะไรที่ยื่นออกมาทั้งนั้นเป็นแค่แผ่นผิวหนังเรียบ ๆ
สมิธที่ได้ดูซากของสิ่งมีชีวิตนี้แล้วก็นึกออกในทันทีว่าซากตัวนี้คือซากของตัวอะไร...
“ผมว่าเราคงต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยแล้วล่ะ เพราะเจ้านี้คือ ‘เดอะฮอพเปอร์’ จอมกระชากเหยื่อ”