ผมมองป้ายประกาศบนหน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บริเวณกลางโถงของสถานีรถไฟหัวลำโพงเพื่อดูว่ารถไฟขบวนไหนเข้าเทียบชานชาลาแล้วบ้าง
เดิมทีผมเคยมา ณ สถานที่แห่งนี้บ่อยครั้ง
แต่นี่จะเป็ครั้งแรกที่ผมมาแบบเช้าไปเย็นกลับเพราะผมมีจุดมุ่งหมายคือมาท่องเที่ยวในโปรแกรมของการรถไฟ ฯ นั่นเอง
รู้สึกว่าผมจะมาเร็วไปมากเหมือนกันนะ...
ผมคิด ขณะที่เดินอยู่ในร้านสะดวกซื้อภายในสถานีเพื่อซื้อ ‘เสบียง’ ไว้เพื่อการเดินทางสำหรับวันนี้
ผู้คนยังคงคลาคลั่งเหมือนเคย แม้จะยังเป็เวลายังไม่เช้าดีนักแต่นี่ก็เป็ความปกติของหัวลำโพงนี่แหละครับ
ผมได้เปิดเจอจากในอินเทอร์เน็ต ก็เห็นว่าโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับของรถไฟน่าสนใจมากทีเดียววันหยุดเสาร์-อาทิตย์แบบนี้ คงจะดีกว่าเป็ไหน ๆหากผมทำตัวให้ห่างจากการงานอันแสนวุ่นวายแล้วมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกับเขาบ้าง
ผมซื้อเสบียงอาหารเรียบร้อยแล้วก็ไปทำธุระส่วนตัวก่อนจะกลับมานั่งรอที่โถงของสถานีอีกครั้ง
อันที่จริงผมค่อนข้างชอบบรรยากาศแบบนี้มากเลยนะเพราะมันทำให้เราได้เห็น ‘ความเป็ไปของชีวิต’ ในแง่มุมใหม่ๆจนกระทั่งผมได้ยินเสียงประกาศของทางสถานีว่าขบวนรถไฟนำเที่ยวซึ่งผมจะโดยสารไปในครั้งนี้ได้เข้าเทียบชานชาลาแล้ว...
ผมลุกขึ้นยืน จัดการสำรวจข้าวของของตนเองอีกครั้งซึ่งแน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้และสำคัญที่สุด
...ตั๋วรถไฟสำหรับหนึ่งคน ยังอยู่ดี
เมื่อเป็เช่นนี้ผมจึงตัดสินใจลุกออกจากที่นั่งเพื่อเดินมุ่งตรงไปยังส่วนของชานชาลา
ตาของผมกวาดมองตัวเลขที่ระบุไว้บนบอร์ดประกาศ ปรากฏว่าเป็ชานชาลาที่11 ผมจึงมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งนั้นทันที
มีคนอื่น ๆ ทยอยมากันแล้ว
ตู้ที่ผมจะโดยสารไปนั้นเป็ตู้แอร์ครับ ผมมองหาตู้ที่ 6แล้วเดินขึ้นไปบนนั้น
จากนั้นจึงลงนั่งที่ที่นั่งของตัวผมซึ่งได้จองเอาไว้ก่อนหน้านี้
ไม่นานนักขบวนรถไฟก็แล่นออกจากสถานีต้นทางหัวลำโพงไปหยุดรับผู้โดยสารตามสถานีสำคัญๆ ต่าง ๆ
ท้องฟ้าในยามนี้สว่างเต็มที่แล้ว
แสงตะวันสาดส่องเข้ามาที่หน้าต่าง อ้าผมล่ะชอบแสงแดดอุ่นอ่อนในยามเช้าเสียจริง ๆ~
จำนวนผู้โดยสารตอนนี้เต็มตู้แล้วครับ ผมนั่งมองออกไปเรื่อย ๆโดยที่ไม่ได้โฟกัส ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งเป็พิเศษ จนกระทั่งเสียงเล็ก ๆ ของหญิงสาวผู้หนึ่งปลุกผมจากภวังค์
“สวัสดีค่ะ ขอรบกวนหน่อยนะคะ”
เธอทัก
ผมรู้ได้ทันทีว่าคงจะเป็การทักทายตามมารยาทและเธอก็จะมาเป็เพื่อนร่วมทางที่นั่งเก้าอี้โดยสารตัวติดกับผมซึ่งยังคงว่างอยู่
“เชิญครั...”
ผมพูดยังไม่ทันจบประโยคเมื่อมองใบหน้าของเธอ
...และแล้วความทรงจำสมัยเรียนก็แล่นกลับเข้ามาในศีรษะของผมอีกครั้ง
‘เอิร์ธ’ ชื่อของเธอยังคงดังก้องในจิตใจ...เพื่อนร่วมชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่ไม่ได้พบกันนานมากแล้ว
ผมนิ่งค้าง ในขณะที่เธอเองก็คงรู้สึกได้ผมมองเห็นริมฝีปากของเธอเผยอขึ้นน้อย ๆ
“...อะตอมเหรอคะ ?”
ชื่อของผมถูกพูดออกมา เธอคงจะจำผมได้
“ไฮ เราเอง~”
ผมทักยิ้ม ๆ พยายามทำน้ำเสียงให้ร่าเริงสุด ๆ
ที่จริงในใจรู้สึกดีใจมากเลยนะที่เอิร์ธจำผมได้เอิร์ธในวันนี้ช่างดูแตกต่างจากเมื่อสมัยก่อนเหลือเกิน
เธอในตอนนั้นเป็เด็กสาวผิวขาว ดวงตากลมโต ผมของเธอมีสีอ่อนซึ่งออกน้ำตาล ๆ รวมทั้งดวงตาคู่นั้นด้วย... ส่วนเธอในตอนนี้ดูโฉบเฉี่ยวมาก ผมสีอ่อนของเธอถูกตัดสั้นเป็ทรงผมซอยที่เปรี้ยวสุดๆ และมีการทำสีเป็สีที่เข้มขึ้นกว่าผมจริง ๆ
...และที่โดดเด่นกว่านั้นคือริมฝีปากอมชมพูเมื่อตอนเด็กตอนนี้มันถูกเคลือบไปด้วยสีแดงสดของลิปสติก ดูอย่างไรเอิร์ธสาวน้อยตากลม หน้าตาบ้องแบ๊วคนนั้นก็เติบโตกลายเป็สาวเปรี้ยวมั่น เต็มขั้น
“ดีใจจังเลยค่ะที่ได้พบกัน”
เอิร์ธยิ้ม ก่อนจะทรุดกายลงนั่งข้าง ๆ ผม
“ดีใจมาก ๆ เช่นกันครับ”
ผมยิ้มตอบ
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมทั้งที่เราเคยเป็เพื่อนร่วมชั้นที่มีอายุเท่ากันแต่การพูดจาดูจะสุภาพไป (มาก) สักหน่อย
ผมอยากบอกว่าเมื่อก่อนเอิร์ธเองก็พูดจาแบบนี้กับเพื่อน ๆ ครับบางคนหาว่าเธอประดิษฐ์คำพูด แต่ผมคิดว่าเธอไม่ได้ทำอย่างนั้นแต่เพราะที่บ้านอบรมมาดีต่างหาก และอีกอย่างนะ...นี่ก็เป็การพบกันในวันนี้เราทั้งคู่เติบโตเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว
มันผ่านมาเกือบสิบปี... ย่อมต้องมีความเปลี่ยนแปลงเป็ธรรมดา
ระหว่างทางผมและเธอสนทนากันถึงเื่สัพเพเหระและอัปเดตถึงชีวิตที่ผ่านมา
ผมเรียนต่อในสายสามัญ ส่วนเธอไปเรียนต่อในสายอาชีพทำให้เราไม่ได้เจอกันเลย
“อะตอมก็เป็พนักงานออฟฟิศเหรอคะ ?”
เอิร์ธถามขึ้น
“ใช่ครับ แล้วเอิร์ธล่ะ ตอนนี้ทำอะไร ?”
ผมถามบ้าง
“เหมือนกันค่ะ มนุษย์เงินเดือน”
เธอตอบยิ้ม ๆ
“ฮ่ะ ๆ บังเอิญจังเลยนะครับ”
“อย่างวันนี้...กว่าจะมีเวลาได้พักผ่อนฉันเลยคิดว่าจะมองหาทริปที่ไป-กลับในวันเดียวได้แล้วก็เลยมาเจอเข้ากับทริปนี้...”
เธอทำสีหน้าครุ่นคิด ผมจึงตอบออกไปว่า ตัวผมเองก็เช่นกัน
“ผมก็เหมือนกันครับ เสิร์ชหาในเน็ตแล้วก็มาเจอเข้ากับนี่แหละน่าสนใจก็เลยลองมาดู”
“ใช่ ๆ เหมือนกันเลยค่ะ”
เราสองคนหัวเราะพร้อมกัน
หลังจากนั้นเ้าหน้าที่ก็ขึ้นมาตรวจตั๋วขบวนรถไฟมุ่งหน้าสู่สถานที่ซึ่งพวกเรากำลังจะไป...
สวนสนประดิพัทธ์...