สำนักยุทธ์เปรียบได้กับโรงเรียนกวดวิชาในชีวิตแรกของเซี่ยปิง
เนื่องจากศิลปะการต่อสู้ถูกใช้ในการสอบเข้าเรียนต่อในสถาบัน ประกอบกับการฝึกสอนของโรงเรียนของพวกเขานั้นไม่ครอบคลุมพอ บรรดาผู้ปกครองจึงส่งลูกหลานเข้าเรียนในสำนักยุทธ์เพื่อฝึกฝนทักษะเพิ่มเติม
ด้วยเหตุนี้ สำนักยุทธ์หลายแห่งในเมืองเทียนสุ่ยจึงเป็นเหมือนสถานที่รวมตัวของเด็กนักเรียนระดับหัวกะทิจากทุกโรงเรียน นอกจากนี้แล้วยังมีข่าวลือว่า สำหรับคนที่ไม่ได้เข้าร่วมฝึกฝนเพิ่มเติมกับสำนักยุทธ์ โอกาสสอบเข้าสถาบันชั้นนำได้นั้นแทบไม่มี
ในแง่มุมหนึ่ง สำนักยุทธ์ก็เป็นเหมือนโรงเรียนกวดวิชาทั่วไป มีทั้งดีและแย่ปะปนกัน สำนักยุทธ์แต่ละแห่งมีชื่อเสียงแตกต่างกัน ยิ่งสำนักยุทธ์มีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีนักเรียนมากตามไปด้วย
หนึ่งในนั้นคือสำนักยุทธ์อู่เว่ย สำนักชั้นยอดที่เคยบ่มเพาะบุคคลทรงพลังมามากมายนักต่อนัก แม้กระทั่งโจวไท่อันก็ยังเลือกสำนักยุทธ์อู่เว่ยเป็นตัวเลือกแรก
“ฉันคงต้องไปเยือนสำนักยุทธ์อู่เว่ยสักครั้ง ดูแล้วน่าจะมียอดฝีมืออยู่หลายคน เหมาะกับการฝึกฝนของฉันในตอนนี้” ดวงตาเซี่ยปิงฉายแววมุ่งมั่น ตัดสินใจออกเดินทางทันที
............................................
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จบคาบเรียนในช่วงบ่ายทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้าน
สำนักยุทธ์อู่เว่ยอยู่ห่างจากโรงเรียนมัธยมเขต 95 ประมาณสามถึงสี่ป้ายรถประจำทาง
เซี่ยปิงขึ้นรถบัสไฟฟ้าระบบอัจฉริยะไร้คนขับเคลื่อน ใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึงสำนักยุทธ์อู่เว่ย
“ที่นี่เองเหรอสำนักยุทธ์อู่เว่ย”
เซี่ยปิงลงจากรถ เดินต่อมาจนถึงหน้าประตูสำนักยุทธ์อู่เว่ย สิ่งแรกที่เขาเห็นคืออาคารหลังใหญ่รูปสี่เหลี่ยมประหลาดตา คล้ายกับลานจัตุรัสในยุคโบราณ เปิดด้านหน้าเป็นลานโล่งกว้าง
บริเวณทางเข้ามีรูปปั้นสิงโตหินสองตัวสูงเท่าคนตั้งอยู่ เหนือศีรษะขึ้นไปมีแผ่นป้ายสลักตัวอักษรทรงพลังไว้สี่คำ “สำนักยุทธ์อู่เว่ย”
ในตอนนี้ นักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังแจกแผ่นพับรับสมัครคนเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ที่หน้าประตู
“น้องชายท่านนี้….”
เมื่อชายร่างสูงเห็นเซี่ยปิง ดวงตาของเขาเป็นประกาย แสดงท่าทีกระตือรือร้นอย่างออกหน้าออกตา “กำลังมองหาสำนักยุทธ์อยู่ใช่หรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้นน้องชายมาถูกที่แล้ว”
“สำนักยุทธ์อู่เว่ยของเรามีชื่อเสียงลือเลื่องในเมืองเทียนสุ่ย ไม่ว่าปรมาจารย์หรือยอดฝีมือหลายต่อหลายคนล้วนเคยอยู่ในสำนักเรามาก่อน นอกจากนี้แล้ว เหล่าอัจฉริยะจากสถาบันชั้นนำต่างก็มาฝึกฝนอยู่ที่นี่ด้วย”
“ใช้เวลาฝึกฝนในหอฝึกยุทธ์แค่สองถึงสามเดือน ความแข็งแกร่งของน้องชายจะพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้แต่การสอบเข้าสถาบันอันดับหนึ่งก็ไม่ใช่ปัญหา”
“ค่าใช้จ่ายสามเดือนนี้อยู่ที่ หนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญรัฐบาลกลาง ราคาอาจดูสูงไปบ้าง แต่พี่ชายกล้าพูดตรงนี้เลยว่ามันคุ้มเกินคุ้ม ทุกคนที่มาสำนักยุทธ์ของเราไม่เคยผิดหวัง”
ชายร่างสูงเป็นเหมือนพนักงานขายประจำสำนักยุทธ์อู่เว่ย พูดจาลื่นไหล คอยแจกแจงชักจูงให้เซี่ยปิงเข้าร่วมอย่างไม่หยุดปาก
ด้วยราคานี้ ไม่ใช่แค่สูงธรรมดา แต่แพงจนหูดับเลยต่างหาก
ค่าเทอมหนึ่งเทอมของโรงเรียนมัธยมเขต 95 อยู่ที่หนึ่งพันเหรียญรัฐบาลกลาง แต่การฝึกฝนที่นี่สามเดือน ต้องใช้เงินถึงหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญรัฐบาลกลาง ไม่ว่าจะดูอย่างไรคนทั่วไปไม่มีทางจ่ายได้
“ฉันมาที่นี่เพื่อท้าทายสำนักยุทธ์อู่เว่ย” เซี่ยปิงพูดกับชายหนุ่มยอดนักขายอย่างไม่อ้อมค้อม
เขาพูดว่าอะไรนะ
ไม่ใช่แค่ชายร่างสูงเท่านั้น แต่คนอื่นๆ ที่กำลังแจกแผ่นพับอยู่รอบๆ มีสีหน้าตกใจ และมองเซี่ยปิงเป็นสายตาเดียวกัน
“น้องชายท่านนี้ต้องการท้าทายสำนักของเรางั้นเหรอ”
ชายร่างสูงยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ก่อนจะหันไปตะโกนบอกคนด้านใน “พี่ซู มีคนบ้ามาท้าทายสำนักเรา อีกคนแล้ว ฝากพี่ซูจัดการต่อด้วย”
“อะไรนะ มีไอ้พวกงี่เง่าโผล่มาอีกตัวแล้วเหรอ คิดว่าที่นี่เป็นสวนหลังบ้านหรือไงวะ หรือมันคิดว่าสำนักยุทธ์อู่เว่ยของเราถูกรังแกได้ง่ายๆ มันกำลังมองหาความตายอยู่สินะ”
ชายร่างสูงใหญ่ราวกับหอคอยเหล็ก เดินออกมาจากด้านในประตู จังหวะการเดินของเขาแต่ละก้าวดูหนักอึ้งและทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
เขากำหมัดและชี้ไปที่เซี่ยปิงด้วยท่าทางดุร้าย “เจ้าเปี๊ยก อย่าบอกนะว่าเป็นแกที่ท้าทายสำนักยุทธ์อู่เว่ยของเรา หนังสือมีไม่เรียนยังกล้าบากหน้ามาที่นี่เพื่อก่อปัญหา มาสิ พี่ใหญ่อย่างฉันจะช่วยสั่งสอนโดยไม่คิดเงินสักเหรียญเดียว”
พูดจบ เขาก็ยื่นมือออกมาเพื่อคว้าหัวของเซี่ยปิง
ปัง!
ก่อนที่มือนั้นจะสัมผัสตัวเขา เซี่ยปิงก็ปล่อยหมัดเรียบง่ายอัดเข้าไปที่ร่างชายตรงหน้า มันเปี่ยมไปด้วยพลังรุนแรงและรวดเร็วปานสายฟ้า
“อ๊า….” เขากรีดร้องโหยหวน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ร่างกายที่ใหญ่โตราวกับหอคอยเหล็กถูกซัดปลิวเหมือนลูกบอล ก่อนกระแทกเข้ากับกำแพงในบริเวณนั้นเสียงปังสนั่นหวั่นไหว
เศษหินร่วงกราวลงมากองกับพื้น ภาพในเหตุการณ์ตอนนี้ เหมือนกับหอคอยเหล็กขนาดใหญ่ถูกฝังไว้กับกำแพงไม่ผิด ชายคนดังกล่าวไม่สามารถขยับตัวได้ กระดูกซี่โครงหักร้าวหลายซี่ เลือดพุ่งออกมาจากปากเป็นสาย สภาพในตอนนี้ชวนให้น่าสมเพชระคนสิ้นหวัง
“นี่….นี่มัน”
นักเรียนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นตาแทบถลนออกมาจากเบ้า มองร่างที่จมอยู่บนกำแพงด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อ พวกเขาทราบดีว่าตัวตนของชายคนนี้แข็งแกร่งแค่ไหน นั่นคือนักสู้ขั้นหกเชียวนะ
คนผู้นี้ถือได้ว่าเป็นยอดฝีมืออันดับต้นๆ ของสำนักยุทธ์อู่เว่ย กวาดล้างศิษย์พี่บดขยี้ศิษย์ร่วมรุ่นด้วยพลังหมัดและพละกำลังที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่ไม่มีใครคิดว่า เขาจะถูกเด็กหนุ่มปริศนาใช้หมัดเดียวฝังร่างเขาไว้กับกำแพงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
“มีคนเหยียบประตูเข้ามาท้าทายสำนักของเรา มีคนมาท้าทายสำนักของเราแล้ว” ชายร่างสูงพูดซ้ำไปมาด้วยความหวาดกลัว เขาเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่น แต่มาที่นี่เพื่อท้าทายสำนักยุทธ์อู่เว่ยของพวกเขาจริงๆ
เขาดูตกใจจนสติหลุด ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปข้างในเพื่อกระจายข่าวนี้ให้กับทุกคนรู้
ตึก! ตึก!
เซี่ยปิงยังวางตัวสบายๆ ก้าวออกไปทีละก้าวอย่างไม่รีบร้อน ราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านตัวเอง
ความกดดันจึงตกไปอยู่กับนักเรียนที่อยู่ในบริเวณนั้น พวกเขาทำได้แค่มองดูเซี่ยปิงเดินเข้าประตูไป โดยที่ไม่มีใครกล้าหยุดเขาเลยสักคนเดียว
เมื่อเซี่ยปิงเดินเข้ามาถึงด้านใน เขาก็พบกับลานฝึกยุทธ์ขนาดใหญ่ พื้นที่รอบด้านเป็นลานโล่งกว้าง ขนาดของมันเทียบได้กับสนามกีฬาของโรงเรียน
หลังจากชายร่างสูงแจ้งข่าวให้ทุกคนทราบ ทันใดนั้นศิษย์ในสำนักยุทธ์อู่เว่ยทุกคนวิ่งกรูกันไปที่ลานฝึกยุทธ์
ชั่วอึดใจสั้นๆ ผู้คนนับร้อยคนมารวมตัวกันบนลานฝึกยุทธ์ โดยมีเหยาจงที่อยู่ในระดับนักสู้ขั้นเจ็ดเป็นผู้นำกลุ่ม
“นี่มัน….ไอ้เด็กเวรเซี่ยปิงจากโรงเรียนมัธยมเขต 95 ไม่ใช่เเหรอ มันมาที่นี่ทำไมกัน”
“เป็นไอ้หมอนั่นจริงๆ ด้วย ท่าทางหยิ่งผยองเรียกบาทาขนาดนั้น ต่อให้ฉันกลายเป็นขี้เถ้าก็ยังจำมันได้ไม่ลืม”
“เมื่อคืนฉันฝันถึงมัน ในความฝัน ฉันได้อัดมันคาหมัดไปหลายร้อยครั้ง และบังคับให้มันคุกเข่าลงขอความเมตตาจากฉัน หรือว่าวันนี้ฝันของฉันจะเป็นจริง”
“ฉันได้ยินว่าเด็กคนนี้มาท้าทายหอฝึกยุทธ์ของเรา”
“ไอ้เวรเอ๊ย เราไม่ได้หาเรื่องมัน แต่มันกลับเหยียบเท้าเข้ามาหาเรื่องเราถึงประตูบ้าน”
กลุ่มชายในชุดฝึกสีขาวกำลังพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด จ้องมองเซี่ยปิงด้วยความไม่พอใจ ก่อนหน้านี้ได้ติดตามเหยาจงไปหาเรื่องเซี่ยปิงด้วยกัน พวกเขาจึงรู้จักเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอย่างดี
“เซี่ยปิง แกมาที่นี่ทำไม!”
เหยาจงตะโกนถาม สีหน้าของเขาซีดลง