“เ้าขี่ม้าเป็ไหม”องค์ชายสามหันมาถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ
“แค่ขี่ม้าเอง จิ๊บๆ ขี่ได้อยู่แล้ว”ผู้กองสาวรีบตอบเพราะเธอถูกฝึกมาหมดทุกอย่างแล้ว คิดในใจ หวังว่าม้าไทยกับม้าจีนจะขี่ง่ายเหมือนกันนะ คุยไว้แล้วเดี๋ยวหน้าแหกหมอไม่รับเย็บอีก
“ก็ดี จะได้ไม่เสียเวลาผู้อื่น ทหารเอาม้าสำรองมาให้นาง”องค์ชายสามบอกและหันไปสั่งทหารของตนเองให้นำม้าที่พวกเขานำมาสำรองไว้ในยามฉุกเฉินจำนวนห้าตัวออกมาให้หญิงสาวก่อนหนึ่งตัว
“พะย่ะค่ะ”ทหารรับคำและเดินไปข้างหลังต้นไม้และนำม้าสีขาวขนาดกำลังดีจูงออกมาให้หญิงสาวที่ยืนรออยู่
“พี่ขอขี่หลังหน่อยนะคนสวย”เธอกระซิบม้าเบาๆ
จังหวะที่ผู้กองสาวกำลังจะขึ้นหลังม้านั้น ทหารคนหนึ่งบังเอิญเดินไปชนข้างหลังของม้าตัวนั้นเข้าพอดีทำให้มันใและขยับตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยจึงทำให้หญิงสาวที่กำลังจะเหวี่ยงตัวขึ้นไปเสียหลักหล่นลงมา โชคดีที่องค์ชายหนุ่มรีบรับร่างของเธอไว้ทันแต่ก็ล้มลงไปนอนบนพื้นทั้งคู่
“ไหนว่าขี่เป็ยังไงล่ะ”องค์ชายหนุ่มก้มลงถามหญิงสาวที่นอนอยู่บนตัวของเขาตอนนี้
“ก็ขี่เป็ไง แต่เมื่อกี้ม้ามันขยับตัวก็แค่เสียหลักนิดเดียวเอง ขอโทษล่ะกัน”หญิงสาวรีบบอกเสียงเบาอย่างอายๆ คิดในใจ ตูว่าแล้วคุยไว้เสียดิบดี หน้าแหกหมอไม่รับเย็บจริงๆด้วย เฮ้อ และรีบลุกออกมาจากตัวขององค์ชายหนุ่ม
“ข้าขอโทษนะแม่นาง ข้าเดินไปชนหลังม้าของเ้าเอง”ทหารคนนั้นรีบเข้ามาขอโทษขอโพยเธอด้วยความใ
“เห็นไหมล่ะ ม้ามันแค่ใ โธ่ ทำเป็บ่นไปได้ ไม่เป็ไรนะ”เธอหันไปต่อว่าองค์ชายหนุ่มและหันมาบอกทหารที่ยืนอยู่ข้างๆว่าเธอไม่ได้คิดถือโทษเขา
“แต่ฉากเมื่อกี้มันหวานมากเลยนะ ป่าทั้งป่าแทบเป็สีชมพูเลยว่าไหมล่ะ”ทหารอีกคนหันมาถามเพื่อน
“ใช่สวยหล่อเหมาะสมกันจริงๆ”ทหารอีกคนบอกเพื่อนอย่างเห็นจริงตามนั้น
“มัวแต่คุยกันอยู่ได้ ออกเดินทางสิช้าอยู่ทำไมล่ะ”องค์ชายสามรีบสั่งทหารเสียงเข้มและเดินไปขึ้นม้าของตัวเองโดยไม่สนใจหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆอีก
“โธ่ แค่ขี่ม้า คราวนี้ฉันไม่พลาดแน่”ผู้กองสาวบอกกับตัวเองใช้มือลูบที่ลำตัวของม้าเบาๆและรีบขึ้นไปบนหลังม้า คราวนี้เธอขึ้นไปอยู่บนหลังม้าได้อย่างง่ายดาย
“ออกเดินทางกันได้”ขันทีฟังกงหันมาสั่งเมื่อเห็นว่าทุกคนพร้อมออกเดินทางแล้ว
เมื่อออกเดินทางมาไกลมากพอสมควรแล้วและในตอนนี้ก็ใกล้จะพลบค่ำ องค์ชายสามจึงหันมาสั่งทุกคนให้หยุดและพักกันที่ข้างลำธารแห่งนี้
“พักกันที่นี่แหละ”องค์ชายสามหันมาสั่งทุกคนให้หยุด
“พะย่ะค่ะ”ขันทีฟังกงและทหารรับคำและลงจากหลังม้านำม้าไปผูกกับต้นไม้และกลับมาช่วยกันทำที่พักให้องค์ชายหนุ่มและแม่นางคนสวยที่กำลังยืนมองลำธารน้ำใสอยู่อย่างตื่นเต้นดีใจ
“ในที่สุดฉันก็จะได้อาบน้ำเสียทีเหนียวตัวจะแย่ ฮ่าๆๆ”ผู้กองสาวกล่าวด้วยความดีใจและรีบเดินไปใกล้ลำธารน้ำใสที่ดูแล้วน่าลงไปแหวกว่ายเป็ที่สุดในความคิดของเธอตอนนี้
“ตุ้ม!”เสียงคนกระโจนลงไปในน้ำ
“โอ้ย! เย็นชื่นใจจริงๆเลย”ผู้กองสาวรีบโผล่ขึ้นมาจากน้ำและยืนทำท่าสดชื่นสุดๆที่ได้ลงมาเล่นน้ำ
“เฮ้ย! เ้า! ลงไปได้ยังไง! ขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!”องค์ชายสามเรียกให้หญิงสาวที่กระโจนลงน้ำไปด้วยความตื่นใ
“ทำไมล่ะ น้ำเย็นออก ลงมาเล่นน้ำด้วยกันสิ”เธอรีบทักท้วงและว่ายน้ำต่ออย่างมีความสุขและไม่สนใจเสียงเรียกขององค์ชายหนุ่มเลยสักนิด
“เ้าเป็หญิง จะลงไปแหวกว่ายให้ชายดูมันสมควรแล้วหรือ ขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ทหาร! พวกเ้าหันหลังไปให้หมดและเดินไปอยู่ตรงหลังพุ่มไม้ก่อน! เดี๋ยวนี้!”องค์ชายสามว่าให้เธอและหันไปสั่งทหารของเขาให้หลบไปอยู่หลังพุ่มทุกคน
“แค่เล่นน้ำนี่นะ ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วยวะเนี่ย ก็คนมันร้อน”หญิงสาวหันมาบ่นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างลำธารหน้าตาถมึงทึง
“ฟังกง! เ้าลงไปจับนางขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”องค์ชายสามสั่งขันทีคนสนิทให้ลงน้ำไปพาหญิงสาวขึ้นมา
“ไม่ต้อง! จะขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละ!”เธอรีบบอกองค์ชายหนุ่มด้วยความรำคาญ คิดในใจ เออ ไม่เล่นก็ได้วะ ขึ้นก็ขึ้น
เมื่อเดินขึ้นมาจากน้ำก็เดินตรงไปหาองค์ชายหนุ่ม เขาถึงกับต้องหันหน้าหนีเพราะเสื้อของเธอที่เปียกน้ำอยู่ทำให้เห็นรูปร่างของเธอชัดเจนทั้งส่วนเว้าส่วนโค้งทั้งเรือนร่าง เนื่องจากเธอโผล่มาในชุดเสื้อกล้ามสีขาวมีเสื้อตัวนอกทับอยู่และกางเกงยีนส์สีซีดตัวโปรดนั่นเองและตอนลงน้ำเธอก็ถอดเสื้อคลุมออกวางไว้บนโขดหินก่อนที่จะะโลงน้ำไป
“เ้าช่วยออกไปห่างๆ จากข้าหน่อยได้ไหม”องค์ชายสามรีบบอกแต่ก็ยังไม่ยอมหันหน้ามาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“เป็ผู้ชายจะมาอายทำไม ฉัน เอ้ย! ข้าเป็ผู้หญิงยังไม่อายเลย”เธอบอกและรู้สึกเฉยๆเพราะปกติเธอก็เล่นน้ำกับพวกลูกน้องผู้ชายอยู่เป็ประจำไม่เห็นจะต้องอายเลยสักนิด
“เ้านี่ช่างน่าตีเสียจริง! ฟังกง! ฟังกง! เ้ารีบไปหาชุดมาให้นางเปลี่ยนเสียเดี๋ยวนี้!”องค์ชายหนุ่มต่อว่าและรีบสั่งลูกน้องคนสนิทให้ไปหาเสื้อผ้ามาให้หญิงสาวเปลี่ยน
“ไม่มีเสื้อผ้าของหญิงสาวเลยนะพะย่ะค่ะ ในกองทัพของเราก็มีแต่ชายหนุ่มนะพะย่ะค่ะ”ขันทีฟังกงรีบบอกองค์ชาย
“ข้ามีเสื้อผ้าผู้หญิงพะย่ะค่ะ”ทหารที่ยืนอยู่หลังพุ่มไม้รีบบอกเพราะเขาพกเสื้อผ้าตัวโปรดของเมียมาด้วยเพื่อที่เวลาคิดถึงจะได้ดูต่างหน้า
“ทำไมเ้าถึงมีชุดของหญิงสาวติดมาด้วยละ”ขันทีฟังกงรีบถามและเดินเข้าไปหาทหารคนนั้นทันที
“ของเมียข้าเอง ข้าเอามาไว้ดูต่างหน้าเวลาคิดถึงนาง”ทหารคนนั้นบอกเสียงเบาอย่างอายเพื่อน
“ฮ่าๆๆๆ”แต่เพื่อนทั้งหมดก็ได้ยินและหัวเราะออกมา
“เ้าจงรีบไปเอามาให้แม่นางใส่ก่อนเถิด”ขันทีฟังกงบอกทหารคนนั้นด้วยรอยยิ้มขำเหมือนคนอื่นๆ
“นี่พะย่ะค่ะ”หลังจากที่วิ่งไปเอาชุดมาแล้วและรีบยื่นให้ขันทีฟังกงทันที
“ขอบใจเ้ามากที่ยอมเสียสละชุดของเมียเ้าให้นาง”ขันทีฟังกงกล่าวขอบใจทหารที่ยื่นชุดมาให้และเดินเอาชุดที่ได้ไปให้องค์ชายหนุ่มที่ยืนรออยู่
“เ้ารีบเอาชุดนี่เข้าไปเปลี่ยนในที่พักเดี๋ยวนี้เลย”องค์ชายหนุ่มสั่งหญิงสาวและยื่นชุดให้เธอ
“ก็ได้”ผู้กองสาวรับชุดจากมือของเขาและเดินเข้าไปในที่พัก
หลังจากเดินเข้ามาในห้องเธอก็รีบผลัดชุดเก่าออกแขวนไว้ตรงไม้ข้างๆที่นอนและใส่ชุดสีแดงที่วางอยู่ในทันที เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จก็ยืนก้มมองดูตัวเองด้วยความรู้สึกแปลกๆไม่คุ้นกับเสื้อผ้าแบบนี้
“เฮ้อ! จะกางเกงก็ไม่ใช่กระโปรงก็ไม่เชิง อืม แต่ก็สวยดี จะถูกจะแพงเอาแดงไว้ก่อนแม่สอนมา ฮ่าๆๆ หิวแล้ว หอมอะไรไม่รู้ออกไปดูดีกว่า”เธอบ่นและหัวเราะกับตัวเอง เมื่อสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้งและเดินออกมาข้างนอกเพราะท้องเริ่มร้องเรียกหาอาหารเมื่อได้กลิ่นหอมโชยมาจากข้างนอกที่พัก